เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 384 ยอดเขาคูสุ่ย

ตอนที่ 384 ยอดเขาคูสุ่ย

ตอนที่ 384 ยอดเขาคูสุ่ย


ผ่านไปครู่หนึ่ง  ระดับขัดเกลาทวารของศาลาเฉินสุ่ยที่ได้ยินเสียงระฆังเริ่มมาถึงยอดเขาจงซาน และสิ่งแรกที่มองคือชางกุ่ย แม้จะอยู่ห่างไกลยังรับรู้ถึงความบ้าคลั่งโกลาหลนี้ได้อย่างชัดเจน

เฉินเฟยขังชางกุ่ยเอาไว้เพื่อโน้มน้าวทุกคนให้เร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นคนนอกอย่างเฉินเฟยบุกเข้าศาลาเฉินสุ่ยและล้มผู้อาวุโสใน ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็นคนผิด

แต่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมายเพราะหลักฐานอยู่ตรงนั้น

ฉวีเยว่ซิวเริ่มตาตื่น มองฝูงชนด้วยสายตาสงสัย แต่ในไม่ช้าเศษเสี้ยวทรงจำบางส่วนแวบขึ้นมาในใจ สีหน้านางถึงกับเปลี่ยนไป

“ผู้อาวุโสฉวีจำอะไรได้บ้าง ผู้อาวุโสเฉินกับเจ้าสำนักอยู่ที่ไหน?” ฉู่หยูซวงจึงรีบถามเมื่อเห็นสีหน้าฉวีเยว่ซิว

ในเวลานี้สถานการณ์ในศาลาเฉินสุ่ยเป็นเรื่องเร่งด่วน หากไม่สามารถรับข้อมูลใดจากฉวีเยว่ซิว พวกนางจะทำได้เพียงค้นหาตามสถานที่ต่างๆซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้เท่านั้น

แต่ประสิทธิภาพการหาแบบนั้นต่ำมาก และหากใครพบตำแหน่งจริงแต่ไม่ระวังมากพอ ไม่ใช่ว่าจะโดนชางกุ่ยจะครอบงำด้วยหรือ?

แม้แต่ตำแหน่งจี้รุ่ยชิงซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายยังไม่รู้แน่ชัด คนอย่างพวกนางอาจไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิด แต่ถ้าไม่แยกกันหา ประสิทธิภาพจะยิ่งลดลงไปอีก

“อยู่ที่ยอดเขาคูสุ่ย” ฉวีเยว่ซิวพูดอย่างกังวล

“ยอดเขาคูสุ่ย?”

ทุกคนต่างตกใจเมื่อได้ยินสถานที่นี้ เฉินเฟยไม่ได้มาจากศาลาเฉินสุ่ยจึงไม่เข้าใจโดยธรรมชาติ ส่วนคนอื่นล้วนตื่นตระหนก

เมื่อครู่พวกนางได้ยินสิ่งที่เฉินเฟยพูด สิ่งที่เป็นไปได้มากสุดคือการสังเวยโลหิตศาลาเฉินสุ่ย ใช้พลังได้รับหล่อเลี้ยงเมืองซ่างอู๋ ทำให้โลกตกอยู่ในความวุ่นวาย

หลังจากเฉินเซียงหยูผู้อาวุโสเฉินกลับมา นางไม่ได้สังหารศิษย์คนใดเลย ดูแล้วต่างไปจากสังเวยโลหิตโดยสิ้นเชิง พวกนางคาดเดาสถานที่หลายแห่งซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสถานที่ลับในศาลาเฉินสุ่น

ตอนที่คิดแยกกันไปหามักจะมองไปทิศทางเหล่านี้เสมอ

สิ่งเดียวที่ไม่ได้คิดถึงคือยอดเขาคูสุ่ย

ชื่อของยอดเขาคูสุ่ยมาจากรสขมของน้ำแร่จากภูเขาซึ่งยากต่อการกลืน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแหล่งน้ำหรือเปล่า ต้นไม้บนยอดเขาคูสุ่ยถึงได้มีน้อย

แม้แต่ต้นไม้ที่อยู่รอดยังผอมแห้งเหมือนขาดสารอาหารซึ่งไม่น่ามองอย่างยิ่ง

เมื่อเวลาผ่านไป บนยอดเขาคูสุ่ยมีศิษย์อาศัยน้อยลงเรื่อยๆ พวกนางต่างย้ายออกจากยอดเขาคูสุ่ย

คนในศาลาเฉินสุ่ยคิดจะเปลี่ยนแปลงยอดเขาคูสุ่ยเช่นกัน เพราะมันเป็นภูเขาภายในสำนัก ดังนั้นจึงน่าเสียดายที่จะทิ้งมันแบบนี้

แต่ไม่ว่าคนในศาลาเฉินสุ่ยเปลี่ยนแปลงอย่างไร น้ำบนภูเขายังคงขมอย่างยิ่งโดยที่ไม่พบสาเหตุ แม้ใช้ค่ายกลชักนำปราณหยวนเข้าสู่ยอดเขาคูสุ่ย แต่ผลที่กลับไม่ดีไปกว่ากันนัก

ในเวลาต่อมาแม้กระทั่งคนในศาลาเฉินสุ่ยก็ยอมแพ้ เหล่าศิษย์สำนักเกือบลืมเรื่องยอดเขาคูสุ่ยและถือว่ามันเป็นภูเขาไร้ชื่อ

ร่างผู้คนวูบไหววิ่งไปทางยอดเขาคูสุ่ย เฉินเฟยเหลือบมองชางกุ่ย กระบี่ตัดจิตสามเล่มเปล่งแสง ชางกุ่ยส่งเสียงกรีดร้องไม่เต็มใจสลายไป

ด้านนอกศาลาเฉินสุ่ย ฉือซูชิงมองประตูภูเขาอย่างใจจดจ่อ เมื่อครู่นางได้ยินเสียงระฆังทองแดงดังมาจากประตูภูเขาอย่างคลุมเครือ เสียงนี้จะดังขึ้นต่อเมื่อสำนักเผชิญเหตุฉุกเฉิน

“สังหารชางกุ่ยแล้ว ตอนนี้ทุกคนกำลังไปยอดเขาคูสุ่ย” เฉินเฟยหันไปมองฉือซูชิงและอธิบายสถานการณ์

“เราจะเข้าไปไหม?” ฉือซูชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด โชคดีที่พวกเขามาเร็วและเฉินเฟยมาด้วย

ไม่อย่างนั้นเกรงว่ายากจะบอกได้ว่าใครเป็นชางกุ่ย

ส่วนยอดเขาคูสุ่ย นางคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ

“ได้!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า การสังเวยโลหิตครั้งใหญ่ยังอยู่ในขั้นเตรียมการ ศาลาเฉินสุ่ยไม่อันตรายเกินไปสำหรับเฉินเฟย

ในสถานการณ์ร้ายแรง เฉินเฟยสามารถพาฉือซูชิงหนีออกจากศาลาเฉินสุ่ยได้แน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของร่างแยกอ่อนแอ หากเผชิญการต่อสู้จะถูกสังหารได้ง่าย ในเวลานั้นเมื่อเฉินเฟยไปถึงเกรงว่าจะสายเกินไป

เช่นเดียวกับที่ฉวีชิงเซิงคิด น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า การทำลายศาลาเฉินสุ่ยไม่เป็นประโยชน์ต่อสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหรือพื้นที่โดยรอบของเมืองเซียนเมฆา

ในสถานการณ์นี้หากช่วยศาลาเฉินสุ่ยได้ก็ต้องช่วย

และตอนนี้ทำไปหลายอย่างแล้ว ไม่อาจปล่อยให้พังในช่วงสุดท้ายได้

ฉือซูชิงแสดงสีหน้าดีใจเมื่อเห็นเฉินเฟยตกลง เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย จับมือฉือซูชิง ร่างวูบไหววิ่งไปทางยอดเขาคูสุ่ย

ด้านในศาลาเฉินสุ่ย ในขณะนี้ทุกคนมาถึงยอดเขาคูสุ่ยแล้ว

เฉินเฟยไม่ได้ลองดื่มน้ำรสขมของยอดเขาคูสุ่ย พอมาถึงที่นี่เฉินเฟยพบว่าปราณหยวนรอบยอดเขาคูสุ่ยค่อนข้างสงบนิ่ง

เมื่อเทียบกับปราณหยวนในสถานที่ปกติอื่น ปราณหยวนรอบยอดเขาคูสุ่ยนั้นไร้ชีวิตชีวาซึ่งทำให้ผู้คนปฏิเสธสถานที่แห่งนี้โดยไม่รู้ตัว

แม้ปราณหยวนนี้สามารถดูดซับและฝึกฝนได้ตามปกติ แต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

โคจรศาสตร์มองดาว ทิวทัศน์ทั้งหมดของยอดเขาคูสุ่ยปรากฏในสายตาเฉินเฟย ในเวลาต่อมา ร่างเฉินเฟยวูบไหวรีบไปยังตำแหน่งครึ่งทางขึ้นภูเขา

ฉู่หยูซวงมองเฉินเฟยที่เป็นผู้นำหน้า ดวงตาเป็นประกาย ความประหลาดมาพร้อมกับอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยยังเป็นคนเดินหน้าเร็วสุด ที่นี่ไม่ใช่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแต่เป็นศาลาเฉินสุ่ย การกระทำของเฉินเฟยทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกดีๆกับเขาโดยไม่รู้ตัว

ไม่เพียงฉู่หยูซวง ผู้อาวุโสคนอื่นในศาลาเฉินสุ่ยรู้สึกแบบเดียวกันเมื่อเห็นการกระทำของเฉินเฟย

เฉินเฟยไม่รู้สภาพจิตใจของผู้อาวุโสศาลาเฉินสุ่ยที่อยู่ข้างหลัง ไม่เช่นนั้นเขาคงส่ายหน้าหัวเราะ

นี่เป็นร่างแยก เพราะเฉินเฟยฝึกเดินหนีสวรรค์ถึงระดับรู้แจ้งและพลังจิตวิญญาณอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ดังนั้นจึงไม่มีใครพบว่านี่เป็นเพียงร่างแยก

นอกจากร่างแยกเหมือนจริงเกินไป สิ่งสำคัญคือร่างแยกเอาชนะฉวีเยว่ซิวได้

ร่างแยกเอาชนะนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้น ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนภาพลวงตา

เฉินเฟยรีบวิ่งไปคนแรกเพราะแม้จะถูกโจมตีก็ไม่สูญเสีย โดยปกติแล้วระดับขัดเกลาทวารไม่สามารถยับยั้งสิ่งปนเปื้อนจากชางกุ่ยเหล่านี้ แต่ไม่ใช่กับเฉินเฟย

เว้นแต่นักพรตซีเหลียนตัวจริงจะมาที่นี่ แบบนั้นเฉินเฟยถึงจัดการไม่ได้ แต่มันน่าทึ่งอยู่ดี สุดท้ายให้ร่างแยกสลายตัวเอง นั่นคือจุดสิ้นสุด มันจะไม่ส่งผลใดต่อร่างหลัก

นักพรตซีเหลียนอาจสังหารเขาด้วยคำสาปจิตวิญญาณ โจมตีร่างหลักผ่านร่างแยก แต่หากนักพรตซีเหลียนมีความสามารถนี้จริง เกรงว่าคนในราชวงศ์นี้คงตายกันจำนวนมาก

ตามที่เฉินเฟยรู้ ส่วนหลังของศาสตร์มองดาวของสำนักลึกลับในโลกหัวใจประหลาดมีวิชาแบบนั้น น่าเสียดายที่เฉินเฟยไม่ได้เรียนรู้

“ฟิ้ว!”

ร่างแยกพุ่งผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว พริบตาเดียวมาถึงบนเนินเขาของยอดเขาคูสุ่ย เฉินเฟยมองรอบด้าน เดินไปที่ผนังภูเขาแล้วใช้มือหนึ่งตบใส่

ร่างแยกเฉินเฟยไม่ได้รับการสนับสนุนจากสยบมังกรคชสารเพราะไม่ใช่เลือดเนื้อแท้จริง แต่กระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์นั้นอยู่ในระดับรู้แจ้ง แม้ไม่มีกระบี่อยู่ในมือ ทุกกระบวนท่าของเฉินเฟยยังสามารถปล่อยพลังมหาศาล ร่างแยกทำแบบนั้นได้เช่นกัน

“ตู้ม!”

ผนังภูเขาสั่นสะเทือนรุนแรง หินแตกกระจายนับไม่ถ้วน ทางเข้าถ้ำปรากฏต่อหน้าเฉินเฟย แต่ด้านหลังถ้ำนั้นมีค่ายกลขวางไว้

ค่ายกลนี้เชื่อมโยงกับปราณปฐพีของยอดเขาคูสุ่ย ก่อนหินจะถล่ม มันไม่เผยให้เห็นลมปราณแม้แต่น้อยซึ่งซ่อนไว้ด้านหลังทางเข้าถ้ำอย่างสมบูรณ์

“ร่วมมือทำลายค่ายกล!”

