เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 502 บุกเดี่ยว

ตอนที่ 502 บุกเดี่ยว

ตอนที่ 502 บุกเดี่ยว


“คิดไม่ถึงว่าจะยกเลิก”

เฉินเฟยยกยิ้มมุมปาก คิดว่าต้องหาเวลาไปสังหารอีกสักคนก่อน พวกเขาถึงจะรู้ความเป็นจริง

คาดไม่ถึงว่าพอโม่สืออี๋ตาย พวกเขาจะถอดภารกิจออกจากนิกายเงาทันที เห็นชัดว่าต้องการใช้สิ่งนี้พิสูจน์ว่ายอมแพ้

เฉินเฟยไม่รีบร้อนไปรับศิลาหยวนห้าสิบก้อนจากนิกายเงา แม้กระทั่งศึกนองเลือดที่เหลือของสามสำนัก เฉินเฟยไม่ได้รีบร้อนเช่นกัน

ทั้งสามสำนักอยู่ตรงนั้น ไม่มีทางหนีไปได้

ในอีกหนึ่งหรือสองเดือน หลังแจ้งข่าวฟื้นฟูสู่โลกภายนอก นั่นยังไม่สายเกินไปที่จะเชิญเข้าศึกนองเลือดอีกครั้ง

ตอนนี้สิ่งที่เฉินเฟยเต็มใจทำเยอะขึ้นคือการฝึกฝนวิชาและเพิ่มขอบเขตของตัวเอง

ในถุงเฉียนคุนของโม่สืออี๋ยังมีแผ่นหยกวิชาอยู่บ้าง แต่มันค่อนข้างธรรมดาและไม่น่าแปลกใจเท่าของจูกวนนู๋ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีวิชามรดกของนิกายเมฆาล่องลอย สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยเศร้าใจเล็กน้อย

แต่ตอนนี้เฉินเฟยมีเงินเหลืออยู่บ้าง หากฝึกฝนวิชาทั้งหมดในมือหมดแล้ว ในเวลานั้นสามารถไปซื้อวิชาใหม่

บางทีตอนที่กำลังขาดวิชา อาจมีคนใจดีนำมามอบให้เหมือนกับถุงเฉียนคุน

สองเดือนผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยฝึกฝนท่าต้องห้ามของวิชาย้ายทิศและวิชาทลายใจถึงระดับรู้แจ้ง

เพื่อไม่ให้หยวนกระบี่ในช่องมิติสิ้นเปลือง เฉินเฟยตั้งใจหาเวลาออกไปทะเลด้านนอก

ว่ากันว่ามีสัตว์อสูรมากมายในทะเลด้านนอก แต่เฉินเฟยต้องใช้เวลาห้าวันถึงจะพบสัตว์อสูรทะเลระดับสามขั้นต้น

เช่นเดียวกับตอนสังหารโม่สืออี๋ เฉินเฟยใช้เคล็ดผลาญเลือดกับวิชาแยกทวารรวมกับหยวนกระบี่ในช่องมิติ สัตว์อสูรทะเลรูปร่างคล้ายปลาหมึกบาดเจ็บสาหัสในกระบี่เดียว

ว่ากันว่าร่างสัตว์อสูรเป็นสมบัติ โดยเฉพาะสัตว์อสูรระดับสามแทบไม่มีชิ้นส่วนใดที่ขายไม่ได้ พวกมันล้วนมีราคาดีในตลาด

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีระดับรวมทวารไม่กี่คนที่สามารถหาเลี้ยงชีพด้วยการสังหารสัตว์อสูร

เพราะพลังชีวิตของสัตว์อสูรแข็งแกร่งมาก มันจึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกัน

ตอนนี้กระบี่ของเฉินเฟยเข้าถึงพลังโจมตีระดับรวมทวารขั้นกลางอย่างสมบูรณ์ มีนักยุทธ์รวมทวารขั้นต้นเพียงไม่กี่คนเท่านัน้ที่สามารถป้องกันได้

ต่อให้เป็นสมบัติเวทป้องกันก็ยากจะต้านทาน เว้นแต่จะเป็นสมบัติเวทระดับสูงจึงไม่มีปัญหาในการป้องกัน

แต่มีระดับรวมทวารขั้นต้นกี่คนที่ครอบครองสมบัติเวทระดับสูง?

แต่สำหรับสัตว์อสูร แม้กระบี่เฉินเฟยจะน่ากลัว แต่สัตว์อสูรมากกว่าเก้าส่วนสามารถป้องกันได้ มีแค่ไม่กี่ตัวที่เกิดมาพร้อมร่างกายอ่อนแอจึงถูกสังหารในกระบี่เดียว

หลังสัตว์อสูรตัวนี้บาดเจ็บสาหัสก็ยังสังหารไม่ง่าย กลับกันแล้วอันตรายขึ้นกว่าเดิม

มันเป็นสิ่งที่เรีกว่าหมาจนตรอก ในเวลานี้สัตว์อสูรบ้าคลั่งถึงขีดสุด

เฉินเฟยมอบกระบี่สองให้อสูรปลาหมึกโดยไม่ลังเล สังหารมันอย่างสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันได้ปล่อยหยวนกระบี่ทั้งหมดในช่องมิติออกไป

สัตว์อสูรปลาหมึกตัวนี้ยาวหลายสิบหมี่ เมื่อเฉินเฟยกลับไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ทั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวถึงกับตกตะลึง

เพราะไม่มีใครในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเคยเห็นสัตว์อสูรที่มีการบ่มเพาะระดับนี้ ในดินแดนเมืองเซียนเมฆามีสัตว์อสูรน้อยมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรระดับสาม

ในทะเลอู๋จิ้น สัตว์อสูรขอบเขตนี้ไม่ค่อยปรากฏในทะเลด้านใน ระดับรวมทวารในสำนักไม่ค่อยไปเสี่ยงชีวิตกับมันเช่นกัน

ส่วนวิธีจัดการอสูรปลาหมึกระดับสามตัวนี้ เฉินเฟยทิ้งไว้กับเจ้าสำนักฉวีชิงเซิงและคนอื่น ส่วนเฉินเฟยกลับไปที่ลานบ้านทิงเฟิงของตัวเอง เตรียมสะสมหยวนกระบี่ใหม่ลงช่องมิติ

วิชาผลาญเลทอด! วิชาย้ายทิศ! วิชาทลายใจ! วิชาแยกทวาร!

โคจรท่าต้องห้ามสี่วิชาพร้อมกัน วิชาแต่ละอย่างอยู่ในระดับรู้แจ้ง พลังของเฉินเฟยในเวลานี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อสองเดือนก่อน แต่ในขณะเดียวกันเฉินเฟยพบว่าไม่สามารถสะสมพลังได้อีก

ท่านต้องห้ามสี่วิชาสร้างภาระต่อร่างกายมากเกินไป หากเฉินเฟยสะสมพลังมากว่านี้จะสร้างความเสียหายต่อร่างกายถาวรและทิ้งผลที่ตามมาบางอย่าง เป็นเช่นเดียวกับผลลัพธ์ของท่าต้องอื่นในระดับรวมทวาร

ดังนั้นผลลัพธ์ของสิ่งนี้คือ พลังกระบวนท่าของเฉินเฟยในสถานะนี้เกือบเหมือนกับที่มีอยู่ในช่องมิติก่อนหน้านี้

พูดอีกอย่างคือหยวนกระบี่สองอันที่เฉินเฟยปล่อยออกไปเท่ากับว่าปล่อยไปอันเดียว แน่นอนว่าอย่างน้อยยังได้อสูรปลาหมึกระดับสามกลับมา ดังนั้นจึงไม่ขาดทุน

สิ่งที่ถือเป็นข่าวดีคือ ในการต่อสู้จริงเฉินเฟยสามารถมีพลังระเบิดแบบเดียวกับหยวนกระบี่ในช่องมิติ แน่นอนว่าใช้ได้เพียงหนึ่งถึงสองกระบี่เท่านั้น แต่นั่นนับว่าเกินจริงมากแล้ว

ระดับรวมทวารขั้นต้นหลายคนสามารถครอบครองพลังนี้โดยไม่ต้องอาศัยสมบัติเวทอันทรงพลัง

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการต่อสู้ไม่อาจคาดเดาได้ หากใช้ท่าต้องห้ามสี่วิชาในการต่อสู้จริง เฉินเฟยจะได้รับบาดเจ็บและผลที่ตามมามากกว่าในขณะนี้

ในการต่อสู้จริงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เวลาสักพักในการฟื้นตัวอย่างปลอดภัย

พูดอีกอย่างคือท่าต้องห้ามสี่วิชาเหมาะสำหรับสถานการณ์สิ้นหวัง

ในสถานการณ์ปกติควรใช้เพียงวิชาผลาญเลือดและวิชาแยกทวารเท่านั้น ซึ่งมันไม่ทำให้เกิดผลที่ตามมาหรือสร้างภาระต่อร่างกาย

ขณะที่เฉินเฟยเก็บหยวนกระบี่เข้าช่องมิติ ข่าวที่เฉินเฟยบุกเดี่ยวสังหารสัตว์อสูรระดับสามได้กระจายไปทั่ว

สิ่งนี้ได้เพิ่มชื่อเสียงของเฉินเฟยและสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอีกครั้ง

ฉินไห่ซานและคนอื่นมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเพื่อซื้อเนื้อและเลือดอสูรปลาหมึกจากเฉินเฟย

เนื้อและเลือดอสูรเป็นทรัพยากรฝึกฝนที่ดีสำหรับนักยุทธ์ โดยเฉพาะภายใต้ระดับรวมทวารยิ่งเห็นผลได้ชัด

ในเขตไห่เฟิงมีระดับรวมทวารเพียงไม่กี่คนที่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสังหารอสูรระดับสาม และทุกครั้งที่ร่วมมือกันเป็นกลุ่ม สุดท้ายต้องแบ่งส่วนกันซึ่งทำให้ได้รับส่วนแบ่งน้อยนิด

ฉินไห่ซานและคนอื่นมีสำนักเป็นของตัวเอง พวกเขาไม่ค่อยออกล่าสัตว์อสูรเพราะหากได้รับบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งบาดเจ็บสาหัสจะได้ไม่คุ้มเสีย

เฉินเฟยต้องการมอบให้พวกเขาทั้งสี่เป็นของขวัญ แต่พวกฉินไห่ซานไม่เห็นด้วยและซื้อมันจากเฉินเฟยในราคาตลาด

แม้จะเป็นพันธมิตรกัน บางครั้งก็ต้องเข้าใจบางสิ่งให้ชัดเจน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉินเฟยในตอนนี้ที่มีลักษณคลุมเครือของผู้นำพันธมิตร

โม่สืออี๋ตาย แม้นิกายเมฆาล่องลอยต้องการเก็บซ่อนเรื่องนี้ไว้แต่ซ่อนได้อยู่หลายวันเท่านั้น ตอนนี้ผ่านมาสองเดือนแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวได้กระจายไปทั่วเขตไห่เฟิง

นิกายเมฆาล่องลอยตกจากกองกำลังระดับสี่เป็นกองกำลังระดับห้าในชั่วข้ามคืน อำนาจของนิกายถดถอยอย่างรุนแรง

ด้วยการตายของโม่สืออี๋ ในเขตไห่เฟิงจึงเกิดความคิดเห็นมากมาย แต่หลายคนคิดว่าการตายของโม่สืออี๋เกี่ยวข้องกับเฉินเฟย

แน่นอนว่าเรื่องไม่มีหลักฐานสามารถพูดคุยเป็นการส่วนตัวเท่านั้น แต่ทุกคนคิดว่าเป็นเช่นนั้น

นิกายเมฆาล่องลอยคิดแบบเดียว แต่พวกเขาไม่กล้าทำอะไรกับเฉินเฟยและไม่พูดอะไรเลย

หากยั่วยุเฉินเฟยในเวลานี้ คิดว่านิกายยังแตกสลายไม่พอจึงต้องการเร่งความเร็วหรือ?

ผู้ประสบภัยปิดปาก คนอื่นๆไม่สามารถพูดอะไรได้

ฉินไห่ซานทั้งสี่คนคิดว่าการตายของโม่สืออี๋เกี่ยวข้องกับเฉินเฟยแน่นอน แต่ไม่มีใครถามเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ถามไม่ง่ายและไม่มีประโยชน์ที่จะถาม

การเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรอย่างต่อเนื่องคือสิ่งที่ต้องทำต่อไป ตราบใดที่เฉินเฟยยังเต็มใจอยู่ในพันธมิตร ในอนาคตพวกเขาไม่มีทางขาดการได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแน่นอน

หนึ่งเดือนต่อมา เฉินเฟยเริ่มศึกนองเลือดกับหูหยานหวู่

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่หูหยานหวู่ยอมแพ้ทันที หูหยานหวู่มอบศิลาหยวนระดับกลางห้าร้อยก้อนให้เฉินเฟยภายใต้การเป็นพยานของปี้จงสวิน

เฉินเฟยไม่ได้มาเชิญสู้เป็นเวลานาน พูดตามตรงเลยว่าหูหยานหวู่ทั้งสี่ทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากเฉินเฟยสังหารสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นด้วยตัวคนเดียว ความทุกข์ทรมานนี้เกือบถึงจุดสูงสุดแล้ว

พวกเขากลัวว่าเฉินเฟยจะไม่ปล่อยตัวเองไป วางแผนลอบสังหารพวกเขาในสักวันหนึ่ง จัดการพวกเขาทั้งหมดในคราวเดียว

ตอนนี้ศึกนองเลือดเริ่มขึ้น หูหยานหวู่ยอมแพ้ทันทีเมื่อเห็นปี้จงสวิน รักษาทัศนคติให้ต่ำเข้าไว้ ความหมายที่แสดงออกมานั้นชัดเจนอย่างยิ่ง

ข้ายอมรับว่าข้าผิด โปรดเหลือทางรอดให้ด้วย!

ผลลัพธ์ของศึกนองเลือดนี้กระจายไปทั่วเขตไห่เฟิงอย่างรวดเร็ว แต่ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้แล้ว มีไม่กี่คนเท่านั้นที่คิดว่าหูหยานหวู่จะสู้จนสุดทาง

ชีวิตเป็นของตัวเอง จงรับผิดชอบด้วยตัวเอง

เฉินเฟยไม่หยุดและเริ่มศึกนองเลือดกับสองสำนักที่เหลือ ผลลัพธ์ปรากฏชัดเจนในตัวเอง

คนหนุ่มสาวในเขตไห่เฟิงกระตือรือร้นเข้าร่วมสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมากขึ้น แรงผลักดันของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในเขตไห่เฟิงได้มาถึงจุดสูงสุด ปราบปรามกองกำลังอื่นทั้งหมดไว้ด้านล่าง

อย่างไรก็ตามไม่มีกองกำลังสำนักใดไม่พอใจกับเรื่องนี้

นี่คือความแข็งแกร่ง เป็นผลจากความแข็งแกร่งอันทรงพลัง

หลังจบศึกนองเลือดสามครั้ง เฉินเฟยจมสู่การฝึกฝนโดยสมบูรณ์

นอกจากปราณหยวนฟ้าดินรอบลานทิงเฟิงผันผวนเป็นครั้งคราวพร้อมกับเสียงครวญครางแผ่วเบา ส่วนใหญ่แล้วลานทิงเฟิงค่อนข้างสงบ

เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ พริบตาเดียวผ่านไปครึ่งปี กระบี่แยกแสงตัดเงาซึ่งผสานกับวิชาฝึกฝนหลัก เฉินเฟยฝึกฝนจนถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยไม่หยุดเท่านั้นและผสานวิชาฟ้าครามเข้าไปด้วย การรวมของสามวิชากลายเป็นกระบี่รวมศูนย์ตัดเงา คราวนี้ระดับความชำนาญลดเหลือครึ่งหนึ่งของระดับสมบูรณ์

เห็นได้ชัดว่าวิชาธรรมดาอย่างวิชาฟ้าครามมีประโยชน์ต่อกระบี่รวมศูนย์ตัดเงาน้อยลง

นอกจากวิชายุทธ์ ด้วยผลของการกินโอสถเกือบหนึ่งปี ตอนนี้การบ่มเพาะเฉินเฟยเข้าใกล้การเปลี่ยนแปลงสองครั้งแล้ว

หลังจากนี้ไม่นานคาดว่าสามารถทะลวงผ่านได้

นับตั้งแต่เฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวาร คำนวนให้ดีแล้วเพิ่งผ่านมาสามปีเท่านั้น

ตอนเช้า ขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก ถงจ้งชิวปรากฏในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“เส้นทางถูกค้นพบ?” เฉินเฟยพูดด้วยความประหลาดใจ

“อืม ไม่รู้ว่าเมืองประหลาดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ดังนั้นเส้นทางจึงเปิดเผย ตอนนี้คนจำนวนมากจากทะเลอู๋จิ้นกำลังมุ่งหน้าไปเมืองเซียนเมฆา” ถงจ้งชิวพยักหน้า

ดวงตาเฉินเฟยเต็มไปด้วยความคิด มันเป็นเรื่องของเวลาก่อนจะค้นพบเส้นทางนี้

ผู้คนจากทะเลอู๋จิ้นอาจกลับมาในไม่ช้า สุดท้ายแล้วปราณหยวนในที่แห่งนั้นน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับทะเลอู๋จิ้น

มันไม่มีประโยชน์สำหรับการฝึกฝนและเป็นอันตรายต่อวิถียุทธ์

สองเดือนต่อมา การบ่มเพาะของเฉินเฟยมาถึงการเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้งสูงสุด การทะลวงการเปลี่ยนแปลงสองครั้งใกล้เข้ามา

จบบทที่ ตอนที่ 502 บุกเดี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว