เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 361 กลับกัน

ตอนที่ 361 กลับกัน

ตอนที่ 361 กลับกัน


ก่อนหน้านี้เฉินเฟยสับสนเล็กน้อยเมื่อเห็นกองทัพหยาซานปิดล้อมเมืองซ่างอู๋ เห็นได้ชัดว่าด้านข้างเป็นเมืองฉินไห่ที่อ่อนแอกว่ามาก แต่กองทัพหยาซานกลับเลือกเมืองที่แข็งแกร่งกว่า

แม้เมืองซ่างอู๋จะมีทรัพยากรสมบูรณ์กว่าเมืองฉินไห่ แต่ไม่ถึงขนาดที่กองทัพยาซานต้องกดดันอย่างหนัก

แต่ตอนนี้พอเฉินเฟยเห็นข้อมูลในแผ่นหยกจึงเข้าใจ ในเมืองซ่างอู๋มีทางเข้าดินแดนลับซึ่งถูกเมืองซ่างอู๋ควบคุมไว้

จะบอกว่าเป็นดินแดนลับอาจก็ไม่ถูก เรียกว่าถ้ำเทวาดีกว่า

ถ้ำเทวามีขนาดเล็กกว่าดินแดนลับ แต่ปราณหยวนด้านในหนาแน่นเทียบเท่าดินแดนลับหรือดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้ำเทวานี้เคยมีเจ้าของอยู่ในสมัยนั้น

ไม่รู้ว่าตอนนั้นถ้ำเทวานี้อยู่ในเมืองซ่างอู๋หรือที่ตั้งเกิดเปลี่ยนแปลง เมื่อไม่นานนี้ระดับขัดเกลาทวารพบว่ามันตั้งอยู่ในเมืองซ่างอู๋

ในเวลานั้นการบังคับเปิดถ้ำเทวาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปราณหยวนฟ้าดินครั้งใหญ่ แม้ระดับขัดเกลาทวารของเมืองซ่างอู๋จะปิดทันที แต่มันยังถูกเหลียงจงผู่ที่เดินทางผ่านมาค้นพบ ในเวลาต่อมากองทัพยาซานจึงปิดล้อมเมืองซ่างอู๋

ความตั้งใจเดิมของกองทัพหยาซานคือมีส่วนร่วมในการสำรวจถ้ำเทวา แต่พวกเขาถูกเมืองซ่างอู๋ปฏิเสธโดยตรง

เมืองซ่างอู๋มีความมั่นใจอย่างมาก เมื่อทั้งสองฝ่ายสู้กันจริงปรากฏว่าเมืองซ่างอู๋เหนือกว่า กองทัพหยาซานจึงต้องล่าถอย

แม้แต่ฉีหยวนลู่เจ้าสำนักหยาซานยังบาดเจ็บจนต้องพักฟื้นอยู่ในเมืองฉินไห่

“นักพรตซีเหลียน....

ดวงตาเฉินเฟยจมอยู่ในความคิด เขารู้สึกอยู่เสมอว่าชื่อนี้ค่อนข้างคุ้นเคย ทันใดนั้นดวงตาเฉินเฟยสว่างขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็จำได้ว่านักพรตซีเหลียนคือใคร

ผู้ฝึกตนทั่วไประดับรวมทวารที่ตายไปนานกว่าร้อยปี

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบผู้แข็งแกร่งในผู้ฝึกตนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่ง ความลำบากของผู้ฝึกตนทั่วไปอยู่ที่วิชายุทธ์และทรัพยากรในการฝึกฝน

เป็นเรื่องยากที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะได้รับวิชาสมบูรณ์ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชาที่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับรวมทวาร มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

นอกจากนั้นยังมีทรัพยากรฝึกฝน ทรัพยากรที่ดีส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนัก หากความแข็งแกร่งด้อยกว่าอีกฝ่าย ผู้ฝึกตนทั่วไปจะไม่กล้าแข่งขันกับสำนัก

ดังนั้นในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไปจึงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถฝึกฝนถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเกือบจะต้องก่อตั้งสำนัก เปลี่ยนจากผู้ฝึกตนทั่วไปเป็นสำนักหนึ่ง

สำหรับระดับรวมทวาร นั่นคือการดำรงอยู่ที่เหนือชั้นแท้จริงซึ่งสามารถปราบปรามได้หลายพันลี้

ตัวอย่างเช่นสำนักกระบี่เซียนเมฆา หลายปีที่ผ่านมาไม่มีระดับรวมทวารสองคนอยู่ด้วยกัน โดยส่วนใหญ่มีระดับรวมทวารคนเดียวที่ควบคุมโชคชะตาสำนัก

ดังนั้นหากผู้ฝึกต้นทั่วไปต้องฝึกฝนสู่ระดับรวมทวาร ในรอบหลายร้อยปียังยากจะพบสักคน ในการฝึกฝนมาถึงระดับนี้โดยอยู่อย่างสันโดษไม่ก่อตั้งสำนักสามารถนับนิ้วได้ด้วยมือเดียว

และนักพรตซีเหลียนเป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรแล้วในข่าวลือบอกว่าเดิมทีนักพรตซีเหลียนมีผู้ติดตามจำนวนมาก ท้ายที่สุดมีระดับขัดเกลาทวารเป็นผู้สนับสนุน สำนักที่มีความแข็งแกร่งทั่วไปต้องหลีกทาง

ด้วยผู้ติดตามจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่สำนักแต่ยังก่อให้เกิดองค์กรหละหลวมซึ่งครอบครองทรัพยากรขนาดใหญ่ได้ง่ายดาย

แต่ในเวลาต่อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้คนรอบตัวนักพรตซีเหลียนเริ่มลดลงราวกับพวกเขาหายไปจากอากาศ

สุดท้ายเมื่อนักพรตซีเหลียนใกล้หมดอายุขัย ผู้ติดตามรอบตัวมีน้อยมาก

สำหรับถ้ำเทวา อันที่จริงมีถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนอยู่หลายแห่ง นักพรตซีเหลียนมีงานอดิเรกที่ไม่เหมือนใคร ชอบรวบรวมดินแดนลับและปรับแต่งให้เป็นถ้ำเทวา

และในถ้ำเทวาทุกแห่งจะมีสิ่งแปลกๆซ่อนอยู่ ตราบใดที่สามารถฝ่าข้อจำกัดในถ้ำเทวาได้ก็จะได้รับสิ่งเหล่านั้น

ส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรหายากมากสำหรับระดับขัดเกลาทวาร

เมื่อสามสิบปีที่ก่อนหนึ่งในถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนถูกเปิดออกและมีคนได้รับมรดกวิชาของนักพรตซีเหลียน

มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งแต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน ระดับขัดเกลาทวารตายเป็นจำนวนมาก แม้แต่สำนักใหญ่มากมายยังเข้าร่วม รวมถึงสำนักกระบี่เซียนเมฆาดว้ยเช่นกัน

ตามข้อความที่นักพรตซีเหลียนทิ้งไว้ในถ้ำเทวา วิชายุทธ์สืบทอดจากที่นี่เท่านั้น ในถ้ำเทวาอื่นมีเพียงสิ่งเล็กน้อยบางอย่างซึ่งสงวนไว้สำหรับคนรุ่นหลัง

รางวัลใหญ่ที่สุดถูกพรากไป แต่ถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนยังคงมีค่า สิ่งของภายในไม่สามารถดึงดูดระดับรวมทวาร แต่ดึงดูดระดับขัดเกลาทวารได้แน่นอน

กองทัพหยาซานไม่ได้กระจายข่าวเรื่องนี้อาจเป็นเพราะไม่ยอมแพ้ถ้ำเทวา คงคาดไม่ถึงว่าตอนนี้จะตกไปอยู่ในมือเฉินเฟยแทน

“ระดับขัดเกลาทวารที่หายไปของกองทัพหยาซานไม่ได้ไปเสริมทัพ?”