เฉินเฟยพูดเสียงทุ้มเมื่อเห็นฉู่หยูซวงกับคนอื่นกำลังมา ด้วยพลังของร่างแยกอย่างเดียวไม่สามารถทะลวงผ่านค่ายกลได้

“ตู้ม!”

มีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นเกือบยี่สิบคนและนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นกลางสองสามคน พลังขนาดนี้ค่ายกลไม่อาจหยุดยั้งได้ เพียงลงมือครั้งเดียวค่ายกลภายในถ้ำก็พังทลาย

“ผู้นำโถงเฉินระวังตัวด้วย!” เมื่อเห็นเฉินเฟยรีบเข้าไปคนแรกอีกครั้ง ฉู่หยูซวงจึงอดไม่ได้ที่จะเตือน พูดได้เพียงครึ่งเดียวเฉินหายก็หายไป

ผู้อาวุโสหลายคนมองฉู่หยูซวงด้วยรอยยิ้ม ฉู่หยูซวงสังเกตเห็นการจ้องมองและนึกถึงบางอย่าง โคนหูนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามไม่มีใครล้อเล่น สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือแก้ไขวิกฤติของศาลาเฉินสุ่ย ส่วนที่เหลือไว้ค่อยหารือในภายหลัง

ไม่อย่างนั้นหากศาลาเฉินสุ่ยล่มสลาย ทุกอย่างจะเป็นเพียงความคิดสำหรับพวกเขา

ภายในถ้ำ ร่างเฉินเฟยวูบไหว ที่นี่มีทางแยกมากมาย มันง่ายที่จะไปผิดทางเมื่อเข้ามาครั้งแรก แต่เฉินเฟยวิ่งไปตามการชี้นำของศาสตร์มองดาวและเข้าไปลึกโดยไม่ลังเล

เฉินเฟยเริ่มทิ้งร่องรอยไว้ระหว่างทางเพื่อให้คนในศาลาเฉินสุ่ยสามารถติดตามได้

ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยเดินผ่านรูแห่งหนึ่ง ลมหนาวปะทะใบหน้าทำให้การโคจรพลังหยวนในร่างแยกช้าลง

ในขณะเดียวกันเฉินเฟยสัมผัสได้ถึงปราณหยวนจากที่นี่ เพียงแค่ปราณหยวนนั้นหนาวเย็นอย่างยิ่ง หากวิชาไม่สอดคล้อง เกรงว่าต้องใช้พละกำลังในการปรับแต่งไม่น้อย

“ชิ้ง!”

เสียงดาบแหลมคมเจาะผ่านอากาศดังขึ้น แสงกระบี่พุ่งเข้าคอเฉินเฟย เฉินเฟยใช้มือขวาทำนิ้วกระบี่ชี้ไปที่หน้าผากผู้มาเยือน

“สังหาร!”

เฉินเซียงหยูตะโกนดังลั่น เจตจำนงกระบี่พุ่งจากจิตวิญญาณตรงเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย

เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินเซียงหยู ชางกุ่ยพวกนี้ลอกกันมาหรือไง? ท่าเดียวกันอีกแล้ว?

การโจมตีจิตวิญญาณแบบเผาหยกรวมกับหินเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากสำหรับระดับขัดเกลาทวารคนอื่น ส่วนเจ้าของจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ บอกได้ว่าจิตวิญญาณเฉินเซียงหยูได้รับบาดเจ็บ แต่มันไม่ได้อยู่ในการพิจารณาของชางกุ่ยเลย

การสังหารคนด้วยวิธีที่เร็วสุดเป็นความคิดพื้นฐานของชางกุ่ย

ไม่รู้ว่าชางกุ่ยเหล่านี้ไม่ได้เชื่อมโยงกันหรือมีสติปัญญาน้อยนิด การส่งจิตวิญญาณโจมตีแบบนี้เป็นเพียงการสร้างความสะดวกให้เฉินเฟยเท่านั้น

จบบทที่ ตอนที่ 384 ยอดเขาคูสุ่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว