เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 383 ล่มสลาย

ตอนที่ 383 ล่มสลาย

ตอนที่ 383 ล่มสลาย


“มาเข้าพบเจ้าสำนักในเวลานี้?”

ฉู่หยูซวงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินเฟยพูด แต่พอนึกถึงการกระทำของเฉินเฟยที่บุกเข้าศาลาเฉินสุ่ย คาดว่าคงไม่ได้ล้อเล่นเรื่องแบบนี้

ฉู่หยูซวงพยักหน้า ร่างวูบไหววิ่งไปยังยอดเขาหลัก เฉินเฟยขยับเท้าตามไป

ฉู่หยูซวงเห็นเฉินเฟยตามความเร็วของตัวเองได้อย่างง่ายดาย พอคิดถึงชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะของเฉินเฟย จิตวิญญาณแห่งการแข่งขันพลันเกิดขึ้น อดไม่ได้ที่จะเร่งความเร็วท่าร่าง

ฉู่หยูซวงทะลวงระดับขัดเกลาทวารไม่นานนัก เร็วกว่าเฉินเฟยไม่กี่ปี แต่ฉู่หยูซวงมีพรสวรรค์สูงและภูมิหลังที่ดี ดังนั้นเมื่ออายุยี่สิบห้าปี นางจึงพยายามทะลวงระดับขัดเกลาทวารซึ่งประสบความสำเร็จในครั้งเดียว

ดังนั้นด้านอายุของเฉินเฟยกับฉู่หยูซวงต่างกันไม่มากนัก

ดังนั้นก่อนเฉินเฟยจะทะลวงระดับขัดเกลาทวาร หนึ่งในไม่กี่คนในเมืองเซียนเมฆาที่มีชื่อว่าเป็นอัจฉริยะคือฉู่หยูซวง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพรสวรรค์ของเฉินเฟยเหมือนจะดีกว่า

มีเพียงไม่กี่คนที่ยังพูดถึงฉู่หยูซวงต่อ

ฉู่หยูซวงไม่ได้อิจฉาเพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้คนให้ความสนใจกับสิ่งใหม่อยู่เสมอ เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง

การเร่งความเร็วเป็นการเปรียบเทียบจากจิตใต้สำนึก ไม่ใช่ที่หนึ่งในวรรณกรรม ไม่ใช่ที่สองในการต่อสู้ นั่นคือสถานการณ์นี้

ในบรรดาคนอายุเท่ายิ่งเป็นแบบนี้

การเร่งความเร็วอย่างกะทันหันของฉู่หยูซวงไม่ได้ทำให้เฉินเฟยเกิดความคิดมากมาย มันยังสอดคล้องกับสิ่งเขาต้องการซึ่งจะได้พบจี้รุ่ยชิงเร็วขึ้น

ส่วนจะตามทันหรือไม่นั้น แม้ร่างแยกอ่อนแอกว่า แต่นอกจากไม่มีกระสวยผ่านทะยาน ความเร็วนั้นเกือบเทียบได้กับร่างหลัก

ท้ายที่สุดร่างแยกเป็นส่วนเสริมของเดินหนีสวรรค์ ดังนั้นท่าร่างจึงเหมือนกันทุกประการ

การเร่งความเร็วอย่างกะทันหันของฉู่หยูซวงจึงไม่น่าแปลกใจในสายตาเฉินเฟย หากไม่ใช่เพราะความไม่สุภาพ เฉินเฟยต้องการจับมือฉู่หยูซวงรีบตรงไปที่ยอดเขาหลักศาลาเฉินสุ่ยด้วยซ้ำ

ทว่าเรื่องแบบนี้ทำได้เพียงคิด ระหว่างชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัว หากไปจับมือฉู่หยูซวง ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก

ร่างทั้งสองวูบไหว เพียงครู่เดียวมาถึงยอดเขาหลัก

ฉู่หยูซวงแอบเหลือบมองเฉินเฟยอย่างไม่พอใจ ระหว่างทางมานี้ไม่ว่าฉู่หยูซวงจะเร่งความเร็วแค่ไหนหรือใช้แรงสุดกำลัง นางไม่สามารถสลัดเฉินเฟยได้แม้แต่ครึ่งก้าว

ในระหว่างทางสีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งสงบ แน่นอนว่าความเร็วเท่านี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเฟย

เป็นสีหน้าของเฉินเฟยที่ทำให้ฉู่หยูซวงหงุดหงิด แม้นางทะลวงผ่านเร็วกว่าเฉินเฟยหลายปี แต่ท่าร่างกลับเสียเปรียบ

