เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 381 หุ่นเชิด

ตอนที่ 381 หุ่นเชิด

ตอนที่ 381 หุ่นเชิด


นอกจากบรรลุวิชาถึงระดับรู้แจ้ง จิตวิญญาณเฉินเฟยยังมาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและมีร่างกายอันแข็งแกร่งที่สยบมังกรคชสารมอบให้ ทั้งหมดนี้ทำให้เฉินเฟยมีรากฐานไม่มีใครเทียบ

แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยยังตัดสินใจก้าวหน้าช้าลง

ทุกครั้งที่เปิดจุดทวาร เฉินเฟยจะหยุดพักสองสามวันเพื่อสัมผัสการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่จุดทวารนำมาสู่ร่างกาย หลังตระหนักได้จึงเปิดจุดทวารต่อ

ในการฝึกฝนวิถียุทธ์ หากเพียงรู้ว่ามันคืออะไรแต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น มันง่ายที่จะทิ้งปัญหาบางอย่างไว้เบื้องหลัง

ด้วยการดำรงอยู่ที่ท้าทายสวรรค์ของแผงระบบ เฉินเฟยจะได้รับความเข้าใจวิชาแท้จริงในการฝึกฝนวิชาแต่ละชุด ช่วยให้เข้าใจความลึกล้ำต่างๆในวิชา

เฉินเฟยต้องทำงานหนักเพื่อซึมซับความเข้าใจเหล่านี้และเปลี่ยนให้เป็นของตัวเอง

อย่างไรก็ตามแม้เฉินเฟยจะชะลอตัวลง แต่ด้วยความเร็วในการเปิดเจ็ดจุดทวารต่อเดือน หากเผยแพร่ออกไปยังคงเป็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

ตั้งแต่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจนถึงตอนนี้เพิ่งผ่านมาเพียงแปดเดือน ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยยังมีถึงหกสิบแปดจุดทวาร

เพียงเปิดเพิ่มอีกสี่จุดทวาร เฉินเฟยสามารถทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายได้

ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปีทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หากพูดแบบนั้นไปคงทำให้คนอื่นคิดว่าเป็นความฝัน

เพราะมันเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับนักยุทธ์ที่จะเปิดหลายจุดทวารในหนึ่งปี ส่วนเฉินเฟยใช้เวลาหนึ่งปีก็สามารถข้ามผ่านขอบเขตได้โดยตรง

เฉินเฟยใช้เวลาสองปีกว่าในการเปลี่ยนจากระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แต่ตอนนี้ยิ่งการบ่มเพาะสูงระยะเวลาในการก้าวหน้ายิ่งเร็วขึ้น

ในเดือนนี้เฉินเฟยไม่เพียงเปิดจุดทวารเพิ่ม เขายังฝึกศาสตร์มองดาวจนบรรลุระดับสมบูรณ์

ฝึกฝนศาสตร์มองดาวมาถึงระดับนี้ แม้เฉินเฟยไม่ใช้ศาสตร์มองดาวตลอดเวลา แต่การรับรู้ยังเกินจริงขึ้น

ตอนนี้ต่อให้เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือแม้กระทั่งระดับขัดเกลาทวารสูงสุดก็ไม่สามารถซ่อนตัวลอบเข้าใกล้เฉินเฟยได้อีก สิ่งที่เรียกว่าการลอบสังหารหรือซุ่มโจมตีไม่มีผลกับเฉินเฟย

ในขณะเดียวกันหากตอนนี้เฉินเฟยเต็มใจ เฉินเฟยสามารถเห็นภาพที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ได้

ตอนนี้เฉินเฟยยังไม่สามารถกุมวิญญาณพันลี้ แต่ภายในระยะร้อยลี้ ตราบใดที่เฉินเฟยล็อคลมปราณเอาไว้ อีกฝ่ายจะไม่มีทางหนีจากการไล่ตามของเฉินเฟย

เว้นแต่ว่าความเร็วท่าร่างจะเหนือกว่าเฉินเฟย แต่ในระดับเดียวกันเฉินเฟยไม่เคยพบท่าร่างใครเหนือกว่าตัวเอง

นอกจากศาสตร์มองดาว เฉินเฟยยังฝึกคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสี่บรรลุระดับสมบูรณ์

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสี่ระดับสมบูรณ์สามารถผสานกับมรดกชุดที่สี่ของสำนักได้แล้ว ทว่ากระบี่มหาฟ้าคำรามยังอยู่ในระดับเชี่ยวชาญซึ่งเฉินเฟยกำลังฝึกฝนโดยเร็วที่สุด

การบรรลุคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสี่ในเวลานี้ไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้ให้เฉินเฟยมากนัก

อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วการฝึกฝนกระบี่มหาฟ้าคำรามในเวลานี้จะต้องใช้เวลาพอสมควรถึงบรรลุระดับสมบูรณ์ หากกระบี่มหาฟ้าคำรามผสานกับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสี่ระดับสมบูรณ์ พลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเป็นส่วนสำคัญ

เฉินเฟยฝึกฝนอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการฝึกฝนของฉือซูชิงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ท้ายที่สุดทั้งสองคนฝึกฝนร่วมกัน พลังต้นกำเนิดของเฉินเฟยเป็นปัจจัยหลักมาโดยตลอด ยิ่งเฉินเฟยแข็งแกร่ง ยิ่งชักนำปราณหยวนรอบด้านได้มากขึ้น

ฉือซูชิงแทบจะอาศัยอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หลังกลับไปสองสามวันฉือซูชิงจะรู้สึกลำบากเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการฝึกฝนด้วยตัวเอง การฝึกฝนร่วมกับเฉินเฟยเร็วกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

แน่นอนว่าในเมื่อมีวิธีที่เร็วและดีกว่าจึงแทบไม่มีใครเลือกวิธีเดิม

จากความประหยัดไปสู่ความฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องง่าย จากความฟุ่มเฟือยไปสู่ความประหยัดเป็นบททดสอบการควบคุมตัวเอง สิ่งสำคัญคือฉือซูชิงไม่จำเป็นต้องทดสอบการควบคุมตัวเองสำหรับเรื่องนี้ นางแทบไม่ต้องคิดเลย

ทุกครั้งหลังฝึกฝนร่วมกัน ร่างกายฉือซูชิงจะอ่อนแรง หากต้องการจากไปจะพักฟื้นสักพัก

ฉือซูชิงพอใจกับชีวิตฝึกฝนแบบนี้มาก ทว่าฉือซูชิงไม่สามารถเริ่มต้นค่ายกลปรับแต่งหัวใจที่เฉินเฟยส่งต่อให้

แน่นอนว่าภาพค่ายกลและสิ่งที่คล้ายกันนั้นเข้าใจ แต่ไม่สามารถก่อตั้งค่ายกลไม่ว่าจะเป็นในโลกความจริงหรือโลกหัวใจประหลาด

สิ่งนี้ยืนยันการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเฉินเฟย วิชาหรือค่ายกลลึกลับนี้อาจต้องใช้ร่างกายพิเศษถึงสามารถฝึกฝน

เห็นได้ชัดว่าฉือซูชิงไม่มีร่างกายนั้น ส่วนเหมียวชีเฉิงอาจมีคุณสมบัติบางอย่างซึ่งตรงตามข้อกำหนด

เนื่องจากฉือซูชิงมาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวบ่อยครั้ง ตอนนี้ทุกคนในสำนักจึงรู้เรื่องของฉือซูชิงกับเฉินเฟย

ผู้อาวุโสส่วนใหญ่มองเฉินเฟยด้วยความอิจฉา ศิษย์ศาลาเฉินสุ่ยเข้มงวดในการเลือกคู่ครอง ผู้อาวุโสระดับขัดเกลาทวารย่อมเป็นเช่นเดียวกัน

เดินทีค่อนข้างน่าแปลกใจที่ฉือซูชิงเลือกเฉินเฟย อย่างไรแล้วเฉินเฟยเหมือนจะมีศักยภาพที่ดี แต่เขายังไม่ได้เปลี่ยนศักยภาพนี้ให้เป็นความแข็งแกร่งแท้จริง

มีเพียงไม่กี่คนรวมทั้งฉวีชิงเซิงที่เข้าใจว่าวิสัยทัศน์ของฉือซูชิงแม่นยำและโจมตีได้เร็วแค่ไหน

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ในลานบ้าน เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิ ฉือซูชิงอยู่ด้านข้าง คืนนี้นางไม่ได้กลับไป ส่วนใหญ่เป็นเพราะร่างกายไร้เรี่ยวแรง

ทันใดนั้นเฉินเฟยลืมตาขึ้น มองไปทางประตูภูเขาด้วยความสงสัยแล้วลุกขึ้น

“มีอะไรหรือ?” ฉือซูชิงมองเฉินเฟย

“สิ่งแปกลประหลาด!”

แสงสลัววาบผ่านดวงตาเฉินเฟย โคจรศาสตร์มองดาว ภาพภายนอกประตูภูเขาปรากฏในดวงตาเฉินเฟยทันทีโดยไม่สนใจสิ่งกีดขวาง

“ผู้อาวุโสอู๋?”

เฉินเฟยผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นคนนอกประตูภูเขา เฉินเฟยจำลมปราณอู๋กวงอินได้โดยธรรมชาติ แต่ในขณะนี้อู๋กวงอินทำให้เฉินเฟยเกิดความรู้สึกแปลกๆซึ่งต่างไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง

ที่สำคัญกว่านั้นในเวลานี้อู๋กวงอินควรอยู่ที่เมืองซ่างอู๋เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ทำไมเขาถึงกลับมาตอนนี้?

นอกประตูภูเขา อู๋กวงอินเดินเข้าประตูภูเขาเงียบๆเหมือนค้างคาวกลางคืน ไม่มีศิษย์ลาดตระเวนบนภูเขาคนใดพบร่องรอยอู๋กวงอิน

สำหรับค่ายกลสำนัก ลมปราณอู๋กวงอินถูกบันทึกไว้จึงไม่มีการแจ้งเตือน

ร่างอู๋กวงอินวูบไหวมายังสถานที่พักอาศัยของศิษย์ภายใน ทันใดนั้นดวงตาเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง ใบหน้าปรากฏร่องรอยการดิ้นรน

แต่เมื่อดวงตาอู๋กวงอินแดงขึ้น ร่องรอยการดิ้นรนนี้เริ่มหายไป ในทางกลับกันสีหน้ากระหายเลือดค่อยๆปรากฏ ซึ่งทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

อู๋กวงอินแสดงรอยยิ้มโหดร้าย ร่างกายวูบไหวไปอยู่หน้าบ้านและยื่นมือไปด้านหน้า แรงดูดทรงพลังปล่อยมาจากมืออู๋กวงอิน

ศิษย์ภายในปรากฏตัวในมืออู๋กวงอินโดยไร้การต้านทาน ขณะที่กำลังจะหักคอศิษย์ ทันใดนั้นมือหนึ่งวางบนไหล่อู๋กวงอิน

สีหน้าอู๋กวงอินเปลี่ยนไปทันที เมื่อกำลังจะเคลื่อนไหวก็พบพลังมหาศาลกดทับร่าง การเผชิญกับพลังนี้ทำให้พลังหยวนในร่างถดถอยอย่างต่อเนื่อง

อู๋กวงอินแทบไม่มีพลังต้านทาน เขาถูกปราบและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

เฉินเฟยโบกมือขวาส่งศิษย์ภายในที่ไม่รู้ตัวกลับเข้าบ้าน จับอู๋กวงอินไว้ในมือขวา ร่างวูบไหววิ่งไปยอดเขาหลัก

อู๋กวงอินดิ้นพยายามดิ้นให้หลุดพ้นการจับของเฉินเฟยตลอดเวลา แต่ความแข็งแกร่งของทั้งสองมีช่องว่างขนาดใหญ่ และด้วยการโจมตีอย่างกะทันหันของเฉินเฟยจึงทำให้อู๋กวงอินไม่อาจหลุดพ้น

พริบตาเดียวเฉินเฟยมาถึงลานบ้านฉวีชิงเซิง เมื่อรับรู้ถึงลมปราณเฉินเฟย ฉวีชิงเซิงปรากฏนอกลานบ้านและได้เห็นเฉินเฟยจับอู๋กวงอินเอาไว้

ฉวีชิงเซิงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนี้ แต่ฉวีชิงเฉิงสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับอู๋กวงอินทันที ไม่เพียงดวงตาอู๋กวงอินเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ลมปราณยังผสมกับร่องรอยสิ่งแปลกประหลาด

“เมื่อครู่ผู้อาวุโสอู๋ไปที่บริเวณศิษย์ภายใน…”

เฉินเฟยอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าฉวีชิงเซิงเต็มไปด้วยความตกใจเมื่อได้ยินว่าอู๋กวงอินกำลังจะสังหารศิษย์ภายใน

ขณะที่ฉวีชิงเซิงกำลังจะเดินเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ของอู๋กวงอิน ร่างอู๋กวงอินสั่นเล็กน้อย ร่องรอยความโหดร้ายจางหายไปทันที

อู๋กวงอินค่อยๆลืมตาขึ้น พอเห็นฉวีชิงเซิงกับเฉินเฟยเลยตกตะลึงและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

อู๋กวงอินมองไปรอบตัว พบว่าตัวเองกลับมาที่สำนักแล้ว ความประหลาดใจในดวงตายิ่งหนักขึ้น

“เจ้าสำนัก ข้าไม่ได้อยู่ที่เมืองซ่างอู๋หรือ? เกิดอะไรขึ้น?” อู๋กวงอินมองฉวีชิงเซิง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยไม่เข้าใจ ในขณะเดียวกันยังมีร่องรอยความกังวล

ใครที่หลับตาลืมตาและพบว่าตัวเองอยู่ในที่ห่างออกไปหลายพันลี้ทันทีคงจะตกใจกลัว แต่สำหรับระดับขัดเกลาทวาร ความตื่นตระหนกนี้ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก

“เจ้าจำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้เลยหรือ?” ฉวีชิงเซิงขมวดคิ้ว

ในฐานะระดับขัดเกลาทวารของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แม้อู๋กวงอินจะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น แต่ในด้านประสบการณ์และความแข็งแกร่งนั้นเหนือกว่าผู้อาวุโสทั่วไปมาก

ขนาดอู๋กวงอินยังถูกควบคุมเงียบๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่น?

เฉินเฟยปล่อยมือขวาและเดินถอยไป มองอู๋กวงอินโดยไม่ได้พูดอะไร โคจรศาสตร์มองดาวถึงขีดสุด

“ข้าจำได้ว่ากำลังสังเกตการเคลื่อนไหวของมนุษย์ประหลาดในเมืองซ่างอู๋ หลังจากนั้นข้าจำอะไรไม่ได้เลย” อู๋กวงอินส่ายหน้า

“ผ่อนคลายจิตวิญญาณ ข้าจะตรวจสอบทะเลจิตสำนึกของเจ้า” ฉวีชิงเซิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงทุ้ม

สถานการณ์ของอู๋กวงอินเหมือนมีคนประทับตราจิตวิญญาณใส่แล้วควบคุมได้ตามต้องการ หากไม่ผ่อนคลายจิตวิญญาณ คนอื่นจะตรวจสอบความต่างจากภายนอกได้ยาก

“ได้!” อู๋กวงอินพยักหน้า

การผ่อนคลายจิตวิญญาณคือการลดความระวัง แต่อู๋กวงอินไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“รอก่อน” เฉินเฟยหยุดฉวีชิงเซิงอย่างกะทันหัน ฉวีชิงเซิงมองเฉินเฟยด้วยความสงสัย

“ผู้อาวุโสอู๋ นักพรตซีเหลียนโง่หรือ?” เฉินเฟยมองอู๋กวงอินและถามทันที

“อะ...อะไรนะ?” ลมปราณอู๋กวงอินสั่นไหวอย่างรุนแรง เขามองเฉินเฟยด้วยสายตาสับสน

“ข้าบอกว่านักพรตซีเหลียนเป็นคนโง่ และยังเป็นคนต่ำต้อยไร้ค่า!” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม

“โอหัง!”

ทันใดนั้นดวงตาอู๋กวงอินเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด จุดทวารทั่วร่างสั่นเทิ้ม ขณะที่กำลังจะระเบิด เฉินเฟยใช้มือขวาทำนิ้วกระบี่แตะหน้าผากอู๋กวงอินก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 381 หุ่นเชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว