- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 409 คำเหล่านี้ เป็นเจ้าเองก็คงไม่เชื่อ
ตอนที่ 409 คำเหล่านี้ เป็นเจ้าเองก็คงไม่เชื่อ
ตอนที่ 409 คำเหล่านี้ เป็นเจ้าเองก็คงไม่เชื่อ
ร่างแยกเดินออกจากตัวเฉินเฟย ร่างวูบไหวพุ่งไปหาตงเหวินซวน
“เจ้าต้องการหยุดคนด้วยร่างแยก?”
เถาซือเย่หัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นร่างที่แยกออกจากเฉินเฟย มีวิชามากมายที่ฝึกฝนแล้วสามารถแยกร่างได้ มันจึงไม่ใช่ของหายากนัก
ในบรรดามรดกของคฤหาสน์เทียนหยาง มีสองวิชาที่สามารถฝึกฝนแล้วแยกร่าง ทว่ามีเพียงไม่กี่คนที่นับว่ามันเป็นวิชาหลัก
บางครั้งร่างแยกก็มีประโยชน์มาก อย่างเช่นหากพบสถานที่ไม่แน่นอน สามารถให้ร่างแยกเข้าไปก่อนและพบอันตรายล่วงหน้า
แต่ร่างแยกมีข้อบกพร่องที่ไม่สามารถปกปิด นั่นคือความแข็งแกร่งของมันอ่อนแอมาก มันช่วยในการต่อสู้ได้ไม่มากนัก
ในคฤหาสน์เทียนหยาง คนส่วนใหญ่ที่เลือกวิชาร่างแยกรู้ว่าพรสวรรค์ตัวเองมีจำกัดจึงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดรองลงมา
“หยุดคนแล้วต้องสังหารด้วยหรือ?”
หลังคำพูดเฉินเฟยจบลง ทันใดนั้นร่างกายปล่อยความร้อนสูงออกมา เปลวไฟสีเลือดระเบิดจากร่างเฉินเฟย
มันค่อนข้างคล้ายภาพก่อนหน้าที่เซิงเหรินหยวนผลาญแก่นเลือด แต่สิ่งที่เฉินเฟยทำในขณะนี้รุนแรงยิ่งกว่า สีเลือดเหล่านั้นเหมือนไฟของจริง แม้แต่ผมเฉินเฟยยังเปลี่ยนเป็นแดงเลือด
ผลาญเลือด!
ใช้เลือดเป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลาญเพื่อรับพลัง
ผลาญเลือดไม่ใช่ท่าหายาก กล่าวได้ว่าวิชาหลายอย่างมีท่าสู้ตายแบบนี้ โดยเฉพาะระดับปรับแต่งร่างกายซึ่งไม่มีจุดทวารให้พัง วิธีเดียวคือผลาญแก่นเลือด
พลังสุดท้ายที่ผลาญเลือดแสดงได้นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณพลังที่เผาผลาญของแก่นเลือด ยิ่งแก่นเลือดมีพลังมาก ความแข็งแกร่งที่ได้รับหลังเผาผลาญยิ่งมากตาม
แก่นเลือดของเฉินเฟยมาจากการแบ่งเบาของสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยไม่เคยเห็นใครมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าตัวเอง แม้แต่ระดับขัดเกลาทวารสูงสุดยังไม่อาจเทียบ
หลังได้รับเคล็ดผลาญเลือดจากหอพิรุณในครั้งก่อน เฉินเฟยได้ผสานมันกับพลังต้นกำเนิดโลหิตเพื่อสร้างเคล็ดผลาญเลือดฉบับปรับปรุง
ในด้านการควบคุมเลือด พลังต้นกำเนิดโลหิตเป็นวิชาทรงพลังที่สุดที่เฉินเฟยเคยพบ น่าเสียดายที่วิชานี้มีลักษณะชั่วร้าย ดังนั้นหากฝึกฝนอย่างหุนหันจะทำให้เสียมากกว่าได้
เคล็ดผลาญเลือดฉบับปรับปรุงจะเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการผลาญแก่นแท้เลือดทั้งหมดอย่างไร้ขีดจำกัดและบีบพลังทั้งหมดในนั้นออกมา
กล่าวคือหากใช้เคล็ดผลาญเลือดฉบับปรับปรุง ตัวเองจะไม่มีทางรอด
สำหรับการใช้เคล็ดผลาญเลือดอื่น โดยทั่วไปแล้วหลังพักผ่อนหลายเดือนหรืออย่างหนักหลายปีก็สามารถดีขึ้น หากคนอื่นใช้เคล็ดผลาญเลือดฉบับปรับปรุงของเฉินเฟย ความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้น แต่หลังจากนั้นต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน
สำหรับเคล็ดผลาญเลือดนี้ เฉินเฟยทำตามแนวทางพลังต้นกำเนิดโลหิต เปิดช่องเลือดเนื้อเล็กๆตรงหน้าอกเพื่อเก็บแก่นเลือด
เฉินเฟยยังชำระแก่นแท้เลือดเป็นครั้งคราวทำให้พลังภายในนั้นได้รับการขัดเกลามากขึ้น ในขณะนี้เคล็ดผลาญเลือดกำลังผลาญแก่นเลือดในจุดนั้น
การผลาญแก่นเลือดในจุดนี้จะไม่ทำให้เกิดภัยคุกคามต่อเฉินเฟย
เถาซือเย่สัมผัสได้ถึงลมปราณที่เพิ่มขึ้นของเฉินเฟย สายตาเขาเปลี่ยนไปทันที เดิมทีเถาซือเย่ไม่ได้จริงจังนักเมื่อเห็นเฉินเฟยใช้วิชาผลาญเลือด
วิชาผลาญเลือดนั้นไม่เลว แต่พลังที่ได้รับไม่เกินจริงนัก
แต่ในขณะนี้เถาซือเย่จ้องมองเฉินเฟย ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเฉินเฟยพังจุดทวารตัวเอง ไม่อย่างนั้นลมปราณที่เพิ่มขึ้นจะเกินจริงขนาดนี้ได้อย่างไร
เดิมทีเถาซือเย่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่าตัวเองอดทนได้จนกว่าตงเหวินซวนจะมาถึง ตงเหวินซวนจะมาถึงในอีกครู่หนึ่ง แต่ตอนนี้เถาซือเย่พบว่าสิ่งต่างๆเกิดการพลิกผันจนอยู่เหนือการควบคุม
เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้า กระบี่เฉียนหยวนถูกปกคลุมไปด้วยเลือด กระบี่แทงออกไป ในขอบเขตการมองเห็นของเถาซือเย่ไม่อาจเห็นสิ่งใด
แรงกดดันของกระบี่นี้ท่วมท้นจิตใจเถาซือเย่ ในเวลานี้เถาซือเย่เหมือนคิดไม่ทัน
“อ๊าก!”
เถาซือเย่คำรามด้วยความโกรธ จุดทวารทั่วร่างกายเริ่มแตก ลมปราณแผดเผากวาดไปทุกทาง
เถาซือเย่คิดไม่ถึงว่าเขาต้องใช้วิธีพังจุดทวารเพื่อโอกาสรอดชีวิตเมื่อตงเหวินซวนอยู่ใกล้แค่เอื้อม
อีกแค่สี่จุดทวารเถาซือเย่จะก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารสูงสุด หลังจากนั้นคาดว่าจะก้าวสู่ระดับรวมทวารซึ่งเป็นขอบเขตที่นักยุทธ์นับไม่ถ้วนใฝ่ฝัน
แต่ตอนนี้จุดทวารแตก แม้วันนี้รอดตายโดยบังเอิญ แต่อาการบาดเจ็บของจุดทวารจะคงอยู่ตลอดไป
แม้ใช้โอสถรักษาจุดทวาร แต่อาการบาดเจ็บเก่าคืออาการบาดเจ็บเก่า บางทีมันจะไม่ส่งผลต่อการแสดงพลังของเถาซือเย่หลังจากหายดี แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงระดับรวมทวาร
แม้เปิดอีกสี่จุดทวาร หนึ่งร้อยแปดจุดทวารสามารถรวมเป็นหนึ่งและกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารสูงสุดได้หรือไม่ยังคงเป็นคำถาม
แต่ในเวลานี้เถาซือเย่ไม่มีทางเลือก เถาซือเย่ต้องการใช้วิชาผลาญเลือด แต่พลังที่ได้รับนั้นไม่ได้มากมาย มีเพียงการพังจุดทวารเท่านั้น
หากไม่พังจุดทวาร บางทีเถาซือเย่อาจตายภายใต้กระบี่นี้!
นอกป่าทึบ
ตงเหวินซวนกำลังรีบเร่งไปยังจุดที่ลมปราณเถาซือเย่อยู่ ทันใดนั้นมีร่างหนึ่งเข้ามาขวางทางตงเหวินซวน ตงเหวินซวนขมวดคิ้วเพราะร่างตรงหน้าไร้ลมปราณ
“ด้านหน้ามีการต่อสู้ เก๋อเซี่ยรีบร้อนไปเช่นนี้อาจประสบอุบัติเหตุ” เฉินเฟยมองตงเหวินซวนด้วยรอยยิ้ม
“พูดเล่นแล้ว นั่นคือสหายข้า เจ้าบอกเข้าไม่ได้ก็เข้าไม่ได้หรือ!”
ตงเหวินซวนหัวเราะเยาะและกำลังจะใช้กระบี่ฟันอีกฝ่าย ทันใดนั้นเกิดเสียงระเบิดสองครั้งดังมาจากป่าทึบ ครู่ต่อมาเกิดการปะทะครั้งใหญ่
แม้อยู่ห่างกันกว่าหนึ่งลี้ แต่ผลกระทบของการต่อสู้ยังมาถึงที่นี่ พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมังกรดินกลิ้งไปมา
สายตาตงเหวินซวนเปลี่ยนไป เถาซือเย่ในสภาวะปกติไม่สามารถทำให้เกิดแรงกระแทกแบบนี้
กล่าวคือเถาซือเย่ถูกบังคับให้พังจุดทวาร?
ความสิ้นหวังแบบไหนที่ทำให้เถาซือเย่ผู้หยิ่งผยองยอมพังจุดทวารเพื่อเอาชีวิตรอด?
ตงเหวินซวนมองคนตรงหน้า มือที่ชักกระบี่อดไม่ได้ที่จะหยุดเล็กน้อย
ในป่า
เฉินเฟยถอยหลังไปหลายก้าว ถ่ายแรงจากร่างกายลงเท้า นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยถอยหลังนับตั้งแต่เริ่มสู้ เป็นเพราะกระบี่ของเถาซือเย่มีพลังมากเกินไป
โชคดีที่ในเวลานี้พลังของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นมาก เฉินเฟยในสภาวะผลาญเลือดได้รับพลังแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังมีสยบมังกรคชสารคอยรองรับ เฉินเฟยจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดจากกระบี่นี้นอกจากถอยหลังไปหลายก้าว
ในทางกลับกัน ผิวเถาซือเย่ซีดขาว พลังหยวนและจิตวิญญาณลดลถึงจุดต่ำสุด
เถาซือเย่โดยไม่มองเฉินเฟยด้วยซ้ำ ถีบเท้าคู่รีบวิ่งออกป่าทึบ มีเพียงการไปหาตงเหวินซวนเท่านั้นที่ทำให้เถาซือเย่มีโอกาสรอด
ฟังจากเสียงเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าตงเหวินซวนอยู่ไม่ไกล แล้วทำไมเขายังไม่มาอีก?
เฉินเฟยก้าวขวาถอยหลัง ท่ามกลางแสงสายฟ้า เฉินเฟยปรากฏตัวต่อหน้าเถาซือเย่แล้วใช้กระบี่ฟันคอ
ในเมื่อเลือกสู้กับศัตรู เฉินเฟยจึงไม่คิดปล่อยอีกฝ่ายไป ทั้งสองบาดหมางถึงตาย เป็นธรรมดาที่จะจบเรื่อฃได้เมื่อมีคนหนึ่งตาย
“อย่าฆ่าข้า!”
“ปัง!”
เฉินเฟยโจมตีกระบี่วิญญาณเถาซือเย่ แขนเถาซือเย่ส่งเสียงเหมือนรับของหนัก ครู่ต่อมาเลือดเนื้อแตกกระจาย กระบี่วิญญาณระดับสูงลอยกระเด็นออกไปและสอดลงพื้น
ในทางกลับกันเถาซือเย่ถูกพลังมหาศาลดันออกไป เขากลิ้งบนพื้นหลายสิบครั้งก่อนหยุดลงด้วยใบหน้าอับอาย
“ข้าฆ่าสิ คฤหาสน์เทียนหยางจะไม่ปล่อยเจ้าไป สุดท้ายเจ้าต้องตาย!” เถาซือเย่เงยหน้ามองอย่างยากลำบาก เห็นพื้นรองเท้าตรงหน้าจึงตะโกนเสียงดัง
“ถ้าไม่ฆ่าเจ้า พวกเราปล่องวางความขุ่นเคืองได้หรือไม่?”
“ได้ เราไม่มีความคับข้องใจอีกต่อไป!” เถาซือเย่พยักหน้าอย่างสิ้นหวัง
“คำเหล่านี้ เป็นเจ้าเองก็คงไม่เชื่อ!” เฉินเฟยพูดเสียงเบา
เถาซือเย่ต้องการตอบบางอย่าง แต่เขารู้สึกว่าหัวตัวเองเบาลง เขาอยากจะพูดแต่พบว่าพูดไม่ได้อีกต่อไป เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ดวงตาเถาซือเย่ก็เต็มไปด้วยความกลัว
เห็นได้ชัดว่ามีอนาคตที่ดี แล้วทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้?
เฉินเฟยยืนอยู่ตรงหน้าเถาซือเย่ ภายใต้สังหารวิญญาณ วิญญาณลอยเข้าสู่กระบี่เฉียนหยวน ทันใดนั้นเฉินเฟยรีบถอยหลังกลับไป ตราประทับเลือดพุ่งออกจากตัวเถาซือเย่ตรงเข้าไปหาเฉินเฟย
ตัดจิตตัดจิตตัดจิต!
กระบี่ตัดจิตซึ่งมีสังหารวิญญาณเข้าโจมตีตราประทับเลือด
เฉินเฟยลองค้นหาดูว่าตราประทับเลือดคืออะไร สุดท้ายสรุปว่ามันเป็นท่าพิเศษของวิชาจิตวิญญาณ
ดังนั้นหากต้องการทำลายมัน การใช้ทักษะจิตวิญญาณแบบเดียวกันจะมีผลมากที่สุด
แต่คนที่สร้างตราประทับเลือดย่อมคิดถึงเรื่องนี้ หากเป็นโจมตีด้วยทักษะจิตวิญญาณธรรมดา ตราประทับเลือดอาจกระจายไป แต่ตราประทับเลือดที่กระจัดกระจายจะติดกับทักษะจิตวิญญาณโดยตรง
ทักษะจิตวิญญาณเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ ถ้ามันติดกับทักษะจิตวิญญาณ จิตวิญญาณของคุณจะปนเปื้อนตราประทับเลือดเล็กน้อยโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตราบใดปนเปื้อนแล้วจะกำจัดออกได้ยากและยังใช้เวลานาน
แต่กระบี่ตัดจิตของเฉินเฟยเป็นเงาที่สร้างจากการสะท้อนจิตวิญญาณ กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงาเป็นเพียงเงาซึ่งไม่ได้ผูกติดกับจิตวิญญาณเฉินเฟย
กระบี่ตัดจิตห้าเล่มฟันตราประทับเลือดกลางอากาศ
อย่างไรก็ตามตราประทับเลือดไม่ได้หายไปทันที มันกลายเป็นแสงเลือดพุ่งขึ้นฟ้า แสงเลือดไม่ทรงพลัง แรงกดดันไม่แข็งแกร่ง แต่มันสะดุดตาอย่างยิ่ง
แสงเลือดนี้ส่งสัญญาณถึงคนของคฤหาสน์เทียนหยางว่าใครบางคนจากคฤหาสน์เทียนหยางถูกสังหารในที่แห่งนี้
การเปลี่ยนแปลงของตราประทับเลือดเกินความคาดหมายของเฉินเฟย ในเวลานี้การตัดแสงเลือดไม่มีประโยชน์อีกต่อไป คนของคฤหาสน์เทียนหยางในระยะหลายสิบลี้ล้วนรู้ถึงสถานการณ์ของที่นี่
เฉินเฟยโบกมือ หยวนกระบี่กวาดไปทั่ว เถาซือเย่ถูกทำให้เป็นเถ้าถ่าน
เฉินเฟยเก็บกระบี่วิญญาณระดับสูงในระยะไกล ศิลาหยวนกับโอสถก็เช่นกัน จากนั้นใช้สังหารวิญญาณตัดลมปราณของตัวเองทั้งหมดในที่นี้
เฉินเฟยยังใช้เนตรกระบี่หวนคืนมองย้อนกลับแล้วใช้สังหารวิญญาณกำจัดลมปราณต่อ นี่เป็นการถอนรากถอนโคนลมปราณในที่แห่งนี้
คราวนี้แม้คนอื่นมีท่าแบบเดียวกัน แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกได้ว่าลมปราณแท้จริงของเฉินเฟยคืออะไร
หลังทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ร่างเฉินเฟยวูบไหววิ่งออกไปไกล หากไม่จากไป ยอดฝีมือของคฤหาสน์เทียนหยางจะมาหา
นอกป่าทึบ
ตงเหวินซวนลังเล ทันใดนั้นพลันเห็นแสงเลือดพุ่งขึ้นมาจากป่าทึบ ตงเหวินซวนถึงกับตกตะลึง
เถาซือเย่ทำลายจุดทวารแล้วยังจบลงแบบนี้ หรือเขาถูกสังหารในทันที? แม้แต่ตราประทับเลือดยังไม่เปื้อนศัตรู มีเพียงแสงเลือดที่คงอยู่
เถาซือเย่ไปยั่วยุดาวสังหารแบบไหนกัน ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?
ระดับขัดเกลาทวารสูงสุด?
เถาซือเย่ไม่ควรโง่ขนาดนั้น การท้าทายระดับขัดเกลาทวารสูงสุด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายย่อมเป็นจุดจบ
แต่ทั้งคู่อยู่ในระดับขัดเกลาทวาร อีกฝ่ายจะสังหารเถาซือเย่อย่างหมดจดได้อย่างไร เถาซือเย่แข็งแกร่งกว่าเขามาก
พอคิดได้แบบนี้ตงเหวินซวนก็รู้สึกโชคดี โชคดีที่ไม่รีบเข้าไป
ร่างแยกเฉินเฟยเหลือบมองตงเหวินซวนแล้วหายไปในอากาศ
ตั้งแต่ต้นจนจบร่างแยกไม่เผยลมปราณแม้แต่น้อย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะทิ้งข้อบกพร่องใด
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หลายร่างปรากฏขึ้นในป่าทึบ ทุกคนอยู่เป็นระดับขัดเกลาทวารของคฤหาสน์เทียนหยาง
ทุกคนถึงกับเงียบงันเมื่อเห็นร่องรอยการต่อสู้โดยรอบ
“นี่เป็นลมปราณของพี่เถา!” มีคนกระซิบ ลมปราณในแสงเลือดนั้นชัดเจน
“ข้าไม่พบลมปราณของคนสังหารพี่เถา!”
“สารเลว คิดว่าสังหารคนของคฤหาสน์เทียนหยางแล้วจะหนีไปได้หรือ?”
“เรื่องนี้ถูกส่งไปยังคฤหาสน์แล้ว เดี๋ยวจะมีคนมาติดตามในภายหลัง”
เสียงแหลมดังขึ้น ลมปราณทรงพลังลงมาจากท้องฟ้า นั่นคือหนิงผูเฉิงซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารสูงสุด
ในขณะนี้หนิงผูเฉิงไม่ได้แสดงสีหน้าใด แต่ทุกคนเห็นความโกรธในดวงตาเขาได้ เถาซือเย่เป็นต้นกล้าที่สามารถเติบโตถึงระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่ตอนนี้ถูกสังหารลงที่นี่
การสูญเสียแบบนี้ แม้แต่คฤหาสน์เทียนหยางยังถือว่าหนักหนา
“ฟู่ม!”
ในทะเลจิตสำนึกหนิงผูเฉิง พลังจิตวิญญาณปั่นป่วน เจตจำนงกระบี่กระจายไปทั่ว พื้นดินทั้งหมดทรุดลงไปฉื่อ
หนิงผูเฉิงต้องการค้นหาลมปราณผู้สังหารเถาซือเย่ เมื่อไม่พบลมปราณจึงไม่มีทางพบคน ไม่ว่าหนิงผูเฉิงปลุกเร้าเจตจำนงกระบี่ขนาดไหนก็ไม่พบลมปราณของมือสังหาร
ราวกับคนคนนี้ไม่มีอยู่จริง
แสงในดวงตาหนิงผูเฉิงสว่างขึ้น ผู้คนรอบข้างถูกกดดันจนต้องล่าถอยออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน หนิงผูเฉิงถอนเจตจำนงกระบี่ ยังไม่พบลมปราณอีกฝ่าย แม้หนิงผูเฉิงแบ่งเจตจำนงกระบี่ดาบจนละเอียดก็ไม่พบเบาะแสใด
“ไปคฤหาสน์ นำกระจกสวรรค์สอดส่องมา!” หนิงผูเฉิงพูดเสียงทุ้มลึก
“ขอรับ!” มีคนกุมมือตอบรับและรีบวิ่งไปคฤหาสน์เทียนหยาง
ครึ่งชั่วยามต่อมา กระจกปรากฏในมือหนิงผูเฉิง
กระจกสวรรค์สอดส่อง ไม่ว่าลมปราณจะน้อยหรือเบาบางแค่ไหนก็สามารถค้นพบ โดยปกติแล้วกระจกนี้ใช้ค้นหาลมปราณในช่วงเวลาหนึ่งชั่วยาม
เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน การใช้กระจกส่องสวรรค์จึงเป็นสิ่งสมควร
หนิงผูเฉิงอยากรู้ว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะปกปิดลมปราณได้อย่างไร!