เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 499 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ตอนที่ 499 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ตอนที่ 499 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว


ภูเขาทอดยาวเหมือนทะเล ต้นไม้โกรธเคืองคล้ายคลื่น นี่คือนิกายเมฆาล่องลอยซึ่งตั้งอยู่ในเขตไห่เฟิงมาหลายร้อยปี นับว่าเป็นกองกำลังนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตไห่เฟิง

สองร้อยปีก่อนเป็นช่วงที่นิกายเมฆาล่องลอยอยู่ในจุดสูงสุด มีผู้แข็งแกร่งระดับรวมทวารสองคนในเวลาเดียวกัน ทั้งสองอยู่ในระดับเปลี่ยนแปลงสองครั้ง ห่างจากระดับรวมทวารขั้นกลางเพียงก้าวเดียว

หากระดับรวมทวารขั้นกลางถือกำเนิดขึ้นจริง บรรยากาศของนิกายเมฆาล่องลอยย่อมก้าวหน้าไปอีกขั้น

แต่น่าเสียดายที่นิกายเมฆาล่องลอยไม่เป็นไปตามนั้น ตอนนี้ผ่านมาสองร้อยปีแล้ว นิกายเมฆาล่องลอยไม่ได้ตกต่ำลง เพียงแค่ถอยจากจุดสูงสุดเล็กน้อย

โม่สืออี๋เป็นเจ้านิกายเมฆาล่องลอย ด้วยความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ ในปีที่ผ่านมานิกายเมฆาล่องลอยจึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ภายในนิกายยังมีระดับขัดเกลาทวารสูงสุดมากมาย

ตราบใดที่คนในหมู่พวกเขาทะลวงระดับรวมทวารสำเร็จ นิกายเมฆาล่องลอยสามารถคัดลอกความรุ่งโรจน์เมื่อสองร้อยปีก่อนได้

แต่เมื่อปีก่อนล้มเหลวในการชิงดินแดนลับระดับสาม ตอนนี้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวผงาดขึ้นทันที บรรยากาศในนิกายเมฆาล่องลอยจึงเคร่งขรึม

“นิกายเงาตอบกลับหรือยัง?” ในลานบ้าน โม่สืออี๋มองเมิ่งเหิง

ตอนนี้เมิ่งเหิงมีหน้าที่ติดต่อกับนิกายเงา นิกายเงามีวิธียืนยันตัวตนของนายจ้างแท้จริง

“อืม มือสังหารคนเดิมที่รับภารกิจสัญญาว่าจะล่อเฉินเฟยไปทะเลด้านนอกภายในหนึ่งเดือน หากล้มเหลวเขาจะทิ้งภารกิจ” เมิงเหิ่งพยักหน้า

“ดี ตราบใดที่พาไปทะเลด้านนอก พวกเราห้าคนกับคนของนิกายเงาเกินพอที่จะฝังเฉินเฟยไว้ที่นั่น” หูหยานหวู่อดยิ้มไม่ได้

เป็นไปไม่ที่อาการบาดเจ็บของเฉินเฟยจากศึกนองเลือดจะหายดีในเวลาหนึ่งเดือน ระดับรวมทวารหกคนสังหารหนึ่งคน นี่เป็นพลังท่วมท้นแล้ว

“นิกายเงาบอกว่าถ้าพวกเราไม่สบายใจ เพิ่มค่าจ้างอีกสี่เท่าจากของเดิม พวกเขาสามารถส่งระดับรวมทวารขั้นกลางไปจัดการให้ ครั้งนี้ไม่มีผิดพลาดแน่นอน!” เมิ่งเหิงพูดต่อ

“เพิ่มจากเดิมอีกสี่เท่า?” ดวงตาเหมียวว่านหงเบิกกว้าง

ตอนแรกที่มอบภารกิจให้นิกายเงา นิกายเงาเสนอราคาศิลาหยวนระดับกลางแปดร้อยก้อน ด้วยศิลาหยวนจำนวนนี้ มีระดับรวมทวารขั้นต้นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จัดหาได้

สุดท้ายแล้วตัวเองต้องฝึกฝนในวันธรรมดา ยังมีเรื่องมากมายที่ต้องใช้ศิลาหยวน การเก็บศิลาหยวนเป็นเรื่องยากยิ่ง

เดิมทีทั้งห้าสำนักแบ่งกันจ่ายศิลาหยวนแปดร้อยก้อนจึงทำให้เจ็บตัวน้อยลง เฉินเฟยเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่เกินไป หากสามารถใช้เงินมหาศาลกำจัดเฉินเฟยได้ นั่นย่อมเป็นวิธีที่ดี

เป็นผลให้ตอนนี้หากต้องการเชิญระดับรวมทวารขั้นกลางให้ลงมือต้องจ่ายเพิ่มสี่เท่า นั่นเท่ากับว่าต้องจ่ายศิลาหยวนระดับกลางสามพันสองร้อยก้อน

พอรวมกับศิลาหยวนแปดร้อยก้อนเดิม ทั้งหมดคือศิลาหยวนระดับกลางสี่พันก้อน ช่างเป็นจำนวนที่น่ากลัวนัก

โม่สืออี๋ขมวดคิ้ว เดิมทีคิดว่าหากค่าจ้าเพิ่มขึ้นสองเท่า บางทีอาจให้คนของนิกายเงาส่งระดับรวมทวารขั้นกลางออกไปได้แล้ว

พอมาดูตอนนี้ เขาประเมินความอยากอาหารของนิกายเงาต่ำไป ศิลาหยวนจำนวนนี้ไม่ใช่คำถามว่าคุ้มหรือไม่ ทว่าพวกเขาไม่มีศิลาหยวนระดับกลางมากขนาดนี้

เพิ่มศิลาหยวนระดับกลางอีกสามพันสองร้อยก้อน แต่ละสำนักต้องจ่ายเพิ่มหกร้อยก้อน รวมกับค่าจ้างเดิมจะเท่ากับว่าแต่ละสำนักต้องจ่ายศิลาหยวนระดับกลางแปดร้อยก้อน

ศึกนองเลือดทำให้เสียศิลาหยวนระดับกลางห้าร้อยก้อน แค่จำนวนนี้ก็ทำให้กองกำลังระดับสี่ตึงเครียดแล้ว ศิลาหยวนระดับกลางแปดร้อยก้อน ต่อให้พวกเขาขายของหมดตัวก็หาเงินจำนวนนี้ไม่ได้

“นิกายเงากล้าให้ราคานี้จริงๆ”

ใบหน้าหูหยานหวู่บิดเบี้ยว หากเขามีศิลาหยวนขนาดนี้ แค่เอามากองรวมกันก็มีโอกาสไปถึงระดับรวมทวารขั้นกลาง

ตราบใดที่มีเงินมากพอ โอสถล้ำค่าบางอย่างสามารถสนับสนุนการทะลวงผ่านได้ด้วย

นี่คือสาเหตุที่กองกำลังมีรากฐานมั่งคั่งสามารถให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งได้เรื่อยๆ เพราะพวกเขาสามารถสนับสนุนสมบัติฟ้าดินที่ดีบางอย่าง

ต่างจากกองกำลังระดับที่สี่อย่างพวกเขา โอสถวิญญาณแบบนั้นทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ ศิลาหยวนมีเก็บไว้ใช้สำหรับการฝึกฝนประจำวัน สิ่งที่ดีกว่าเล็กน้อยไม่มีโอกาสตกอยู่ในมือพวกเขา

“ถ้าภารกิจนี้ล้มเหลว อาจมีระดับรวมทวารขั้นกลางคนอื่นยอมรับภารกิจนี้” เมิ่งเหิงส่ายหน้า

“ถุย ปากสุนัขย่อมคายงาช้างไม่ได้!” หูหยานหวู่ส่งเสียงฮึเย็นชา

“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ถ้าครั้งนี้นิกายเงาล่อเฉินเฟยออกมาได้ พวกเราจะลงมือเอง”

โม่สืออี๋เหลือบมองคนอื่นแล้วพูดเสียงทุ้ม “นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา หากพลาดครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต หวังว่าพวกเจ้าจะใช้ไม้ตายก้นหีบด้วย!”

เมิ่งเหิงและคนอื่นมองหน้ากันแล้วพยักหน้า ภายใต้สถานการณ์นี้ หากยังสังหารเฉินเฟยไม่ได้อีก ในอนาคตคงไม่มีโอกาสแบบนี้

ทุบหม้อข้าวจมเรือ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

หากไม่ใช่เพราะนิกายเงาเสนอราคาสูง พวกเขาหวังจ้างผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด

ครึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยไม่ได้ไปออกไหน จมอยู่ในการฝึกฝนอย่างสมบูรณ์

ด้วยการกินโอสถระดับรสามขั้นกลางอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งกินโอสถเกินขีดจำกัดที่ร่างกายรับได้  การบ่มเพาะเฉินเฟยจึงเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง

ในการกินโอสถทุกๆวัน ศิลาหยวนระดับกลางที่ใช้ไปกับโอสถระดับสามจึงมาถึงสามสี่ก้อน ศิลาหยวนที่เฉินเฟยได้รับเมื่อไม่นานนี้ถูกคำนวนไว้แล้ว ด้วยการใช้จ่ายแบบนี้เพียงพอใช้แค่หนึ่งปีกว่า

เฉินเฟยใช้ศิลาหยวนระดับกลางเหมือนใช้กินอาหาร หากคนอื่นรู้วิธีการใช้จ่ายของเฉินเฟยคงสับสนไม่น้อย

แต่วิธีฝึกฝนนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด นั่นคือการบ่มเพาะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

แม้แต่อัจฉริยะในสำนักใหญ่ ไม่ว่าสำนักเต็มใจให้โอสถจำนวนนี้หรือไม่ ร่างกายพวกเขาก็ไม่สามารถทนรับวิธีฝึกฝนบ้าคลั่งเช่นนี้

ความแข็งแกร่งและการป้องกันของร่างกายเฉินเฟยเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลาง ในด้านการฟื้นฟูและความทนทาน ตามจริงแล้วเหนือกว่าระดับรวมทวารขั้นกลางมาก

อย่างน้อยหากผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย พวกเขาไม่มีทางฟื้นฟูได้เร็วเท่าเฉินเฟย นี่คือความต่างระหว่างทั้งสอง

ด้วยสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยไม่เพียงได้รับส่วนเสริมในพลังต่อสู้ ทว่าในการฝึกฝนยังได้รับการสนับสนุนซ่อนเร้นมากมาย

การกินโอสถอย่างบ้าคลั่งนี้ทำให้เฉินเฟยนึกย้อนกลับไปตอนเป็นระดับขัดเกลาทวาร กินโอสถอย่างไร้ศีลธรรม บรรลุการเพิ่มการบ่มเพาะที่เหนือจินตนาการคนอื่น

ตอนนี้ด้วยสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ ร่างกายที่ค่อนข้างนิ่งสงบเริ่มค่อยๆพัฒนาอีกครั้ง

การทำให้สยบมังกรคชสารอัศจรรย์เป็นแบบง่ายทำให้เฉินเฟยเสียศิลาหยวนระดับกลางจำนวนมาก ซึ่งแพงกว่าการทำให้วิชารวมศูนย์ลึกลับและกระบี่แยกแสงตัดเงาเป็นแบบง่าย

แน่นอนว่าหากฝึกสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ถึงระดับรู้แจ้ง เฉินเฟยจะได้รับประโยชน์มากกว่าสองวิชานี้มาก

หลังผสานวิชา ความชำนาญเริ่มต้นของสยบมังกรคชสารอัศจรรย์อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ และมีหนทางอีกยาวไกลก่อนบรรลุระดับสมบูรณ์

ตามการคาดการณ์ของเฉินเฟย หากฝึกฝนสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ถึงระดับสมบูรณ์ คาดว่าร่างกายเฉินเฟยจะเทียบเท่าร่างกายผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลาย

หลังฝึกฝนถึงระดับรู้แจ้งจะเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุดโดยธรรมชาติ

หากเฉินเฟยมีร่างกายระดับรวมทวารสูงสุด แม้ว่าการบ่มเพาะและพลังหยวนจะต่ำกว่า แต่เขาสามารถก้าวข้ามระดับรวมทวารขั้นกลางได้โดยตรง

น่าเสียดายที่การฝึกฝนร่างกายเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับนักยุทธ์มาเสมอ ต้องใช้เวลาและพละกำลัง อีกทั้งการได้เห็นผลลัพธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย

นักยุทธ์ทุกคนรู้ดีว่าด้วยร่างกายแข็งแกร่ง พลังต่อสู้จะเพิ่มขึ้น แต่การฝึกฝนพลังหยวนและจิตวิญญาณในวันธรรมดาก็ทำให้ผู้คนลืมสิ่งอื่นได้แล้ว

หากยังฝึกฝนร่างกายด้วย มันง่ายที่จะจดจ่อสิ่งหนึ่งลืมสิ่งหนึ่ง สุดท้ายไม่มีอะไรสำเร็จสักอย่าง

ดังนั้นจึงมีวิชาหลายอย่างที่ฝึกฝนพลังหยวนร่วมกับร่างกาย อย่างเช่นวิชาของสำนักดาบสวรรค์ เมื่อการบ่มเพาะสูงขึ้น ร่างกายจะได้เปรียบกว่าคนในระดับเดียวกัน

วิชาฝึกฝนร่างกายโดยเฉพาะขึ้นอยู่กับทรัพยาการและพรสวรรค์

ดังนั้นนักยุทธ์ส่วนใหญ่จึงเน้นฝึกฝนพลังหยวน อย่างไรแล้วเมื่อพลังหยวนเพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งร่างกายจะเพิ่มขึ้นด้วย ขอบเขตคือรากฐาน เมื่อขอบเขตสูงขึ้นทุกอย่างจะไม่ใช่ปัญหา

เฉินเฟยจมอยู่กับการฝึกฝน สัมผัสความสุขจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในการฝึกฝนทุกวัน

ในทางกลับกัน โม่สืออี๋กำลังรอข่าวจากนิกายด้วยความทรมาน

ทุกวันที่ผ่านไป พวกเขารู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของเฉินเฟยจะดีขึ้น ยังกังวลด้วยว่าเฉินเฟยจะซื้อสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์เพื่อเร่งการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บหรือไม่

สมุนไพรรักษาที่ระดับรวมทวารใช้ได้นั้นมีราคาแพง ราคาถูกกว่าโอสถวิญญาณเล็กน้อย

ระดับรวมทวารธรรมดาจะไม่ซื้อสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์เว้นแต่จะจำเป็น เพียงอาศัยเวลาในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

ระดับรวมทวารได้รับศิลาหยวนได้ง่ายแต่ก็ใช้ไปง่ายเช่นกัน แต่ละขั้นมีข้อกำหนดสำหรับทรัพยากรฝึกฝนต่างกัน ศิลาหยวนระดับกลางหนึ่งก้อนเป็นเงินมหาศาลสำหรับระดับขัดเกลาทวาร

แต่สำหรับระดับรวมทวาร มันจำเป็นสำหรับใช้ฝึกฝนในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น

พริบตาเดียวเหลือเวลาแค่ไม่กี่วันสำหรับข้อกำหนดหนึ่งเดือน ในที่สุดก็มีข่าวมาจากนิกายเงา มือสังหารที่รับภารกิจนี้เริ่มดำเนินการแล้ว เฉินเฟยจะออกจากสำนักภายในไม่กี่วัน

โม่สืออี๋และคนอื่นจับตามองสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในช่วงเวลาหนึ่ง ตามรายงานสายลับ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แต่ยังไม่ทราบสถานการณ์โดยเฉพาะ

สองวันต่อมา สถานที่ถูกส่งมาจากนิกายเงา

โม่สืออี๋และคนอื่นเรียกใช้สายลับ พบว่าฉินไห่ซานทั้งสี่ยังอยู่ในสำนักตัวเองตามปกติ พวกเขาโล่งใจทันที

หนึ่งชั่วยามต่อมา โม่สืออี๋และคนอื่นออกจากสำนักตัวเองอย่างเงียบเชียบ พอไปถึงทะเลด้านนอกก็กระจายตัวกันไป

บนเกาะไร้คนอาศัย โม่สืออี๋มองไปรอบด้านอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นร่างหนึ่งลอยขึ้นมาจากทะเลโดยจ้องมองที่โม่สืออี๋

โม่สืออี๋มองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไร้ซึ่งลมปราณ รูปลักษณ์ถูกซ่อนภายใต้หมวกหนา ในมือถือกระบี่ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลมือสังหารที่ได้รับจากนิกายเงา

จบบทที่ ตอนที่ 499 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว