- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 408 ดวงอาทิตย์ไร้ขอบเขต
ตอนที่ 408 ดวงอาทิตย์ไร้ขอบเขต
ตอนที่ 408 ดวงอาทิตย์ไร้ขอบเขต
เฉินเฟยมองย้อนกลับไป คิ้วขมวดลงเล็กน้อย
ท่าร่างเซินเหรินหยวนนับว่าไม่เลว ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถหนีจากการไล่ตามของเถาซือเย่ ในเวลานี้เขาใช้วิธีลับ เปลวไฟเลือดลุกโชนทั่วร่างกาย ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
“เก๋อเซี่ย การวิ่งหนีไม่อาจรอด ท่านกับข้าต้องร่วมมือกันขับไล่คนของคฤหาสน์เทียนหยางถึงมีโอกาสรอด” เซิงเหรินหยวนคาดไม่ถึงว่าท่าร่างเฉินเฟยจะเร็วขนาดนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดัง
ตอนนี้เซินเหรินหยวนใช้วิธีลับ แต่วิธีลับมีกำหนดเวลา เมื่อหมดเวลา หากเขายังอยู่ไม่ไกลจากสายตาเถาซือเย่ เซินเหรินหยวนต้องถึงจุดจบ
เฉินเฟยไม่ตอบ ร่างวูบไหวขึ้นไปบนยอดหินด้านหน้า มองย้อนไปที่เถาซือเย่กับเซิงเหรินหยวน
“เก๋อเซี่ยฉลาด การหนีไม่มีทางรอดพ้น”
เซินเหรินหยวนแสดงสีหน้าดีใจเมื่อเห็นเฉินเฟยหยุดอยู่ด้านหน้า ดวงตาดูเจ้าเล่ห์เหมือนประสบความสำเร็จ
เถาซือเย่อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นเฉินเฟยหยุด คนอะไรไร้เดียงสาขนาดนี้ คิดว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางสองคนสามารถต้านทานกระบี่ของเขาได้หรือ?
แม้นักยุทธ์ที่ฝึกฝนในสถานที่เล็กจะมีการบ่มเพาะสูง แต่ความรู้นั้นมีจำกัดเลยต้องนั่งมองท้องฟ้าอยู่ในบ่อ
เซินเหรินหยวนวิ่งผ่านหนึ่งร้อยก้าวจนมาถึงตรงหน้าเฉินเฟย ทันใดนั้นเขาเบี่ยงตัวโดยไม่ลดความเร็ว โยกย้ายหลายตำแหน่งและต้องการกระโดดข้ามเฉินเฟย
“เก๋อเซี่ย ข้ามีสหายอยู่ด้านหน้า ท่านช่วยต้านทานสักครู่ ข้าจะไปพาการสนับสนุนมา!” เซิงเหรินหยวนตะโกนเสียงดัง คำพูดเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ไม่จำเป็น!”
สีหน้าเฉินเฟยไม่เปลี่ยนแปลง เขาหายไปจากจุดนั้นท่ามกลางเสียงระเบิดสายฟ้า เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ตรงหน้าเซิงเหรินหยวน
สีหน้าเซิงเหรินหยวนเปลี่ยนไป ขณะที่กำลังจะพูดก็เห็นเฉินเฟยยกกระบี่แทงใส่ตัวเอง
“เจ้าทำอะไร!” เซิงเหรินหยวนตะโกนด้วยความโกรธ คิดไม่ถึงว่าจะถูกสกัดไว้แบบนี้
“ปัง!”
ท่ามกลางการปะทะ เดิมทีเซิงเหรินหยวนต้องการใช้ทักษะปัดการโจมตีของเฉินเฟยแล้วใช้แรงส่งเพื่อหลบหนี แต่พอคมกระบี่ปะทะกัน เซิงเหรินหยวนก็พบกับพลังมหาศาลในกระบี่อีกฝ่าย
“อั่ก!”
เซิงเหรินหยวนกระอั่กเลือดออกมาเต็มปาก ไม่ต้องพูดถึงการใช้แรงส่งเลย เซิงเหรินหยวนไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองและลอยไปข้างหลังในทางเถาซือเย่
ดวงตาเซิงเหรินหยวนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง คิดว่าสามารถหาคนระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางมาต้านทานเถาซือเย่ได้ คาดไม่ถึงว่าพละกำลังอีกฝ่ายจะเกินจริงจนเขาจับกระบี่ให้มั่นคงไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เก๋อเซี่ยทำอะไร ข้าไม่คิดเข้าไปข้องเกี่ยว ขอตัวลา!”
