- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 361 กลับกัน
ตอนที่ 361 กลับกัน
ตอนที่ 361 กลับกัน
ก่อนหน้านี้เฉินเฟยสับสนเล็กน้อยเมื่อเห็นกองทัพหยาซานปิดล้อมเมืองซ่างอู๋ เห็นได้ชัดว่าด้านข้างเป็นเมืองฉินไห่ที่อ่อนแอกว่ามาก แต่กองทัพหยาซานกลับเลือกเมืองที่แข็งแกร่งกว่า
แม้เมืองซ่างอู๋จะมีทรัพยากรสมบูรณ์กว่าเมืองฉินไห่ แต่ไม่ถึงขนาดที่กองทัพยาซานต้องกดดันอย่างหนัก
แต่ตอนนี้พอเฉินเฟยเห็นข้อมูลในแผ่นหยกจึงเข้าใจ ในเมืองซ่างอู๋มีทางเข้าดินแดนลับซึ่งถูกเมืองซ่างอู๋ควบคุมไว้
จะบอกว่าเป็นดินแดนลับอาจก็ไม่ถูก เรียกว่าถ้ำเทวาดีกว่า
ถ้ำเทวามีขนาดเล็กกว่าดินแดนลับ แต่ปราณหยวนด้านในหนาแน่นเทียบเท่าดินแดนลับหรือดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้ำเทวานี้เคยมีเจ้าของอยู่ในสมัยนั้น
ไม่รู้ว่าตอนนั้นถ้ำเทวานี้อยู่ในเมืองซ่างอู๋หรือที่ตั้งเกิดเปลี่ยนแปลง เมื่อไม่นานนี้ระดับขัดเกลาทวารพบว่ามันตั้งอยู่ในเมืองซ่างอู๋
ในเวลานั้นการบังคับเปิดถ้ำเทวาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปราณหยวนฟ้าดินครั้งใหญ่ แม้ระดับขัดเกลาทวารของเมืองซ่างอู๋จะปิดทันที แต่มันยังถูกเหลียงจงผู่ที่เดินทางผ่านมาค้นพบ ในเวลาต่อมากองทัพยาซานจึงปิดล้อมเมืองซ่างอู๋
ความตั้งใจเดิมของกองทัพหยาซานคือมีส่วนร่วมในการสำรวจถ้ำเทวา แต่พวกเขาถูกเมืองซ่างอู๋ปฏิเสธโดยตรง
เมืองซ่างอู๋มีความมั่นใจอย่างมาก เมื่อทั้งสองฝ่ายสู้กันจริงปรากฏว่าเมืองซ่างอู๋เหนือกว่า กองทัพหยาซานจึงต้องล่าถอย
แม้แต่ฉีหยวนลู่เจ้าสำนักหยาซานยังบาดเจ็บจนต้องพักฟื้นอยู่ในเมืองฉินไห่
“นักพรตซีเหลียน....
ดวงตาเฉินเฟยจมอยู่ในความคิด เขารู้สึกอยู่เสมอว่าชื่อนี้ค่อนข้างคุ้นเคย ทันใดนั้นดวงตาเฉินเฟยสว่างขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็จำได้ว่านักพรตซีเหลียนคือใคร
ผู้ฝึกตนทั่วไประดับรวมทวารที่ตายไปนานกว่าร้อยปี
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบผู้แข็งแกร่งในผู้ฝึกตนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่ง ความลำบากของผู้ฝึกตนทั่วไปอยู่ที่วิชายุทธ์และทรัพยากรในการฝึกฝน
เป็นเรื่องยากที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะได้รับวิชาสมบูรณ์ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชาที่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับรวมทวาร มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
นอกจากนั้นยังมีทรัพยากรฝึกฝน ทรัพยากรที่ดีส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของสำนัก หากความแข็งแกร่งด้อยกว่าอีกฝ่าย ผู้ฝึกตนทั่วไปจะไม่กล้าแข่งขันกับสำนัก
ดังนั้นในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไปจึงมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถฝึกฝนถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเกือบจะต้องก่อตั้งสำนัก เปลี่ยนจากผู้ฝึกตนทั่วไปเป็นสำนักหนึ่ง
สำหรับระดับรวมทวาร นั่นคือการดำรงอยู่ที่เหนือชั้นแท้จริงซึ่งสามารถปราบปรามได้หลายพันลี้
ตัวอย่างเช่นสำนักกระบี่เซียนเมฆา หลายปีที่ผ่านมาไม่มีระดับรวมทวารสองคนอยู่ด้วยกัน โดยส่วนใหญ่มีระดับรวมทวารคนเดียวที่ควบคุมโชคชะตาสำนัก
ดังนั้นหากผู้ฝึกต้นทั่วไปต้องฝึกฝนสู่ระดับรวมทวาร ในรอบหลายร้อยปียังยากจะพบสักคน ในการฝึกฝนมาถึงระดับนี้โดยอยู่อย่างสันโดษไม่ก่อตั้งสำนักสามารถนับนิ้วได้ด้วยมือเดียว
และนักพรตซีเหลียนเป็นหนึ่งในนั้น
อย่างไรแล้วในข่าวลือบอกว่าเดิมทีนักพรตซีเหลียนมีผู้ติดตามจำนวนมาก ท้ายที่สุดมีระดับขัดเกลาทวารเป็นผู้สนับสนุน สำนักที่มีความแข็งแกร่งทั่วไปต้องหลีกทาง
ด้วยผู้ติดตามจำนวนมาก แม้จะไม่ใช่สำนักแต่ยังก่อให้เกิดองค์กรหละหลวมซึ่งครอบครองทรัพยากรขนาดใหญ่ได้ง่ายดาย
แต่ในเวลาต่อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้คนรอบตัวนักพรตซีเหลียนเริ่มลดลงราวกับพวกเขาหายไปจากอากาศ
สุดท้ายเมื่อนักพรตซีเหลียนใกล้หมดอายุขัย ผู้ติดตามรอบตัวมีน้อยมาก
สำหรับถ้ำเทวา อันที่จริงมีถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนอยู่หลายแห่ง นักพรตซีเหลียนมีงานอดิเรกที่ไม่เหมือนใคร ชอบรวบรวมดินแดนลับและปรับแต่งให้เป็นถ้ำเทวา
และในถ้ำเทวาทุกแห่งจะมีสิ่งแปลกๆซ่อนอยู่ ตราบใดที่สามารถฝ่าข้อจำกัดในถ้ำเทวาได้ก็จะได้รับสิ่งเหล่านั้น
ส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรหายากมากสำหรับระดับขัดเกลาทวาร
เมื่อสามสิบปีที่ก่อนหนึ่งในถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนถูกเปิดออกและมีคนได้รับมรดกวิชาของนักพรตซีเหลียน
มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งแต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน ระดับขัดเกลาทวารตายเป็นจำนวนมาก แม้แต่สำนักใหญ่มากมายยังเข้าร่วม รวมถึงสำนักกระบี่เซียนเมฆาดว้ยเช่นกัน
ตามข้อความที่นักพรตซีเหลียนทิ้งไว้ในถ้ำเทวา วิชายุทธ์สืบทอดจากที่นี่เท่านั้น ในถ้ำเทวาอื่นมีเพียงสิ่งเล็กน้อยบางอย่างซึ่งสงวนไว้สำหรับคนรุ่นหลัง
รางวัลใหญ่ที่สุดถูกพรากไป แต่ถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียนยังคงมีค่า สิ่งของภายในไม่สามารถดึงดูดระดับรวมทวาร แต่ดึงดูดระดับขัดเกลาทวารได้แน่นอน
กองทัพหยาซานไม่ได้กระจายข่าวเรื่องนี้อาจเป็นเพราะไม่ยอมแพ้ถ้ำเทวา คงคาดไม่ถึงว่าตอนนี้จะตกไปอยู่ในมือเฉินเฟยแทน
“ระดับขัดเกลาทวารที่หายไปของกองทัพหยาซานไม่ได้ไปเสริมทัพ?”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเฉินเฟย เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ หากสำนักหยาซานสามารถยึดถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียน บางทีสมบัติภายในนั้นอาจช่วยสำนักหยาซานสร้างผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายได้
สำนักหนึ่งมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือไม่นั้น ความแข็งแกร่งจะแตกต่างกันมาก เข้าใจได้ว่าทำไมกองทัพหยาซานต่อสู้เพื่อสิ่งนี้
“เมืองซ่างอู๋!”
เฉินเฟยเก็บแผ่นหยกในมือ เริ่มปรับแต่งศิลาหยวนและโอสถ
ช่องมิติเก็บไม่พอ เฉินเฟยจะวิ่งไปมาโดยมีพัสดุขนาดใหญ่อยู่บนหลังเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงใช้เวลานี้ปรับแต่งสิ่งเหล่านี้บางส่วน
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยรู้สึกรำคาญที่ช่องมิติไม่ใหญ่พอ เพียงแค่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสซื้อช่องมิติที่สองเมื่อไหร่
ความเข้าใจวิชาอยู่ในระดับสูง พลังจิตวิญญาณเพียงพอ ร่างกายรองรับได้ เฉินเฟยปรับแต่งโอสถและศิลาหยวนด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
ผ่านไปไม่ถึงสามวัน เฉินเฟยเปิดจุดทวารเพิ่มอีกทำให้จำนวนจุดทวารกลายเป็นสี่สิบสอง
เฉินเฟยไม่หยุดเพียงเท่านี้และฝึกฝนต่อไป
สี่สิบสาม สี่สิบสี่ สี่สิบห้า!
ผ่านไปอีกเก้าวัน เฉินเฟยเปิดจุดทวารอีกสามจุดและมาถึงสี่สิบห้าจุดทวาร ในเวลานี้ช่องมิติของเฉินเฟยมีที่ว่างบางส่วนแล้ว
ใช้เวลาสิบวันในการเปิดสี่จุดทวารติดต่อกัน หากปิดเผยความเร็วในการฝึกฝนแบบนี้ออกไปเอาจทำให้เกิดคลื่นอีกระลอก
หลังเก็บทุกอย่างลงช่องมิติ เฉินเฟยหยุดฝึกฝนและตัดสินใจไปตรวจสอบเมืองซ่างอู๋
เฉินเฟยเต็มไปด้วยความอยากรู้เกี่ยวกับถ้ำเทวาของนักพรตซีเหลียน ท้ายที่สุดนั่นคือผู้แข็งแกร่งรวมทวารในตำนวน เมื่อเทียบกับนักพรตหลงเซี่ยงทำตัวต่ำต้อยที่เฉินเฟยพบในตอนนั้น ชีวิตของนักพรตซีเหลียนเป็นตำนานมากกว่า
เฉินเฟยบอกลาสมาชิกตระกูลหรวน แม้พวกเขารู้ว่าเฉินเฟยจะจาก แต่เมื่อเฉินเฟยบอกว่าจะจากไป หรวนเฉียวจวินกับฉู่หลันก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก
เพียงแค่หรวนเฉียวจวินไม่สามารถทิ้งตระกูลหรวนไว้ข้างหลังและจากไปกับเฉินเฟย ฉู่เหวินเหนียนก็ภักดีต่อตระกูลหรวนมาตลอดชีวิต ดังนั้นเขาจึงอยากอยู่ต่อ ส่วนฉู่หลันอยากอยู่กับปู่ของนาง
ภายใต้ดวงตาแดงก่ำของหรวนเฉียวจวินกับฉู่หลาน เฉินเฟยโบกมือแล้วหายไป
ครู่ต่อมา เฉินเฟยปรากฏตัวนอกเมืองหลินสุ่ย
ที่นี่ห่างจากเมืองซ่างอู๋ร้อยลี้ แต่ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในตอนนี้จึงใช้เวลาไม่นานในการไปถึงที่นั่น
ร่างเฉินเฟยกลายเป็นภาพติดตา ทุกครั้งที่นิ้วเท้าสัมผัสพื้น เมื่อร่อนลงอีกครั้งจะอยู่ห่างออกไปหนึ่งลี้ พลิ้วไหวดั่งเซียน ราวกับฟ้าครามห่างไกล
ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือแม่น้ำ ทะเลสาบหรือทะเลไม่อาจปิดกั้นเฉินเฟย เมื่อฝึกฝนมาถึงขอบเขตนี้ก็จะฝืนความสามารถของฟ้าดินได้
ชีวิตจะไม่สูญสลายเพราะภัยธรรมชาติบางอย่าง
ผ่านไปไมถึงหนึ่งชั่วยาม เฉินเฟยเห็นเมืองใหญ่ปรากฏในระยะไกล นั่นคือเมืองซ่างอู๋
ร่างเฉินเฟยพุ่งออกไป เมื่ออยู่ห่างเมืองซ่างอู๋ไม่ถึงสามลี้จึงหยุดเท้า
บนเนินเขา เฉินเฟยมองเมืองซ่างอู๋จากระยะไกลแล้วขมวดคิ้ว ยิ่งเฉินเฟยมองเท่าไรยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้น ในใจเฉินเฟยเกิดความรู้สึกแปลกๆ
เฉินเฟยไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ชัดเจน พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังเตือน แต่เขาไม่เห็นอะไรเลย
เคล็ดพันไหมโคจรเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว พยายามรวบรวมข้อมูลทุกรายละเอียดแต่ไม่พบอะไร เหมือนทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาของเฉินเฟย
แต่เฉินเฟยไม่เชื่อในภาพลวงตา พลังจิตวิญญาณผิดปกติแบบนี้ต้องเป็นเพราะเมืองซ่างอู๋ อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นไม่อย่างนั้นพลังจิตวิญญาณจะไม่เป็นแบบนี้
เฉินเฟยหันสายตา เห็นกองคาราวานขนาดใหญ่ในระยะไกลกำลังเดินทางเข้าเมืองซ่างอู๋อย่างช้าๆ
ทุกวันนี้มีกองคาราวานเดินทางไปข้างนอกไม่มากนัก แต่ก็ยังพอมีอยู่บ้างและทั้งหมดล้วนมีภูมิหลังแข็งแกร่งเป็นของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะง่ายต่อการถูกกำจัดหรือเอาเปรียบ
นับตั้งแต่กองทัพหยาซานล่าถอย กองคาราวานบางกลุ่มก็เริ่มเดินทางมาเมืองซ่างอู๋ตามปกติ กองคาราวานในระยะไกลเป็นหนึ่งในนั้น
เฉินเฟยจับตาดูกองคาราวานอย่างใกล้ชิดโดยมองกองคาราวานค่อยๆเข้าเมืองซ่างอู๋ ความเร็วไม่เร็วนักเพราะยามที่ประตูเมืองต้องตรวจสอบสินค้า
บนกำแพงเมืองซ่างอู๋มีทหารจำนวนมากลาดตระเวนไปมา
ทุกอย่างดูปกติมากและไม่มีอะไรผิดแปลก
เฉินเฟยขมวดคิ้ว ร่างหนึ่งแยกออกจากตัวเฉินเฟย นั่นคือร่างแยกของเดินหนีสวรรค์
เฉินเฟยวิ่งไปที่เมืองซ่างอู๋ ระยะสามลี้สำหรับเฉินเฟยในตอนนี้แทบจะพุ่งผ่านไปในพริบตา
เฉินเฟยยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองประตูใหญ่ของเมืองซ่างอู๋ ในระหว่างเหม่อลอย ประตูเหมือนกลายเป็นปากตะกละตะกลาม ในใจเฉินเฟยเกิดความตื่นตระหนก เฉินเฟยหลับตาลงตามจิตใต้สำนึก
“ไม่ถูกต้อง!’
ในทะเลจิตสำนึก พลังจิตวิญญาณสั่นอย่างรุนแรง เสียงคำรามมังกรคชสารดังก้องในทะเลจิตสำนึก ดวงตาเฉินเฟยเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมืองซ่างอู๋ตรงหน้ามีรูปลักษณ์เปลี่ยนไป
บนกำแพงเมืองไม่มีทหารอยู่เลย มันว่างเปล่า! รอบตัวเฉินเฟยไม่มีใครแม้แต่คนเดียว!
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ร่างแยกแต่เป็นร่างจริงของเฉินเฟย
ส่วนร่างแยกของเฉินเฟยอยู่ห่างออกไปร้อยหมี่