- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 500 เสียงกระบี่
ตอนที่ 500 เสียงกระบี่
ตอนที่ 500 เสียงกระบี่
เพราะต้องการปิดล้อมสังหารเฉินเฟยร่วมกับคนของนิกาย เขาจึงต้องตรวจสอบตัวตนของมือสังหารนิกายเงา
“โปรดยืนยันตัว!”
โม่สืออี๋แปลกใจที่ไม่สามารถสัมผัสถึงลมปราณคนตรงหน้าได้ แต่โม่สืออี๋ไม่ได้สงสัยมากนัก เป็นเรื่องปกติที่มือสังหารจะรู้จักวิชาปกปิดลมปราณ
การลอบสังหารไม่ใช่การซ่อนเร้นหรือ!
หมวกดำถูกดึงลงเผยให้เห็นใบหน้าธรรมดา ใบหน้านี้จะถูกเมินเฉยโดยไม่รู้ตัวหากอยู่ท่ามกลางฝูงชน
สีหน้าโม่สืออี๋ผ่อนคลายลง ใบหน้านี้สอดคล้องกับภาพที่นิกายเงาส่งมา ตามจริงเพียงเท่านี้ก็ยืนยันเรื่องส่วนใหญ่ได้แล้ว
เว้นแต่นิกายเงาจะตั้งใจหลอกพวกเขา แต่ยักษ์ใหญ่อย่างนิกายเงาไม่มีเหตุผลให้ทำเช่นนี้
“ชุดมุทรา!”
ผู้มาเยือนประสานมุทรา ชุดมุทราซับซ้อนมากมายแสดงต่อหน้าโม่สืออี๋ โม่สืออี๋เผยรอยยิ้มออกมา
ครู่ต่อมา ผู้มาเยือนฟันกระบี่ออกไป กระบี่วูบไหวกลางอากาศเหมือนจะมีแต่ไม่มี กระบี่แยกแสงตัดเงา นิกายเงาบอกข้อมูลวิชานี้แก่โม่สืออี๋
หลังตรวจสอบสามครั้ง ความสงสัยในใจโม่สืออี๋ถูกขจัดออกไปโดยสิ้นเชิง
“ตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่ไหน?” โม่สืออี๋ถามอย่างไม่อดทน
ล่อเฉินเฟยออกไปทะเลด้านนอก หากเห็นสิ่งผิดปกติเล็กน้อยเฉินเฟยจะรีบกลับไปสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทันที
ตามจริงแล้วโม่สืออี๋อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะล่อเฉินเฟยออกไปได้อย่างไร แต่การถามเรื่องนี้ซึ่งหน้าค่อนข้างเป็นเรื่องต้องห้าม ต่อให้ถามไปอีกฝ่ายคงไม่บอกเช่นกัน
“ตามเบาะแสที่ข้าทิ้งไว้ เป้าหมายจะมาถึงที่นี่ภายในครึ่งชั่วยาม” เสียงของเขาแหบห้าวราวกับทรายติดอยู่ในลำคอ
ตวนมู่เซียวตายไปนานแล้ว คนที่อยู่ที่นี่คือเฉินเฟยโดยธรรมชาติ
เฉินเฟยเหลือบมองพวกหูหยานหวู่ในระยะไกล หันไปมองโม่สืออี๋แล้วพูด “จะให้ดีที่สุดทุกคนต้องกระจายตัวออกไปเพื่อไม่ให้เห็นได้ง่าย สงบใจรอให้เป้าหมายลงโอ่ง”
โม่สืออี๋พยักหน้า การรับรู้ของเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก ย้อนกลับไปตอนถ้ำเทวาไห่เยว่ เฉิยเฟยไปหาเหมียวว่านหงและยึดธงด้วยตัวคนเดียว
ตอนนี้แม้ทุกคนมีจานค่ายกลซ่อมลมปราณอยู่กับตัว แต่ไม่จำเป็นต้องให้เกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นเลี่ยงการถูกค้นพบดีกว่า
โม่สืออี๋ประสานมุทรา พวกหูหยานหวู่ที่อยู่ห่างไกลเริ่มกระจายตัว
ค่ายกลที่ซ่อนอยู่ด้านล่างสถานที่นี้ไม่ได้ทรงพลังมากนัก แต่สามารถหยุดคนหนึ่งได้ทันที
ในเวลาเท่านี้เพียงพอให้คนอื่นมาปิดล้อม สิ่งที่ต้องการคือความต่างของเวลา
“ข้าจะติดตามใครสักคน ในระหว่างการต่อสู้จะได้ปกปิดลมปราณของข้าเพื่อให้สะดวกต่อการลอบสังหาร ว่าอย่างไร?” เฉินเฟยหันไปมองโม่สืออี๋
โม่สืออี๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าแล้วพูด “เจ้ากับข้าร่วมกันโจมตี”
“ได้!”
เฉินเฟยพยักหน้า จากนั้นไปที่อื่นพร้อมกับโม่สืออี๋
เฉินเฟยวางตัวได้ดีซึ่งอยู่ห่างจากโม่สืออี๋ร้อยหมี่ โม่สืออี๋โล่งใจเล็กน้อย สุดท้ายแล้วการอยู่ใกล้มือสังหารนิกายเงาเกินไปทำให้โม่สืออี๋หวั่นเกรง
ระยะนี้กำลังดี หากมีอะไรเกิดขึ้นโม่สืออี๋สามารถตอบสนองได้ทันที
เวลาผ่านไป ดวงตาโม่สืออี๋จ้องมองข้างหน้าเสมอ ครึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา แต่ไม่มีร่างใดปรากฏในระยะไกล
โม่สืออี๋หันไปมองด้านข้างด้วยสายตาที่เป็นคำถาม
เฉินเฟยไม่ตอบสนองจนกระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ เกิดคลื่นผันผวนมาจากระยะไกลอย่างกะทันหัน ความผันผวนนั้นละเอียดอ่อนมาก สามารถสัมผัสได้ด้วยการรับรู้อย่างรอบคอบเท่านั้น
ในเวลานี้พวกโม่สืออี๋ตื่นตัวอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงค้นพบปัญหาโดยธรรมชาติ
“เป้าหมายพบสิ่งผิดปกติ เขากำลังทดสอบ เขาสงสัยบ้างแล้ว” เสียงแหบแห้งดังขึ้นในหูโม่สืออี๋
“เราควรทำอย่างไร?” รอผลลัพธ์นี้มาตั้งหนึ่งเดือน โม่สืออี๋ไม่ค่อยเต็มใจปล่อยผ่านนัก
“ปิดทางกลับ เจ้ากับข้าอ้อมไปด้วยกัน”
ในขณะที่พูด เฉินเฟยหยิบหยกสีดำจากแขนเสื้อโยนให้โม่สืออี๋ “นี่คือหยกลมปราณ สามารถปกปิดลมปราณเมื่อไม่ออกแรง”
โม่สืออี๋สัมผัสว่าไม่มีสิ่งผิดปกติกับหยกลมปราณจึงเอื้อมมือไปรับ คาดไม่ถึงว่าความผันผวนลมปราณตัวเองจะลดเหลือน้อยสุดจริงๆ
หยกลมปราณนี้เป็นของตวนมู่เซียวโดยธรรมชาติ ตอนที่ตวนมู่เซียวลอบสังหารคน หยกลมปราณรวมกับวิชาปกปิดลมปราณสามารถลดความผันผวนของลมปราณ
“ได้!”
โม่สืออี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า หากไม่ดันเฉินเฟยเข้าไปในวงล้อมจะไม่มีทางปิดล้อมได้
หากมีคนไล่ตามมากเกินไปจะถูกค้นพบทันที ด้วยท่าร่างของเฉินเฟยย่อมหนีออกไปได้
เฉินเฟยเหลือบมองโม่สืออี๋ ร่างวูบไหวดำดิ่งสู่ทะเลลึกและอ้อมไปด้านหน้า
โม่สืออี๋สั่นหยกห่วงสัมพันธ์ตรงเอว แจ้งเตือนเหมียวว่านหงทั้งสี่จากนั้นตามหลังไป แต่ยังคงรักษาระยะห่างไว้หนึ่งร้อยหมี่
ทันใดนั้นทั้งสองเดินทางไปไกลยี่สิบลี้ โม่สืออี๋พบว่ามือสังหารด้านหน้าเริ่มช้าลงเรื่อยๆ โม่สืออี๋ไม่ได้ที่ชะลอตัวลงโดยกลัวว่าจะทำให้เกิดความผันผวนโดยไม่จำเป็น
หลังจากนั้นไม่นาน โม่สืออี๋เห็นว่ามือสังหารเริ่มบินออกจากทะเล โม่สืออี๋อดไม่ได้ที่จะตามไป
น้ำทะเลอยู่รอบทิศและไม่มีเกาะตั้งอยู่ ทันใดนั้นดวงตาโม่สืออี๋หรี่ลง เขาเห็นจุดดำในระยะไกล โม่สืออี๋อดไม่ได้ที่จะตกใจ
โม่สืออี๋หันไปมองมือสังหาร เมื่อกำลังจะถามคำถามก็พบว่ามือสังหารหันกลับมามอง
“ตามทันไหม?” โม่สืออี๋ถามเสียงต่ำ
“ไม่ต้องไล่ตาม” เฉินเฟยมองโม่สืออี๋ ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมไม่ไล่ตามไป?” โม่สืออี๋ถามอย่างสงสัย ด้วยเหตุผลบางอย่าง โม่สืออี๋รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้ามือสังหารตรงหน้า
ในขณะเดียวกัน จิตวิญญาณสั่นเทาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าความรู้สึกหวาดกลัวจนขนหัวลุกปรากฏในใจตั้งแต่เมื่อไหร่
“เพราะตำแหน่งนี้เพียงพอแล้ว!”
เฉินเฟยถอนหายใจเสียงต่ำ ครู่ต่อมา ร่างวูบไหวหายไปจากจุดนั้น เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ห่างจากโม่สืออี๋ไม่ถึงสิบหมี่
ด้วยท่าร่างของเฉินเฟยในตอนนี้ ระยะร้อยหมี่นั้นสั้นเกินไป สามารถเข้าถึงได้เกือบในทันที
อย่างไรก็ตามระยะร้อยหมี่ที่โม่สืออี๋เว้นห่างไว้ยังคงได้ผล เมื่อร่างเฉินเฟยวูบไหว โม่สืออี๋ก็ตอบสนองและฟันดาบออกไป
ไม่ใช่แค่ดาบเท่านั้น ไข่มุกซวนหยวนในอ้อมแขนโม่สืออี๋ลอยขึ้นเหนือหัว กลายเป็นเส้นแสงห่อหุ้มร่างโม่สืออี๋ ในเวลาเดียวกันโม่สืออี๋สั่นหยกห่วงสัมพันธ์ตรงเอว
จากโจมตีสู่ป้องกัน โม่สืออี๋ทำสำเร็จในครั้งเดียวโดยไม่มีข้อบกพร่อง
แต่เฉินเฟยไม่เคยต้องการข้อบกพร่อง แต่ต้องการระยะห่าง ระยะห่างที่ทำให้โม่สืออี๋อยู่ห่างจากคนอื่น และตอนนี้ระยะห่างเพียงพอแล้ว
เปลวไฟสีเลือดลุกโชนบนตัวเฉินเฟยทันที ในเวลาเดียวกันจุดรวมทวารสั่นอย่างรุนแรง ระเบิดพลังหยวนออกมา
วิชาแยกทวาร!
เฉินเฟยได้รับท่าต้องห้ามจากจูกวนนู๋ จูกวนนู๋ยังใช้มันตอนสู้กับเฉินเฟยด้วย นอกจากวิชาแยกทวารยังมีวิชาย้ายทิศและวิชาทลายใจ เฉินเรียนรู้หมดแล้วเช่นกัน
เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะฝึกฝนทั้งสามวิชาถึงระดับรู้แจ้งในเวลาหนึ่งเดือน ทำได้เพียงฝึกฝนวิชาแยกทวารถึงจุดสูงสุดเท่านั้น
เพราะวิชาแยกทวารคล้ายกับท่าลับทำลายทวารของวิชารวมศูนย์ลึกลับ
เพียงทำลายจุดรวมทวารใช้เพื่อบังคับให้ผู้ฝึกฝนเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้ง ส่วนวิชาแยกทวารนั้นเป็นการสั่นจุดรวมทวารเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
การใช้งานต่างกันแต่หลักการคล้ายกัน
เดิมทีจูกวนนู๋อาศัยวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์เพื่อลดผลที่ตามมาของท่าต้องห้าม
การใช้วิชาแยกทวารของเฉินเฟยในเวลานี้เป็นการควบคุมพลังหยวนอย่างละเอียดอ่อนและยังมีพื้นฐานของวิชารวมศูนย์ลึกลับ ท่าต้องห้ามนี้จึงถูกใช้เป็นท่าลับธรรมดา แต่การระเบิดพลังไม่ได้ลดลงเลย
เปลวไฟสีเลือดบนตัวเฉินเฟยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เผาไหม้อากาศโดยรอบจนเกิดรอยบิดเบี้ยว
โม่สืออี๋สัมผัสถึงลมปราณเฉินเฟย ดวงตาเบิกกว้างโดยรู้ตัว
เมื่อครู่นี้โม่สืออี๋ไม่เข้าใจว่าทำไมมือสังหารนิกายเงาโจมตีตัวเอง เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผล แต่พอเฉินเฟยโจมตีอย่างสุดกำลัง ลมปราณก็ปกคลุมทั่วฟ้า คำตอบทั้งหมดได้แสดงให้เห็นแล้ว มือสังหารคนนี้คือเฉินเฟย!
นอกจากนี้ยังมีกระบี่เฉียนหยวน นั่นเป็นการเปิดเผยตัวตนอย่างชัดเจน
ทำไมมือสังหารนิกายเงาถึงกลายเป็นเฉินเฟย?
โม่สืออี๋เกิดความสงสัยมากมายนับไม่ถ้วน ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความสงสัยไม่หยุด
แต่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถตอบความสงสัยของเขาได้
ขณะที่เฉินเฟยลงมือสุดกำลัง โม่สืออี๋รู้สึกกดดันและหวาดกลัวอย่างยิ่ง
เฉินเฟยคนนี้ไม่เล่นตามกฎ พอลงมือก็ใช้ท่าต้องห้ามโดยตรงราวกับต้องการพินาศไปด้วยกัน เห็นชัดว่าก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กลับไม่แสดงอาการอ่อนแอเลย
โม่สืออี๋รู้ว่ามันไร้เหตุผล ไม่ชัดเจน และถูกหลอกลวง ราวกับว่าตัวเองกดินเหนียวที่ถูกบงการตามใจชอบ
“อ๊าก!”
โม่สืออี๋ร้องคำราม ไข่มุกซวนหยวนเหนือหัวสั่นอย่างรุนแรง ช่องโหว่เปิดออก แสงแวววาวสีทองไหลออกมา
ลมปราณโม่สืออี๋เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในเมื่อต้องการตายไปด้วยกัน เช่นนั้นข้าจะตามเจ้าไปจนสุดทาง!
สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉยเมื่อเห็นลมปราณโม่สืออี๋เพิ่มขึ้น เปิดช่องมิติ หยวนกระบี่ซ้อนทับบนกระบี่เฉียนหยวน
สำหรับการต่อสู้ในวันนี้ หยวนกระบี่ถูกจัดเก็บไว้ช่องมิติทั้งสอง
สะสมพลัง! เคล็ดผลาญเลือด! วิชาย้ายทิศ! วิชาทลายใจ! วิชาแยกทวาร!
การเก็บกระบี่ไว้ในเวลานั้น เฉินเฟยใช้ท่าต้องทั้งหมดของตัวเอง เป็นกระบวนท่าสูงสุด!
“เคร้ง!”
กระบี่เฉียนหยวนส่งเสียงสะเทือนเลือนลั่น การโจมตีของตัวกระบี่รวมกับหยวนกระบี่ในช่องมิติ พลังซ้อนทับของทั้งสองน่ากลัวเกินไป!
ม่านตาโม่สืออี๋หดลง นั่นมันพลังอะไร ทำไมเฉินเฟยถึงมีพลังเช่นนี้?
ห่างออกไปหลายสิบลี้ หูหยานหวู่ทั้งสี่สัมผัสได้ถึงการสั่นของหยกห่วงสัมพันธ์ ตามรหัสคำที่กำหนดไว้ล่วงหน้า นี่เป็นสัญญาณที่ต้องไปหาทันที
สิ่งแรกหูหยานหวู่ทั้งสี่คิดคือเฉินเฟยถูกควบคุมไว้แล้ว ตอนนี้กำลังรอให้พวกเขาเข้าไปปิดล้อมเพื่อจบเรื่องนี้
หูหยานหวู่ทั้งสี่วูบไหวพุ่งไปทางหยกห่วงสัมพันธ์โดยไม่ลังเล
“ตู้ม!”
เสียงระเบิดดังขึ้น หูหยานหวู่ทั้งสี่ได้ยินอย่างชัดเจนแม้จะอยู่ห่างกันหลายสิบลี้ก็ตาม
ทันใดนั้นหยกห่วงสัมพันธ์ในอ้อมแขนทั้งสี่คนเกิดรอยแตกร้าว สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีใครคนหนึ่งตายไป
โม่สืออี๋ตายแล้ว?
สีหน้าหูหยานหวู่ทั้งสี่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทำไมถึงเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้?