- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 373 คำราม
ตอนที่ 373 คำราม
ตอนที่ 373 คำราม
ดวงตาไต้ฟางซวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คิดว่าต้องรออีกหลายวันเพราะเฉินเฟยเพิ่งมาตรอกเมืองมืดเมื่อวาน คนส่วนใหญ่ที่มาตรอกเมืองมืดจะพักอยู่ที่นี่อย่างน้อยสองสามวัน
ทนทรมานมาเกือบสามปี ไต้ฟางซวนไม่มีปัญหาที่ต้องรออีกสองสามวัน แต่จะดีหรือที่หลังจากนี้จะสังหารเฉินเฟยทันที?
จะดีกว่าไหมหากเฉินเฟยเจ็บสาหัสปางตาย จากนั้นไต้ฟางซวนจะมีเวลามากพอจัดการกับเฉินเฟย การตายเรียบง่ายของเฉินเฟยจะบรรเทาความเจ็บปวดสามปีของเขาได้อย่างไร
อย่างไรก็ตามไต้ฟางซวนไม่ได้บอกคำขอนี้กับเหมียชีเฉิง ท้ายที่สุดเขาเป็นคนขอความช่วยเหลือ
อย่างไรแล้วก่อนหน้านี้ไต้ฟางซวนบอกเป็นพิเศษว่าร่างกายเฉินเฟยแข็งแกร่งเพราะมรดกอันน่าทึ่ง นอกจากดึงดูดเหมียวชีเฉิง ยังตั้งใจให้เหมียวชีเฉิงรักษาชีวิตเฉินเฟยเอาไว้
ท้ายที่สุดหากไม่มีตำราวิชาอยู่บนตัวจะต้องลงโทษสอบปากคำเพื่อรับวิช หลังถามเกี่ยวกับวิชาเสร็จ เหมียวชีเฉิงจะไม่สนใจว่าเฉินเฟยอยู่หรือตาย
ในเวลานั้นไต้ฟางซวนจะควบคุมชีวิตและความตายของเฉินเฟยโดยสมบูรณ์
พอคิดได้แบบนั้นดวงตาไต้ฟางซวนก็ปนเปไปด้วยความตื่นเต้นและความเยือกเย็น การทรมานทุกรูปแบบผุดขึ้นมาในใจไต้ฟางซวน
เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของไต้ฟางซวน เหมียวชีเฉิงค่อนข้างสงบ
สำหรับเหมียวชีเฉิง มันเป็นเพียงการออกไปนอกเมืองเพื่อสังหารนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้น
ในฐานะผู้อาวุโสหอพิรุณ เหมียวชีเฉิงจะได้รับภารกิจเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่เป็นการสังหารนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปแต่ยังมีคนของสำนักอยู่บ้าง
ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหมียวชีเฉิงได้สังหารแม้กระทั่งนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นกลาง
ในการต่อสู้ระหว่างนักยุทธ์ระดับเดียวกัน การบาดเจ็บเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในการต่อสู้ครั้งนั้นเหมียวชีเฉิงไม่ได้รับบาดเจ็บ อาจกล่าวได้ว่าเขาเอาชนะนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นกลางได้อย่างง่ายดาย
ในเวลานั้นเรื่องนี้ทำให้ทั้งหอพิรุณประหลาดใจ ในขณะเดียวกันยังสร้างตำแหน่งให้เหมียวชีเฉิงด้วย
เมื่อเทียบกับระดับขัดเกลาทวารคนอื่น เฉินเฟยเพียงมีพื้นหลังสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเพิ่มเข้ามา เทียบกับระดับขัดเกลาทวารสำนักที่เหมียวชีเฉิงเคยสังหารในอดีต สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ท้ายที่สุดมีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคน สำนักธรรมดาจะมีพลังแบบนี้ได้อย่างไร
แต่ไม่ว่าภูมิหลังสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะเป็นอย่างไร เฉินเฟยเป็นเพียงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและเพิ่งทะลวงผ่านได้สามปีเท่านั้น แม้พรสวรรค์จะสูงแต่ไม่สามารถซ่อนความจริงที่ว่าเวลาสั้นเกินไป
รอบตรอกเมืองมืดเป็นพื้นที่ไร้การดูแล มีผู้ตายอยู่ที่นี่นับไม่ถ้วน เพิ่มเฉิยเฟยสักคนก็ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายใด
“ท่าร่างไม่เลว คอยระวังตัวแบบนี้ควรพบเห็นพวกเราแล้ว” เหมียวชีเฉิงรับรู้ได้ถึงลมปราณเฉินเฟยแล้วยิ้มเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นตามไปให้ทัน อย่างให้มันหนีไปได้!” ไต้ฟางซวนพูดอย่างกังวล
มาถึงขั้นนี้แล้ว หากเฉินเฟยหนีไปได้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเช่นนี้อีกเมื่อใด ไม่มีที่ว่างให้ไต้ฟางซวนไม่ต้องกังวลเลย
“ไม่ต้องห่วง เขาหนีไม่พ้นหรอก!”
เหมียวชีเฉิงจับไหล้ไต้ฟางซวน ร่างกายวูบไหวเป็นภาพติดตาหายไป
ในฐานะองค์กรมือสังหาร หอพิรุณย่อมมีมรดกของตนเอง ซึ่งท่าร่างเป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาให้คุณค่าอย่างมาก เหมียวชีเฉิงเป็นผู้อาวุโสหอพิรุณ เป็นธรรมดาที่ท่าร่างจะไม่แย่
อาจกล่าวได้ว่าท่าร่างเหมียวชีเฉิงดีกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางส่วนใหญ่ ดังนั้นเหมียวชีเฉิงจึงไม่กังวลว่าเฉินเฟยจะหนีไปได้
ไม่มีเหยื่อคนไหนเคยหนีจากฝ่ามือเหมียวชีเฉิงพ้น
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ หลังเดินทางหลายสิบลี้ ในที่สุดไต้ฟางซวนเห็นร่างเฉินเฟยตรงหน้า
ทันใดนั้นท่าร่างเหมียวชีเฉิงเร็วขึ้น ย่นระยะทางไม่กี่ร้อยก้าวสุดท้ายและหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินเฟย
เดิมทีไต้ฟางซวนคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของเฉินเฟย โดนไล่ตามโดยระดับขัดเกลาทวารสองคน หนึ่งในนั้นยังเห็นได้ชัดว่ามีลมปราณระดับกลาง ไม่ว่านักยุทธ์ขัดกลาทวารขั้นต้นคนไหนก็ต้องกลัวทั้งนั้น
แต่ไต้ฟางซวนพบว่าในขณะนี้สีหน้าเฉินเฟยสงบอย่างยิ่ง ดวงตาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
เหมียวชีเฉิงมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจเช่นกัน หลังสังหารผู้คนมากมาย เฉินเฟยเป็นคนที่สงบที่สุด หรือเป็นเพราะมีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นเบื้องหลัง?
“เจ้านั่นเอง” เฉินเฟยมองไต้ฟางซวนด้วยสีหน้ามึนงง
เมื่อออกจากตรอกเมืองมืด เฉินเฟยรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังมุ่งเป้ามาที่ตัวเอง จากนั้นรับรู้ได้ถึงลมปราณสองคนไล่ตามมา หนึ่งในนั้นแปลกหน้า เฉินเฟยคุ้นเคยกับอีกคนหนึ่งแต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร
เมื่อเห็นไต้ฟางซวนปรากฏตัวเฉินเฟยจึงจำได้
สำหรับคู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ โดยปกติแล้วเฉินเฟยจะไม่ใช้แรงจดจำลมปราณอีกฝ่าย
“เจ้าดูไม่กลัวเลย มีคนมาพบเจ้าหรือ?”
เหมียวชีเฉิงมองไปรอบด้าน มันรกร้างและแทบไม่มีใครก้าวเท้ามาที่นี่ เหมียวชีเฉิงไม่รู้สึกถึงลมปราณระดับขัดเกลาทวารคนอื่น แต่ดูจากท่าทางเฉินเฟยแล้วแสดงว่าต้องมีสิ่งที่พึ่งพา
สิ่งนี้ทำให้เหมียวชีเฉิงสับสนและคอยระวังอยู่ในใจ
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำท่าทำทาง ผู้อาวุโสเหมียว โปรดโค่นมันด้วย!”
ไต้ฟางซวนโกรธยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นท่าทางเฉินเฟย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้เปรียบ แต่การกระทำของเฉินเฟยทำให้ไต้ฟางซวนอยากเข้าไปฉีกเฉินเฟยเป็นชิ้นๆ
เหมียวชีเฉิงไม่ได้พูด มองไปที่เฉินเฟย ทันใดนั้นเจตจำนงกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าไปในจิตวิญญาณเฉินเฟย
“ฟู่ว!”
ผมเฉินเฟยปลิวไปข้างหลังโดยไม่มีลมพัด เฉินเฟยมองเหมียวชีเฉิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ เจตจำนงกระบี่นี้เฉียบคมมาก
หากเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นคนอื่น เจตจำนงกระบี่นี้จะทำร้ายจิตวิญญาณรุนแรงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงและลดความแข็งแกร่งอย่างมาก แม้แต่จิตวิญญาณนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นกลางยังได้รับความเสียหาย
ดูจากเจตจำนงกระบี่นี้ จิตวิญญาณเหมียวชีเฉิงค่อนข้างแข็งแกร่งและเข้าใกล้ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางสูงสุดแล้ว
แต่สำหรับเฉินเฟย เจตจำนงกระบี่นี้อยู่ไกลจากความสามารถในการทำร้ายเขาได้
ปริมาณพลังจิตวิญญาณและร่างกายเฉินเฟยไม่ได้สูงนักในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ตอนนี้ควบคุมจุดทวารได้เพียงหกสิบจุดซึ่งด้อยกว่าเหมียวชีเฉิงมาก
แต่ในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย เคล็ดพันไหมและสยบมังกรคชสารกำลังโคจรอยู่ตลอดเวลา แม้เจตจำนงกระบี่นี้สามารถฉีกเคล็ดพันไหม แต่มันไม่สามารถทะลวงการปกป้องสยบมังกรคชสาร
“หืม?”
ดวงตาเหมียวชีเฉิงหรี่ลงเพราะเฉินเฟยปลอดภัยดี ในใจพลันเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
การโจมตีด้วยเจตจำนงกระบี่นี้เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่จะชนะของเหมียวชีเฉิง เมื่อเทียบกับระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางคนอื่น ข้อดีของเหมียวชีเฉิงนั้นชัดเจนมาก
เหมียวชีเฉิงอาศัยสิ่งนี้สังหารระดับขัดเกลาทวารโดยตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บ
ในช่วงชีวิตของเหมียวชีเฉิง เมื่อเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารที่ต้องสังหาร เขาจะปล่อยเจตจำนงกระบี่ก่อนเสมอแล้วค่อยลงมืออย่างสบายๆ หลายปีที่ผ่านมาเหมียวชีเฉิงไม่เคยทำสิ่งนี้พลาด
แม้จิตวิญญาณระดับขัดเกลาทวารบางคนจะพิเศษและต้านทานได้นานกว่าเล็กน้อย แต่ไม่เคยมีใครนิ่งเฉยแบบเฉินเฟยมาก่อน
เจตจำนงกระบี่ตัดเข้าไปในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย เช่นเดียวกับแม่น้ำเข้าสู่ทะเล เหมียวชีเฉิงสูญเสียการรับรู้ทันที
“เจตจำนงกระบี่ไม่เลว ข้ามีท่านี้เช่นกัน โปรดลองรับดู!”
เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย กระบี่ตัดจิตสั่นอย่างรุนแรง ช่วงเวลาต่อมาจิตสังหารเข้าปกคลุมเหมียวชีเฉิงกับไต้ฟางซวน
ไต้ฟางซวนเพียงรู้สึกว่าทะเลจิตสำนึกกลายเป็นสีขาว สูญเสียการรับรู้สิ่งรอบตัว ช่วงเวลาต่อมาความเจ็บปวดรุนแรงแล่นผ่านศีรษะราวกับมีคนแบ่งศีรษะออกเป็นสองซีก
ไต้ฟางซวนกุมหัวโดยจิตใต้สำนึก หลังจากนั้นไม่นานตระหนักว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วและพบว่าตัวเองล้มลงพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เหมียวชีเฉิงผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่งในใจไต้ฟางซวนกำลังยกกระบี่ป้องกันการโจมตีของเฉินเฟย
ไต้ฟางซวนมองเฉินเฟย ในระหว่างเหม่อลอย เหมือนยักษ์น่าตกตะลึงคำรามขึ้นฟ้า ลมปราณน่าสะพรึงกลัวไร้เทียบเคียงกระจายไปทุกทาง
ต้านทานไม่ได้ ใครขวางทางต้องตาย!
สิ่งนี้ทำให้ไต้ฟางซวนนึกถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อนซึ่งตัวเองไม่อาจต้านทาน แต่คราวนี้คนที่เผชิญหน้าด้วยไม่ใช่ตัวเองแต่เป็นเหมียวชีเฉิง
แต่สุดท้ายเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้แต่เหมียวชีเฉิงยังไม่สามารถป้องกันกระบี่เช่นนี้ได้
เพิ่งผ่านไปเพียงสามปี ความแข็งแกร่งเฉินเฟยเปลี่ยนแปลงไปจนน่าตกตะลึงแบบนี้ได้อย่างไร เช่นเดียวกับสามปีก่อน เฉินเฟยเพิ่งทะลวงผ่านมีพลังต่อสู้เกินจริง ทุบตีเขาราวกับสุนัขหลงทาง
ทันใดนั้นไต้ฟางซวนสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ลมปราณเฉินเฟยไม่ใช่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นแต่เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง
เฉินเฟยปกปิดตัวตน! เฉินเฟยระงับลมปราณตัวเองจนเหลือระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น
แต่ไต้ฟางซวนกับเหมียวชีเฉิงไม่เคยสงสัยว่าลมปราณเฉินเฟยเป็นของปลอมหรือไม่ เพราะผ่านมาเพียงสามปี ไม่ว่าเฉินเฟยมีพรสวรรค์มากเพียงใด อย่างดีสุดคือเปิดจุดทวารเพิ่มไม่กี่จุด
ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง? นี่เป็นเพียงจินตนาการ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
แต่ตอนนี้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ถูกวางไว้ตรงหน้าไต้ฟางซวนแล้ว
“ตู้ม!”
เสียงระเบิดดึงไต้ฟางซวนกลับสู่ความจริง ไต้ฟางซวนมองเหมียวชีเฉิงอย่างทำอะไรไม่ถูก ถูกกระบี่โจมตีจนกระอั่กเลือด ไต้ฟางซวนยังได้ยินเสียงซี่โครงเหมียวชีเฉิงหักด้วย
ไม่เพียงแค่ซี่โครง อวัยวะภายในยังต้องถูกบดขยี้ด้วยพลังอันมหาศาล
เหมียวชีเฉิงไม่ได้กลายเป็นเนื้อบดทันที นั่นคือร่างกายระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางที่ฝึกฝนนับครั้งไม่ถ้วนซึ่งมันได้ช่วยเหมียวชีเฉิงเอาไว้
แต่การได้รับบาดเจ็บจากกระบี่เดียวถึงขนาดนี้ ร่างกายระดับขัดเกลาทวารสามารถทนได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นเป็นไปได้หรือที่จะช่วยชีวิตหลายครั้ง?
ความตื่นตระหนกแล่นเข้ามาในใจไต้ฟางซวน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บจิตวิญญาณหรือเปล่าที่ทำให้ไต้ฟางซวนคิดช้าลง
ตอนนี้ไต้ฟางซวนตระหนักว่าตัวเองเหมือนกำลังจะตาย
ความกลัวตายเข้าครอบงำจิตใจไต้ฟางซวนทันที กระทั่งครอบงำความเจ็บปวดจากการถูกตัดจิตวิญญาณ
ไต้ฟางซวนไม่อยากตาย เช่นเดียวกับครั้งนั้นเมื่อสามปีก่อน ไต้ฟางซวนอยากมีชีวิตอยู่และต้องการหลบหนีสุดชีวิต
พอตายไม่เหลืออะไร ตราบใดที่ชีวิตอยู่จะมีความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?