- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 501 ผิดสัญญา
ตอนที่ 501 ผิดสัญญา
ตอนที่ 501 ผิดสัญญา
ตั้งแต่โม่สืออี๋ส่งสัญญาณไปจนถึงตอนที่หยกห่วงสัมพันธ์แตก มันผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
แค่แวบเดียวโม่สืออี๋ก็ตายแล้ว?
โม่สืออี๋ทะลวงระดับรวมทวารสองรอบมานานหลายปี เขายังฝึกฝนอย่างหนักซึ่งเห็นชัดว่าต้องการก้าวสู่ระดับรวมทวารขั้นกลาง นำนิกายเมฆาล่องลอยก้าวหน้าไปอีกขั้น
นอกจากการบ่มเพาะ โม่สืออี๋ยังมีไข่มุกซวนหยวนซึ่งเป็นสมบัติหายากที่ใช้ได้ทั้งโจมตีและป้องกัน ต่อให้ทั้งคู่เป็นระดับรวมทวารสองรอบยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการทำลายการป้องกันของไข่มุกซวนหยวน
และโม่สืออี๋เป็นคนไม่ใช่หุ่นกระบอกที่จะยืนรอรับการโจมตี การโจมตีอาจถูกโม่สืออี๋ปิดกั้นไว้ก่อนไปถึงไข่มุกซวนหยวน
ในสถานการณ์นี้พูดไม่ได้ว่าไม่มีระดับรวมทวารขั้นต้นคนไหนสังหารโม่สืออี๋ได้ แต่การสังหารต้องใช้เวลานาน
ยิ่งไปกว่านั้นมือสังหารจากนิกายเงาอยู่กับโม่สืออี๋ไม่ใช่หรือ?
ต่อให้ทั้งสองถูกระดับรวมทวารขั้นต้นห้าหกคนปิดล้อมก็ยังทนได้พักหนึ่งจนกระทั่งพวกเขาไปถึง แบบนี้ถึงจะสมเหตุสมผล
เว้นแต่คนที่สังหารโม่สืออี๋ไม่ใช่ระดับรวมทวารขั้นต้น แต่เป็นผู้แข็งแกร่งรวทวารขั้นกลางที่ยื่นมือเข้ามายุ่ง
แต่โม่สืออี๋ไม่ได้รุกรานผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางคนไหน ไม่อย่างนั้นโม่สืออี๋คงไม่มีพลังพอมุ่งเป้าไปที่เฉินเฟย ดังนั้นผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางอาจเป็นคนที่เฉินเฟยเชิญมา?
ความคิดทุกอย่างแล่นเข้ามาในใจหูหยานหวู่ทั้งสี่ พวกเขาหยุดเท้าโดยไม่รู้ตัว
ไม่ว่าเกี่ยวข้องกับผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางหรือเฉินเฟยใช้วิธีการบางอย่างเพื่อรับพลังต่อสู้ คำถามเดียวที่พวกเขาต้องพิจารณาตอนนี้คือควรทำอะไรต่อไป
ในเวลานี้จะรีบวิ่งเข้าไปอย่างสุดกำลังโดยเดิมพันว่าเป็นเฉินเฟยสังหารโม่สืออี๋ ใช้ประโยชน์จากช่วงที่อีกฝ่ายเพิ่งระเบิดพลังทำให้เข้าสู่ช่วงอ่อนแอสังหารทิ้งในคราวเดียว
หรือออกไปจากที่นี่ทันที เกรงว่าผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางจะไล่สังหารพวกเขาเรียงคน
เมื่อต้องเผชิญกับพลังระดับรวมทวารขั้นกลาง ค่ายกลที่สร้างโดยหูหยานหวู่ทั้งสี่คงไม่สามารถต้านทานเป็นเวลานาน สุดท้ายตัวตายเต๋าสลายไปที่ละคน
ชีวิตเป็นของตัวเอง การร่วมมือมีไว้เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้นไม่ใช่เพื่อเสี่ยงชีวิต
หูหยานหวู่ทั้งสี่มองหน้ากัน จากนั้นรีบบินไปทางตรงกันข้ามด้วยความเข้าใจโดยปริยาย
ทุกคนใช้พลังทั้งหมดกับท่าร่างโดยกลัวว่าตอนนี้ฉินไห่ซานและคนอื่นจะกระโดดออกจากด้านข้างเข้าปิดล้อมพวกเขา
โชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างทาง หูหยานหวู่ทั้งสี่คนกลับไปถึงเขตไห่เฟิงอย่างราบรื่น ทั้งสี่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเข้าสู่ทะเลด้านใน
ต้องขอบคุณระบบลี้ภัยของสมาคมเชียนอวี่จึงทำให้น้อยคนที่สังหารกันในทะเลด้านใน เพราะหากสังหารคนจริงจะไม่สามารถหลบหนีการคว่ำบาตรของสมาคมเชียนอวี่
เมื่อเผชิญกับยักษ์ใหญ่อย่างสมาคมเชียนอวี่ที่มีระดับขุนเขาสมุทร ระดับรวมทวารธรรมดายังไม่เพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นภายใต้สมาคมเชียนอวี่ยังมีผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลายมากมาย หรือแม้แต่ระดับรวมทวารสูงสุด
แค่มาคนเดียวก็ตัดสินเจ้าได้แล้ว หากร้ายแรงกว่า การถอนรากถอนโคนสำนักยังเป็นเรื่องง่าย
“พี่โม่ต้องตายเช่นนั้น!” เหมียวว่านหงถอนหายใจ
วันนี้มีแผนสังหารเฉินเฟยในทะเลด้านนอก แก้ปัญหาข้อจำกัดในการพัฒนาของพวกเขาในเขตไห่เฟิง
เป็นผลให้พวกเขาทั้งสี่ยังไม่ทันได้เห็นหน้าเฉินเฟยกลับได้รู้ว่าโม่สืออี๋ตายไปแล้ว พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโม่สืออี๋ตายอย่างไร
พวกเขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกไร้ประโยชน์แบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่วันนี้พวกเขาได้สัมผัสความรู้สึกอีกนี้ครั้ง
“เราควรทำอย่างไรต่อ?” เมิ่งเหิงมองทั้งสามแล้วถามเสียงเบา
โม่สืออี๋ที่แข็งแกร่งที่สุดในพันธมิตรตาย ทิ้งพวกเขาทั้งสี่เอาไว้ซึ่งไม่สามารถสู้กับฉินไห่ซานและคนอื่นได้ ต่อให้เผชิญหน้ากับเฉินเฟย พวกเขาก็ต้านทานไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายถึงจุดกระด้างกระเดื่อง
บางทีหากไปทะเลด้านนอกคนเดียวอาจต้องกังวลว่าเฉินเฟยจะตามไปสังหารพวกเขาในทะเลด้านนอกหรือไม่
ใบหน้าเมิ่งเหิงน่าเกลียดเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ชีวิตตกอยู่ในอันตรายช่างเลวร้ายนัก เมิ่งเหิงเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนเป็นนักยุทธ์หนุ่มระดับปรับแต่งร่างกาย
“เช่นนั้นอยู่แต่ในนิกาย หากเฉินเฟยเชิญศึกนองเลือดให้เลือกยอมแพ้ รอให้คนของนิกายเงาลอบสังหารเฉินเฟย” เหมียวว่านหงพูดขึ้นหลังเงียบไปครู่หนึ่ง
“นิกายเงา พี่โม่ตายไปแล้ว ข้าคิดว่ามือสังหารของนิกายเงามีปัญหา!” หูหยานหวู่ตะโกนเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดของเหมียวว่านหง
นับตั้งแต่มอบภารกิจให้นิกายเงาจนถึงวันนี้ นิกายยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แม้กระทั่งยังรั้งเวลาเอาไว้ สิ่งนี้ทำให้หูหยานหวู่เบื่อหน่ายอย่างยิ่ง
ที่น่าอึดอัดกว่านั้นคือหูหยานหวู่ทำอะไรกับนิกายเงาไม่ได้ ทำได้เพียงอดทนเท่านั้น
เห็นชัดว่าใช้เงินไปแล้ว แต่ผลที่ได้กลับเป็นการรักษาแบบนี้
เหมียว่านหงทั้งสามเงียบไป นิกายเงาไม่น่าไว้วางใจเลยจริงๆ เห็นชัดว่าพวกเขาเป็นคนจ้างสังหาร แต่ตอนนี้เฉินเฟยยังไม่ตาย พวกเขายังลากโม่สืออี๋ไปตายอีกต่างหาก
“เช่นนั้นเรายกเลิกภารกิจของนิกายเงา ปล่อยเรื่องเฉินเฟยไป” เมิ่งเหิงลังเลอยู่ครู๋หนึ่งก่อนพูด
การปิดล้อมสังหารครั้งนี้จบลงโดยไม่มีเหตุผล ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งที่สุดตายไปแล้ว พวกเขาไม่มีคุณสมบัติสู้กับเฉินเฟยอีกต่อไป หากไปสู้ตัวต่อตัวกับเฉินเฟยคงเป็นทางตัน ต่อให้เป็นแบบสองต่อหนึ่งก็ไม่ปลอดภัย
หากเมื่อครู่เป็นเฉินเฟยที่สังหารโม่สืออี๋ทันทีในทะเลด้านนอก สิ่งนี้จะน่ากลัวยิ่งกว่าการที่เฉินเฟยเชิญผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางเสียอีก
เมิ่งเหิงอยู่ภายใต้ความกดดันมากเกินกว่าจะสู้กับสัตว์ประหลาดเช่นนี้ต่อ
เหมียวว่านหงทั้งสามเงยหน้ามองเมิ่งเหิง ยกเลิกภารกิจของนิกายเงาและยอมแพ้โดยสิ้นเชิง สำหรับนิกายเงา หากนายจ้างยกเลิกภารกิจก่อน ค่าจ้างครึ่งหนึ่งจะถูกหักออกและอีกครึ่งหนึ่งถูกนำไปใช้เป็นเงินสำหรับการผิดสัญญา
หูหยานหวู่อ้าปากค้างโดยไม่รู้จะพูดอะไร แม้เรื่องนี้น่าหงุดหงิด แต่ดูเหมือนไม่มีวิธีใดดีไปกว่านี้
เว้นแต่พวกเขาจะใช้เงินทั้งหมดเพื่อให้ผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางลงมือ
แต่อย่าพูดถึงวิธีนี้ ความไว้วางใจต่อนิกายเงาไม่เหลืออีกแล้ว การหาองค์กรอื่นมาแทนเป็นเรื่องยาก องค์กรมือสังหารหลายแห่งไม่มีความสามารถเท่านิกายเงา
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่รู้ได้ว่าเฉินเฟยมีพลังต่อสู้ของระดับรวมทวารขั้นกลางหรือมีสหายระดับรวมทวารขั้นกลางหรือไม่
สุดท้ายแล้วต้องใช้ทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อจ้างระดับรวมทวารขั้นกลาง แต่ยังไม่สามารถสังหารเฉินเฟยได้ไม่ใช่หรือ? หากครั้งนี้ยังสังหารไม่ได้ ครั้งต่อไปพวกเขาไม่รอดแน่นอน
การยอมแพ้ในเวลานั้นจะไม่ได้รับการอภัย
“ยกเลิกเถอะ!”
หูหยานหวู่ถอนหายใจ ตอนนี้ทำได้แค่บอกตัวเองว่าเสียเงินกำจัดภัยพิบัติเท่านั้น
ขณะที่หูหยานหวู่ทั้งสี่กำลังพูดคุยกัน เฉินเฟยนำหน้าพวกเขาไปหนึ่งก้าว กลับไปยังสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ครั้งนี้เฉินเฟยปลอมเป็นตวนมู่เซียวปรากฏต่อหน้าพวกเขา เป้าหมายคือสังหารโม่สืออี๋
คนอื่นสามารถรอดไปได้ แต่โม่สืออี๋ต้อง ในบรรดาทั้งห้าคน เฉินเฟยรู้สึกได้ชัดเจนว่าโม่สืออี๋มีเจตนาสังหารและความเกลียดชังต่อตัวเองมากที่สุด
และโม่สืออี๋เป็นผู้นำพันธมิตรอีกฝ่าย ตราบใดที่โม่สืออี๋ พันธมิตรก็แทบล่มสลาย
หากเป็นเหมียวว่านหงหรือคนอื่นตานกันหมด ผลกระทบจะใหญ่กว่านี้ ความสงสัยทั้งหมดจะตกไปที่เฉินเฟย ความกดดันจากสมาคมเชียนอวี่ย่อมตามมากด้วยซึ่งสิ่งนี้ไม่จำเป็น
และศึกนองเลือดเป็นวิธีหาเงินเพิ่ม อย่างน้อยในสมาคมเชียนอวี่ก็เป็นเช่นนั้น
สิ่งที่รุนแรงกว่าศึกนองเลือดคือปีนภูเขาพังประตู แต่เรื่องแบบนี้ทำยากที่สุดในสมาคมเชียนอวี่
การทำสิ่งนี้ลับๆกับสำนักเล็กที่อยู่ห่างไกลไม่ใช่ปัญหา สุดท้ายแล้วพวกเขาอยู่ห่างไกลเกินไป สมาคมเชียนอวี่จึงไม่ใส่ใจ
แต่พอพูดถึงสำนักของระดับรวมทวาร นั่นถือเป็นกระดูกสันหลังของสมาคมเชียนอวี่ สมาคมเชียนอวี่ไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นแน่นอน
ไม่อย่างนั้นศักดิ์ศรีสุดท้ายของสมาคมเชียนอวี่จะอยู่ที่ไหน ศักดิ์ศรีของผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรจะอยู่ที่ไหน!
ในลานบ้าน เฉินเฟยพลิกไข่มุกซวนหยวนในมือไปมาและเห็นรอยแตกด้านบนชัดเจน
เพื่อตายไปพร้อมกับเฉินเฟย ไข่มุกซวนหยวนนี้จึงถูกทำลาย ระดับของมันลดเหลืออาวุธวิญญาณสูงสุด การซ่อมแซมทำได้ยาก ทรัพยากรที่ต้องใช้ยังเกินจริง
นอกจากนี้ดาบในมือของโม่สืออี๋ยังอยู่ในสภาพเสียหายเพราะการปะทะกับพลังระเบิดของกระบี่เฉียนหยวน
ระดับไม่ลดลง ยังคงเป็นสมบัติเวทระดับต่ำ แต่การนำไปขายต้องถูกกดราคาแน่นอน
นอกจากนี้ยังมีถุงเฉียนคุนของโม่สืออี๋ ภายในมีศิลาหยวนระดับกลางหลายสิบก้อน คาดว่าส่วนใหญ่อาจอยู่ในนิกาย และยังมีโอสถระดับสามขั้นต่ำอีกไม่น้อย
โม่สืออี๋ไม่ฟุ่มเฟือยเท่าเฉินเฟยที่ใช้โอสถวิญญาณระดับสามขั้นกลางในการฝึกฝน ระดับรวมทวารขั้นต้นมีไม่น้อย แม้กระทั่งอัจฉริยะในกองกำลังใหญ่ก็เป็นเช่นนี้
รายได้จากการสังหารโม่สืออี๋คือศิลาหยวนระดับกลางประมาณสามร้อยก้อน ต่างจากศึกนองเลือดที่ได้ห้าร้อยก้อน
เว้นแต่ไข่มุกซวนหยวนจะไม่ได้รับความเสียหายถึงจะได้รับศิลาหยวนระดับกลางมากกว่านี้
แต่พอรู้ว่าต้องตาย โม่สืออี๋จึงระเบิดพลังทั้งหมดของสมบัติเวทออกมา ส่วนเรื่องที่มันจะเสียหายในภายหลังหรือไม่ ในเวลานั้นเขาจะคิดเรื่องนี้ได้อย่างไร?
“ยังมีศึกนอกเลือดอยู่ หลังจากนี้ข้าจะเชิญพวกเจ้าทั้งสามสำนักเข้าศึกนอกเลือด!”
เฉินเฟยกำลังคิดเรื่องต่างๆขณะที่จำแนกสิ่งของในถุงเฉียนคุนของโม่สืออี๋ ก่อนหน้านี้ไม่มีถุงเฉียนคุน ตอนนี้มีสามใบแล้ว
แน่นอนว่าความคิดเดิมนั้นถูกต้อง มีสหายระดับรวมทวารขั้นต้นใจดีมามอบถุงเฉียนคุนให้ตัวเอง
ดูสิ ตอนนี้มีตั้งสามใบแล้ว
วันรุ่งขึ้นเฉินเฟยได้รับข้อความลับจากนิกายเงาถึงตวนมู่เซียว ภารกิจลอบสังหารเฉินเฟยถูกยกเลิก ในขณะเดียวกันนิกายเงามอบศิลาหยวนระดับกลางห้าสิบก้อนให้กับตวนมู่เซียวเป็นการชดเชย