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเฉินเฟย เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ หากสำนักหยาซานสามารถยึดถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียน บางทีสมบัติภายในนั้นอาจช่วยสำนักหยาซานสร้างผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายได้

สำนักหนึ่งมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือไม่นั้น ความแข็งแกร่งจะแตกต่างกันมาก เข้าใจได้ว่าทำไมกองทัพหยาซานต่อสู้เพื่อสิ่งนี้

“เมืองซ่างอู๋!”

เฉินเฟยเก็บแผ่นหยกในมือ เริ่มปรับแต่งศิลาหยวนและโอสถ

ช่องมิติเก็บไม่พอ เฉินเฟยจะวิ่งไปมาโดยมีพัสดุขนาดใหญ่อยู่บนหลังเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงใช้เวลานี้ปรับแต่งสิ่งเหล่านี้บางส่วน

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยรู้สึกรำคาญที่ช่องมิติไม่ใหญ่พอ เพียงแค่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสซื้อช่องมิติที่สองเมื่อไหร่

ความเข้าใจวิชาอยู่ในระดับสูง พลังจิตวิญญาณเพียงพอ ร่างกายรองรับได้ เฉินเฟยปรับแต่งโอสถและศิลาหยวนด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

ผ่านไปไม่ถึงสามวัน เฉินเฟยเปิดจุดทวารเพิ่มอีกทำให้จำนวนจุดทวารกลายเป็นสี่สิบสอง

เฉินเฟยไม่หยุดเพียงเท่านี้และฝึกฝนต่อไป

สี่สิบสาม สี่สิบสี่ สี่สิบห้า!

ผ่านไปอีกเก้าวัน เฉินเฟยเปิดจุดทวารอีกสามจุดและมาถึงสี่สิบห้าจุดทวาร ในเวลานี้ช่องมิติของเฉินเฟยมีที่ว่างบางส่วนแล้ว

ใช้เวลาสิบวันในการเปิดสี่จุดทวารติดต่อกัน หากปิดเผยความเร็วในการฝึกฝนแบบนี้ออกไปเอาจทำให้เกิดคลื่นอีกระลอก

หลังเก็บทุกอย่างลงช่องมิติ เฉินเฟยหยุดฝึกฝนและตัดสินใจไปตรวจสอบเมืองซ่างอู๋

เฉินเฟยเต็มไปด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียน ท้ายที่สุดนั่นคือผู้แข็งแกร่งรวมทวารในตำนวน เมื่อเทียบกับนักพรตหลงเซี่ยงทำตัวต่ำต้อยที่เฉินเฟยพบในตอนนั้น ชีวิตของนักพรตซีเหลียนเป็นตำนานมากกว่า

เฉินเฟยบอกลาสมาชิกตระกูลหรวน แม้พวกเขารู้ว่าเฉินเฟยจะจาก แต่เมื่อเฉินเฟยบอกว่าจะจากไป หรวนเฉียวจวินกับฉู่หลันก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก

เพียงแค่หรวนเฉียวจวินไม่สามารถทิ้งตระกูลหรวนไว้ข้างหลังและจากไปกับเฉินเฟย ฉู่เหวินเหนียนก็ภักดีต่อตระกูลหรวนมาตลอดชีวิต ดังนั้นเขาจึงอยากอยู่ต่อ ส่วนฉู่หลันอยากอยู่กับปู่ของนาง

ภายใต้ดวงตาแดงก่ำของหรวนเฉียวจวินกับฉู่หลาน เฉินเฟยโบกมือแล้วหายไป

ครู่ต่อมา เฉินเฟยปรากฏตัวนอกเมืองหลินสุ่ย

ที่นี่ห่างจากเมืองซ่างอู๋ร้อยลี้ แต่ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในตอนนี้จึงใช้เวลาไม่นานในการไปถึงที่นั่น

ร่างเฉินเฟยกลายเป็นภาพติดตา ทุกครั้งที่นิ้วเท้าสัมผัสพื้น เมื่อร่อนลงอีกครั้งจะอยู่ห่างออกไปหนึ่งลี้ พลิ้วไหวดั่งเซียน ราวกับฟ้าครามห่างไกล

ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือแม่น้ำ ทะเลสาบหรือทะเลไม่อาจปิดกั้นเฉินเฟย เมื่อฝึกฝนมาถึงขอบเขตนี้ก็จะฝืนความสามารถของฟ้าดินได้

ชีวิตจะไม่สูญสลายเพราะภัยธรรมชาติบางอย่าง

ผ่านไปไมถึงหนึ่งชั่วยาม เฉินเฟยเห็นเมืองใหญ่ปรากฏในระยะไกล นั่นคือเมืองซ่างอู๋

ร่างเฉินเฟยพุ่งออกไป เมื่ออยู่ห่างเมืองซ่างอู๋ไม่ถึงสามลี้จึงหยุดเท้า

บนเนินเขา เฉินเฟยมองเมืองซ่างอู๋จากระยะไกลแล้วขมวดคิ้ว ยิ่งเฉินเฟยมองเท่าไรยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้น ในใจเฉินเฟยเกิดความรู้สึกแปลกๆ

เฉินเฟยไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ชัดเจน พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังเตือน แต่เขาไม่เห็นอะไรเลย

เคล็ดพันไหมโคจรเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว พยายามรวบรวมข้อมูลทุกรายละเอียดแต่ไม่พบอะไร เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาของเฉินเฟย

แต่เฉินเฟยไม่เชื่อในภาพลวงตา พลังจิตวิญญาณผิดปกติแบบนี้ต้องเป็นเพราะเมืองซ่างอู๋ อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นไม่อย่างนั้นพลังจิตวิญญาณจะไม่เป็นแบบนี้

เฉินเฟยหันสายตา เห็นกองคาราวานขนาดใหญ่ในระยะไกลกำลังเดินทางเข้าเมืองซ่างอู๋อย่างช้าๆ

ทุกวันนี้มีกองคาราวานเดินทางไปข้างนอกไม่มากนัก แต่ก็ยังพอมีอยู่บ้างและทั้งหมดล้วนมีภูมิหลังแข็งแกร่งเป็นของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะง่ายต่อการถูกกำจัดหรือเอาเปรียบ

นับตั้งแต่กองทัพหยาซานล่าถอย กองคาราวานบางกลุ่มก็เริ่มเดินทางมาเมืองซ่างอู๋ตามปกติ กองคาราวานในระยะไกลเป็นหนึ่งในนั้น

เฉินเฟยจับตาดูกองคาราวานอย่างใกล้ชิดโดยมองกองคาราวานค่อยๆเข้าเมืองซ่างอู๋ ความเร็วไม่เร็วนักเพราะยามที่ประตูเมืองต้องตรวจสอบสินค้า

บนกำแพงเมืองซ่างอู๋มีทหารจำนวนมากลาดตระเวนไปมา

ทุกอย่างดูปกติมากและไม่มีอะไรผิดแปลก

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ร่างหนึ่งแยกออกจากตัวเฉินเฟย นั่นคือร่างแยกของเดินหนีสวรรค์

เฉินเฟยวิ่งไปที่เมืองซ่างอู๋ ระยะสามลี้สำหรับเฉินเฟยในตอนนี้แทบจะพุ่งผ่านไปในพริบตา

เฉินเฟยยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองประตูใหญ่ของเมืองซ่างอู๋ ในระหว่างเหม่อลอย ประตูเหมือนกลายเป็นปากตะกละตะกลาม ในใจเฉินเฟยเกิดความตื่นตระหนก เฉินเฟยหลับตาลงตามจิตใต้สำนึก

“ไม่ถูกต้อง!’

ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณสั่นอย่างรุนแรง เสียงคำรามมังกรคชสารดังก้องในทะเลจิตสำนึก ดวงตาเฉินเฟยเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมืองซ่างอู๋ตรงหน้ามีรูปลักษณ์เปลี่ยนไป

บนกำแพงเมืองไม่มีทหารอยู่เลย มันว่างเปล่า! รอบตัวเฉินเฟยไม่มีใครแม้แต่คนเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ร่างแยกแต่เป็นร่างจริงของเฉินเฟย

ส่วนร่างแยกของเฉินเฟยอยู่ห่างออกไปร้อยหมี่

จบบทที่ ตอนที่ 361 กลับกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว