- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 380 ลิขิตสวรรค์
ตอนที่ 380 ลิขิตสวรรค์
ตอนที่ 380 ลิขิตสวรรค์
เมื่อเฉินเฟยถอนตัวออกจากโลกหัวใจประหลาด ความรู้สึกหนักหน่วงพลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง พลังจิตวิญญาณอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ส่วนการบ่มเพาะกับจุดทวารของเฉินเฟยที่ด้อยกว่าจึงถูกเน้นย้ำ
โชคดีที่ด้วยการโคจรสยบจิตสยบมังกรคชสารอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกหนักหน่วงนี้จึงถูกกำจัดออกไป
ในห้องลับ เฉินเฟยลืมตาขึ้น ในดวงตาเหมือนมีแสงสลัววาบผ่าน คลื่นพลังอันสงบและสง่างามแผ่มาจากตัวเฉินเฟย
หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยกำจัดพลังนี้ออกไป
ในช่วงเวลาอันสั้นไม่จำเป็นต้องไปโลกหัวใจประหลาดอีกหรือจนกว่าจะเปิดจุดทวารได้มากกว่านี้
ในการฝึกฝนวิถียุทธ์ พลังหยวนกับจิตวิญญาณต้องเท่าเทียม จำนวนจุดทวารไม่ควรเกินพลังจิตวิญญาณไม่อย่างนั้นจะส่งผลต่อการควบคุม จิตวิญญาณเกินจุดทวารได้ แม้กระทั่งหลายคนยังคิดว่ายิ่งเกินยิ่งดี
แต่เห็นได้ชัดว่าการมีมากกว่าไม่ได้ดีเสมอไป หลายคนคิดแบบนี้เพราะไม่มีโอกาสทำให้พลังจิตวิญญาณเกินจุดทวาร
ไม่เป็นไรหากพลังจิตวิญญาณเกินจุดฝังทวาร หากเกินขอบเขตแบบเฉินเฟยปัญหาจะปรากฏ โชคดีที่เฉินเฟยฝึกสยบมังกรคชสาร ปัญหาเล็กน้อยนี้จึงไม่ส่งผลเสียใด
โลกหัวใจประหลาดอยู่ตรงนั้นไม่หายไปไหน เนื่องจากเฉินเฟยพบวิธีเพิ่มพลังจิตวิญญาณแล้วจึงสามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณได้เมื่อจำเป็น
เช้าวันรุ่งขึ้น
“พลังจิตวิญญาณของท่านเพิ่มขึ้นอีกแล้ว?” ฉือซูชิงมองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ
ในการฝึกฝนร่วมกันไม่กี่วันก่อน ฉือซูชิงพบว่าพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก และเฉินเฟยมักเป็นคนนำโคจรวิชา
ฉือซูชิงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณกระฉับกระเฉงและเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ไม่นานนี้พลังจิตวิญญาณฉือซูชิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงนัก การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากเฉินเฟยเท่านั้น
ผลคือวันนี้พบว่าพลังจิตวิญญาณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่วัน พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร
“ได้ผลประโยชน์จากการฝึกฝน”
เฉินเฟยมองท่าทางอิดโรยของฉือซูชิงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เคยได้ยินเรื่องโลกหัวใจประหลาดหรือไม่?”
“เคยได้ยินเรื่องนี้มาเช่นกัน มีข่าวลือว่ามีเพียงจิตวิญญาณที่ข้าไปได้ ภายในนั้นมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ทุกหนแห่ง มีเพียงระดับขัดเกลาทวารที่สามารถต้านทานสิ่งปนเปื้อนจิตวิญญาณแบบนั้น” ฉือซูชิงตอบอย่างอ่อนแรง นางเกือบหมดแรงแล้ว
“สนใจไปโลกหัวใจประหลาดหรือไม่?” เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถาม
ฉือซูชิงในเวลานี้อ่อนแอเกินไป ทั้งสองฝึกฝนวิชาร่วมกัน ความช่วยเหลือที่มอบให้เฉินเฟยเริ่มน้อยลง ทุกวันนี้คำนึงถึงความสนุกมากกว่า
แน่นอนว่าความสนุกเป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน ทำงานและพักผ่อนให้เต็มที่ แต่บนพื้นฐานของความสนุกสนาน หากการบ่มเพาะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจะมีความสุขสองเท่าไม่ใช่หรือ?
