- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 412 มองไปทั่ว
ตอนที่ 412 มองไปทั่ว
ตอนที่ 412 มองไปทั่ว
เงาบนกำแพงสั่นเล็กน้อย ในหูเฉินเฟยเหมือนมีเสียงพึมพำดังขึ้น
เฉินเฟยเหลือบมองประตู แสงจันทร์ด้านนอกส่อวงสว่าง เห็นคนรับใช้ศูนย์การแพทย์ในระยะไกลวิ่งออกไป
เฉินเฟยละสายตาย ค่อยๆเดินไปที่กำแพง ดึงมีดพร้าออกและสอดมือเข้าไปในช่องว่าง
“เฉินเฟย...เฉินเฟย...เจ้าเห็นหัวข้าไหม? หัวข้าอยู่ไหน?”
ทันใดนั้นเสียงฉีชุนดังขึ้นจากด้านหลัง ลมปราณหนาวเย็นพัดใส่เฉินเฟยเหมือนฉีชุนกำลังเกาะอยู่บนหลัง
“บนพื้น ไปหาเอาเอง!”
เฉินเฟยเหมือนไม่เห็นความผิดปกติด้านหลังและทำเหมือนพูดคุยกับคนธรรมดา
“แต่ข้าไม่เห็นมัน เจ้าตัดหัวข้า เจ้าช่วยหาหน่อยได้ไหม เจียเจีย…” เสียงฉีชุนเริ่มมืดมนราวกับมาจากนรก
“ไปให้พ้น!”
เสียงคำรามดังจากปากเฉินเฟย พลังอันแข็งแกร่งกระเพื่อมจากร่างกาย เสียงฉีชุนหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที
เฉินเฟยมองกำแพงด้านหน้า ในร่างกายเหมืองมีเสียงคำรามมังกรคชสารดังขึ้น สองแขนเริ่มออกแรง รูโหว่ถูกฉีกออกจากกำแพง
มันควรเป็นกระเบื้องโคลนธรรมดา แต่ในขณะนี้กำแพงกลับทำให้ความรู้สึกถึงพลังชีวิต มันต่อต้านพลังของเฉินเฟยอย่างบ้างคลั่ง ป้องกันไม่ให้เฉินเฟยฉีกมันออก
“เปิด!”
ร่างเฉินเฟยจมลงเล็กน้อย พลังมหาศาลระเบิดจากแขนพร้อมเสียงตะโกน ทันใดนั้นเฉินเฟยใช้แรงฉีกกำแพงจนเกิดรูขนาดใหญ่
หมอกดำลอยขึ้นมาด้านหลังรูโหว่ ทั้งหนาวและเยือกเย็น มองแวบเดียวก็ทำให้ผู้คนต้องการหลีกเลี่ยงและไม่อยากเห็นมัน
แต่เฉินเฟยก้าวเท้าขวาเข้าหมอกดำโดยไม่ลังเล
“น้องสาม!”
เสียงเจ็บปวดใจดังขึ้น หลิงฮั่นจุนมองด้านหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ เจี่ยนเหลียงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
เฉินเฟยลืมตาขึ้น มองไปรอบด้าน คราวนี้กลับมาที่อำเภอผิงหยิน
เฉินเฟยเหลือบมองเจี่ยนเหลียงบนพื้นกับหลิงฮั่นจุนซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนเก่ากันทั้งนั้น ย้อนกลับไปตอนอำเภอผิงหยิน เฉินเฟยมีศัตรูมากมาย
ตามจริงแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระดูกเจี่ยนเหลียงหายไปไหน ส่วนหลิงฮั่นจุน แม้รอดพ้นจากสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน แต่สุดท้ายก็ตายอยู่ในถ้ำ
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
หลิงฮั่นจุนบ้าคลั่งถือดาบใหญ่พุ่งเข้าหาเฉินเฟย ในเวลาเดียวโจรภูเขาอีกหลายคนตอบสนองต่อการเข้าปะทะของหลิงฮั่นและวิ่งเข้าหาเฉินเฟยพร้อมกัน
“ปึง!”
พอเห็นหลิงฮั่นจุนวิ่งเข้ามา เฉินเฟยจึงตบอีกฝ่ายกองลงพื้น พวกโจรที่อยู่ข้างหลังต่างตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ไม่ก้าวหน้าหรือถอยกลับ
เฉินเฟยไม่เสียเวลาพูดคุยกับโจรเหล่านี้ ร่างวูบไหวไปบนบนชายคาอาคาร มองไปทั่วอำเภอผิงหยิน
จากซากวิหารพังทลายมาถึงที่นี่ เฉินเฟยเข้าใจวิธีโจมตีของสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ได้คร่าวๆ
หากตอนนี้การบ่มเพาะของเฉินเฟยไม่ได้อยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและมีวิชามากมายคอยปกป้องจิตวิญญาณ เมื่อเฉินเฟยถูกลากเข้าซากวิหาร จิตวิญญาณของเขาควรถูกหลอก
หากจิตวิญญาณถูกหลอก เฉินเฟยอาจคิดจริงๆว่าตัวเองยังเป็นนักยุทธ์ตัวน้อยที่เพิ่งเข้าสู่ระดับขัดเกลาผิวหนัง
ในระดับขัดเกลาผิวหนังยังคงถูกบงการได้ตามใจโดยไม่รู้ตัวและไม่สามารถหลุดพ้นด้วยตัวเอง เหมือนกับการเข้าไปในหนองน้ำ ร่างกายค่อยๆจมลง สุดท้ายหายใจไม่ออกตาย
เมื่อเผชิญกับสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน ระดับขัดเกลาทวารส่วนใหญ่อาจจบลงในลักษณะนี้
แต่เมื่อเฉินเฟยถูกดึงเข้าซากวิหาร จิตวิญญาณเฉินเฟยยังอยู่ในสภาวะสงบ ดังนั้นไม่ว่าเป็นซากวิหารหรือภาพที่อยู่ตรงหน้า ในมุมมองของเฉินเฟยล้วนไม่ใช่ภัยคุกคาม
แม้เฉินเฟยต้องการหลุดจากภาพลวงตานี้และกลับสู่ความเป็นจริงทันที เฉินเฟยก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
เมื่อคุณรู้ชัดเจนว่าตัวเองกำลังฝัน การตื่นขึ้นย่อมง่ายกว่าตอนที่ติดอยู่ในฝันร้าย
เพียงแค่เฉินเฟยยังไม่อยากจากไป สิ่งแปลกประหลาดสร้างภาพลวงตา สิ่งนี้ต้องมีต้นกำเนิดส่วนหนึ่งของสิ่งแปลกประหลาด
เฉินเฟยถูกลากเข้ามา ถ้าจากไปแบบนี้คงง่ายเกินไปสำหรับสิ่งแปลกประหลาด รับแล้วต้องให้ เฉินเฟยอยากลองดูว่าสามารถค้นพบส่วนหนึ่งของต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดได้หรือไม่
หากพบต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดได้ เฉินเฟยจะโจมตีสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยินในความเป็นจริงได้ง่ายกว่า
“ฟิ้ววว...”
ลมยามค่ำคืนส่งเสียงโหยหวน ลมฤดูร้อนที่เย็นสบายแต่เดิมกลายเป็นความหนาวเย็นเล็ก ในอำเภอผิงหยิน ผู้คนที่เดิมทีกำลังทำสิ่งต่างๆล้วนหยุดทำสิ่งนั้นแล้วจ้องมองไปทางเฉินเฟย
เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของลมปราณ มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม ในที่สุดสิ่งแปลกประหลาดสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เพร้ง!”
กระเบื้องหลังคาด้านหลังเฉินเฟยแตกกระจายกะทันหัน หลายร่างพุ่งขึ้นมาจากด้านล่าง จับดาบในมือฟันใส่เฉินเฟย
“ปัง!”
เฉินเฟยโบกมือปัด ร่างหลายร่างพังทลาย มันกระเด็นไปกระแทกบ้านแล้วสลายไป
อย่างไรแล้วนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เฉินเฟยได้ยินเสียงวิ่งมาจากไกลและใกล้ พวกมันจากทุกทางรวมตัวกันมาทางนี้
ในที่แห่งนี้สิ่งแปลกประหลาดคือเทพแห่งการสรรสร้างและเป็นผู้ตัดสินทุกสิ่ง ดังนั้นเฉินเฟยจึงถูกมองว่าเป็นศัตรูกับทุกสิ่งในภาพลวงตานี้ พวกมันเกลียดชังเฉินเฟยและต้องการสังหารโดยเร็วที่สุด
ภายใต้ภาพลวงตานี้เป็นเรื่องยากที่จะค้นหาต้นกำเนิดของสิ่งแปลกประหลาด เพราะมันสามารถอยู่ได้ทุกที่ แม้กระทั่งในกระเบื้องอาคารบางแห่งก็ตาม
ดวงตาเฉินเฟยเปล่งแสง ศาสตร์มองดาว!
ยังไม่จบเท่านี้ เฉินเฟยใช้มือขวากรีดระหว่างคิ้ว แสงส่องผ่านจากหว่างคิ้ว เนตรกระบี่หวนคืน!
ใช้สองอย่างพร้อมกัน การรับรู้ของเฉินเฟยในภาพลวงตาเพิ่มขึ้นหลายเท่าทันที เฉินเฟยมองคนเหล่านั้นที่วิ่งเข้ามา ร่างพวกมันเหลือเพียงหมอกดำเท่านั้น
แน่นอนว่าต้นกำเนิดไม่ได้อยู่กับพวกมัน
ร่างเฉินเฟยวูบไหว ดวงตาสำรวจไปมาหลายร้อยหมี่ ตรวจสอบสถานที่ทุกแห่งในอำเภอผิงหยินเหมือนปูพรม สิ่งที่เรียกว่าขุดดินสามฉื่ออาจไม่ดีเท่าเฉินเฟยในขณะนี้
อำเภอผิงหยินของจริงนั้นไม่เล็ก ท้ายที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคนอาศัยจำนวนมาก ภาพลวงตานี้ใช้ขนาดจริงของอำเภอผิงหยิน พื้นที่จึงกว้างขวางโดยธรรมชาติ
แต่ไม่ว่าพื้นที่กว้างแค่ไหนก็ไม่สามารถรอดพ้นการตรวจสอบของเฉินเฟย ดังนั้นผ่านไปไม่นานเฉินเฟยก็พบเป้าหมาย
ในเวลานี้อำเภอผิงหยินตกอยู่ในความวุ่นวาย ทุกคนต่างรีบไปข้างหน้าราวกับฝูงซอมบี้และพุ่งไปหาเฉินเฟยอย่างบ้าคลั่ง
แขนขาหัก สมองแตกกระจาย แต่มันไม่ได้ส่งผลต่อการพุ่งเข้าหาเฉินเฟย
มองจากระยะไกลดูเหมือนคลื่น คลื่นแล้วคลื่นเล่าโถมเข้าใส่เพียงเพื่อมาหาเฉินเฟยให้เร็วขึ้น
ร่างเฉินเฟยวูบไหว เหยียบหัวสิงโตหินของคฤหาสน์
“ปัง!”
ประตูคฤหาสน์หรือแม้แต่กำแพงโดยรอบต่างพังทลายลง คนนับไม่ถ้วนแห่ไปหาเฉินเฟย ใบหน้าทุกคนเย็นชา แต่พอสายตาจ้องมองเฉินเฟย พวกเขากลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังสุดซึ้ง
สีหน้าเฉินเฟยยังคงสงบ แทงมือขวาเข้าไปในหัวสิงโตหินใต้เท้า
ในขณะนี้ต้นกำเนิดซึ่งนิ่งเงียบมาโดยตลอดเกิดตื่นตระหนก มันกระพริบหายเข้าไปในตัวสิงโตหิน
ในสภาพแวดล้อมนี้ต้นกำเนิดสามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบเพราะที่นี่คือโลกของมัน เพียงแค่สิ่งแปลกประหลาดคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะพบต้นกำเนิดของมันเร็วขนาดนี้
“ชิ้ง!”
ไม่รู้ว่าแสงกระบี่ปรากฏเมื่อไหร่ มันแทงลงดินในระยะไกล ผู้คนใกล้เคียงที่เหมือนหมอกดำสลายหายไปทันที
เฉินเฟยมาที่แสงกระบี่ ตรงนั้นต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดสั่นเทาอยู่ใต้แสงกระบี่
เฉินเฟยรู้ว่าหลังจากต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดหวาดกลัวมันต้องหนีไปแน่นอน ดังนั้นจึงคิดวิธีจัดการมันอยู่ก่อนแล้ว
“แครก!”
แสงกระบี่ไหลเวียน ต้นกำเนิดสิ่งแปลกประหลาดพังทลาย
“โฮก!”
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วภาพลวงตา ภาพลวงตาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ครู่ต่อมาก็แตกสลายไป
การมองเห็นมืดลง เฉินเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้งและกลับสู่ความจริง ในขณะนี้การยิงสายฟ้าในมือยังคงทำงานอยู่ หลายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ในความเป็นจริงเหมือนเวลายังไม่เดิน
การเผชิญหน้าระหว่างจิตวิญญาณเป็นเช่นนี้ ดูยาวนานแต่อาจเป็นเพียงชั่วพริบตา
เฉินเฟยมองอำเภอผิงหยินในระยะไกล พบว่าลมปราณอ่อนลงเล็กน้อย
ต้นกำเนิดของภาพลวงตานั้นเป็นเพียงส่วนเล็กของสิ่งแปลกประหลาด แต่ต้นกำเนิดคือต้นกำเนิด ตราบใดที่สูญเสีย ความเสียหายย่อมเกิดขึ้น
ที่สำคัญเฉินเฟยล็อคเป้าสิ่งแปลกประหลาดไว้แล้ว
พูดได้ว่าอำเภอผิงหยินในขณะนี้เป็นร่างกายของสิ่งแปลกประหลาด แต่บอกว่าไม่ใช่ก็ได้เช่นกัน ในเวลานั้นหากทำอะไรไม่ได้ มันสามารถละทิ้งอำเภอผิงหยินได้ตามต้องการ
ดังนั้นแม้เฉินเฟยใช้การยิงสายฟ้าทำลายอำเภอผิงหยิน แต่มันไม่สามารถสร้างบาดแผลให้สิ่งแปลกประหลาดได้มากนัก
แต่ด้วยต้นกำเนิดภาพลวงตาเมื่อครู่ เฉินเฟยจึงได้เข้าไปอยู่ในอำเภอผิงหยินและล็อคตำแหน่งแท้จริงของสิ่งแปลกประหลาดโดยตรง
“ซี่ซี่ซี่!”
พลังของธนูและลูกธนูในมือเฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้น แสงสายฟ้าหลั่งไหล เฉินเฟยมองไปด้านหน้า ครู่ต่อมาปล่อยสายธนูออก
“ตู้ม!”
เมฆคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ปรากฏด้านหลังเฉินเฟย หินและต้นไม้โดยรอบถูกกวาดหายไปทันที นอกจากจุดที่เฉินเฟยยืนซึ่งอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเฉินเฟย พื้นที่โดยรอบล้วนหายไป
เมื่อเมฆคลื่นกระแทกเกิดขึ้น ลูกธนูก็พุ่งชนกำแพงอำเภอผิงหยิน
กำแพงเมืองปกคลุมไปด้วยหมอกดำ คนธรรมดาจะกลายเป็นแอ่งเลือดหากสัมผัสเล็กน้อย นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายสามารถทนได้ชั่วครู่หนึ่ง แม้กระทั่งนักยุทธ์ขัดเกลาทวารยังไม่เต็มใจสัมผัสพลังชั่วร้ายเช่นนี้
แต่ตอนนี้เมื่อหมอกดำปะทะกับการยิงสายฟ้า มันถูกทะลวงผ่านโดยไม่อาจต้านทาน
“ตู้ม!”
“โฮก!”
เสียงระเบิดและเสียงคำรามดังขึ้นเกือบพร้อมกัน รูโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏในอำเภอผิงหยิน แสงสายฟ้าไหลผ่านบนรู หมอกดำโดยรอบสลายไปเป็นควันก่อนจะทันเข้าใกล้
พลังของระดับขัดเกลาทวารสูงสุด สิ่งสำคัญคือลูกธนูดอกนี้โจมตีร่างสิ่งแปลกประหลาดโดยตรงและมันไม่ได้หลบด้วยซ้ำ
ด้วยลูกธนูเพียงดอกเดียว ลมปราณอำเภอของผิงหยินลดลงอีกครั้งและยังเป็นการดิ่งลง
สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้แข็งแกร่ง แต่มันไม่แข็งแกร่งเท่าระดับสองขั้นสูงสุด ดังนั้นการถูกโจมตีด้วยพลังนี้และไม่กลายเป็นเถ้าลอยทันทีนับว่าเป็นโชคชะตา
ธนูเหล็กเนื้อดีในมือเฉินเฟยกลายเป็นขี้เถ้า เฉินเฟยมองธนูหลายสิบคันบนพื้น ดูแล้วครั้งนี้ไม่ต้องใช้มากนัก
ธนูเหล็กเนื้อดีอันใหม่ลอยเข้ามือ เสียงสายฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง
อำเภอผิงหยินที่อยู่ห่างไกลสั่นเทา สิ่งแปลกประหลาดภายในคอยเปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลา
หากไม่มีภาพลวงตาก่อนหน้านี้ ในขณะนี้เฉินเฟยคงไม่สามารถล็อคเป้าสิ่งแปลกประหลาดได้ แต่บอกได้เพียงทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว!
ห่างออกไป
หลายร่างยืนอยู่บนเนินเขา มองอำเภอผิงหยินแล้วมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ในขณะนี้พวกเขาไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยกลับดี
“พลังเมื่อครู่ ระดับขัดเกลาทวารสูงสุด?”
“ควรเป็นเช่นนั้น อย่างน้อยข้าไม่อาจใช้ท่าแบบนั้นได้ พี่หลูทำได้หรือไม่?”
“ข้าไม่มีความสามารถขนาดนั้น” คนด้านข้างยิ้มอย่างเบี้ยวแล้วส่ายหน้า
“เยี่ยม มีคนนำหน้าเราไปหนึ่งก้าว นับว่าเป็นพรสำหรับกำจัดอันตรายใหญ่!”
“พูดเช่นนั้นก็ได้”
หลายคนพยักหน้า ทว่าในสายตาบางคนมีความเสียดายอยู่เล็กน้อย
ท้ายที่สุดผู้คนมากมายรวมตัวกันเพราะมาทำลายอำเภอผิงหยินและต้องการได้รับอะไรบางอย่าง แต่พอมาถึงกลับพบผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารสูงสุดลงมือก่อนแล้ว
แม้อยู่ห่างกันหลายลี้ แต่พวกเขายังหวาดกลัวกับพลังอันน่าสะพรึงกลัว พวกเขากลัวพลังนี้แต่โหยหามันเช่นกัน
“ตู้ม!”
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ในการรับรู้ของพวกเขา ลมปราณสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยินหายไปหมดจด
“สองกระบวนท่า!” มีคนถอนหายใจ
พวกเขาต้องรวมตัวกันและเตรียมใจว่าอาจมีคนตาย พอสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ไปอยู่ในมือคนอื่นกลับล้มลงในสองกระบวนท่า
เป็นระดับขัดเกลาทวารเหมือนกัน ความแข็งแกร่งกลับต่างกันลิบลับจนไม่อาจเข้าใจ
“ไปกันเถอะ”
“ได้ ไปเถอะ!”
หลายคนมองหน้ากัน แม้พวกเขาต้องการทำความรู้จักผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ แต่ใครจะรู้ว่าผู้แข็งแกร่งมีจิตใจแบบไหน
โดยเฉพาะคนที่เพิ่งสังหารสิ่งแปลกประหลาด พวกเขาที่ไปปรากฏตัวกะทันหันอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นเป็นการดีกว่าที่จากไปโดยตรงเพื่อป้องกันการพลิกพลัน
บนกำแพงเมืองอำเภอผิงหยินเกิดรูหนึ่งทะลุจากหน้าไปด้านหลัง
ในขณะนี้เฉินเฟยยืนอยู่บนกำแพงเมือง มองไปทั่วทั้งอำเภอผิงหยิน ทันใดนั้นเกิดความรู้สึกสับสน
หลายปีก่อนเฉินเฟยตื่นขึ้นครั้งแรกที่นี่
เพียงแค่ในเวลานั้นเฉินเฟยมีสถานะต่ำ เป็นเพียงคนรับใช้ในศูนย์การแพทย์ ไม่ว่าอยู่หรือตายจะไม่ค่อยมีใครสนใจหรือไม่มีใครสนใจเลย
ความทรงจำของเงาแต่ละคนในอำเภอผิงหยินแวบขึ้นมาในใจ
ตระกูลจางที่ห่างเหินในตอนนั้นจากไปแล้ว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดพ้น จากคนรับใช้ตัวน้อยในตระกูลจาง ตอนนี้กำจัดสิ่งแปลกประหลาดที่กลืนกินคนนับหมื่น
เฉินเฟยส่ายหน้า ร่างวูบไหวมาถึงหลุมขนาดใหญ่ในเมือง
สิ่งแปลกประหลาดถูกเฉินเฟยตรึงไว้ตรงนี้ ในหลุมนั้นมีผลึกส่องแสงคล้ายอำพัน
ร่างแยกเฉินเฟยหยิบผลึกขึ้นมา ไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้น
เฉินเฟยวางสิ่งนี้ไว้ตรงหน้า สังเกตครู่หนึ่งแล้วฉีดพลังหยวนเข้าไปอย่างระวัง
ผลึกสั่นเล็กน้อย