ต้องรู้ว่าในบรรดาวิชาที่ฉู่หยูซวงฝึกฝน นางชำนาญท่าร่างมากที่สุด ในศาลาเสินสุ่ย ท่าร่างของฉู่หยูซวงติดหนึ่งในสามอันดับแรกของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

สามารถทำเช่นนี้ได้ในเวลาไม่กี่ปี ไม่ต้องสงสัยเรื่องพรสวรรค์ของฉู่หยูซวงเลย แต่นางกลับพ่ายแพ้เฉินเฟย สิ่งนี้ทำให้ฉู่หยูซวงรับไม่ได้

หากตอนแรกเป็นการแข่งขันในจิตใต้สำนึก ตอนนี้ความปรารถนาเอาชนะอีกฝ่ายของฉู่หยูซวงตื่นขึ้นแล้วจริงๆ

“หยูซวงขอเข้าพบเจ้าสำนัก!”

“เฉินเฟยแห่งสำนักกระบี่เริ่มดวงดวงขอเข้าพบเจ้าสำนักจี้!” เสียงฉู่หยูซวงกับเฉินเฟยดังขึ้นตามลำดับ

ด้วยการบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายของจี้รุ่ยชิง ในเวลานี้นางควรรับรู้ได้ถึงการมาของทั้งสอง ทว่าคำพูดของทั้งสองดังออกไป บนยอดเขาหลักกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด

“หยูซวงขอเข้าพบเจ้าสำนัก!”

หลังรออยู่ครู่หนึ่งแล้วไม่ได้รับคำตอบ ฉู่หยูซวงจึงขมวดคิ้วพูดอีกครั้ง ทว่าจี้รุ่ยชิงยังไม่ตอบรับเช่นเดิม

“ผู้อาวุโสซูอยู่ในสำนักหรือไม่?”

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปและรีบเข้าไปด้านใน แต่ยอดเขาหลักมีค่ายกลปกคลุม ความแข็งแกร่งของร่างแยกเฉินเฟยไม่สามารถผ่านค่ายกลนี้ หากฝืนเข้าไปอาจโดนค่ายกลทำลาย

สำหรับผู้อาวุโสเฉินที่ฉือซูชิงพูดถึง ในระหว่างทางเฉินเฟยถามฉู่หยูซวง ฉู่หยูซวงบอกว่าผู้อาวุโสเฉินยังไม่กลับมา

จากสถานการณ์ตรงหน้า ไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสเฉินยังไม่กลับมา มีบางอย่างเกิดขึ้นกับจี้รุ่ยชิงหรือเปล่า?

“ผู้อาวุโสซูไปทำภารกิจเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้นางไม่ได้อยู่ในสำนัก” ฉู่หยูซวงรู้สึกว่าสถานการณ์ผิดปกติ อย่างไรก็ตามในเวลานี้ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนของสำนักไม่ได้อยู่ที่ศาลาเฉินสุ่ย

“สามารถส่งสัญญาณเตือนได้ที่ไหน” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้มลึก

ตอนนี้ไม่สามารถตามหาทีละคน นั่นจะเสียเวลาเกินไป ยอมสังหารผิดโดยเรียกทุกคนมารวมกันดีกว่า

“ที่นั่น!”

ฉู่หยูซวงชี้ยอดเขาอีกลูกแล้วรีบวิ่งไป ในระหว่างทางเฉินเฟยอธิบายสถานการณ์สั้นๆ ฉู่หยูซวงจึงเข้าใจความร้ายแรงของเรื่องนี้

ฉู่หยูซวงโล่งใจเล็กน้อยเพราะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่เห็นผู้อาวุโสเฉินกลับมา แต่ตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์ยังคงย่ำแย่อยู่มาก

“ฟิ้ว!”

ทันใดนั้นภาพติดตาพุ่งผ่านฉู่หยูซวง ฉู่หยูซวงมองแผ่นหลังเฉินเฟยที่เคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาพลันเบิกกว้าง เร็วขนาดไหนกัน!

ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นควรมีท่าร่างแบบนี้หรือ?

ฉู่หยูซวงไม่ตอบสนองชั่วขณะ ความปรารถนาเอาชนะที่คั่งค้างอยู่ในใจถูกความเร็วท่าร่างเฉินเฟยทำลายทันที

“ปัง!”

ก่อนฉู่หยูซวงจะตอบสนอง ทันใดนั้นเกิดเสียงดังสนั่นมาจากภูเขาในระยะไกล ในขณะเดียวกันลมปราณฉวีเยว่ซิวผู้อาวุโสอีกคนของศาลาเฉินสุ่ยปรากฏในการรับรู้ฉู่หยูซวง

“ผู้อาวุโสฉวีอยู่ที่นั่นได้อย่างไร”

ฉู่หยูซวงโยนคำถามเรื่องท่าร่างเฉินเฟยทิ้งไปทันที เหลือเพียงความรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

“ตึง!”

เสียงระฆังทองแดงกระจายไปทั่วศาลาเฉินสุ่ย ทุกคนในศาลาเฉินสุ่ยล้วนตื่นขึ้นด้วยเสียงนี้

บนยอดเขาจงซาน ฉวีเยว่ซิวมองเฉินเฟยด้วยใบหน้ามืดมน ในดวงตามีแสงดำวาบผ่านครั้งคราว เฉินเฟยขมวดคิ้วมองฉวีเยว่ซิว ภายใต้ศาสตร์มองดาว ลมปราณฉวีเยว่ซิวผสมกับสิ่งแปลกประหลาดเหมือนอู๋กวงอินก่อนหน้านี้ทุกประการ

เห็นได้ชัดว่าฉวีเยว่ซิวไม่รู้ว่าจิตวิญญาณตัวเองปนเปื้อนเมื่อใด ตอนนี้มายืนอยู่หน้าระฆังเพื่อป้องกันไม่ให้ใครตี

แม้ร่างแยกเฉินเฟยมีความแข็งแกร่งธรรมดา แต่ท่าร่างยังคงเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นทั่วไป ด้วยการปะทะไม่กี่ครั้งก็สามารถก้าวหลอกฉวีเยว่ซิวและตีระฆังได้

“บุกรุกศาลาเฉินสุ่ย ต้องสังหาร!” ฉวีเยว่ซิวมองเฉินเฟย ดวงตาเย็นชาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

“ผู้อาวุโสฉวีเข้าใจผิดแล้ว” ฉู่หยูซวงเห็นภาพนี้จากระยะไกลจึงตะโกนบอก

“หยูซวง คนนี้มีเจตนาร้าย ให้ข้าสังหารมัน!” ฉวีเยว่ซิวเหลือบมองฉู่หยูซวงแล้วตะโกนเสียงต่ำ

พอพูดจบฉวีเยว่ซิวก็ปรากฏต่อหน้าเฉินเฟยแล้วแทงกระบี่ใส่ศีรษะ ในขณะเดียวกันเจตจำนงกระบี่บ้าคลั่งโกลาหลพุ่งตรงเข้าจิตวิญญาณเฉินเฟย

ทักษะจิตวิญญาณ แต่ทักษะจิตวิญญาณนี้ผสมสิ่งปนเปื้อนมาด้วย

ในระดับเดียวกัน ทักษะจิตวิญญาณไม่ค่อยมีผลและยังสะท้อนกลับ เว้นแต่จะเป็นผู้แข็งแกร่งกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอ อย่างเช่นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางปราบระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

ฉวีเยว่ซิวเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ด้วยการใช้ทักษะจิตวิญญาณแบบนี้ ผลที่ตามมาย่อมไม่ถูกคำนึงถึง ฉวีเยว่ซิวคล้ายกับชางกุ่ยที่ต้องการเพียงผลลัพธ์

สีหน้าเฉินเฟยนิ่งเฉย ใช้มือขวาทำนิ้วกระบี่แตะหน้าผากฉวีเยว่ซิวโดยไม่สนใจทักษะจิตวิญญาณที่โจมตีใส่

รอยยิ้มน่าหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าฉวีเยว่ซิว เจตจำนงกระบี่อีกสายพุ่งเข้าจิตวิญญาณเฉินเฟย แต่ก่อนเจตจำนงกระบี่นี้จะทันโจมตี เจตจำนงกระบี่สายแรกเข้าปะทะจิตวิญญาณเฉินเฟย

ฉวีเยว่ซิวร้องครวญคราง ทะเลจิตสำนักสั่นไหวอย่างรุนแรง จิตวิญญาณนางเหมือนถูกแยกออก

ปรากฏว่าเจตจำนงกระบี่สายแรกนั้นเหมือนชนเข้าแก่นเหล็ก เจตจำนงกระบี่ฉวีเยว่ซิวเป็นเหมือนเต้าหู้ การปะทะกันระหว่างทั้งสองสิ้นสุดลง เจตจำนงกระบี่ฉวีเยว่ซิวถูกทำลายอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉวีเยว่ซิวคิดว่าตราบใดที่เพิกเฉยทุกสิ่งและทำทุกวิธีทางก็จะชนะได้ ทุกคนล้วนกลัวคนบ้าไม่สนใจชีวิต เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

แต่อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวสุดชีวิตจะทำให้พังทลายเร็วขึ้น

ร่างแยกเฉินเฟยอาจอ่อนแอในด้านอื่น แต่จิตวิญญาณยังคงเหมือนกับร่างหลัก อย่างน้อยเพียงแค่มีปริมาณน้อยกว่า แต่ยังคงได้รับการปกป้องจากสยบจิตสยบมังกรคชสารกับเคล็ดพันไหม

ไม่ต้องพูดถึงทักษะจิตวิญญาณของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ต่อให้เป็นทักษะจิตวิญญาณของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายโจมตีเฉินเฟย เฉินเฟยก็ยังสบายดี แม้กระทั่งอีกฝ่ายยังรู้สึกไม่สบายตัว

“ปัง!”

เฉินเฟยแตะหน้าผากฉวีเยว่ซิว ภายใต้ศาสตร์มองดาว กระบี่ตัดจิตพุ่งเข้าไปโดยตรง ด้วยความละเอียดอ่อนขั้นสุดของเคล็ดพันไหม ขณะที่ทะเลจิตสำนึกฉวีเยว่ซิวสั่นไหว หมอกดำในจิตวิญญาณฉวีเยว่ซิวถูกตัดออกทันที

“โฮก!”

กลุ่มเงาดำถูกเฉินเฟยผลักออกจากทะเลจิตสำนึก เมื่อเงาดำคำรามก็ถูกกระบี่ตัดจิตของเฉินเฟยกระแทกกลับ

เงาดำเหมือนรู้ว่าเฉินเฟยทรงพลัง มันเหลือบมองฉู่หยูซวงที่กำลังมาจากระยะไกลและรีบพุ่งไปหา มันจำเป็นต้องเกาะติดร่างนักยุทธ์ใหม่

ไม่อย่างนั้นตอนอยู่ในสถานนี้จะเป็นช่วงอ่อนแอที่สุด

ชางกุ่ยที่เกาะติดอยู่ในทะเลจิตสำนึกยากจะนำออก มันมีข้อกำหนดมากมาย แต่เฉินเฟยมีคุณสมบัติตรงตามนั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ตัดจิตอันเฉียบคม เคล็ดพันไหมที่ควบคุมอย่างละเอียดอ่อน ศาสตร์มองดาว และสยบจิตสยบมังกรคชสารที่ไม่กลัวการสัมผัสใกล้ชิด

ทั้งหมดนี้ทำให้เฉินเฟยสามารถขับไล่ชางกุ่ยในกระบี่เดียว

“ชิ้ง!”

เงาดำเคลื่อนไหว แสงกระบี่อีกสายพุ่งผ่านตัดร่างเงาดำสามส่วน เงาดำคำรามอย่างเจ็บปวดทันที

เฉินเฟยชี้หน้าผากตัวเอง กระบี่ตัดจิตสามเล่มพุ่งออกไปปิดล้อมชางกุ่ยและขังมันไว้ เมื่อใดที่ขยับอีก กระบี่ตัดจิตจะตัดเฉือนร่างเงาดำทีละส่วน

ชางกุ่ยมองแสงกระบี่ทั้งสามแล้วคำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่มันไม่กล้าเคลื่อนไหวอีก

“นั่นคืออะไร?”

ฉู่หยูซวงที่มาช้ามองฉวีเยว่ซิวบนพื้นและมองชางกุ่ย ลมปราณบ้างคลั่งโกลาหลพุ่งเข้าทะเลจิตสำนึกทำให้ผู้คนต้องการหลีกเลี่ยง

“มันคือชางกุ่ย! พอคนอื่นมาถึงให้ไปตามหาผู้อาวุโสเฉินกับเจ้าสำนักจี้ก่อน” เฉินเฟยพูดเบา

ทั้งศาลาเฉินสุ่ยทำให้เฉินเฟยเกิดความรู้สึกแปลกๆมากกว่าเดิม ในเวลานี้สองคนที่หายตัวไปต้องทำอะไรบางอย่างแน่ และสิ่งนี้อาจทำให้ศาลาเฉินสุ่ยล่มสลาย!

จบบทที่ ตอนที่ 383 ล่มสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว