- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 363 สมบัติเวทระดับสูง
ตอนที่ 363 สมบัติเวทระดับสูง
ตอนที่ 363 สมบัติเวทระดับสูง
หนึ่งชั่วยามต่อมา สำนักกระบี่เซียนเมฆาส่งคนไปแจ้งเรื่องนี้แก่ตระกูลหยู ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ตระกูลหยูกับสำนักกระบี่เซียนหยุนต่างส่งคนหนึ่งไปตรวจสอบสถานการณ์ที่เมืองซ่างอู๋
มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารเป็นปัญหาไร้สิ้นสุด แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงคำพูดของเฉินเฟยฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรจำเป็นต้องยืนยันด้วยตัวเอง
ครึ่งวันต่อมา มีข่าวส่งกลับมาว่าเมืองซ่างอู๋กลายเป็นเมืองประหลาดจริง แต่การก่อตัวของเมืองประหลาดเกิดจากมนุษย์ประหลาดหรือเปล่านั้นไม่สามารถยืนยันได้
แต่ลมปราณที่แผ่จากเมืองประหลาดนี้มืดมนหนักหน่วง เมืองประหลาดทั่วไปเทียบไม่ติด ภายในนั้นยังมีพลังมากมายมหาศาล
สำนักกระบี่เซียนเมฆากับตระกูลหยูส่งระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายไป แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ไม่กล้าก้าวเข้าเมืองซ่างอู๋ด้วยตัวเอง
ท้ายที่สุดหากในเมืองซ่างอู๋เป็นมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร เมื่อก้าวเข้าไปแล้วจะไม่มีวันหวนกลับ
“ต้องรบกวนสหายเต๋าเดินทางสักครั้ง”
ประตูภูเขาตระกูลหยู ถงจ้งชิวมองหยูโชวเฉิงแล้วพูดเบา
ถงจ้งชิวไม่สามารถออกจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา ไม่เช่นนั้นหากเจี่ยนจิ้นเซิงแห่งสำนักเพลิงเทพเข้าโจมตีสำนักกระบี่เซียนเมฆากะทันหัน แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆามีค่ายกลป้องกันหลายอย่างก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของระดับรวมทวาร
ส่วนเรื่องมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารจำเป็นต้องยืนยันความถูกต้องก่อน
สุดท้ายแล้วจะร่วมมือกันฆ่าหรือไม่นั้นเป็นเรื่องในภายหลัง แต่หากไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของข้อมูลได้จะประมาทเลินเล่อเกินไป
“มนุษย์ประหลาดระดับรวมทวาร แม้แต่ทะเลอู๋จิ้นยังไม่ค่อยได้ยินเรื่องนี้” หยูโชวเฉิงอุทาน
“มันอาจไม่ใช่เรื่องจริง บางทีอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนเท็จ” ถงจ้งชิวพูดเสียงต่ำ
“ไปดูก่อน เดี๋ยวได้รู้ความจริงเอง”
หยูโชวเฉิงยิ้มเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนและกุมมือให้ถงจ้งชิวเล็กน้อย ช่วงเวลาต่อมากลายเป็นแสงรุ้งทะยานขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าไปยังเมืองซ่างอู๋
ถงจ้งชิวด้านล่างสัมผัสได้ว่าลมปราณหยูโชวเฉิงหายไป ดวงตาเกิดควาผันผวนอยู่บ้าง
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หยูโชวเฉิงปรากฏที่เขตแดนเมืองซ่างอู๋
บนท้องฟ้า หยูโชวเฉิงยืนอยู่ในอากาศ ลมยามค่ำคืนพัดผ่านแต่ไม่สามารถประชิดตัวหยูโชวเฉิงได้
เมื่อครู่ตอนอยู่ในสถานที่ห่างไกล หยูโชวเฉิงสัมผัสได้ถึงลมปราณจากเมืองซ่างอู๋ มันมืดมนลึกลับ เดิมทีคิดว่าไม่มีอะไรผิดปกติเพราะไม่ต่างจากเมืองประหลาดทั่วไป
แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ในที่สุดหยูโชวเฉิงก็สัมผัสได้ถึงชีวิตชีวาเล็กน้อยในลมปราณหนาวเย็นจากเมืองซ่างอู๋
ชีวิตชีวาไม่ควรมีอยู่ในสถานที่เช่นเมืองประหลาด ด้วยการมีชีวิตชีวาจึงไม่ถือเป็นสิ่งแปลกประหลาด
ชีวิตชีวานี้เติบโตต่อเนื่องตามกาลเวลา ในเวลานี้เมืองซ่างอู๋เปรียบเสมือนตัวอ่อนซึ่งกำลังจะให้กำเนิดชีวิตใหม่
สิ่งแปลกประหลาดกับชีวิตไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ในเวลานี้มันกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว
ความขัดแย้งกับการหลอมรวม ความรู้สึกสับสนแทบจะทำให้ผู้คนเป็นบ้า
“ฟู่ม!”
ราวกับสัมผัสได้ถึงการจ้องมองของหยูโชวเฉิง ทั้งเมืองซ่างอู๋สั่นเล็กน้อยราวกับหวาดกลัว ชีวิตชีวาหายไปทันที เหลือเพียงความหนาวเย็นและความลึกลับที่ไหลเวียนอยู่ในเมืองซ่างอู๋
“หากฆ่าด้วยกำลังในเวลานี้...”
หยูโชวเฉิงสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเมืองซ่างอู๋ ในดวงตาเกิดประกาย
มนุษย์ประหลาดเป็นศัตรูตัวฉกาจ แต่ในอีกมุมหนึ่งตัวอ่อนมนุษย์ประหลาดเป็นสมบัติหายาก
ด้วยวิธีการที่ได้รับในทะเลอู๋จิ้น หากฝีมือเหมาะสมและแข็งแกร่งเพียงพอก็สามารถบังคับปรับแต่งเมืองซ่างอู๋แห่งนี้และฉีดเข้าสมบัติเวท
ในเวลานั้นสามารถพัฒนาสมบัติเวทระดับต่ำเป็นสมบัติเวทระดับกลางได้โดยตรง
หากคุณภาพของสมบัติเวทนั้นดีพอก็มีโอกาสพัฒนาไปถึงระดับสูง
สมบัติเวทระดับสูง ต้องบ้าขนาดไหนกัน
ด้วยการบ่มเพาะระดับรวมทวารขั้นต้นของหยูโชวเฉิง หากสามารถถือครองสมบัติเวทระดับสูง พลังของสมบัติเวทระดับสูงจะสนับสนุนการฝึกฝนของตัวเอง หยูโชวเฉิงมั่นใจว่าจะก้าวหน้าเป็นระดับรวมทวารขั้นกลางได้ในสิบปี
และนี่ยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด การสนับสนุนของสมบัติเวทระดับสูงยังสามารถเร่งการฝึกฝนได้ หากทรัพยากรเพียงพอก็เป็นไปได้ที่จะฝึกฝนถึงระดับรวมทวารขั้นปลาย
แม้จะไม่สามารถถือครองสมบัติเวทระดับสูง แต่สมบัติเวทระดับกลางเพียงพอที่จะเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของหยูโชวเฉิงมาก
เดิมทีสำนักกระบี่เซียนเมฆาหลอมสมบัติเวทระดับต่ำสองชิ้นโดยหวังจะสร้างสมบัติเวทระดับกลางเพื่อช่วยในการฝึกฝนเช่นกัน
หากหยูโชวเฉิงถือครองสมบัติเวทระดับกลางจะไม่มีใครเป็นคู่มือเขาอีก ไม่ว่าจะเป็นถงจ้งชิวแห่งสำนักกระบี่เซียนเมฆาหรือเจี่ยนจิ้นเซิงแห่งสำนักเพลิงเทพ
หลังวางแผนเล็กน้อย ทุกคนในเมืองเซียนเมฆาจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นหยู แม้ปราณหยวนของดินแดนนี้จะเบาบาง แต่ด้วยทรัพยากรรอบเมืองเซียนเมฆาจึงเป็นไปได้ที่ตระกูลหยูจะสร้างระดับรวมทวารอีกสักคน
เมื่อคิดได้แบบนั้นหยูโชวเฉิงก็หายใจถี่ สำหรับทุกสิ่งนี้เพียงแค่ต้องเข้าเมืองซ่างอู๋ ค้นหาแกนกลางของมันและบังคับปรับแต่ง
ทุกสิ่งที่จินตนาการในตอนนี้จะเป็นความจริงทันที ตระกูลหยูจะกลายเป็นราชาแท้จริงของเมืองเซียนเมฆา หรือแม้กระทั่งกลับไปยังทะเลอู๋จิ้นในอนาคตและยึดครองสถานที่
“ช่างเป็นตะขอเกี่ยวจิตวิญญาณที่ทรงพลังนัก! น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้พบมันเมื่อร้อยปีก่อน”
ลมปราณหยูโชวเฉิงผันผวน แต่ทันใดนั้นเขากลับมาสงบอีกครั้ง ดวงตาเริ่มแจ่มชัด ความคิดที่เกิดขึ้นในใจถูกระงับโดยตรง
คำพูดของหยูโชวเฉิงจบลงโดยไม่มีการตอบรับใดราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
หยูโชวเฉิงยิ้มเล็กน้อย โบกมือขวา ยันต์ก่อตัวขึ้นในอากาศ
ยันต์ลอยทวนลม พริบตาเดียวขยายใหญ่เท่ากับภูเขา ช่วงเวลาต่อมายันต์ตกไปปกคลุมเมืองซ่างอู๋
เมืองซ่างอู๋สั่นอย่างรุนแรง ลมปราณเย็นนับไม่ถ้วนระเบิดออกมาต่อต้านการโจมตีของยันต์นี้
ด้วยการสู้ระหว่างทั้งสองฝ่าย ปราณหยวนรอบด้านจึงผันผวนราวกับพายุ ห่างออกไปกว่าสิบลี้ ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายของสำนักกระบี่เซียนเมฆากับตระกูลหยูต่างกลั้นหายใจเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในเมืองซ่างอู๋
ระดับรวมทวารอยู่ในที่สูง สามารถท่องไปมาในท้องฟ้าครามที่ห่างไกลได้อย่างอิสระ ปราณหยวนฟ้าดินในมือของระดับขัดเกลาทวารเปรียบเสมือนแขนและนิ้ว การเคลื่อนไหวง่ายๆมีพลังถล่มทลาย
นี่คือพลังยิ่งใหญ่แท้จริง เป็นการดำรงอยู่ที่ไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยจำนวน
หนึ่งเค่อต่อมา หยูโชวเฉิงส่งเสียงฮึเย็นชา ยันต์แตกออก มันไม่ได้หายไปแต่กลายเป็นยันต์จำนวนนับไม่ถ้วนทั่วปิดเมืองซ่างอู๋
ปราณปฐพีเชื่อมต่อกัน ปราณหยวนไหลเข้าสู่ยันต์ พริบตาเดียวค่ายกลก่อตัวปกคลุมเมืองซ่างอู๋อย่างสมบูรณ์ ค่ายกลไม่แข็งแกร่งนัก แต่สามารถป้องกันไม่ให้เมืองซ่างอู๋ดูดซับปราณฟ้าดินได้เล็กน้อย
มนุษย์ประหลาดในเมืองซ่างอู๋ยังอยู่ในสภาพตัวอ่อนและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่พลังที่มันมีนั้นไม่อาจจินตนาการ หยูโชวเฉิงเพียงคนเดียวไม่สามารถระงับมันได้
ในเมื่อเป็นแบบนั้นหยูโชวเฉิงจึงปิดกั้นปราณหยวน นั่นคือสิ่งที่กระตุ้นเมื่อครู่
หยูโชวเฉิงมองเมืองซ่างอู๋เป็นครั้งสุดท้าย ร่างแกว่งไปไหวหายไปจากกลางอากาศ
ห่างออกไปกว่าสิบลี้ หูของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายตระกูลหยูขยับเล็กน้อย เขาได้รับข้อความเส้นเสียงจากหยูโชวเฉิงให้กลับไปเมืองเซียนเมฆาพร้อมกับระดับขัดเกลาทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆา
สถานการณ์ที่นี่ได้รับการยืนยันแล้ว ที่นี่มีมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารจริง นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักยุทธ์ต่ำกว่าระดับรวมทวารจะแก้ไข
หากต้องการกำจัดมนุษย์ประหลาดคนนี้ต้องรวบรวมระดับรวมทวารมาปิดล้อม แบบนั้นถึงจะพอมีหวัง
แต่การรวบรวมระดับรวมทวารจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย!
วันต่อมา ข่าวมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารในเมืองซ่างอู๋เริ่มแพร่กระจายจากเมืองเซียนเมฆาไปทุกทาง ข่าวนี้ไปถึงหูราชวงศ์อย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ
ทุกคนที่ได้ยินและเข้าใจความหมายของเรื่องนี้ต่างหวาดกลัว
มนุษย์ประหลาดกำเนิดในเมืองซ่างอู๋ หลังผ่านการเปลี่ยนแปลง แม้จะเคลื่อนย้ายได้ยากแต่ยังไม่ยากเหมือนตอนนี้
ในเวลานั้นเมื่อเมืองซ่างอู๋จะไปทางไหน บอกได้ว่าจะไม่มีหญ้าขึ้นและสิ่งแปลกประหลาดออกอาละวาด มันผ่านไปทางไหน ไม่ว่าคนหรือสัตว์จะไม่สามารถอยู่รอดได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้นเมืองซ่างอู๋จะย้ายไปยังสถานที่มีคนจำนวนมากแน่นอน เพราะลักษณะของมนุษย์ประหลาดจะตัดสินว่าต้องกินมนุษย์กับนักยุทธ์เป็นอาหาร สิ่งนี้ต่างจากพื้นฐานของเมืองประหลาดอื่น
ชื่อของนักพรตซีเหลียนดังก้องไปทั่วทุกแห่งอีกครั้ง แต่คราวนี้กลายเป็นความอับอายและจะเป็นความอับอายไปตลอด แต่ไม่ว่าการด่าทอจะรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ส่งผลต่อนักพรตซีเหลียน
ในเมืองฉินไห่ ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มหลบหนี
สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับเมืองซ่างอู๋ หลังตัวเป็นรูปร่าง เมืองฉินไห่อาจเป็นสถานที่แรกที่โดนกิน คนในเมืองฉินไห่ไม่กล้าเดิมพันว่าเมืองซ่างอู๋จะถูกกวาดล้างก่อนก่อตัวเป็นรูปร่าง
หากชนะเดิมพันทุกคนจะมีความสุข แต่หากแพ้เดิมพันทุกอย่างจะหายไป ไม่มีใครอยากเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับความเป็นไปได้นี้
แม้นอกเมืองจะอันตรายแต่อย่างน้อยยังดีกว่านั่งอยู่เฉย
ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฉินเฟยได้ยินทุกอย่าง อย่างไรก็ตามมนุษย์ประหลาดอยู่ในเมืองซ่างอู๋และเฉินเฟยไม่มีพลังพอที่จะแก้ไขมัน สิ่งที่เฉินเฟยทำได้คือเพิ่มการบ่มเพาะของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ในเมืองซ่างอู๋ครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะรากฐานการบ่มเพาะเฉินเฟย เขาคงได้ตกอยู่ที่นั่น ดังนั้นการบ่มเพาะจึงไม่เคยเพียงพอและไม่เคยมากเกินไป
ต้องก้าวหน้าต่อไปไม่รู้จบ!
“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้ศิลาหยวนสิบก้อนทำให้กระบี่หยกวารีเป็นแบบง่ายหรือไม่?”
“กระบี่หยกวารี...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...กระบี่หยกวารี → กระบี่ดาวประดับราตรี!”
“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้ศิลาหยวนสิบสองก้อนทำให้กระบี่คมดาบสังหารเป็นแบบง่ายหรือไม่?”
“กระบี่คมดาบสังหาร...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...กระบี่คมดาบสังหาร → กระบี่แรกเริ่ม!”
ด้วยของขวัญอันเอื้อเฟื้อจากสำนักหยาซาน เฉินเฟยจึงเปิดจุดทวารได้อย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ
ในขณะที่เปิดจุดทวาร เฉินเฟยทำให้วิชาทั้งสี่ที่ได้รับมาเป็นแบบง่าย คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวแบบง่ายเป็นตุ๊กตาแม่ลูกดก การฝึกขั้นสามถูกตั้งไว้ขั้นสอง
สำหรับมรดกอีกสามชุด กระบี่คมดาบสังหารกับกระบี่หยกวารีต่างชี้ไปที่วิชากระบี่สองชุดในสำนักตามลำดับ สิ่งที่ทำให้เฉินเฟยประหลาดใจคือกระบี่มหาฟ้าคำราม
วิชานี้ไม่ชี้ไปถึงสิ่งใด ผลของการทำให้เป็นแบบง่ายกลับเป็นแบบนี้
“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้ศิลาหยวนสิบก้อนทำให้กระบี่มหาฟ้าคำรามเป็นแบบง่ายหรือไม่?”
“กระบี่มหาฟ้าคำราม...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...กระบี่มหาฟ้าคำราม → กรนดั่งฟ้าร้อง!”