เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 411 ร้องไห้

ตอนที่ 411 ร้องไห้

ตอนที่ 411 ร้องไห้


เฉินเฟยไม่ได้รีบเข้าไปช่วย หยูซือจินกับพี่น้องเพียงตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ แต่มันไม่ใช่เรื่องเป็นตาย

แม้เป็นเรื่องเป็นตาย เฉินเฟยก็รู้ว่าพวกเขาต้องมีไพ่ลับในการช่วยตัวเอง

กองกำลังเช่นตระกูลหยูครอบครองทรัพยากรไม่มากไม่น้อยไปกว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆา

ทรัพยากรโดยรวมมีขนาดเล็ก แต่จำนวนทายาทสายตรงของตระกูลหยูมีน้อยเช่นกัน หากกระจายให้ทุกคน ทุกคนจะมีทรัพยากรมากมาย

หากหยูซือจินกับหยูอวี่ฉีกล้าออกมาเดินเล่น พวกเขาย่อมมีสมบัติอยู่บนตัว ดังนั้นเฉินเฟยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของพวกเขา

ร่างแยกเดินออกจากตัวเฉินเฟยและเข้าไปในถ้ำแมงมุมโดยไม่ส่งเสียงใด

แมงมุมเหล่านี้ไวต่อลมปราณและการเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้าอย่างมาก แต่ในขณะนี้พวกมันไม่ได้ยึดติดกับสองอย่างนี้ หยูซือจินทั้งสองดึงดูดความสนใจของแมงมุมเหล่านั้นไปจนหมด ร่างแยกเฉินเฟยจึงเข้าไปในถ้ำได้อย่างราบรื่น

มืดและชื้น บางครั้งเห็นแมงมุมตัวเล็กกัดกัน ในขณะเดียวกันยังเห็นไข่แมงมุมฟักออกมาจำนวนมาก

ไข่แมงมุมแต่ละใบสั่นเล็กน้อย เมือกหนากระจายไปทั่ว พอมองข้างในไข่อย่างใกล้ชิด เหมือนเห็นข้อต่อขยับอยู่

สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย แต่ในใจเขารู้สึกแปลกๆ ทำไมสัตว์อสูรแมงมุมที่นี่ถึงสืบพันธ์ได้มากมายนัก

แมงมุมหลายตัวที่ปิดล้อมหยูซือจินด้านนอกอยู่ในระดับสอง ไม่เช่นนั้นพวกมันคงไม่สามารถจับระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสองคนไม่ให้ทะลวงผ่านเข้าไปได้

เฉินเฟยเดินลึกเข้าไปจนมาถึงหน้าถ้ำใหญ่

เหมือนกับภายในภูเขาถูกสร้างขึ้นหลังถูกขุดออกมา ไม่ใช่ธรรมชาติ พอมาถคงตรงนี้เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงปรษรหยวนฟ้าดินได้อย่างชัดเจนซึ่งค่อนข้างหนาแน่นเล็กน้อย

ในขณะนี้ราชินีแมงมุมที่เหมือนเนินเขากำลังคลานอยู่ตรงกลาง ระดับสองขั้นกลาง เทียบเท่ากับระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางของมนุษย์

อย่างไรก็ตามด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางธรรมดา หากฝีมือไม่สูงนัก การเผชิญหน้ากับราชินีแมงมุมตัวนี้ อาจมีจุดจบไม่ดี เป็นไปได้มากว่าส่งตัวเองไปฝังตรงนั้น

เฉินเฟยละสายตาไปมองตำแหน่งใต้ราชินีแมงมุม ต้นกำเนิดปราณหยวนฟ้าดินที่ผันผวนทั่วถ้ำอยู่ตรงนั้น

โคจรศาสตร์มองดาว ดวงตาเฉินเฟยเปล่งแสงสลัว สิ่งต่างๆใต้ราชินีแมงมุมปรากฏในดวงตาเฉินเฟยทันที

“เหมืองศิลาหยวน?”

เฉินเฟยประหลาดใจเล็กน้อย ในขณะเดียวกันยังแก้ไขข้อสงสัยของเฉินเฟยว่าทำไมแมงมุมที่นี่สืบพันธ์ได้มากมายนัก

หากเป็นเหมืองศิลาหยวนจริง แมงมุมวิญญาณจำนวนนี้ไม่นับว่าแปลก

แสงในดวงตาเฉินเฟยเข้มขึ้น เขามองไปรอบด้านใต้ราชินีแมงมุม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการตรวจสอบของเฉินเฟยดังไปหน่อยหรือเปล่า ร่างราชินีแมงมุมที่แสร้งทำเป็นหลับสั่นเล็กน้อยราวกับมันกำลังจะตื่น

เฉินเฟยไม่ได้สนใจและตรวจสอบอีกสักพักก่อนที่แสงในดวงตาจะค่อยๆหรี่ลง

สีหน้าแปลกใจของเฉินเฟยที่พบเหมืองศิลาหยวนไม่ได้จางหาย

ตามจริงแล้วบอกไม่ได้ว่าเมื่อครู่เฉินเฟยตัดสินผิด ใต้ราชินีแมงมุมมีเหมืองศิลาหยวนจริว แต่เหมืองศิลาหยวนนี้ไม่ใหญ่นัก เป็นสายแร่ขนาดเล็ก

หลังถูกแมงมุมเหล่านี้ดูดกลืนมานานหลายปี เหมืองศิลาหยวนจึงหดตัวลง ตามการคาการณ์ของเฉินเฟย แม้เข้ายึดครองเหมืองศิลาหยวนนี้ ศิลาหยวนที่ขุดได้จะมีประมาณนับสิบก้อน

ศิลาหยวนนับสิบก้อนนับว่ามีมูลค่าไม่น้อย แปลงเป็นเงินตำลึงจะมีมูลค่านับแสน

เพียงแค่สำหรับเฉินเฟยในเวลานี้ ศิลาหยวนนับสิบก้อนไม่นับว่าเป็นอะไรเลย

หลังสังหารเถาซือเย่ เฉินเฟยไม่รู้ว่าจะจัดการกับกระบี่วิญญาณระดับสูงที่ได้รับอย่างไร หากขายได้อย่างราบรื่นจะได้รับอย่างน้อยสองพันศิลาหยวน

ดังนั้นศิลาหยวนนับสิบก้อนจึงไม่สามารถทำให้อารมณ์เฉินเฟยแปรปรวนได้อีก

หากไม่มีหยูซือจินทั้งสองอยู่ด้านนอก เฉินเฟยอาจลงแรงเล็กน้อยในการเข้าไปเตะราชินีแมงมุมแล้วขุดศิลาหยวนออกมา

ตอนนี้มันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน พบดาบวิญญาณระดับต่ำในมุมหนึ่ง

ไม่รู้ว่าระดับขัดเกลาทวารคนไหนโดนแมงมุมวิญญาณเหล่านี้กิน สำหรับดายวิญญาณระดับต่ำเล่มนี้ วิญญาณของมันสลายไปแล้ว มันกลายเป็นอาวุธมีตำหนิ

นอกจากนั้นไม่พบสิ่งใดอีก นี่คือรังแมงมุมวิญญาณที่สร้างขึ้นบนเหมืองศิลาหยวน

ในตอนนั้นพ่อของหรวนเฉียวจินโชคดีมากที่พบทองศิลาสวรรค์และหนีออกไปได้โดยไม่บาดเจ็บ หากโชคร้ายสักหน่อย ระดับปรับแต่งร่างกายที่มาที่นี่คงไม่เหลือแม้แต่กระดูก

แม้แต่ระดับขัดเกลาทวาร หากมือเท้าช้าอาจถูกปิดล้อมสังหารทันทีเหมือนเจ้าของดาบวิญญาณระดับต่ำเล่มนี้

เฉินเฟยส่ายหน้า ร่างวูบไหวไปตามสายลมและหายไปจากถ้ำ

ราชินีแมงมุมลืมตามองไปรอบด้าน ไม่พบสิ่งผิดปกติจึงหลับตาลง

นอกถ้ำ

เฉินเฟยเหลือบมองหยูซือจินทั้งสอง ร่างวูบไหวหายไปจากจุดนั้น

เฉินเฟยเพิ่งออกไปไม่กี่ลี้ เสียงระเบิดก็ดังมาจากด้านหลัง เสียงกรีดร้องแหลมของแมงมุมเหล่านั้นดังขึ้นก่อนที่มันจะตาย

เห็นชัดว่าพี่น้องตระกูลหยูไม่สามารถทำอะไรได้จึงใช้สมบัติช่วยชีวิต

การเข้าถ้ำไม่อาจทำได้ แต่การหลบหนีไม่ใช่ปัญหา

หากเปลี่ยนเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นอื่น การเผชิญกับสถานการณ์เมื่อครู่คงได้แค่รอความตาย การผลาญแก่นเลือดหรือพังจุดทวารล้วนไม่มีประโยชน์

เฉินเฟยไปทางเมืองซิ่งเฝินด้วยอย่างรวดเร็ว แต่เฉินเฟยก็หันไปอีกเส้นทางหนึ่งเมื่อกำลังเข้าใกล้เมืองซิ่งเฝิน

ครั้งนี้ออกเดินทางหลังทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย สิ่งสำคัญที่สุดคือแก้ปัญหาเรื่องหอกระบี่หวนคืน หลังจบเรื่องหอกระบี่หวนคืน เฉินเฟยอยากจัดการกับสิ่งเล็กน้อยที่หลงเหลือในอดีต

หนึ่งคือหมู่บ้านหมี่ อีกอย่างคือสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน

ตอนที่เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ด้วยความแข็งแกร่งในขณะนั้นเฉินเฟยไม่สามารถผลักดันสองสถานที่นี้เพียงลำพัง

หากไม่แข็งแกร่งพอจะเป็นการโยนตัวเองลงหลุมแน่นอน

ต่อให้ทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแล้วเฉินเฟยยังไม่มั่นใจ

ตอนนี้เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เฉินเฟยจึงมีความมั่นใจมากขึ้น

หากเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายแล้วยังแก้ปัญหาสองสถานที่นี้ไม่ได้ ครั้งต่อไปที่มาเฉินเฟยจะไม่มาด้วยระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่จะใช้ความแข็งแกร่งของระดับรวมทวารผลักดันอย่างรุนแรง

ในป่าทึบ เฉินเฟยยืนอยู่บนยอดต้นไม้ ยอดไม้ปลิวตามแรงลม เฉินเฟยบนยอดไม้แกว่งไหวเล็กน้อยราวกับไร้น้ำหนัก

เฉินเฟยมองแอ่งกระทะตรงหน้า คิ้วขมวดลงเล็กน้อย

เดิมทีหมู่บ้านหมี่อยู่ด้านล่าง แต่ตอนนี้แอ่งกระทะด้านล่างเป็นเพียงแอ่งกระทะจริงๆ หมู่บ้านหมี่ซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกหายไป

เฉินเฟยถีบเท้าขวาลงยอดไม้ ราวกับหยาวิสยายปีก สร้างเส้นโค้งขนาดใหญ่หล่นลงไปในแอ่งกระทะ

ลมปราณหนาวเย็นในอดีตหายไป

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน ไม่พบร่องรอยการดำรงของสิ่งแปลกประหลาดในที่แห่งนี้

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใช้นิ้วกระบี่ด้วยมือขวากรีดระหว่างคิ้วตัวเอง

เนตรกระบี่หวนคืน!

ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณพุ่งพล่าน เนตรกระบี่หวนคืนเริ่มติดตามลมปราณ

เนตรกระบี่หวนคืนมองย้อนกลับไปในอดีตได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับระดับพลังจิตวิญญาณของผู้ใช้

ในสายตาเฉินเฟยในขณะนี้ ลมปราณของแอ่งกระทะผันผวนอย่างรุนแรง ย้อนกลับสู่อดีตอย่างรวดเร็วแทนที่จะไปด้านหน้า

ความรู้สึกนี้มหัศจรรย์นัก ราวกับมองย้อนกลับไปในอดีต มีแม้กระทั่งความรู้สึกในการย้อนเวลา

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยหยุดมือ พลังจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งถูกใช้ไปแต่เฉินเฟยไม่เห็นอะไรเลย

เห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านหมี่หายไปนานกว่าที่เฉินเฟยคาดการณ์ไว้ มันนานเกินกว่าที่เฉินเฟยจะตามรอยได้

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน ทรัพยากรของหมู่บ้านหมี่ไม่จำเป็นสำหรับเฉินเฟยในเวลานี้

อย่างไรก็ตามตอนที่โดนหัวหน้าหมู่บ้านไล่ออกจากหมู่บ้านหมี่ เฉินเฟยคิดว่าคราวนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องพบปะและทักทายชาวบ้านหมู่บ้านหมี่ทุกคนและยืนหยัดจนถึงคนสุดท้าย

ผลคือหมู่บ้านหมี่ไม่ให้โอกาสนั้น

แค่อยากเข้าไปทักทาย ทำไมถึงยากนัก!

ร่างเฉินเฟยวูบไหวหายไป

สายลมพัดเข้าแอ่งกระทะ ฝุ่นผงตกลงพื้น ฝุ่นหมุนวนค่อยๆผันผวน เมื่อตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงหวีดหวิวเหมือนเสียงร้องไห้

เพียงครู่หนึ่งเฉินเฟยเห็นกำแพงเมืองอำเภอผิงหยินในระยะไกล

ไม่รู้ว่าหมู่บ้านหมี่จากไปเองหรือโดนผู้อื่นทำลาย เฉินเฟยยังคิดด้วยว่าอำเภอผิงหยินที่ใหญ่โตขนาดนี้จะหนีไปเองและซ่อนตัวในสถานที่ไม่มีใครรู้จักหรือไม่

ตอนนี้ดูเหมือนสิ่งแปลกประหลาดในอำเภอผิงหยินไม่ได้ทำแบบนั้นและยังคงอยู่ที่นี่

เมื่อมองอำเภอผิงหยินจากระยะไกล เป็นเรื่องยากที่คนธรรมดาจะเห็นปัญหา มันเป็นเพียงอำเภอเมืองเล็กธรรมดา แม้แต่กำแพงเมืองยังมีรอยด่างทรุดโทรม

แต่ในสายตาเฉินเฟย ในเวลานี้อำเภอผิงหนินปกคลุมไปด้วยพลังหนาวเย็น เทียบกับครั้งก่อนที่เฉินเฟยเห็น พลังของสิ่งแปลกประหลาดในอำเภอผิงหยินแข็งแกร่งขึ้นมาก

ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายธรรมดาสามารถแข่งขันกับพลังขนาดนี้ได้ แต่ถ้าต้องการปราบมันคงมีโอกาสเพียงเล็กน้อย เว้นแต่จะถือครองอาวุธวิญญาณระดับสูง

และนั่นเพิ่มโอกาสอีกเล็กน้อยเท่านั้น

ท้ายที่สุดสิ่งแปลกประหลาดนี้มีพื้นฐานจากอำเภอผิงหยิน ถ้าไม่สามารถกดดันได้อย่างครอบคลุม สิ่งแปลกประหลาดนี้สามารถดึงพลังออกมาสู้ได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายจะมีพลังหยวนมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานการเผชิญหน้าแบบนั้นได้ สุดท้ายมีแนวโน้มต้องถอยกลับ

ดาวเย็นดวงเล็กลอยออกจากมือเฉินเฟย ดาวเย็นนี้มาจากต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน และเป็นตราประทับที่ติดตัวเฉินเฟยในครั้งนั้น

เฉินเฟยสามารถลบตราประทับนี้ได้นานแล้ว แต่เฉินเฟยเก็บมันไว้ตลอดเวลาโดยคิดว่าวันหนึ่งจะคืนให้สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้เป็นการส่วนตัว

เมื่อเริ่มทำสิ่งต่างๆ ต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเสมอ!

ธนูเหล็กเนื้อดีปรากฏในมือเฉินเฟย ไม่เพียงในมือเฉินเฟยเท่านั้น แต่บนพื้นยังมีอีกนับสิบ

เมื่อมาถึงอำเภอผิงหยิน เฉินเฟยไม่เคยคิดเข้าเมืองด้วยตนเอง นั่นยังเป็นสนามหน้าบ้านของสิ่งแปลกประหลาด ตอนนี้เฉินเฟยมีวิธีโจมตีระยะไกล แน่นอนว่าต้องยืนให้ไกลแล้วระเบิดสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน

“ซี่!”

เสียงสายฟ้าเริ่มปะทุ พลังของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นทีละน้อย

หลังได้รับวิชาของหอกระบี่หวรคืน เฉินเฟยซึมซับความลึกล้ำของกระบี่หวนคืน ในขณะนี้ความเร็วในการสะสมพลังการยิงสายฟ้าเร็วกว่าเดิมมาก

ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเฟยยังมั่นใจว่าจะยิงธนูที่ทรงพลังกว่าตอนยิงหอกระบี่หวนคืน

เหตุผลคือกระบี่หวนคืนซึ่งเป็นวิชากระบี่ที่มีทั้งความแข็งและอ่อนทำหน้าที่เป็นตัวกันกระแทกสำหรับพลังในการยิงสายฟ้าทำให้การยิงสายฟ้ามั่นคงขึ้น ในขณะเดียวกันยังเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของพลัง

อำเภอผิงหยินซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาพลันสั่นเทา บนประตูเมืองที่ปิดสนิทเกิดช่องว่างขนาดใหญ่สองช่องในแนวนอน เผยให้เห็นดวงตาสีแดงสองดวง

ในขณะนี้ดวงตาทั้งสองจ้องมองเฉินเฟยและสบตาเฉินเฟยโดยตรง

พลังท้วมท้นพุ่งเข้าใส่ เฉินเฟยแปลกใจเล็กน้อย ด้วยระยะทางขนาดนั้น สิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยินยังโจมตีได้อีกหรือ?

“แค่ก!”

เหมือนได้ยินเสียงฟืนเผาไหม้ เฉินเฟยหันไปมองอย่างสงสัย

ไฟสลัว กำแพงสี่ด้านทรุดโทรม รูปปั้นพังทลายตั้งอยู่ตรงหน้า ขณะที่แสงไฟแกว่งไหว บนกำแพงเหมือนมีเงาเต้นแปลกๆ

เฉินเฟยก้มหน้าลง ไม่มีธนูและลูกธนูอยู่ในมือ เห็นตัวเองกำลังถือกระต่ายย่างไฟอยู่

คนรับใช้ศูนย์การแพทย์ใกล้เคียงกำลังคุยกันโดยมองกระต่ายในมือเฉินเฟยอย่างกระตือรือร้นและกลืนน้ำลายอย่างลับๆ

อาหารในศูนย์การแพทย์ไม่มีเนื้อ ถ้าอยากกินเนื้อต้องซื้อเอง แต่ด้วยค่าจ้างของคนรับใช้จึงไม่อาจลิ้มรสเนื้อแม้แต่เดือนละครั้ง

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น คนรับใช้คนหนึ่งเดินไปเปิดประตู ขณะที่ลมหนาวพัดเข้ามา เฉินเฟยเหลือบมองประตูตามจิตใต้สำนึก

“เยี่ยมเลย มีเนื้อกระต่ายด้วย ข้าหิวจนจะตายอยู่แล้ว” ฉีชุนดีใจเมื่อเห็นกระต่ายย่าง

“มีแค่เจ้าหรือ ข้านึกว่าคนอื่นอยู่กับเจ้าเสียอีก” คนรับใช้ที่เปิดประตูมองออกไปอย่างสงสัย

“ข้าไม่รู้เช่นกัน” ฉีชุนส่ายหัวแล้วนั่งลง มองเนื้อกระต่ายที่เกือบสุก

“เปรี๊ยะแปะแปะ”

ในฟืนยังคงมีไอน้ำอยู่จึงทำให้เกิดเสียงแตกเล็กน้อย

ฉีชุนรู้สึกว่าที่นี่เงียบยิ่งนักจึงเริ่มพูดว่า “พวกเจ้าลองเดาดูสิว่าวันนี้ข้าไปเจออะไรมา? พอได้ฟังเรื่องนี้แล้วรับรองว่าต้องพูดยอดเยี่ยม!”

“เกิดอะไรขึ้น? ว่ามาสิ” คนรับใช้คนอื่นถูกกระตุ้น

“ฉึบ!”

เสียงดาบตัดผ่านอากาศดังขึ้น เฉินเฟยฟันกระต่ายในมือซึ่งยังไม่สุกทำให้เลือดไหลนอง เฉินเฟยโยนกระต่ายเข้ากองไฟแล้วลุกขึ้นยืน

คนรับใช้รอบตัวมองเฉินเฟยด้วยสีหน้าว่างเปล่าและสงสัยว่าทำไมเฉินเฟยถึงแสดงท่าทีเช่นนี้

“เรื่องนี้เกือบหายไปจากความทรงจำข้าแล้ว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะขุดมันขึ้นมา!”

แสงดาบในมือเฉินเฟยส่องประกาย ศีรษะฉีชุนหล่นลงพื้นเหมือนเมื่อก่อน เพียงแค่คราวนี้เฉินเฟยไม่ได้วิ่งหนีและมองคนรับใช้คนอื่นในซากวิหาร

เมื่อคนรับใช้รอบตัวเห็นเฉินเฟยสังหารคนอย่างกะทันหัน พวกเขาก็ตื่นตระหนกและรีบวิ่งออกจากประตูวิหารพร้อมตะโกนเสียงดัง พริบตาเดียวในซากวิหารเหลือเฉินเฟยเพียงคนเดียวกับฉีชุนบนพื้น

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน มีดพร้าในมือวูบไหวและถูกแทงเข้าไปในเงาที่โบกสะบัดบนกำแพงตลอดเวลา

จบบทที่ ตอนที่ 411 ร้องไห้

คัดลอกลิงก์แล้ว