เฉินเฟยเหลือบมองเถาซือเย่ ร่างวูบไหววิ่งไปไกล
“ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ!”
เถาซือเย่มองเซิงเหรินหยวนแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นสภาพน่าสังเวช เดิมที เหรินเซิงหยวนต้องการสู้ แต่ถูกเถาซือเย่ตีหน้าผาก
ทันใดนั้นเซิงเหรินหยวนไม่สามารถรู้สึกถึงจุดทวารของตัวเองได้อีกต่อไป การบ่มเพาะถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์
เซิงเหรินหยวนล้มลงพื้น หันไปมองเฉินเฟยในระยะไกล ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เซิงเหรินหยวนไม่กล้าแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อเถาซือเย่ แต่เขาต้องการระบายอารมณ์ ดังนั้นทำได้เพียงระบายความโกรธใส่เฉินเฟย
เถาซือเย่แนบนิ้วกระบี่ เจตจำนงกระบี่พุ่งขึ้นฟ้า เจตจำนงกระบี่นี้เตือนคนของฤหาสน์เทียนหยางที่อยู่ใกล้เคียงให้มารับคนที่นี่
จากนั้นเถาซือเย่วูบไหวรีบตามเฉินเฟยไป เซิงเหรินหยวนต้องการจับเฉินเฟย เถาซือเย่ไม่ตั้งใจจะปล่อยเขาไปเช่นกัน
แม้เฉินเฟยหลบหนีออกจากเมืองจักรพรรดิอย่างเงียบๆซึ่งทำให้เถาซือเย่ประหลาดใจ แต่ตอนนี้ถูกจับได้แล้วนับว่าถูกต้อง
เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณเถาซือเย่ที่เข้ามาใกล้ คิ้วพลันขมวดหนักขึ้น
พูดได้ว่าสังหารคนพเนจรด้วยความแค้นแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เหตุผลที่เปิดโปงคฤหาสน์เทียนหยางสังหารคนนั้นไม่อาจป้องกันได้
เดิมทีเฉินเฟยคิดว่าการโยนเซิงเหรินหยวนให้เถาซือเย่จะเป็นจุดสิ้นสุด ท้ายที่สุดมันไม่มีเหตุผล เฉินเฟยไม่ต้องการเป็นศัตรูกับกองกำลังเจ้าปกครอง
โดยเฉพาะเมื่อครู่ที่ยังอยู่ในขอบเขตของเมือจักรพรรดิ หากทำไม่ดีอาจดึงดูดคนของคฤหาสน์เทียนหยาง
“ข้าไม่ได้เป็นศัตรูกับเก๋อเซี่ย ทำไมเก๋อเซี่ยถึงไล่ตามข้ามา?” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม
“ข้ามีเรื่องจะถามเก๋อเซี่ย ทำไมเก๋อเซี่ยไม่ไปคฤหาสน์เทียนหยางกับข้าละ มันใช้เวลาไม่นานหรอก” เถาซือเย่พูดเสียงดัง ขณะที่พูดก็ลดระยะห่างให้น้อยลง
ในบรรดาระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ความเร็วท่าร่างเฉินเฟยในเวลานี้รวดเร็วแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเทียบได้โดยเฉพาะผู้ที่มาจากกองกำลังเจ้าปกครอง
พวกเขาฝึกฝนวิชาระดับขัดเกลาทวารถึงจุดสูงสุด เป็นธรรมดาที่จะมีท่าร่างลึกลับอื่นที่สืบทอดมา การบ่มเพาะเถาซือเย่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย กระแสหยวนหลิงเกิดขึ้นทุกหลายปี มรดกท่าร่างได้ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นกระบี่วิญญาณระดับสูงในมือเถาซือเย่เหมือนส่งผลต่อการเพิ่มความเร็ว ดังนั้นในเวลาไม่นานระยะห่างทั้งสองฝ่ายจึงน้อยลงอย่างยิ่ง
แน่นอนว่ามันเป็นผลจากที่เฉินเฟยยังไม่ได้ใช้ท่าร่างเต็มกำลังในขณะนี้ด้วย
ถ้าต่างฝ่ายต่างบอกลากันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ชัดเจนว่าเถาซือเย่ไม่คิดปล่อยเฉินเฟย ตอนนี้เมื่อไม่มีใครอยู่ใกล้ ดวงตาเฉินเฟยเริ่มกลายเป็นเย็นชา
ร่างเฉินเฟยวูบไหวกระโดดเข้าป่าทึบ ลมปราณของเขาหายไป
ดวงตาเถาซือเย่หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่าลมปราณเฉินเฟยหายไป ส่งเสียงฮึเย็นชาและรีบตรงเข้าไปในป่า เมื่อเผชิญกับพลังเด็ดขาด สิ่งอื่นล้วนเป็นไก่กระเบื้องสุนัขดินเผา
“เอี๊ยด!”
เท้าเถาซือเย่ส่งเสียงแปลกๆขณะที่เหยียบย่ำกิ่งไม้ใบไม้อ่อนนุ่มและเน่าเปื่อย ด้วยการบ่มเพาะของเถาซือเย่ เสียงนี้สามารถระงับได้โดยธรรมชาติ แต่เขาจงใจส่งเสียงดังเช่นนั้น
ในคฤหาสน์เทียนหยางมีวิชาที่ใช้เสียงในการตรวจจับผู้คน เรียกได้ว่าเป็นวิชาที่ทุกคนในคฤหาสน์เทียนหยางต้องเรียนรู้ มันมีประโยชน์ต่อการจับคนอย่างมาก
เถาซือเย่เดินไปข้างหน้าก้าวแล้วก้าวเล่า เสียงใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าดังไร้สิ้นสุด ในเวลาต่อมากลายเป็นเสียงสะเทือนใจที่รุนแรงอย่างยิ่ง
“ออกมาเถอะ เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว”
เถาซือเย่มองไปรอบด้านแล้วหัวเราะเบา “เพียงเดินทางไปคฤหาสน์เทียนหยาง ไม่รู้ว่ามีคนอยากไปคฤหาสน์เทียนหยางตั้งเท่าไหร่ ทว่าพวกเขาไม่มีโอกาส เจ้าควรรับโอกาสนี้ไว้”
“แซ่กแซ่ก!”
สายลมพัดใบไม้ทำให้เกิดเสียงเล็ก เถาซือเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขายังไม่เห็นเฉินเฟย
ราวกับเฉินเฟยไปจากที่นี่แล้ว
สะอาดหมดจดยิ่งนัก เก็บลมปราณได้อย่างสมบูรณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่เถาซือเย่เห็นวิชาแบบนี้ แต่เถาซือเย่รู้ว่าการใช้วิชานี้จะทำให้ความเร็วได้รับผลกระทบ
หากเฉินเฟยใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้หลบหนีไปไกล เถาซือเย่ย่อมสังเกตเห็น ดังนั้นในขณะนี้เฉินเฟยยังคงอยู่ที่นี่
“ตอนนี้ข้าพูดกับเจ้าดีๆ หากเจ้ายังไม่ออกมาอีก อย่าหาว่าข้าโหดร้ายในภายหลัง!”
รอยยิ้มเถาซือเย่หายไปหลังเดินไปอีกสองสามก้าว เขามองไปรอบด้านด้วยสายตาเย็นชา เห็นได้ชัดว่าเริ่มหมดความอดทน
ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด เถาซือเย่หยุดเดินแล้วแกว่งกระบี่วิญญาณ แสงกระบี่กวาดเป็นวงกลมไปทุกทุกทางโดยมีเถาซือเย่เป็นศูนย์กลาง
เพราะไม่พบใคร เป็นธรรมดาที่เถาซือเย่จะทำลายป่าทึบทิ้งเพื่อให้เฉินเฟยไม่มีที่ซ่อน
ด้วยการบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย การทำลายป่าทึบเป็นเรื่องง่ายๆและใช้เวลาเล็กน้อย
“ตู้ม!”
ทั้งป่าทึบเกิดเสียงปะทะดังกึกก้อง ในเวลาเดียวกันเจตจำนงกระบี่เถาซือเย่พุ่งขึ้นฟ้า ห่างไปไม่ไหลนัก คนของคฤหาสน์เทียนหยางรับรู้ได้ถึงเจตจำนงกระบี่นี้และตามหลังมาสนับสนุน
ต้นไม้ร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำยางต้นไม้กระจายอยู่เต็มอากาศ ทั้งป่าทึบมืดลงชั่วขณะหนึ่ง
ร่างหนึ่งปรากฏด้านหลังเถาซือเย่อย่างลึกลับโดยแทงกระบี่ในมือออกไป นั่นคือเฉินเฟยที่กำลังรออยู่ด้านข้าง
“รอเจ้าอยู่นานแล้ว!”
เถาซือเย่หันกลับมาทันใด ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ พลังในร่างเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์แผดเผาบนท้องฟ้า ปล่อยความร้อนแผดเผาไร้สิ้นสุดแล้วระเบิดออกมาปกคลุมระยะร้อยหมี่
ความร้อนแผดเผานี้ไม่เพียงส่งผลต่อร่างกาย แต่ยังแผดเผาจิตวิญญาณอีกฝ่ายโดยตรง ทันใดนั้นเหมือนกำลังมองดวงอาทิตย์ไร้ขอบเขตบนท้องฟ้า ไม่สามารถมองโดยตรง ความกลัวไร้สิ้นสุดเกิดขึ้นในใจราวกับกำลังเผชิญอำนาจแห่งสวรรค์
กระบี่เทียนหยาง!
มรดกสูงสุดของคฤหาสน์เทียนหยาง เปิดร้อยแปดจุดทวาร สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารสูงสุด และเถาซือเย่เปิดร้อยสี่จุดทวารด้วยกระบี่เทียนหยาง
อีกเพียงสี่จุด เถาซือเย่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารสูงสุด กระบี่ในมือจะถูกแทนที่ด้วยอาวุธวิญญาณระดับสูงสุด ในเวลานั้นพลังต่อสู้เถาซือเย่จะเกินจริงยิ่งกว่าเดิม
แม้ในขณะนี้ยังไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่ด้วยร้อยสี่จุดทวารและกระบี่วิญญาณระดับสูง ระดับขัดเกลาทวารทั่วไปจึงไม่อาจเทียบกับเถาซือเย่
กล่าวคือระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายจะไม่ใช่คู่มือของเถาซือเย่ อย่างเช่นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายที่เปิดจุดทวารเพียงเจ็ดสิบแปดสิบจุดอาจไม่สามารถหยุดกระบี่ของเถาซือเย่ได้
นี่คือความต่างระหว่างมรดกชั้นยอดกับมรดกธรรมดา และยังเป็นเหตุผลพื้นฐานว่าทำไมกองกำลังเจ้าปกครองดูถูกนักยุทธ์ทั่วไป จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทั้งสองฝ่ายต่างกันโดยสิ้นเชิง
เฉินเฟยรับรู้ถึงแรงกดดันที่เถาซือเย่ระเบิดออกมา คิ้วพลันขมวดลง นี่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เฉินเฟยเคยสู้ด้วย
“ซี่”
สายฟ้าสว่างวาบบนกระบี่เฉียนหยวนแล้วกลายเป็นสีดำเข้ม ทั้งห้าวิชาถูกผสานบนกระบี่เฉียนหยวน กระบี่เฉียนหยวนเริ่มสั่นเล็กน้อย
นี่คือความตื่นเต้น กระบี่เฉียนหยวนสัมผัสได้ถึงพลังที่มาจากเฉินเฟย วิญญาณจึงอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
เสียงคำรามมังกรคชสารดังขึ้นภายในร่างเฉินเฟย กระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลกทันที
“ตู้ม!”
กระบี่ทั้งสองปะทะกัน คลื่นกระแทกแผ่ไปทุกทางโดยมีใบกระบี่เป็นศูนย์กลาง ในขณะนี้หญ้าและต้นไม้ที่ถูกโค่นล้มล้วนระเบิดเป็นผง
ใต้ฝ่าเท้าเฉินเฟยและเถาซือเย่เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ รอยแตกขยายออกไป ภูเขาบางแห่งเริ่มสั่นทำให้เกิดเสียงอึกทึก
สีหน้าเถาซือเย่ที่แสดงว่าทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมเปลี่ยนไปทันที
ลมปราณเฉินเฟยในสายตาเขาเปลี่ยนไป มันกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะต่อให้เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถป้องกันกระบี่เขาได้
แต่สถานการณ์ในเวลานี้คือมีพลังมหาศาลโถมใส่เขา เดิมทีกระบี่เทียนหยางเผาผลาญทุกสิ่ง ลักษณะสังหารร่างกายสังหารจิตวิญญาณกลับไม่ปรากฏบนตัวเฉินเฟย
“ครืดครืดครืด!”
เถาซือเย่ถอยหลังไปหลายก้าว ในคอเต็มไปด้วยเลือด แต่เถาซือเย่กลืนมันกลับลงไปโดยตรง เถาซือเย่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในกระบวนท่าเดียว
“ซ่อนการบ่มเพาะ? ให้ข้าดูว่าเจ้ายังซ่อนอะไรไว้อีก!”
เถาซือเย่ตะโกนด้วยความโกรธ ลมปราณร้อนแรงในร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ครู่ต่อมา ร่างเถาซือเย่วูบไหวพุ่งออกไปในทางตรงข้าม
เถาซือเย่หนีไปโดยตรง
หลังสู้กันครั้งเดียว ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายซึ่งคนของคฤหาสน์เทียนหยางให้ความเคารพวิ่งหนีไป
เฉินเฟยตกใจ เดิมทีคิดว่าเถาซือเย่จะสู้ตาย คิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ เฉินเฟยมองด้านหลังเถาซือเย่ ทะเลจิตสำนึกสั่นไหว โจมตีด้วยกระบี่ตัดจิตสิบเล่มติดต่อกัน
ฝีเท้าเถาซือเย่หยุดนิ่งชั่วขณะ กระบี่ตัดจิตหนึ่งเล่ม เถาซือเย่สามารถเพิกเฉยได้ ท้ายที่สุดกระบี่เทียนหยางสามารถปกป้องจิตวิญญาณ
กล่าวได้ว่ากระบี่เทียนหยางเป็นของหายาก สามารถฝึกพลังหยวนกับจิตวิญญาณได้พร้อมกัน
แต่การโจมตีกระบี่ตัดจิตสิบเล่มของเฉินเฟยไม่อาจทนรับได้ เถาซือเย่จึงถูกโจมตีโดยตรงและหยุดนิ่ง ทะเลจิตสำนึกเต็มไปด้วยความสับสน ในจิตวิญญาณยังเกิดรูโหว่เล็กๆ
เถาซือเย่โคจรกระบี่เทียนหยางตามจิตใต้สำนึก เขาตื่นตัวขึ้นมาทันที แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือค่ายกลกระบี่
แรงถ่วงมหาศาลกดทับเถาซือเย่ ลูกปัดกระบี่เปล่งแสงเข้าปิดล้อม
“หายไปซะ!”
เถาซือเย่ตะโกนเสียงดัง กระบี่วิญญาณในมือเปล่งแสงแผดเผา ฟันกระบี่วิญญาณใส่ค่ายกลกระบี่
ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตรงขอบค่ายกลเกิดรูฉีกขาด
ด้วยร้อยสี่จุดทวารและกระบี่วิญญาณระดับสูง พลังต่อสู้ของเถาซือเย่จึงเกินจริงไปมาก หากการบ่มเพาะเฉินเฟยเป็นเช่นนี้และมีกระบี่วิญญาณระดับสูง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนจะไม่ถูกตัดขาด
ท้ายที่สุดสยบมังกรคชสารไม่สามารถสนับสนุนค่ายกล ถ้าไม่มีสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยอาจไม่สามารถชนะเถาซือเย่ได้
แต่ในโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้า เฉินเฟยครอบครองสยบมังกรคชชาร ตอนนี้ความแข็งแกร่งเหนือกว่าเถาซือเย่
เถาซือเย่ฉีกค่ายกลกระบี่ แต่ก่อนจะหลบหนีออกไปได้ เฉินเฟยก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา กระบี่เฉียนหยวนแทงออกไป อากาศด้านหน้าเหมือนถูกระเบิด
“ตู้ม!”
เสียงระเบิดดังก้องไปทุกทาง เถาซือเย่ไม่สามารถห้ามเลือดได้อีกและพ่นมันออกมา ใบหน้าเขาซีดลงทันที
เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้า แทงกระบี่ออกไปอีกครั้งโดยไม่ให้โอกาสเถาซือเย่ได้พักหายใจ
ทั้งสองกระบี่ปะทะกันทำให้เกิดแรงกระแทกมหาศาล ท้ายที่สุดพลังของกระบี่เทียนหยางเกินจริงเช่นกัน แต่ในฝั่งเฉินเฟย แรงกระแทกเหล่านี้เหมือนไม่มีอยู่จริง
หนึ่งกระบี่ สองกระบี่ สามกระบี่!
ทันใดนั้นอีกสามกระบี่ถูกแทงออกไป ใบหน้าเถาซื่อเย่ซีดเซียว ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ อย่างมากสุดภายในสิบปีเขาจะมีโอกาสไปถึงระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่ตอนนี้กำลังจะตายอยู่ที่นี่ด้วยน้ำมือของคนไม่รู้จัก?
“ข้างหน้าคือพี่เถาซือเย่? ต้องการให้ช่วยหรือไม่?” ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังมาจากระยะไกล
ดวงตาเถาซือเย่เบิกตากว้างด้วยความยินดีที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติ นั่นคือสหายสนิทของเขาตงเหวินซวน คาดไม่ถึงว่าจะได้พบกันที่นี่
“พี่ตง ช่วยข้าด้วย!” เถาซือเย่ตะโกนเสียงดัง
เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณจากระยะไกล เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายอีกคนหนึ่ง เมืองจักรพรรดิมียอดฝีมือมากมายนัก