เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 360 ลงมาจากฟ้า

ตอนที่ 360 ลงมาจากฟ้า

ตอนที่ 360 ลงมาจากฟ้า


นี่คือวิธีหาวัตถุวิญญาณกับศิลาหยวนที่ถูกต้อง?

ในใจเฉินเฟยมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา

ด้วยการใช้ทรัพยากรเหล่านี้สำหรับการฝึกฝน การบ่มเพาะของเฉินเฟยจะก้าวหน้าขึ้นในช่วงเวลาสั้น ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุปสรรคหรือติดคอขวด

คนอื่นถูกจำกัดด้วยพลังจิตวิญญาณเช่นกัน จุดทวารเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปพลังจิตวิญญาณจึงไม่สามารถควบคุมได้ ในขณะเดียวกันยังมีเรื่องความเข้าใจวิชายุทธ์ หากไม่เข้าอย่างถ่องแท้จะไม่สามารถเปิดจุดทวาร

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเฉินเฟย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณยักษ์ หรือเดินหนีสวรรค์ล้วนเพียงพอที่จะสนับสนุนการบ่มเพาะของเฉินเฟยไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

สิ่งที่นับว่าเป็นปัญหาคือพลังจิตวิญญาณควบคุมได้เพียงห้าสิบเอ็ดจุดทวารเท่านั้น ก่อนหน้านี้เฉินเฟยคิดว่าในช่วงเวลาสั้นๆจะไม่ถูกเรื่องพลังจิตวิญญาณรบกวน

ตอนนี้รู้แล้วว่าแผนนี้ล้าหลังตามไม่ทัน พลังจิตวิญญาณเหมือนจะยังไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามใครจะจินตนาการถึงสิ่งนี้ได้

เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเพียงเดือนกว่า จิตวิญญาณควบคุมได้ห้าสิบเอ็ดจุดทวารยังช้าอีกหรือ?

เฉินเฟยมองศิลาหยวนกับวัตถุวิญญาณตรงหน้า คนสำนักหยาซานไม่อาจเติบโตในเวลาอันสั้นเพราะถูกจำกัดด้วยวิชายุทธ์และจิตวิญญาณ ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บทรัพยากรไว้มากมายซึ่งสุดท้ายแล้วเฉินเฟยเป็นคนได้ประโยชน์

เฉินเฟยไม่ต้องการให้ในอนาคตใช้วัตถุวิญญาณไม่ได้เพราะพลังจิตวิญญาณตามไม่ทัน แบบนั้นคงอึดอัดไม่น้อย

การเติบโตพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยไม่ช้า ด้วยการฝึกฝนวิชาระดับรู้แจ้งสามชุด ปราณหยวนกับวิชาจึงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเฉินเฟยให้เติบโตขึ้น

แต่มันต้องใช้เวลา และเวลาที่ใช้ยังไม่น้อย

การฝึกฝนของระดับขัดเกลาทวารคนอื่นต้องใช้เวลาทำความเข้าใจวิชา การเติบโตพลังจิตวิญญาณต้องใช้เวลา การได้รับทรัพยากรต้องใช้เวลาเช่นกัน

ดังนั้นจึงง่ายที่จะสร้างความสมดุลไดนามิกและไม่มีวันเกิดความไม่สมดุล

แต่สำหรับเฉินเฟยที่มีแผงระบบ ระดับความเข้าใจวิชาที่เฉินเฟยแสดงออกมานั้นทะลุปรอท เป็นธรรมดาที่ความสมดุลไดนามิกระหว่างทั้งสามจะขาดห้วง

เมื่อเทียบกับระดับขัดเกลาทวารคนอื่น ด้วยการนำหน้าถึงขีดสุดในด้านวิชา พลังจิตวิญญาณเฉินเฟยจึงเติบโตเร็วอย่างยิ่ง

สำหรับทรัพยากรฝึกฝน ตั้งแต่สมาคมนักหลอมโอสถในตอนต้นไปจนถึงทรัพย์สินของสำนักหยาซานตรงหน้า หรือแม้แต่ดินแดนลับในตอนนั้น เฉินเฟยได้รับทรัพยากรมากมายจริงๆ

ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดสี่สิบเอ็ดจุดทวารในเวลาสามปี นี่คือจุดทวารที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารจำนวนมากไม่สามารถเปิดได้ตลอดชีวิต

แม้แต่ในสำนักใหญ่ยังต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการเปิดสี่สิบเอ็ดจุดทวาร มันเป็นเวลานานมากจนทำให้ผู้คนตัวสั่น

เฉินเฟยเก็บทรัพยากรตรงหน้าลงช่องมิติ ช่องมิติเต็มอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามยังเหลืออีกหลายสิ่งที่ไม่สามารถเก็บได้ ดังนั้นเฉินเฟยจึงหยิบผ้าผืนหนึ่งมาห่อส่วนที่เหลือแล้วแบกไว้ด้านหลัง

นอกจากทรัพยากรเหล่านี้ยังมีแผ่นหยกอีกสองอันซึ่งเป็นมรดกสำนักหยาซาน เฉินเฟยเก็บมันมาเช่นกัน

วิชาสำนักหยาซานไม่เลวเลย ความลึกล้ำของกระบี่คลุมภูเขากับกระบี่คลุมทะเลไม่ด้อยไปกว่ามรดกสำนักทั่วไป เพียงแค่เฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้นมันจึงดูอ่อนแอ

เฉินเฟยใช้พลังจิตวิญญาณตรวจสอบและยืนยันว่าไม่เหลืออะไรในห้องโถง ร่างวูบไหวหายไปจากที่นี่ ต้องไปหาหรวนเฉียวจวินก่อน หลังเสร็จเรื่องนี้สิ่งต่างๆในวันนี้จะสิ้นสุดลง

ในคุกใต้คฤหาสน์เจ้าเมือง หรวนเฉียวจวินนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นและคอยฟังเสียงจากภายนอก

การเคลื่อนไหวในคฤหาสน์เจ้าเมืองเมื่อครู่นี้ แม้แต่ในคุกใต้ดินยังได้ยินชัดเจน เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นข้างนอก แต่ตอนนี้เสียงนั้นเงียบไปพักหนึ่งแล้ว

“กองทัพหยาซาน ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นกลางสามครน ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นหกคน ด้วยพลังขนาดนี้...”

ข้อมูลกองทัพหยาซานแวบขึ้นมาในใจหรวนเฉียวจวิน ใบหน้านางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แม้เฉินเฟยจะมาเมืองฉินไห่จริง แต่เขาสู้กับกองทัพหยาซานไม่ได้

เป็นไปไม่ได้ที่กองทัพหยาซานจะปล่อยคนตระกูลหรวนไป เว้นแต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเต็มใจส่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายมาปราบ

แต่ทำไมเฉินเฟยต้องเชิญผู้แข็งแกร่งในสำนักมาช่วยตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลหรวนด้วย? เพราะความโปรดปรานในตอนแรก?

ด้วยการเป็นผู้นำตระกูลหรวนมาหลายปี หรวนเฉียวจวินจึงไม่ไร้เดียงสาเหมือนหลายปีก่อน ในโลกที่วุ่นวายนี้ บางครั้งผลประโยชน์ก็สำคัญกว่า

หากไม่มีผลประโยชน์ สิ่งที่เรียกว่าความโปรดปรานนั้นเบาบางมากจนหรวนเฉียวจวินรู้สึกว่าครั้งนี้ตระกูลหรวนคงมาถึงจุดจบ แม้กระทั่งหรวนเฉียวจวินจะไม่เข้าใจว่าทำไมกองทัพหยาซานต้องโจมตีตระกูล แล้วทำไมนางถึงถูกกักขังอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

บางครั้งหรวนเฉียวจวินมีภาพลวงตาว่ากองทัพหยาซานเหมือนจะใช้ตระกูลหรวนเป็นเหยื่อล่อใครสักคน

แต่ผู้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับตระกูลหรวนเป็นเพียงระดับขัดเกลาทวารไม่กี่คน และความสัมพันธ์ยังปกติมาก หากมีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลหรวน คนเหล่านั้นจะไม่สนใจเลย

ความเป็นไปได้เดียวคือเฉินเฟยที่เพิ่งปรากฏตัวเมื่อไม่นานนี้

แต่เฉินเฟยต้องเผชิญกับกองกำลังเช่นกองทัพหยาซาน ถึงจะมาก็ไม่ได้รับประโยชน์และยังเป็นการหาเรื่องใส่ตัวอีก

ความคิดวุ่นวายไร้เหตุผลทุกแวบขึ้นมาในใจหรวนเฉียวจวิน หรวนเฉียวจวินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

ผู้คุมเดินผ่านประตูคุกอย่างไม่มั่นคง มองหรวนเฉียวจวินด้วยสายตาละโมบ แต่ไม่นานผู้คุมก็ปิดตาลง

หรวนเฉียวจวินงดงามตามธรรมชาติ และการเป็นผู้นำตระกูลหลายปีทำให้มีบุคลิกอ่อนหวานโดยแสดงถึงความน่าเกรงขามของผู้ที่เหนือกว่า แม้จะขัดแย้งกันไปบ้างแต่ยังทำให้คนยากชมเชย

แต่ต่อให้ผู้คุมกล้ากว่านี้สิบเท่า เขาก็ไม่กล้าแตะต้องหรวนเฉียวจวิน

มีข่าวลือว่าในอีกไม่กี่วันศิษย์แท้จริงในสำนักจะรับหรวนเฉียวจวินเป็นนางสนมและยังจัดพิธีใหญ่โต ผู้คุมไม่รู้ว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพียงได้เห็นได้ฟังมา

ผู้คุมหันไปมอง ไม่พบสิ่งใดจึงหันหลังเดินกลับ ผ่านไปได้ครึ่งทางรู้สึกว่าคุกใต้ดินสั่นเล็กน้อย

ผู้คุมตกตะลึง แต่ก่อนจะเข้าใจจู่ๆด้านหลังพลันระเบิด ร่างหนึ่งตกมาจากฟ้าลงสู่คุกใต้ดิน พลังมหาศาลกวาดไปทั่วทุกทางเมื่อคนคนนั้นลงมา

ผู้คุมอยู่ในระดับหลอมกระดูก ขอบเขตวิถียุทธ์นี้ถือว่าดีในหมู่คนธรรมดา แต่เมื่อเผชิญกับพลังมหาศาลนี้กลับไม่สามารถต้านทาน หน้าอกโดนกระแทนจนกระเด็นไปชนกำแพง

ผู้คุมหมดสติไปโดยไม่หายอีก จากคุกใต้ดินสั่นสะเทือนจนโดนกระแทก ผู้คุมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

หรวนเฉียวจวินมองร่างตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย แม้หรวนเฉียวจวินคิดอยู่ในใจว่าเฉินเฟยจะมาช่วย แต่นางรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นเพียงความคิดเท่านั้น

เพราะการรู้มากยิ่งทำให้คนหมดหวัง

ดังนั้นเมื่อเห็นเฉินเฟยปรากฏตัวจริง หรวนเฉียวจวินจึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เฉินเฟยจะเสี่ยงอันตรายมากเมื่อมาที่นี่

ทันใดนั้นความสุขอันล้นหลามนี้เข้าล้อมรอบหัวใจทำให้หรวนเฉียวจวินไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร มีเพียงดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงบางครั้ง

ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ว่าไม่มีความหวัง ทันใดนั้นกลับมีคนลงมาจากฟ้า ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสเรื่องนี้จะจินตนาการไม่ออกเลยว่าสภาพจิตใจแบบนี้เป็นอย่างไร

เฉินเฟยหันไปมองหรวนเฉียวจวินด้วยรอยยิ้ม โบกมือขวา หรวนเฉียวจวินรู้สึกเพียงลมแรงพัดเข้าหน้า เมื่อลืมตาอีกครั้งก็ยืนอยู่ด้านนอกแล้ว

หรวนเฉียวจวินเงยหน้ามองท้องฟ้าโดยไม่รู้ตัว ดวงจันทร์สว่างสดใส ดวงดาวนับพันกระจายอยู่ทั่ว ลมยามค่ำคืนพัดผ่านทำให้ผมหรวนเฉียวจวินปลิวไสว

วันต่อมา สมาชิกตระกูลหรวนหลายสิบปรากฏในเมืองหลินสุ่ยซึ่งอยู่ห่างออกไปสามร้อยลี้และเริ่มใช้ชีวิตในเมืองหลิงสุ่ย

พวกเขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองฉินไห่เมื่อคืน เฉินเฟยไม่ได้บอกรายละเอียด เพียงบอกว่ามีคนใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายสังหารกองทัพหยาซาน ในขณะนี้เมืองฉินไห่ยังวุ่นวายมาก

ตระกูลหรวนไม่กล้าอยู่ในเมืองฉินไห่อีกและขอให้เฉินเฟยพาพวกเขาออกไป

หลังเฉินเฟยพาหรวรเฉียวจวินออกมา เขาได้พาทุกคนมาที่เมืองหลินสุ่ย

ระดับขัดเกลาทวารของกองทัพยาซานในเมืองฉินไห่ถูกเฉินเฟยสังหารในคราวเดียว แต่สุดท้ายยังเหลือระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นอีกหลายคนอยู่ด้านนอกและไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นของกองทัพหยาซานไม่สำคัญสำหรับเฉินเฟย แม้สำนักกระบี่เซียนเมฆาต้องการสอบสวนการตายของหงหยวนเฟิง มันก็ยากที่จะสืบมาถึงตัวเฉินเฟย

ท้ายที่สุดคนที่รู้เรื่องการบ่มเพาะแท้จริงของเฉินเฟยคือฉวีชิงเซิงกับผู้อาวุโจวจื่อซุน ส่วนคนอื่นที่เห็นความแข็งแกร่งของเฉินเฟยถูกกำจัดไปหมดแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นหงหยวนเฟิงไม่ได้แจ้งเรื่องวางกับดักล้อมสังหารเฉินเฟยกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา ไม่เช่นนั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาคงไม่ยอมให้หงหยวนเฟิงทำสิ่งใด

หงหยวนเฟิงสนใจเพียงความแค้นส่วนตัว สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะยอมให้ทำแบบนั้นได้อย่างไร

ดังนั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหงหยวนเฟิงมาเมืองฉินไห่ แม้หลังจากนี้จะออกค้นหาก็ต้องใช้เวลานาน

และบอกได้ยากว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาในตอนนี้มีอำนาจทำแบบนั้นหรือไม่

เฉินเฟยนำตระกูลหรวนมาที่เมืองหลินสุ่ย โอกาสที่จะถูกค้นพบยังลดลงไปอีกซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาได้มาก นอกจากนี้ตระกูลหรวนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมืองฉินไห่

แม้แต่ผู้คนในเมืองฉินไห่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้แค่คาดเดาจากความว่างเปล่า เมื่อเดาได้ก็จะเบี่ยงเบนไปจากความจริงอย่างมาก

“ใช้สมุนไพรนี้ทาด้านนอกเจ็ดวัน บาดแผลเจ้าจะหายดี” เฉินเฟยวางขวดยาไว้ในมือฉู่หลานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณพี่ใหญ่เฉิน” ฉู่หลันก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้เฉินเฟยเห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้า

แม้ฉู่หลันรู้ว่าเฉินเฟยไม่สนใจเรื่องนี้ แต่ฉู่หลันยังหวังว่านางจะมีใบหน้าที่ดีในการเผชิญกับเฉินเฟย

ครู่ต่อมาฉู่หลันออกจากห้องไป เฉินเฟยหยิบแผ่นหยกออกมาและตรวจสอบเนื้อหา ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยวางแผ่นหยกลง ดวงตามเต็มไปด้วยความครุ่นคิด

แผ่นหยกนี้ได้มาจากเจ้าสำนักฉีหยวนลู่ เดิมทีเฉินเฟยคิดว่ามันเป็นวิชายุทธ์ แต่ต่อมาพบว่าแผ่นหยกมีข้อมูลบางอย่าง

ข้อมูลนี้ชี้ไปยังเมืองซ่างอู๋ซึ่งกองทัพหยาซานต้องการยึดครอง

จบบทที่ ตอนที่ 360 ลงมาจากฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว