เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 372 ลอบสังหาร

ตอนที่ 372 ลอบสังหาร

ตอนที่ 372 ลอบสังหาร


โดยปกติแล้วเฉินเฟยจะอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหรือบริเวณเมืองเซียนเมฆา ไม่ว่าหอพิรุณหยิ่งผยองแค่ไหนก็จะไม่วิ่งไปฆ่าเฉินเฟยที่นั่น เพราะตัวเองจะโดนลากลงไปด้วยง่าย

หอพิรุณไม่ใช่สำนักเพลิงเทพ ไม่มีผู้แข็งแกร่งชั้นยอดอย่างระดับรวมทวารอยู่ด้วย และพวกเขาไม่กล้าทำตามที่ต้องการเมื่อพบคนที่มีเบื้องหลังจัดการได้ยาก

“ไม่ มันมาคนเดียว”

ไต้ฟางซวนอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินคำถามเหมียวชีเฉิง “ข้าจะติดตามมันต่อไปจนกว่าจะยืนยันได้ว่ามันอยู่คนเดียวจริง”

“ไม่กี่ชั่วยามเพียงพอที่จะยืนยันแล้ว”

เหมียวชีเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงทุ้ม “แม้เขาจะอยู่คนเดียวก็ไม่สามารถสังหารในตรอกเมืองมืด รอให้ออกจากตรอกเมืองมืดก่อนค่อยลงมือ”

หากเฉินเฟยเป็นสมาชิกสำนักกะบี่เซียนเมฆา เหมียวชีเฉิงจะไม่ถามคำถามด้วยซ้ำเพราะไม่อาจลงมือกับอีกฝ่ายได้ ปัญหาจะติดตัวง่ายดาย

สำหรับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แม้จะไม่อ่อนแอและในสำนักยังมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่โดยพื้นฐานยังคงต่างจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา

และที่นี่คือตรอกเมืองมืดซึ่งเป็นสถานที่วุ่นวาย รอบตรอกเมืองมืดเกิดการฆ่าฟันแทบทุกวัน เมื่อมาตรอกเมืองมืดจะต้องเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ด้วย

หากตายนอกตรอกเมืองมืด เรื่องนี้ไม่สามารถวางโทษไว้บนหัวตรอกเมืองมืด ตรอกเมืองมืดไม่เคยบอกว่าจะปกป้องคน

ตามข้อมูลที่หอพิรุณได้รับ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีความสามารถไล่ล่าฆาตกรเหมือนสำนักกระบี่เซียนเมฆา พูดอีกอย่างคือตราบใดที่จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย การตามหาฆาตกรของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะเป็นเรื่องไร้ประโยชน์

“ข้าเข้าใจ!”

ดวงตาไต้ฟางซวนเต็มไปด้วยความสุขที่ได้แก้แค้น ด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง เป็นไปไม่ได้ที่จะพลาดท่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นที่เพิ่งทะลวงระดับไม่กี่ปี

เมื่อคิดว่าความตายของเฉินเฟยใกล้เข้ามา ไต้ฟางซวนรู้สึกว่าหมอกควันในใจหายไปมาก

แม้เส้นทางวิถียุทธ์จะถูกตัดขาดและไม่มีทางก้าวหน้า แต่อย่างน้อยเขายังมีชีวิตอยู่ ส่วนเฉินเฟยแม้พรสวรรค์จะโดดเด่น แต่อัจฉริยะที่ตายเป็นเพียงคนตาย

คนหนึ่งมีชีวิต คนหนึ่งตาย ผลลัพธ์ตัดสินแล้ว!

“จริงด้วย บนตัวเฉินเฟยน่าจะมีวิชาชุบร่าง สิ่งนี้ไม่ธรรมดา ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีมรดกนี้!” ไต้ฟางซวนพูดขึ้นกะทันหัน

ในคืนนั้นแม้การบ่มเพาะกับวิชาที่เฉินเฟยแสดงออกมาจะไม่อ่อนแอและยังแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารทั่วไปที่เพิ่งทะลวงผ่าน แต่ความแข็งแกร่งนั้นควรมีจำกัด

สิ่งที่เอาชนะไต้ฟางซวนได้คือพลังไร้เหตุผลของเฉินเฟย

สีหน้าเหมียวชีเฉิงเปลี่ยนไป สายตาแสดงถึงความสนใจ การช่วยไต้ฟางซวนฆ่าคนเป็นเพราะมิตรภาพ หากได้รับมรดกเพราะเหตุนี้ เรื่องนี้จะน่าทึ่งขึ้นไปอีก

สามารถทำให้ระดับขัดเกลาทวารที่เพิ่งทะลวงผ่านไม่นานเกือบสังหารระดับขัดเกลาทวารที่มีประสบการณ์อย่างไต้ฟางซวน และไต้ฟางซวนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสู้กลับ

เป็นไปได้ว่าความลึกล้ำของมรดกนี้พิเศษอย่างยิ่ง

“ไปดูก่อน หากมีข้อมูลใหม่ให้มาบอกข้า” เหมียวชีเฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม

“ได้!”

ไต้ฟางซวนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขากุมมือให้เหมียวชีเฉิง หายไปจากห้องและกลับมาที่ห้องค่ายกล

“ผู้อาวุโสไต้!” เมื่อเห็นไต้ฟางซวนปรากฏตัว ผู้ใต้บัญชาที่ยืนอยู่หน้าค่ายกลจึงรีบทักทาย

“มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่?” ไต้ฟางซวนถามอย่างมีความสุข

“ไม่มีขอรับ” ผู้ใต้บัญชามองไต้ฟางซวนด้วยความสงสัย นับตั้งแต่ไต้ฟางซวนได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าไต้ฟางซวนแทบไม่มีรอยยิ้มเลย

“ดี ไปเถอะ” ไต้ฟางซวนโบกมือ เดินไปที่ค่ายกลแล้วนั่งลง

มองจุดแสงที่แสดงถึงลมปราณเฉินเฟยซึ่งกะพริบเล็กน้อยบนค่ายกล ดวงตาไต้ฟางซวนพลันแสดงเจตนาฆ่า

“ให้เจ้ามีชีวิตไปอีกสักพัก!” ไต้ฟางซวนพูดอย่างเย็นชาในใจ

ในตรอกเมืองมืด เฉินเฟยเดินออกจากร้าน อาวุธวิญญาณในกล่องไม้ด้านหลังหายไปสามชิ้น ราคาขายเกือบเท่าเดิม เฉินเฟยซื้อโอสถวิญญาณด้วยศิลาหยวนเหมือนเดิม

เฉินเฟยเดินผ่านตรอกซอยไม่หยุด เปลี่ยนร้านและขายอาวุธวิญญาณที่ไม่ได้ใช้งานที่เหลือทั้งหมด

จนถึงตอนนี้จุดประสงค์ในการมาตรอกเมืองมืดของเฉินเฟยเสร็จสมบูรณ์แล้ว

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่รีบร้อน การมาตรอกเมืองมืดเกิดขึ้นไม่บ่อย เฉินเฟยอยากดูว่ามีอะไรแปลกๆที่จะซื้อหรือไม่

แต่ก่อนหน้านั้นเฉินเฟยต้องเก็บศิลาหยวนกับโอสถในห่อด้านหลังเข้าช่องมิติก่อน

บนถนนสายหลัก เฉินเฟยพบโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

โดยพื้นฐานแล้วตรอกเมืองมืดไม่ต่างจากเมืองทั่วไป มีบริการทั้งหมดที่ควรมี แม้แต่บริการมากมายที่ไม่มีอยู่ในเมืองยังสามารถพบได้ที่นี่

ค่าเข้าพักโรงเตี๊ยมราคาสูงแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน แต่ละห้องจะมีค่ายกลเล็กๆ เมื่อเปิดขึ้นสามารถหลีกเลี่ยงการถูกเฝ้ามอง

ตั้งแต่เข้ามาในตรอกเมืองมืด เฉินเฟยรู้สึกถึงการเฝ้ามองอย่างคลุมเครือ เห็นได้ชัดว่าตรอกเมืองมืดอยู่ภายใต้ค่ายกลขนาดใหญ่

ค่ายกลไม่ได้มุ่งเป้าเฉินเฟย แต่ชัดเจนว่าการบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารของเฉินเฟยอยู่ภายใต้การจับตามอง

ความรู้สึกถูกเฝ้ามองหายไปเฉพาะตอนในร้านค้าบางแห่งและโรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งนี้

