เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 498 อดใจรอไม่ไหว

ตอนที่ 498 อดใจรอไม่ไหว

ตอนที่ 498 อดใจรอไม่ไหว


ก่อนสังหารจูกวนนู๋ เฉินเฟยใช้วิชาจมสู่ฝันตรวจสอบครึ่งชีวิตจนกระทั่งจูกวนนู๋เติบโตมาถึงตอนนี้ ด้วยพลังต่อสู้แข็งแกร่งเช่นนั้น วิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

จูกวนนู๋ซึ่งเป็นทาสสามารถพัฒนามาถึงระดับรวมทวาร พรสวรรค์ของเขาไม่ต้องสงสัยเลย แต่วิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องนี้

หากไม่ใช่เพราะวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์ ด้วยนิสัยการฝึกฝนด้วยตัวเองหรืออาศัยการสังเกตของจูกวนนู๋ มันมีแต่จะทำให้ตัวเองทำงานห้าบาดเจ็บเจ็ด

ในสถานะแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทะลวงขอบเขตต่อไป เป็นไปได้มากที่จะฝึกฝนจนตัวตาย

แต่ด้วยวิชานี้ที่ได้รับในลำธารบนภูเขาโดยบังเอิญ จูกวนนู๋จึงฝืนข้อจำกัดนี้ได้ทันที ปล่อยให้ร่างกายสามารถต้านทานนิสัยการฝึกฝนแบบนี้

ต้องบอกว่าจูกวนนู๋เป็นคนโชคดี ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถบรรลุความสำเร็จน่าอัศจรรย์เช่นนี้ สิ่งสำคัญกว่าคือพรสวรรค์ของจูกวนนู๋ดีพอที่จะเชี่ยวชาญวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์ซึ่งฝึกฝนได้ยาก

ถ้าครั้งนี้ไม่ได้มาสู้กับเฉินเฟย ความสำเร็จในอนาคตของจูกวนนู๋จะไม่ถูกจำกัดอยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้นแน่นอน

แต่เรื่องราวในโลกไม่มีคำว่าถ้า

ความสามารถของจูกวนนู๋ซึ่งต้านทานผลสะท้อนของท่าต้องห้ามและฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วล้วนเกิดจากวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์

เทียบกับสยบร่างกายและสยบจิตของสยบมังกรคชสาร วิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์เป็นวิชาฝึกฝนร่างกายอย่างหมดจด เป้าหมายของวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์คือการหลอมร่างกายให้เหมือนสมบัติเวท

แต่สุดท้ายผู้คนคือเลือดเนื้อ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลายเป็นสมบัติเวท วิชานี้ปฏิบัติต่อผู้คนเหมือนชุบหลอมสมบัติเวทในระดับหนึ่งเพื่อให้ได้พลังอันแข็งแกร่ง

“สยบมังกรคชสารเน้นการฟื้นฟูและพลังมหาศาล ส่วนวิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์เน้นการป้องกัน ถือว่าเป็นส่วนอันหนึ่งแล้วกัน” เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้

เทียบกับการออกผจญภัยทั่วไป การสู้กับจูกวนนู๋ในศึกนองเลือดได้รับผลประโยชน์เยอะกว่าไม่น้อยเลย

ตอนนี้สยบมังกรคชสารมาถึงช่วงท้ายแล้ว หากฝึกฝนต่อไปคงทำได้เพียงอาศัยเวลาเท่านั้น หรือปล่อยให้จุดกึ่งกลางมังกรคชสารในร่างกายดูดซับสิ่งแปลกๆ

เฉินเฟยลองดูดซับหลายสิ่งอย่าง แต่มีเพียงไม่กี่อย่างที่ตอบสนองต่อจุดกึ่งกลางมังกรคชสาร หลายอย่างที่ดูดซับแล้วครั้งหนึ่งจะไม่สามารถดูดซับเป็นครั้งที่สอง เฉินเฟยยังลองใช้ศิลาหยวนระดับสูงเป็นพิเศษ

ครั้งนี้การตอบสนองชัดเจนขึ้น หลังดูดซับอันที่สอง จุดกึ่งกลางมังกรคชสารสามารถดูดซับศิลาหยวนระดับสูงต่อไปเพื่อเสริมสร้างร่างกาย

แต่ราคาที่จ่ายสูงเกินไปและผลลัพธ์ไม่ค่อยดีนัก อย่างน้อยต้องใช้ศิลาหยวนระดับสูง แบบนี้ค่อนข้างสูญเปล่า

ด้วยทรัพยากรการเงินของเฉินเฟย วิธีเสริมความแข็งแกร่งนี้ฟุ่มเฟือยเกินไป

และเฉินเฟยยังไม่เข้าใจว่าจุดกึ่งกลางมังกรคชสารต้องการดูดซับพลังงานแบบไหน สร้างไปแล้วกว่าครึ่ง เหลือเพียงหลักการของวิชาซึ่งมันทำได้ยากจริงๆ

เดิมทีส่วนสยบจิตสยบมังกรคชสารเป็นเพียงเศษเสี้ยว คาดว่าผู้สร้างสยบมังกรคชสารกำลังมองหาคนในโชคชะตาหรืออัจฉริยะ

สุดท้ายแล้ววิชาทั้งหมดถูกแบ่งเป็นชิ้นๆ ต้องประกอบให้สมบูรณ์จึงอาจสามารถติตตามส่วนสยบวิญญาณ

เห็นได้ชัดว่านักพรตหลงเซี่ยงไม่ใช่คนในโชคชะตา และเฉินเฟยก็ไม่ใช่เช่นกัน แต่แผงระบบทำให้เฉินเฟยกลายเป็นคนในโชคชะตาทันที

โชคดีที่วิชาหลอมสมบัติอัศจรรย์นี้สามารถชดเชยข้อบกพร่องบางอย่างของสยบมังกรคชสารได้ ตามที่บันทึกไว้ในแผ่นหยก วิชาสามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่ระดับปรับแต่งร่างกาย

หากฝึกฝนถึงจุดสูงสุดจะมีร่างกายเทียบเท่าระดับรวมทวารสูงสุด ในด้านการป้องกันจะดีขึ้นไม่น้อย

แน่นอนว่าฝึกฝนได้ยากและมาพร้อมกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง สุดท้ายแล้วเลือดเนื้อถูกบังคับชุบหลอม ความเจ็บปวดย่อมเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่หากต้องการได้รับพลังอันแข็งแกร่ง มีวิธีไหนบ้างที่ง่ายดาย!

“ผสาน!”

“ค้นพบวิชายุทธ์ สยบมังกรคชสารอัศจรรย์...”

ห่างออกไปหลายร้อยลี้ โม่สืออี๋ทั้งห้ารวมตัวกันที่ลานบ้าน

ทั้งห้าดูเงียบงันเล็กน้อย เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันนับตั้งแต่ศึกนองเลือดสิ้นสุดลง แต่เวลาเหมือนไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ทั้งห้ารู้สึกทรมาน

ตอนนี้ไม่เพียงทั่วเขตไห่เฟิงพูดถึงเรื่องนี้ แม้กระทั่งสำนักพวกเขายังยอู่ในความไม่สงบเช่นกัน

ในฐานะผู้แพ้ พวกเขาและผู้ใต้บังคับบัญชาต่างสับสนว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“ศึกนองเลือดในวันนั้น เฉินเฟยได้รับบาดเจ็บสาหัส” โม่สืออี๋มองทั้งสี่แล้วพูดเสียงทุ้ม

เหมียวว่านหงและคนอื่นพยักหน้า พวกเขาต่างเห็นภาพในศึกนองเลือดชัดเจน แม้เฉินเฟยจะชนะ แต่ไม่ได้ชนะอย่างง่ายดาย ลมปราณยังอ่อนแอลง

“หากต้องการกำจัดเฉินเฟย ตอนนี้คือโอกาสดีที่สุด ไม่อย่างนั้นการสังหารเขาหลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บคงเป็นเรื่องยาก!” โม่สืออี๋พูดเสียงแข็ง

“แล้วเราควรทำอย่างไร?” เมิ่งเหิงถามเสียงเบา

ในใจเมิ่งเหิงคิดจะล่าถอย แต่มันไม่มีทางให้ถอยแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเขาเชิญนิกายเงาให้สังหารเฉินเฟย เหตุและผลระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ถูกสร้างขึ้น

ในเวลานี้ราคาสำหรับการขอให้เฉินเฟยยกโทษนั้นสูงมาก เมิ่งเหิงทนรับไม่ไหว เหมียวว่านหงและคนอื่นทนรับไม่ได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือพวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่ถึงระดับนั้น พวกเขาอาจยังมีโอกาสอื่นอีก ไม่ว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังอยู่ในระดับรวมทวารหนึ่งรอบเท่านั้น

“ดึงเขาออกมาจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หาโอกาสปิดล้อมสังหารในทะเลด้านนอก!” ดวงตาโม่สืออี๋เป็นประกายเย็นชา

“ก่อนหน้านี้คงพอเป็นไปได้ แต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บ เขาต้องพักฟื้นอยู่ในสำนักแน่” เหมียวว่านหงส่ายหน้า หากเขาได้รับบาดเจ็บก็คงรออยู่ในสำนักจนกว่าจะหายดี

“นิกายเงาตอบกลับมาหรือไม่? ทำไมข้อมูลของเราถึงรั่วไหล?” หูหยานหวู่พูดเสียงดัง หากไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของนิกายเงา พวกเขาคงไม่ต้องมาอยู่ไม่สุขเช่นนี้

“นิกายเงาบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขา” เมิ่งเหิงส่ายหน้า

แม้นิกายเงาจะเป็นฝ่ายผิดในเรื่องนี้ แต่นิกายเงาจะไม่ยอมรับ การชดเชยหรือสิ่งที่คล้ายกันยิ่งเป็นไปไม่ได้

“แล้วการลอบสังหารล่ะ? ทำไมยังไม่ดำเนินการอีก?” หูหยานหวู่ถาม

“นิกายเงาบอกว่ามือสังหารรับภารกิจนี้แล้ว กำลังมองหาโอกาสอยู่!” เมิ่งเหิงถอนหายใจ

ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ฟังดูเหมือนเป็นการตอบโต้ ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่พวกเขามอบภารกิจ ไม่เพียงแค่ภารกิจไม่ลุล่วง ยังมีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้น

หูหยานหวู่และคนอื่นแสดงสีหน้าโกรธ แต่ไร้หนทางจัดการยักษ์ใหญ่อย่างนิกายเงาเช่นกัน

สุดท้ายแล้วนิกายเงาสามารถส่งผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางออกไปลอบสังหารได้ ด้วยความแข็งแกร่งน้อยนิดของพวกเขาจึงไม่สามารถคุกคามนิกายเงาได้เลย

เดิมทีพวกเขามอบหมายภารกิจนี้เพราะความแข็งแกร่งของนิกายเงา แต่ตอนนี้กำลังถูกโต้ตอบโดยไม่อาจทำอะไรได้

“เช่นนั้นเราจ่ายค่าจ้างเพิ่ม ให้นิกายเงาส่งมือสังหารระดับรวมทวารขั้นกลางออกไป!” เหมียวว่านหงแนะนำ

สำหรับคนผิดปกติอย่างเฉินเฟย เหมียวว่านหงคิดว่าถ้าหลีกเลี่ยงการสู้ซึ่งหน้าได้ก็จะไม่สู้ซึ่งหน้า จ้างมือสังหารระดับรวมทวารขั้นกลางไปสังหารครั้งเดียวดีกว่า

หูหยานหวู่และคนอื่นรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินคำพูดเหมียวว่านหง เฉินเฟยจะไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป พวกเขายอมมอบเงินให้กับนิกายเงาดีกว่าให้เฉินเฟยเอาไปเพิ่มความแข็งแกร่งอีก

“แต่นิกายเงารับไปเงินแล้วกลับไม่ทำอะไรเลย!” เมิ่งเหิงพูดขึ้น

มอบภารกิจลอบสังหารระดับรวมทวารขั้นต้นหนึ่งคน ภารกิจคงอยู่นานสุดห้าปี นิกายเงาสัญญาว่าจะมีผลในห้าปี ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลวจะทำเพียงสามครั้ง

พวกเขาทุกคนรู้กฎนี้ดี สุดท้ายแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลอบสังหารระดับรวมทวาร สิ่งนี้ต่างจากแนวคิดของระดับขัดเกลาทวารโดยสิ้นเชิง

หากเป็นก่อนหน้านี้พวกเขาสามารถรอได้โดยธรรมชาติ

แต่ตอนนี้พวกเขาพบว่าตัวเองรอไม่ได้แล้ว ผ่านมาแค่ปีเดียวกลับมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย

หากต้องรอเกือบสี่ปีหรือน้อยกว่าสี่ปี ทุกสำนักคงพ่ายแพ้ให้เฉินเฟยในศึกนองเลือด

ส่งมอบศิลาหยวนระดับกลางสองพันก้อนให้ผู้อื่นโดยตรง หากในเวลานั้นนิกายเงาไม่ดำเนินการ พวกเขาจะไม่หมดตัวเลยหรือ?

สุดท้ายแล้วใครได้เปรียบที่สุด?

“บอกนิกายเงาว่าให้หาวิธีล่อเฉินเฟยไปทะเลด้านนอกเพียงลำพังภายในหนึ่งเดือน พวกเราจะร่วมมือกันปิดล้อมสังหารเฉินเฟย หากทำได้จะเพิ่มค้าจ่างสามส่วน!”

โม่สืออี๋มองทุกคน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากนิกายเงาส่งผู้แข็งแกร่งระดับรวมทวารขั้นกลางออกไปสังหารเฉินเฟยโดยตรง เราสามารถจ่ายค่าจ้างเป็นสองเท่า!”

โม่สืออี๋ไม่ต้องการรออีกแล้ว ขณะที่เฉินเฟยกำลังบาดเจ็บสาหัส หากนิกายเงาสามารถล่อคนออกมมาได้ เขาเต็มใจใช้เงินมากขึ้นเพื่อสังหารคนเช่นกัน

หูหยานหวู่และคนอื่นมองหน้ากันก่อนพยักหน้า ค่าจ้างของภารกิจไม่อาจมอบให้นิกายเงาอย่างสูญเปล่าได้

“ให้สายลับที่วางไว้จับตามองการเคลื่อนไหวของฉินไห่ซานและคนอื่นอย่างใกล้ชิด หากเฉินเฟยออกทะเลด้านนอก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ตามไปด้วย!” โม่สืออี๋เตือน

หนึ่งวันต่อมา สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เฉินเฟยขัดสมาธิฝึกฝน ทันใดนั้นจี้หยกในอ้อมแขนพลันสั่นเทา

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหายตัวไป หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยปรากฏตัวที่ลานบ้านด้วยสีหน้าแปลกๆ

“พาข้าออกไปทะเลด้านนอก?” เฉินเฟยลูบคาง

เมื่อไม่นานมานี้เฉินเฟยปรากฏตัวในสาขานิกายเงาในชื่อตวนมู่เซียว ดังนั้นนิกายเงาจึงคิดว่าภารกิจของตวนมู่เซียวยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

แน่นอนว่าระยะเวลาภารกิจของตวนมู่เซียวคือสองปีเท่านั้น หากไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสองปีจะหลุดพ้นจากตำแหน่งเพื่อให้คนอื่นมารับช่วงต่อภารกิจ

สำหรับการทักท้วงของเมิ่งเหิงต่อนิกายเงา นิกายเงายอมรับโดยธรรมชาติ แต่นิกายเงาไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติในเรื่องนี้ เพราะหลังตรวจสอบทุกด้านแล้วทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ

หากความลับรั่วไหลจริง นั่นต้องเป็นเพราะลูกค้าเก็บข้อมูลไม่ดีเอง มันจะเกี่ยวข้องกับนิกายเงาได้อย่างไร?

“พอเห็นว่าข้าบาดเจ็บก็อดใจรอกันไม่ไหว! ถึงกับยอมจ่ายเงินจ้างผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลาง”

สายตาเฉินเฟยเปลี่ยนไป ตอนนี้นิกายเงากำลังรอคำตอบของตวนมู่เซียวว่าสามารถล่อคนออกทะเลด้านนอกได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ตวนมู่เซียวจะถูกยกเลิกภารกิจ ผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นกลางจะรับช่วงต่อโดยตรง

จบบทที่ ตอนที่ 498 อดใจรอไม่ไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว