- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 362 ศัตรูตามธรรมชาติ
ตอนที่ 362 ศัตรูตามธรรมชาติ
ตอนที่ 362 ศัตรูตามธรรมชาติ
ชัดเจนว่าส่งร่างแยกออกไปทดสอบ ผลคือไม่รู้ตัวเลยว่าร่างจริงมาถึงประตูเมืองแทน ความคิดเรื่องร่างแยกกับร่างจริงสับสนปนเป
ร่างเฉินเฟยวูบไหววิ่งออกไปไกล เมืองที่ดีแบบนี้กลายเป็นเมืองประหลาดได้อย่างไร?
เฉินเฟยจำได้ว่าตอนที่มาครั้งก่อนเมืองซ่างอู๋ยังปกติดี เพิ่งผ่านไปไม่นานผู้คนในเมืองกลับหายตัวไปหมด
แม้แต่พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางยังถูกชักนำมาประตูเมืองอย่างเงียบเชียบ หากไม่ใช่เพราะเสียงคำรามมังกรคชสารในช่วงวิกฤติ เมื่อครู่เฉินเฟยคงก้าวเข้าเมืองไปแล้ว
เฉินเฟยยังเป็นแบบนี้ เกรงว่าต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายมาหนึ่งตายหนึ่ง มาสองตายสอง
เฉินเฟยได้สัมผัสเมืองประหลาดหลายแห่งและได้รับผลประโยชน์บางอย่างจากมัน แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเฉินเฟยสามารถเพิกเฉยเมืองประหลาดทั้งหมดได้ เมืองประหลาดบางแห่งไม่ใช่ประเภทกฎ แต่เป็นประเภทบังคับสังหาร
เมื่อเผชิญกับการบังคับสังหาร แม้เฉินเฟยจะได้รับการปกป้องแผงระบบก็คงตาบอดอยู่ดี
เฉินเฟยกลายเป็นภาพติดตา แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวสีหน้าก็เปลี่ยนไป ด้วยความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยในตอนนี้ เพียงไม่กี่ก้าวนี้อาจเดินทางได้หลายลี้
แต่ตอนนี้เฉินเฟยพบว่าแทนที่จะอยู่ห่างจากเมืองซ่างอู๋ เขากลับเข้าใกล้เมืองซ่างอู๋มากขึ้น ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าไม่อาจเห็นได้อีก เงาขนาดใหญ่ที่สะท้อนจากเมืองซ่างอู๋ปกคลุมเฉินเฟยอย่างสมบูรณ์
หัวใจเฉินเฟยเกิดอาการใจสั่นอย่างรุนแรง มันเหมือนมีบางอย่างแต่กลับไม่มีอะไร เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณระดับรวมทวารจากเมืองซ่างอู๋
เมื่อเทียบกับลมปราณระดับรวมทวารของถงจ้งชิวแห่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา ลมปราณระดับรวมทวารในเมืองซ่างอู๋ปั่นปวนน่าหวาดกลัวพอกัน แต่มันทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ลมปราณนี้ไม่สิ่งที่คนมีชีวิตควรมีแน่นอน
“โฮก!”
เสียงคำรามมังกรคชสารดังจากตัวเฉินเฟย ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณทั้งหมดถ่ายเทลงกระบี่ตัดจิตโดยไม่คำนึงถึงราคา กระบี่ตัดจิตซึ่งเดิมทีเหมือนภาพลวงตาเปล่งประกายขึ้นทันใด
กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงาจะใช้จิตวิญญาณสะท้อนเงา พลังของมันค่อนข้างธรรมดาแต่ไม่สะท้อนกลับเข้าตัวเฉินเฟย ในเวลาต่อมาเพิ่มสังหารวิญญาณเข้าไป พลังของมันเพิ่มขึ้นแต่ไม่ถึงระดับที่แข็งแกร่งมากนัก
แต่ในขณะนี้ด้วยการฉีดจิตวิญญาณจริงของเฉินเฟย พลังของกระบี่ตัดจิตจึงปรากฏให้เห็น รอบกระบี่ตัดจิตปกคลุมไปด้วยความเฉียบคม
ในเวลาต่อมา เงากระบี่สายหนึ่งพุ่งออกจากหน้าผากเฉินเฟยและฟันความว่างเปล่าตรงหน้า
หนียังไงก็หนีไม่พ้น เห็นได้ชัดว่าการรับรู้ของเฉินเฟยถูกหลอก เหมือนว่าเขาวิ่งไปข้างหน้า แต่ในความเป็นจริงเขาอาจวิ่งเป็นวงกลมหรือแม้กระทั่งวิ่งเข้าหาเมืองซ่างอู๋
เมื่อเป็นเช่นนั้นการสำรวจใดย่อมไม่มีประโยชน์ ยิ่งล่าช้าเท่าไหร่ยิ่งอันตราย
“แกรก!”
เสียงแตกร้าวดังขึ้นในความว่างเปล่าเมื่อกระบี่ตัดจิตตัดผ่าน ราวกับผ้าดำที่ปิดตาถูกฉีกออก รูปลักษณ์แท้จริงปรากฏขึ้นต่อหน้าเฉินเฟย
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฉินเฟยยืนอยู่ด้านล่างประตูเมือง อีกไม่กี่ก้าวจะเดินเข้าเมืองซ่างอู๋โดยสมบูรณ์
แต่ตอนนี้เฉินเฟยเห็นชัดเจนว่ายังอยู่ห่างประตูเมืองหลายสิบหมี่
โคจรเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุด เฉินเฟยหายไปจากจุดนั้นและวิ่งออกไปสุดชีวิต
“วิชาลับ สมบัติโอสถวิญญาณ สหายน้อยไม่ต้องการหรือ?”
เสียงแผ่วเบาดังอยู่ในหูเฉินเฟย ทันใดนั้นเฉินเฟยเห็นร่างหนึ่งปรากฏตรงหน้า ใบหน้าอ่อนโยนเมตตาราวกับปรมาจารย์เต๋า ในขณะนี้กำลังมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม
“นักพรตซีเหลียน?”
เฉินเฟยประหลาดใจ ในขณะเดียวกันความคิดต่างๆวนเวียนอยู่ในใจ เดิมทีคิดว่าเมืองซ่างอู๋ถูกสิ่งแปลกประหลาดแข็งแกร่งบุกรุก
พอได้เห็นภาพนี้ หรือว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียน? หรือนักพรตซีเหลียนที่ตายไปหลายปีนั่นแหละที่เป็นปัญหา!
ตัดจิต!
ในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย กระบี่ตัดจิตส่องแสงจ้า เจตจำนงกระบี่พุ่งขึ้นฟ้าฉีกภาพลวงตาตรงหน้าในคราวเดียว
“พรู่ด!”
เฉินเฟยกระอักเลือดเต็มปาก ในทะเลจิตสำนึกเกิดความสับสนราวกับมีคนเอากระบองฟาดหัว แม้ผลของกระบี่ตัดจิตนี้จะดีกว่า แต่จิตวิญญาณของเฉินเฟยถูกสะท้อนกลับเช่นกัน
โชคดีที่ด้วยการโคจรของสยงมังกรคชสารและคุณสมบัติอ่อนนุ่มของเคล็ดพันไหม การสะท้อนกลับนี้จึงระงับได้อย่างรวดเร็ว
“ฟู่ม!”
เมืองซ่างอู๋ด้านหลังเหมือนถูกกระบี่ของเฉินเฟยปลุกให้ตื่น แรงกดดันน่าสะพรึงกลัวกดทับร่างกายเฉินเฟย คราวนี้เมืองซ่างอู๋สังเกตุเฉินเฟยแล้วจริงๆ
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงการทำตามสัญชาตญาณของเมืองซ่างอู๋
ภายใต้แรงกดดันน่าหวาดกลัว พลังหยวนของเฉินเฟยเกือบจะหยุดนิ่งเหมือนถูกทุบตีให้กลายเป็นคนธรรมดาในทันที
“ปึง!”
เฉินเฟยถีบเท้าขวาลงพื้นจนเกิดเสียงกระแทก พลังหยวนเกือบถูกปิดผนึก แต่ร่างกายเฉินเฟยยังมีพลังมหาศาล ด้วยการถีบนี้ร่างเฉินเฟยกลายเป็นภาพติดตาหายไปจากระยะของเมืองซ่างอู๋
หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยวิ่งมาหลายสิบลี้ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรตามทันจึงค่อยๆหยุดเท้า
เฉินเฟยหันไปมองทางเมืองซ่างอู๋ ตรงจุดนี้เมืองซ่างอู๋ไม่ปรากฏให้เห็นอีก ลมปราณดึงวิญญาณหายไปเช่นกัน
เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะหายใจออก ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เมื่อครู่เกือบถูกลากเข้าเมืองซ่างอู๋แล้ว หากลังเลเล็กน้อยผลลัพธ์จะแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อนึกถึงภาพลวงตาที่เพิ่งเห็น
อายุขัยของระดับรวมทวารจำกัดอยู่ที่สามร้อยปี มีข้อยกเว้นน้อยมาก แม้อายุขัยเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก สำหรับสมบัติฟ้าดินที่มีผลรุนแรง พวกมันสามารถพบได้แต่ไม่อาจแสวงหา
นักพรตซีเหลียนตายไปกว่าร้อยปี หากการบ่มเพาะไม่ไปไกลกว่านี้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะยืดอายุให้ยืนยาวเช่นนี้ เว้นแต่นักพรตซีเหลียนจะใช้วิธีชั่วร้ายเปลี่ยนตัวเองให้เป็นความประหลาด?
ทันใดนั้นเฉินเฟยนึกถึงสิ่งที่บันทึกไว้ในตำราโบราณ ผู้ติดตามนักพรตซีเหลียนหายตัวไปทีละคนอย่างอธิบายไม่ได้ เมื่อหันไปมองด้านหลังก็แทบไม่เหลือใครเลย
ในเวลานั้นหลายคนสับสน แต่ย้อนกลับมาดูตอนนี้ เป็นไปได้ไหมว่าผู้ติดตามเหล่านั้นถูกนักพรตซีเหลียนปรับแต่ง?
เฉินเฟยตัวสั่นเทาเมื่อคิดถึงภาพนั้น ถูกคนอื่นบังคับปรับแต่ง ความเจ็บปวดแบบนี้เป็นสิ่งที่เหนือจินตนาการและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอยู่หรือตาย
อย่างไรก็ตามผู้ติดตามเหล่านั้นเคารพและไว้วางใจนักพรตซีเหลียน ผลคือคนที่เชื่อและชื่นชมมากที่สุดกลับบังคับปรับแต่งตัวเอง
การทรมานทางร่างกายและจิตใจแบบนี้เป็นเพียงการทรมานอย่างไร้มนุษยธรรม
“สิ่งแปลกประหลาดระดับรวมทวารหนึ่งตัว หรือเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นความประหลาด...”
เฉินเฟยขมวดคิ้ว ต้องรายงานเรื่องนี้แก่เมืองเซียนเมฆา เฉินเฟยอ่านเจอในตำราโบราณ ผู้เปลี่ยนตัวเองเป็นความประหลาดจะถูกนักยุทธ์ทุกคนโจมตี
สิ่งแปลกประหลาดอื่นสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วโดยการดูดกลืนเลือดนักยุทธ์ แต่แม้พวกมันจะไม่ดูดกลืน สิ่งแปลกประหลาดยังสามารถเติบโตอย่างช้าๆด้วยการดูดซับปราณหยวนฟ้าดิน
แต่มนุษย์ที่เปลี่ยนเป็นความประหลาด หากต้องการรักษาสภาพนี้ไว้จะต้องกลืนอาหารเลือดทุกชนิด เพราะเป็นมนุษย์ประหลาดจึงต้องการสติปัญญามนุษย์ในการรักษาสติปัญญาของตัวเอง
ไม่อย่างนั้นหากไม่มีอาหารเสริม ในไม่ช้าสติปัญญาของมนุษย์ประหลาดจะย้อนกลับ สุดท้ายจะกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาดไร้สติปัญญาอย่างแท้จริง
สิ่งแปลกประหลาดเป็นศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ มนุษย์ประหลาดเป็นศัตรูตัวฉกาจในศัตรูตัวฉกาจ เพราะพวกมันกลืนกินมนุษย์และนักยุทธ์อย่างไม่หยุดหย่อน
ร่างเฉินเฟยวูบไหว โคจรเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุดรีบไปยังเมืองเซียนเมฆา
เฉินเฟยไม่อาจรับมือกับมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร แม้กระทั่งเข้าใกล้เล็กน้อยยังเกือบถูกกลืนหายไป
โชคดีที่เมืองซ่างอู๋เปลี่ยนเป็นสิ่งแปลกประหลาดไม่นาน เฉินเฟยจึงพอหลบหนีได้ หากเฉินเฟยมาช้ากว่านี้สิบวัน ในสถานการณ์เมื่อครู่คงหนีไม่พ้น
เพราะในเวลานั้นนักพรตซีเหลียนคงปรับแต่งเมืองซ่างอู๋จนสมบูรณ์และฟื้นคืนสติปัญญา ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะเป็นปลาหลุดออกจากอวน
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ด้วยการวิ่งโดยไม่หยุดพัก เฉินเฟยเห็นเมืองเซียนเมฆาจากระยะไกล
เฉินเฟยไม่ได้เข้าไปในเมืองแต่วิ่งไปที่ประตูสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มีเพียงสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่สามารถสื่อสารเรื่องนี้กับสำนักกระบี่เซียนเมฆา
เฉินเฟยรีบวิ่งไปห้องโถงหลักของสำนักและบังเอิญเห็นเจ้าสำนักฉวีชิงเซิงกำลังคุยกับผู้อาวุโสโจว เมื่อทั้งสองเห็นเฉินเฟยจึงหยุดพูด
“กลับมาแล้วหรือ? เกิดอะไรขึ้น?” ฉวีชิงเซิงถามด้วยสีหน้าแปลกๆเมื่อเห็นเฉินเฟยวิ่งเข้ามา
“เจ้าสำนักฉวี มีมนุษย์ประหลาดในเมืองซ่างอู๋ มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร!” เฉินเฟยมองฉวีชิงเซิงและพูดเสียงทุ้ม
“มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร?” โจวจื่อซุนที่กำลังยิ้มถึงกับพูดด้วยความตกใจ
ในฐานะนักยุทธ์ การปรับแต่งตัวเองให้เป็นสิ่งแปลกประหลาดเป็นเรื่องยากยิ่งและแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งของนักยุทธ์คือเลือดลม สิ่งแปลกประหลาดคือหนาวเย็น ทั้งสองเป็นสภาวะที่ขัดแย้งและเข้ากันไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ผู้พยายามปรับแต่งตัวเองให้เป็นสิ่งแปลกประหลาด ผลสุดท้ายเพียงแค่กลายเป็นความประหลาด ความประหลาดไร้สติปัญญา ไม่เกี่ยวข้องกับสถานะมนุษย์ประหลาดแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุดในสภาวะหนาวเย็นสุดขั้ว สติปัญญาของมนุษย์จะไม่สามารถรักษาไว้ได้
ยิ่งการบ่มเพาะสูงโอกาสสำเร็จยิ่งน้อย
มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำสำเร็จได้ ด้วยเหตุนี้โจวจื่อซุนจึงประหลาดใจมากเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย
“บอกสิ่งที่เจ้ารู้มาให้หมด” รอยยิ้มบนใบหน้าฉวีชิงเซิงหายไปเช่นกัน หากสิ่งต่างๆเป็นไปตามที่เฉินเฟยพูดจริง ปัญหานี้จะร้ายแรงมาก
เฉินเฟยอธิบายถึงสิ่งที่เขารู้โดยเว้นเรื่องกองทัพหยาซาน บอกเฉพาะเรื่องถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนและสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในเมืองชางอู๋
“พวกเจ้ารออยู่ในสำนัก ข้าจะไปสำนักกระบี่เซียนเมฆา”
ฉวีชิงเซิงขมวดคิ้วหลังฟังคำอธิบายของเฉินเฟย มนุษย์ประหลาดเป็นศัตรูส่วนรวม มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ อย่างไรก็ตามเมืองซ่างอู๋อยู่ไกลจากเมืองเซียนเมฆามาก สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะดูแลหรือไม่?
แต่ละครอบครัวกวาดหิมะหน้าประตูบ้านตัวเอง ไม่มีใครสนใจน้ำค้างแข็งบนกระเบื้องผู้อื่น!