ในโลกหัวใจประหลาดมีหัวใจประหลาดมากมาย แม้มีคนตามล่าอีกหลายร้อยคนก็ไม่ทำให้เฉินเฟยสูญเสีย เพิ่มฉือซูชิงอีกสักคนจะเป็นไรไป
เฉินเฟยรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าผลของหัวใจประหลาดระดับหนึ่งอาจน้อยลงจนกระทั่งไร้ผล
หากสามารถพัฒนาฉือซูชิงได้ การสนับสนุนเฉินเฟยย่อมเกิดขึ้น
“ไปโลกหัวใจประหลาด?” ฉือซูชิงผงะแต่ยังคงพยักหน้า นางเต็มใจเชื่อฟังที่เฉินเฟยพูด
“เช่นนั้นเรามาเร่งการฝึกฝนกันเถอะ” เฉินเฟยหัวเราะเบา ฉือซูชิงหลับตาลงอย่างเขินอาย
ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยพาฉือซูชิงเข้าโลกหัวใจประหลาด
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉือซูชิงมาโลกหัวใจประหลาด ฟ้าดินเป็นสีเทา ฉือซูชิงอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงพึมพำในหู สภาพแวดล้อมนี้น่าหดหู่เกินไป
ที่แห่งนี้ไม่ชอบสิ่งมีชีวิต!
“ตอนนี้เราจะไปไหน?” ฉือซูชิงโน้มตัวเข้าหาเฉินเฟย ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่นางรู้สึกสงบจิตใจได้โดยสัญชาตญาณ
เฉินเฟยไม่พูด โคจรศาสตร์มองดาว ดวงตาเปล่งแสงสลัว เฉินเฟยจับมือฉือชูชิง ร่างกายวูบไหววิ่งไปด้านหน้า
ครู่ต่อมา ร่างคลุมเครือปรากฏขึ้นในสายตาฉือซูชิง ลมปราณบ้าคลั่งโกลาหลพุ่งเข้ามา ขณะที่ฉือซูชิงกำลังจะพูดก็เห็นเฉินเฟยพาตัวเองเข้าปในหมอกดำแล้ว
หัวใจประหลาดหันไปมองเฉินเฟย ปากยิ้มกว้างไปจนถึงหู ก่อนที่มันจะเปล่งเสียงคำราม แสงกระบี่วาบผ่าน ร่างหัวใจประหลาดหยุดชะงักและแยกเป็นสองส่วน
หินหัวใจประหลาดลอยออกมา เฉินเฟยก้าวเท้าขวาไปด้านหน้า ภาพค่ายกลปรับแต่งหัวใจทั้งสามปรากฏบนพื้น ดึงแก่นแท้วิญญาณของหัวใจประหลาดเข้ามาตรงกลาง
ช่วงนี้สังหารหัวใจประหลาดมากมาย ตอนนี้เมื่อเฉินเฟยเผชิญกับหัวใจประหลาดระดับหนึ่ง เขาจะไม่ทำสิ่งไม่จำเป็นและลงมือโดยตรง
ก่อนที่ฉือซูชิงจะตอบสนอง นางเห็นอากาศดำลอยเข้าค่ายกล มันเต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อนและความบ้าคลั่งซึ่งทำให้ผู้คนกลัวจนต้องหลีกเลี่ยง
ผ่านไปครู่หนึ่ง กลุ่มต้นกำเนิดหัวใจประหลาดอันบริสุทธิ์ลอยอยู่ในค่ายกล ฉือซูชิงเหลือบมองเฉินเฟย เห็นเฉินเฟยพยักหน้าจึงวางมือบนค่ายกล
ต้นกำเนิดหัวใจประหลาดในค่ายกลลอยผ่านมือฉือซูชิง เฉินเฟยขมวดคิ้ว ต้นกำเนิดหัวใจประหลาดนี้ไม่ได้ผสานเข้าจิตวิญญาณฉือซูชิง
สีหน้าฉือซูชิงประหลาดใจเช่นกัน นางรู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณตัวเองโหยหาต้นกำเนิดกลุ่มนี้ เห็นได้ชัดว่าการผสานมันเข้าจิตวิญญาณจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
แต่ต้นกำเนิดกลุ่มนี้เป็นเหมือนภาพลวงตาสำหรับฉือซูชิง ทั้งสองไม่สามารถแตะต้องกันได้
เฉินเฟยพยายามควบคุมต้นกำเนิดและดันเข้าหาฉือซูชิง แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ต้นกำเนิดกลุ่มนี้เหมือนของปลอมสำหรับฉือซูชิง
เฉินเฟยเดินเข้าไปวางมือบนค่ายกล เมื่อต้นกำเนิดหัวใจประหลาดสัมผัสเฉินเฟย มันเหมือนแม่น้ำไหลลงสู่ทะเลและรวมเข้ากับจิตวิญญาณเฉินเฟยโดยธรรมชาติ
ร่างกายเฉินเฟยเปล่งแสงจางซึ่งกินเวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดลง
จิตวิญญาณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับตอนแรก การเพิ่มขึ้นจากหัวใจประหลาดระดับหนึ่งต่ำมาก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ แน่นอนว่าต้นกำเนิดปกติดี ทำไมฉือซูชิงถึงดูดซับไม่ได้?
เฉินเฟยคาดเดาอยู่ในใจ ใช้ศาสตร์มองดาวมองไปรอบด้าน จับมือฉือซูชิงและหายตัวไปในหมอกดำ
ครู่ต่อมา ด้านข้างลำธารเล็ก เฉินเฟยใช้กระบี่ตัดจิตฟันหัวใจประหลาดเป็นชิ้นๆ แต่มันยังไม่ตาย เฉินเฟยตั้งใจไว้ชีวิตมัน
“เจ้าไปฆ่ามัน” เฉินเฟยหันไปมองฉือซูชิงแล้วพูด
“ได้!”
ฉือซูชิงไม่ถามต่อ ในมือปรากฏใบกระบี่ นางเดินเข้าหาสังหารหัวใจประหลาดและสังหารมันในสองสามกระบี่
เนื่องจากไม่ได้สังหารด้วยสังหารวิญญาณ ในเวลานี้หัวใจประหลาดจึงเต็มไปด้วยอากาศดำ ฉือซูชิงผลักอากาศดำเข้าค่ายกลปรับแต่งหัวใจ
ค่ายกลปรับแต่งหัวใจเริ่มทำงาน อากาศดำไหลออกไป ในค่ายกลเหลือเพียงกลุ่มต้นกำเนิดหัวใจประหลาด เมื่อเทียบกับตอนที่เฉินเฟยสังหารมันด้วยสังหารวิญญาณ ค่ายกลใช้เวลาชำระนานกว่ามาก ในช่วงสุดท้ายเท่านั้นที่สิ่งปนเปื้อนที่หลงเหลืออยู่ในต้นกำเนิดถูกระบายออก
“เข้าไปลองเลย” เฉินเฟยหันไปบอกฉือซูชิง
ฉือซูชิงพยักหน้า ยื่นมือไปวางบนค่ายกลปรับแต่งหัวใจ ต้นกำเนิดหัวใจประหลาดลอยเข้ามา แต่ผลลัพธ์เหมือนกับครั้งแรกที่ลอยผ่านมือฉือซูชิง
มันเหมือนหมอกลอยผ่านไป ไม่ดีเท่าหมอกด้วยซ้ำ อย่างน้อยยังรู้สึกได้เมื่อสัมผัสหมอก แต่ฉือซูชิงไม่รู้สึกถึงการสัมผัสใดเลยหลังต้นกำเนิดหัวใจประหลาดลอยผ่าน
เฉินเฟยบอกให้ฉือซูชิงยืนในค่ายกลแต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สุดท้ายเฉินเฟยเป็นคนดูดซับต้นกำเนิดนี้เอง
“เคล็ดหัวใจ ค่ายกลปรับแต่งหัวใจ...”
ในใจเฉินเฟยนึกถึงค่ายกลปรับแต่งหัวใจและเคล็ดหัวใจที่เห็นในโลกหัวใจประหลาดในเวลานั้น
“ข้าต้องควบคุมค่ายกลเองหรือเปล่า?” ฉือซูชิงเดา
“อาจเป็นเช่นนั้น แต่เป็นไปได้เช่นกันว่าแม้จะควบคุมค่ายกลได้ก็ไม่สามารถดูดซับต้นกำเนิด!” เฉินเฟยขมวดคิ้ว นึกถึงอาคารทรุดโทรมเหล่านั้นอีกครั้ง
ด้วยศาสตร์มองดาวกับค่ายกลปรับแต่งหัวใจ หากรวมกับวิชาสังหาร ในสมัยนั้นสำนักลึกลับแห่งนี้คงเจริญรุ่งเรืองและทรงพลังอย่างมาก ท้ายที่สุดการเพิ่มพลังจิตวิญญาณอย่างรวดเร็วสามารถแก้ปัญหาหลายอย่างของนักยุทธ์
น่าเสียดาย สำนักที่มีมรดกแข็งแกร่งเช่นนี้เสื่อมถอยลงจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง
เฉินเฟยเคยคิดว่าสำนักนี้พบกับศัตรูที่ไม่อาจต้านทานในโลกหัวใจประหลาดและถูกกวาดล้าง ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่มรดกของสำนักนี้
จำเป็นต้องเลือกคนที่มีร่างกายพิเศษถึงฝึกฝนได้หรือ?
มีระดับความเข้ากันระหว่างวิชากับนักยุทธ์ที่ฝึกฝน
หากความเข้ากันสูงอาจกล่าวว่าเป็นการเดินเรือที่ราบรื่น หากความเข้ากันไม่เพียงพอคงไม่เป็นไรถ้าพรสวรรค์สูงพอ หากพรสวรรค์ปานกลางก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะก้าวหน้า
โดยทั่วไปแล้วสำนักที่มีอำนาจเพียงพอจะมีมรดกวิชามากมายเพื่อให้คนสำนักมีทางเลือกมากขึ้นแทนที่จะเป็นเส้นทางไปสู่ความมืด
หลายครั้งที่วิชาเริ่มต้นบางอย่างเป็นการคัดกรองผู้คน ตามจริงแล้ววิชาเบื้องต้นเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นลักษณะวิชาของสำนัก
วิชาทั่วไปล้วนให้ความสนใจกับความเข้ากัน เป็นเรื่องปกติที่วิชาลึกลับในโลกหัวใจประหลาดนี้ให้ความสำคัญกับความเข้ากันด้วย
อาจเป็นไปได้ว่าสำนักนี้ต้องการร่างกายพิเศษหรือมีคุณสมบัติจิตวิญญาณบางอย่างถึงฝึกฝนได้
“กลับกันเถอะ ข้าจะส่วต่อค่ายกลปรับแต่งหัวใจให้ภายหลัง เจ้าลองฝึกฝนดูว่าสามารถเชี่ยวชาญได้หรือไม่” เฉินเฟยมองฉือซูชิงและพูดเสียงเบา
แม้เฉินเฟยคาดว่าฉือซูชิงอาจไม่สามารถควบคุมค่ายกลปรับแต่งหัวใจได้ ไม่เช่นนั้นการสัมผัสต้นกำเนิดเมื่อครู่ คงไม่มีการตอบสนองใด แต่คงต้องลองดูก่อน
ส่วนเฉินเฟยมีร่างกายพิเศษหรือเปล่า เขาอาจไม่มีก็ได้ แต่แผงระบบอนุญาติให้เฉินเฟยบังคับค่ายกลปรับแต่งหัวใจได้ นั่นจึงไม่สำคัญว่าเฉินเฟยมีร่างกายพิเศษหรือไม่
“หากข้าไม่สามารถควบคุมค่ายกลนี้ ในอนาคตคงต้องพึ่งท่านในการฝึกฝนพลังจัตวิญญาณ” ฉือซูชิงมองเฉินเฟยและพูดอย่างสนุกสนาน
ฉือซูชิงผิดหวังเล็กน้อยเมื่อคิดถึงโอกาสที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมค่ายกล แต่สิ่งต่างๆเช่นร่างกายพิเศษพูดได้ยาก มันเป็นเรื่องของลิขิตสวรรค์ซึ่งยากจะเปลี่ยนแปลง
เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย จับมือฉือซูชิงและหายตัวไปจากโลกหัวใจประหลาด
หนึ่งเดือนต่อมา เฉินเฟยฝึกฝนไปทีละขั้นและเปิดจุดทวารเพิ่มเจ็ดจุด จุดทวารทั้งหมดมาถึงหกสิบแปดจุด
เมื่อเทียบกับความเร็วก่อนหน้านี้ที่เปิดจุดทวารในสามวัน ในเดือนนี้เฉินเฟยฝึกฝนช้าลงเล็กน้อย ตามจริงแล้วไม่ใช่ขาดทรัพยากร เฉินเฟยจงใจชะลอความเร็วเพื่อวางรากฐานให้มั่นคง
เมื่อเทียบกับนักยุทธ์คนอื่น รากฐานวิถียุทธ์ของเฉินเฟยแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว ท้ายที่สุดวิชาระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามชุดของสำนักบรรลุระดับรู้แจ้ง เฉินเฟยไม่รู้ว่าฝั่งทะเลอู๋จิ้นเป็นอย่างไร แต่ในดินแดนแห่งนี้เป็นการดำรงอยู่หนึ่งเดียวแน่นอน
แม้แต่เมืองจักรพรรดิที่รู้กันดีว่ามีอัจฉริยะมากมายหรือมีกองกำลังระดับเจ้าปกครองอื่นก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการดำรงอยู่อันชั่วร้ายอย่างเฉินเฟย