เฉินเฟยเปิดห่อออก เผยให้เห็นศิลาหยวนนับร้อยและโอสถหลายสิบขวด หากไม่ได้ซื้อโอสถ ตอนนี้เฉินเฟยคงมีศิลาหยวนเกินพันก้อน

อาวุธวิญญาณมีมูลค่ามหาศาล อาวุธวิญญาณระดับต่ำที่ไม่เลว ส่วนใหญ่จะมีราคาหลายสิบศิลาหยวน เมื่อพูดถึงอาวุธวิญญาณระดับกลาง มูลค่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตามความแข็งแกร่งของวิญญาณ ราคาอยู่ที่ประมาณสามร้อยศิลาหยวน

อย่างไรก็ตามหากวิญญาณแข็งแกร่งมากเช่นกระบี่เฉียนหยวนในมือเฉินเฟย มันสามารถขายได้ประมาณเจ็ดถึงแปดร้อยหยวนศิลาหยวน

เมื่อพูดถึงอาวุธวิญญาณระดับสูง มูลค่ายิ่งเพิ่มขึ้นอีก

อย่างไรก็ตามด้วยขนาดของตรอกเมืองมืด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครเคยได้ยินเรื่องคนขายอาวุธวิญญาณระดับสูง

ผู้สามารถถือครองอาวุธวิญญาณระดับสูง เกือบทั้งหมดล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลาย ต้องร่ำรวยและทรงพลังพอกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตอนเข้าดินแดนลับถึงได้มีคนนำอาวุธวิญญาณระดับสูงเข้าไป

ภายใต้สถานการณ์ปกติแม้จะเทียบเท่าสำนักกระบี่เซียนเมฆา อาวุธวิญญาณระดับสูงจะอยู่ในมือระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเท่านั้น

ดังนั้นหากต้องการขายอาวุธวิญญาณระดับสูง อย่างน้อยต้องสังหารผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลาย สิ่งนี้ยากแค่ไหน แม้จะสังหารได้จริงคาดว่าอาวุธวิญญาณระดับสูงนี้จะถูกเก็บไว้แทนที่จะนำไปขาย

เฉินเฟยเก็บศิลาหยวนกับโอสถส่วนใหญ่ลงช่องมิติ เหลือไว้ในห่อเพียงเล็กน้อย โอสถใช้สำหรับการฝึกฝนและศิลาหยวนใช้สำหรับการหยิบจับได้ง่ายเมื่อต้องการซื้อของ

หยิบโอสถขึ้นมากิน เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิและเริ่มฝึกฝน ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ฤทธิ์ยาในโอสถถูกดูดซับจนหมด

เฉินเฟยไม่ได้พักผ่อน เขายังไม่ลืมตาและเริ่มกรนเสียงดัง

เสียงดังเหมือนฟ้าร้องดังก้องไปทั่วห้อง กล่าวคือห้องที่ได้รับการปกป้องจากค่ายกลปิดกั้นเสียงเอาไง้ ไม่อย่างนั้นเสียงของเฉินเฟยคงกระจายไปครึ่งตรอกเมืองมืด

กรน กระบี่ดาวประดับราตรี กระบี่แรกเริ่ม คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว ฝึกฝนวิชาทั้งสี่ชุด

พื้นที่ในห้องไม่กว้างนักและมีของตกแต่งมากมาย แต่จำนวนไม่ส่งผลต่อท่ากระบี่ของเฉินเฟย ตอนที่เฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน เขาสามารถปล่อยและเก็บท่ากระบี่ได้ดั่งใจ

ตอนนี้ก้าวเข้าสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง พลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นมาก เป็นธรรมดาที่กระบี่จะไม่สร้างความเสียหายแก่ที่นี่ แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆเฉินเฟยก็สามารถฝึกวิชากระบี่ได้ตามปกติโดยไม่ส่งผลใด

เฉินเฟยจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน ส่วนไต้ฟางซวนที่อยู่อีกด้านไปหาเหมียวชีเฉิงอีกครั้ง

“เฉินเฟยเข้าพักในโรงเตี๊ยม หลังผ่านไปหลายชั่วยามยังไม่พบระดับขัดเกลาทวารคนอื่นปรากฏที่โรงเตี๊ยม” ไต้ฟางซวนมองเหมียวชีเฉิงและพูดเสียงต่ำ ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ผ่านไปหลายชั่วยามยังไม่มีระดับขัดเกลาทวารมาเพิ่ม มั่นใจได้แล้วว่าเฉินเฟยมาคนเดียว

หากมีระดับขัดเกลาทวารคนอื่นมาพร้อมกับเฉินเฟย ความอันตรายในการสังหารจะเพิ่มขึ้นมาก นี่เป็นเรื่องจริงแม้อีกฝ่ายจะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นก็ตาม

เนื่องจากปัจจัยคาดไม่ถึงเข้ามาจนไม่อาจควบคุม สำหรับตัวคนเดียว สิ่งนี้จะยิ่งควบคุมไม่ได้

“จับตาดูต่อไป เมื่อเขากำลังจะออกจากเมืองให้มาบอกข้า” เหมียวชีเฉิงพยักหน้า

นั่นเป็นเพราะเฉินเฟยเป็นศิษย์สำนักและมีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหนุนหลัง หากเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นคนอื่นคงไม่จำเป็นต้องระวังมากนัก ถ้าจะสังหารก็สังหาร

“ได้!”

ไต้ฟางซวนพยักหน้า หยิบหยกชิ้นหนึ่งจากแขนเสื้อมอบให้เหมียวชีเฉิง “ไม่นานมานี้ข้าพบวัตถุวิญญาณชิ้นนี้โดยบังเอิญ มันไม่มีประโยชน์ต่อข้า”

“ระหว่างเจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้!” เหมียวชีเฉิงพูดพร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“เพียงวัตถุวิญญาณชิ้นหนึ่ง คิดซะว่าเป็นความตั้งใจของข้า เพื่อสังหารเฉินเฟยท่านจึงต้องออกเดินทาง ข้าจะปล่อยให้ท่านไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้” ไต้ฟางซวนวางหยกไว้บนโต๊ะแล้วหันหลังออกจากห้อง

เหมียวชีเฉิงมองแผ่นหลังไต้ฟางซวนแล้วยกยิ้มมุมปาก

ในโรงเตี๊ยม เฉินเฟยฝึกฝนทั้งคืน ภายในห้องดังตลอดทั้งคืน

ในตอนเช้า เฉินเฟยเริ่มเดินไปมารอบตรอกเมืองมืด ไม่ว่าจะเป็นแผงลอยหรือร้านค้าริมทาง เฉินเฟยล้วนเดินผ่าน

ในตรอกเมืองมืดมีสิ่งต่างๆมากมาย หลายสิ่งอย่างเปิดโลกทัศน์เฉินเฟย แต่หากถามว่าสนับสนุนเฉินเฟยได้มากเพียงใด บอกได้ว่าน้อยนิด

ด้วยขอบเขตเฉินเฟยในตอนนี้ มีเพียงไม่กี่อย่างที่สามารถสนับสนุได้

ส่วนการเก็บรอยรั่ว ทุกคนที่นี่ฉลาดกว่าลิง ไม่มีทางเก็บรอยรั่วได้เลย สำหรับวิชายุทธ์ เฉินเฟยเพียงดูสักพักแล้วเลิกสนใจ

หลังเห็นมรดกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและวิชาพลังต้นกำเนิดโลหิตอันชั่วร้าย วิชาธรรมดาจึงยากจะดึงดูดสายตาเฉินเฟย ยิ่งไปกว่านั้นวิชาเหล่านี้อธิบายเพียงไม่กี่คำและส่วนใหญ่เป็นการสร้างแบบสุ่ม

ไม่ได้ปรับปรุงอะไร ระดับความลึกล้ำต่ำเตี๊ยและราคาสูงลิ่ว

หลังเดินไปมาอยู่เวลานาน ความสนใจของเฉินเฟยค่อยๆลดลง ในที่สุดเขาก็หมดความสนใจ

หลังคิดอยู่พักหนึ่ง เฉินเฟยตัดสินใจออกจากตรอกเมืองมืด เอาเวลาเดินเล่นอยู่ที่นี่กลับไปคุยกับฉือซูชิงดีกว่า

หลังเที่ยงวัน เฉินเฟยก้าวออกจากประตูตรอกเมืองมืด

ในระยะไกล ไต้ฟางซวนกับเหมียวชีเฉิงรออยู่นานแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 372 ลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว