เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 359 เงยหน้ามองแล้วเก็บมา

ตอนที่ 359 เงยหน้ามองแล้วเก็บมา

ตอนที่ 359 เงยหน้ามองแล้วเก็บมา


“ตึง!”

ซูเหยียนซินไร้พลังต้านทานและกระแทกลงพื้นอย่างแรงจนเกิดหลุมลึกโดยมีเลือดเนื้อซูเหยียนซินฝังอยู่ด้วย

เพียงท่าเดียวก็บาดเจ็บปางตาย เขาไม่สามารถต้านทานได้ด้วยซ้ำ

ในขณะนี้ซูเหยียนซินตกอยู่ในความมึนงง เงยหน้ามองเฉินเฟยอยากจะพูดบางอย่าง แต่ในปากเต็มไปด้วยเลือดจึงพูดไม่ได้สักคำ

เฉินเฟยยืนอยู่ตรงหน้าซูเหยียนซิน ยกมือขวาจับซูเหยียนซินเอาไว้ ร่างกายวูบไหวกลับไปยังป่าทึบ

หงหยวนเฟิงโดนค่ายกลมังกรคชสารกดลงพื้น เลือดยังคงไหลออกจากปากกับจมูก ส่วนตัวเขานั้นหมดสติไปแล้ว

เฉินเฟยต้องการฆ่าหงหยวนเฟิง การตอบแทนความชั่วด้วยความเมตตาไม่เคยอยู่ในหัวเฉินเฟย เพียงแค่วิธีฆ่าหงหยวนเฟิงมีปัญหาอยู่บ้าง

ยากจะบอกได้ว่าในสำนักกระบี่เซียนเมฆามีการประทับตราประทับเลือดไว้กับระดับขัดเกลาทวารของสำนักหรือไม่ ในเวลานั้นหากเฉินเฟยฆ่าหงหยวนเฟิงและเกิดตราประทับเลือดติดตัว เฉินเฟยจะไม่สามารถกลับไปสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้

ความแข็งแกร่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆายังอยู่ในระดับสูงสุด ยังไม่ต้องพูดถึงระดับรวมทวาร เพียงแค่ระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดก็เพียงพอที่จะกวาดล้างสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฉินเฟยไม่สามารถรับมือกีบสิ่งนี้ได้

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หงหยวนเฟิงไม่สามารถตายด้วยน้ำมือเฉินเฟยโดยตรง

“ฆ่ามัน!” เฉินเฟยโยนซูเหยียนซินไปตรงหน้าหงหยวนเฟิงแล้วพูด

ซูเหยียนซินพยายามลืมตา เมื่อเห็นหงหยวนเฟิงอยู่ใกล้จึงตกใจ ทันใดนั้นก็เข้าใจความคิดของเฉินเฟย

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าต้องตายอยู่แล้ว ทำไมต้องช่วยเจ้าด้วย!” ซูเหยียนซินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เชื่อว่าเฉินเฟยจะปล่อยตัวเองไป

ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วทำไมต้องทำตามความต้องการของเฉินเฟยด้วย

เฉินเฟยไม่พูดและชี้ไปข้างหน้า ก่อนที่ซูเหยียนซินจะตอบสนอง ทันใดนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถขยับร่างกายได้อีก จากนั้นจับแทงกระบี่ใส่หงหยวนเฟิงบนพื้นโดยตรง

ดวงตาซูเหยียนซินเบิกกว้าง พยายามหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสไม่เหลือกำลังมากนักจึงไม่อาจต้านทานได้

ซูเหยียนซินทำได้เพียงมองกระบี่วิญญาณของตัวเองแทงออกไปอย่างตลึงงัน กระบี่แทงเข้าหัวหงหยวนเฟิง หงหยวนเฟิงตัวสั่นเล็กน้อยและไม่ขยับอีก

“ฟู่ว!”

ทันใดนั้นตราประทับเลือดลอยออกจากร่างหงหยวนเฟิงและซึมเข้าไปในตัวซูเหยียนซินอย่างรวดเร็ว ซูเหยียนซินไม่มีเวลาตอบสนองและรู้สึกถึงความร้อนแผดเผาปรากฏบนแขน

“ตราประทับเลือด……”

ซูเหยียนซินสัมผัสได้ถึงตราประทับบนแขน ใบหน้าพลันเกิดรอยยิ้มบ้างคลั่ง

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีตราประทับเลือดจริงๆ อย่างไรก็ตามตราประทับเลือดนี้ค่อนข้างแข็งกระด้างซึ่งโยนความผิดให้คนอื่นได้ทันที

แต่มันเป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วในขณะนี้หงหยวนเฟิงหมดสติ เขาไม่มีความสามารถในการควบคุมตราประทับเลือด แล้วแบบนั้นตราประทับเลือดควรเลือกใคร?

“ฉึก!”

ลูกปัดกระบี่ทะลุหน้าผากซูเหยียนซิน ในที่สุดเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของซูเหยียนก็หยุดลง ร่างกายล้มลงกับพื้น

เฉินเฟยโบกมือขวา ศิลาหยวนกับโอสถลอยเข้ามือรวมถึงกระบี่วิญญาณทั้งสามเล่ม กระบี่วิญญาณระดับต่ำหนึ่งเล่มและกระบี่วิญญาณระดับกลางสองเล่ม

อย่างไรแล้วกระบี่วิญญาณเหล่านี้ยากจะเห็นแสงสว่าง สุดท้ายเฉินเฟยจึงสกัดแก่นแท้วิญญาณและเติมลงกระบี่เฉียนหยวน

ในคืนนี้กระบี่เฉียนหยวนดูดซับแก่นแท้วิญญาณระดับขัดเกลาทวารสามคน สองในนั้นเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางซึ่งทำให้วิญญาณกระบี่เฉียนหยวนเพิ่มขึ้น

หลังสกัดแก่นแท้วิญญาณของวิญญาณกระบี่หลายเล่ม กระบี่เฉียนหยวนควรไปถึงกระบี่วิญญาณระดับกลางสูงสุดได้ หลังอุ่นบำรุงอีกไม่กี่ปีคาดว่าจะมีโอกาสพัฒนาเป็นกระบี่วิญญาณระดับสูง

นี่เป็นเพราะสังหารวิญญาณซึ่งสามารถฆ่าและยึดวิญญาณ ไม่อย่างนั้นหากต้องการให้อาวุธวิญญาณระดับกลางพัฒนาเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงจะต้องใช้วัตถุวิญญาณจำนวนมหาศาล

ด้วยทรัพยากรการเงินแบบนั้น สิ่งแรกที่เฉินเฟยจะทำคือเพิ่มการบ่มเพาะของตัวเองก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องอาวุธวิญญาณ

โชคดีที่มีวิชาสังหารวิญญาณ เฉินเฟยจึงรอดจากปัญหานี้

แสงกระบี่ดำวูบไหว ร่องรอยโดยรอบรวมถึงหงหยวนเฟิงกับซูเหยียนซินถูกลบหายไปหมด เห็นได้ว่าการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่แต่กลับไม่พบรายละเอียดของการต่อสู้

เฉินเฟยหันไปมองเมืองฉินไห่ เรื่องนี้ยังไม่จบ ระดับขัดเกลาทวารบางส่วนของกองทัพหยาซานยังมีชีวิตอยู่

ในเมื่อกองทัพหยาซานเห็นด้วยกับแผนของหงหยวนเฟิงและวางกับดักรอเฉินเฟย ดังนั้นกองทัพหยาซานต้องเตรียมใจยอมรับผลที่ตามมา

ผู้ที่ฆ่าคนอื่นจะถูกผู้อื่นฆ่า!

เพียงแค่กองทัพหยาซานอาจคิดไม่ถึงว่าจะโดนเฉินเฟยกวาดล้างด้วยตัวคนเดียว ตามข่าวที่พวกเขาได้รับ เฉินเฟยเป็นอัจฉริยะ แต่อัจฉริยะคนนี้เพิ่งทะลุระดับขัดเกลาทวารเพียงสามปี

เวลาสามปีทำอะไรได้บ้าง?

ร่างเฉินเฟยวูบไหวเป็นภูตผีหายไป ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน หลงเหลือเพียงพื้นที่เกิดหายนะ ใครจะคิดว่าระดับขัดเกลาทวารสามคนซึ่งเป็นเหมือนเทพเซียนในสายตาคนธรรมดาจะมาตายอยู่ในที่แบบนี้

ในค่ายทหารเมืองฉินไห่ เฉิงเหิงจงนอนอยู่บนเตียงโดยมีทหารขัดเกลาอวัยวะภายในหลายคนคอยลาดตระเวน ในขณะเดียวพวกเขายังรับฟังคำสั่งเฉิงเหิงจงเสมอ

เฉิงเหิงจงโคจรพลังหยวนรักษาอาการบาดเจ็บบนร่างกาย หนึ่งกระบี่ของเฉินเฟยเกือบฆ่าเฉิงเหิงจงทันที ทุกคนสามารถจินตนาการถึงความรุนแรงของบาดแผลได้

เฉิงเหิงจงคาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้กลับสู่สภาพเดิม และในช่วงครึ่งปีนี้ไม่สามารถใช้กำลังได้ ไม่เช่นนั้นอาการบาดเจ็บจะกำเริบ

หลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บยังบอกได้ยากว่าในอนาคตจะมีปัญหาในการฝึกฝนหรือไม่

พอคิดได้แบบนั้นในใจเฉิงเหิงจงจึงเต็มไปด้วยความต้องการฆ่า แต่พอคิดว่าหลังจากนี้เฉินเฟยจะถูกเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงสังหาร อารมณ์เฉิงเหิงจงเลยดีขึ้นมาก

แม้จะบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างน้อยยังมีชีวิตอยู่

ไม่ว่าเฉินเฟยจะแข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์แค่ไหน หากสุดท้ายต้องตายทุกอย่างก็จบ เมื่อคิดแบบนี้เฉิงเหิงจงก็อดยิ้มไม่ได้

“ไม่ถูกต้อง!”

ดวงตาเฉิงเหิงจงเบิกกว้างกะทันหัน ทำไมรอบข้างถึงเงียบขนาดนี้? เสียงลาดตระเวนหายไปไหน? นอกจากนี้ลมปราณทหารหลายคนที่อยู่ด้านนอกยังหายไปอีก

ขณะที่เฉิงเหิงจงกำลังจะจับกระบี่วิญญาณข้างเตียง ความเจ็บปวดเฉียบคมระเบิดในทะเลจิตสำนึก แสงกระบี่แทงทะลุจิตวิญญาณจนเกิดรูใหญ่

มันเกือบตัดจิตวิญญาณเฉิงเหิงจงเป็นสองส่วน ความเจ็บปวดนี้เหนือกว่าร่างกายฉีกขาดหลายเท่า เฉิงเหิงจงต้องการกุมศรีษะโดยไม่รู้ตัว

ก่อนจะทำแบบนั้น เฉิงเหิงจงรู้สึกชาวาบตรงคอ ความตกใจและสติเลือนหายไป

เฉินเฟยปรากฏตัวในลานบ้านเหมือนผี เก็บกระบี่วิญญาณกับศิลาหยวน ทำลายร่างเฉิงเหิงจง จากนั้นเฉินเฟยก็หายไป

ห่างออกไปไม่กี่ลี้ ร่างเฉินเฟยวูบไหวมองไปยังคฤหาสน์เจ้าเมืองตรงหน้าในระยะไกล เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจากด้านในคฤหาสน์เจ้าเมือง

ลมปราณนี้ควรเป็นฉีหยวนลู่เจ้าสำนักหยาซานที่กำลังพักฟื้นอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมืองเนื่องได้รับบาดเจ็บจากการปิดล้อมเมืองซ่างอู๋ เฉินเฟยรับรู้ไม่ได้ถึงลมปราณระดับขัดเกลาอื่นนอกจากฉีหยวนลู่

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ระดับขัดเกลาทวารของสำนักหยาซานมากกว่าที่รู้มา ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางสามคน ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นหกคน

แต่พิจารณาจากสถานการณ์แล้ว ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นอีกสี่คนควรออกไปทำงานอื่นและไม่ได้อยู่ในเมืองฉินไห่

เฉินเฟยตัดลมปราณออกจากร่างกาย เข้าไปในคฤหาสน์เจ้าเมืองราวกับเมฆเคลื่อนผ่าน

เมื่อก้าวเข้าไป เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลภายในคฤหาสน์เจ้าเมือง

นี่คือค่ายกลที่ติดอยู่กับคฤหาสน์เจ้าเมือง น่าเสียดายที่ผู้คนไม่หยุดกองทัพหยาซานแต่แรก ตอนนี้ค่ายกลจึงกลายเป็นของกองทัพหยาซาน

หากก่อนหน้านี้เฉินเฟยไม่ได้ไปค่ายทหารและมาที่คฤหาสน์เจ้าเมือง เขาอาจตกอยู่ในค่ายกลนี้

ในเวลานั้นยากจะบอกได้ว่าใครชนะใครแพ้ ผลลัพธ์ของการมีค่ายกลสนับสนุนหรือไม่นั้นแตกต่างอย่างมาก เหมือนกับคนไม่กี่คนไปเคาะประตูภูเขา

เนื่องจากประตูภูเขามีค่ายกลที่บริหารจัดการหลายรุ่น มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่นักยุทธ์ระดับเดียวกันเข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกไป เว้นแต่ความแข็งแกร่งเหนือล้ำจนปราบได้ด้วยพลัง

ค่ายกลของคฤหาสน์ของเจ้าเมืองนั้นไม่ได้เกินจริง แต่เพียงพอที่จะจับคน

เฉินเฟยร่อนลงอย่างนุ่มนวล บนแขนเกิดรอยแผล หมอกเลือดลอยไปในอากาศและเริ่มกัดกร่อนค่ายกลตรงหน้า

หนึ่งเค่อต่อมา ทั้งเมืองฉินไห่ได้ยินเสียงดังมาจากคฤหาสน์เจ้าเมือง แต่ในไม่ช้าเสียงเหล่านี้ค่อยๆหายไปจนคฤหาสน์เจ้าเมืองสงบลง

ผู้คนในเมืองฉินไห่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน แม้แต่ตระกูลใหญ่ยังไม่กล้าสอบถามสถานการณ์ในคฤหาสน์เจ้าเมืองในขณะนี้

พวกเขาทำได้เพียงอธิษฐานด้วยร่างกายสั่นเทาว่าสิ่งต่างๆจะไม่ส่งผลต่อพวกเขา นอกเหนือจากนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย

ในคฤหาสน์เจ้าเมือง ลานหลายแห่งพังทลาย ฉีหยวนลู่เจ้าสำนักหยาซานทรุดตัวลงด้านข้างโดยไร้ซึ่งลมปราณ

หลังจากควบคุมส่วนหนึ่งของค่ายกล เฉินเฟยอาศัยการเหนี่ยวนำทำลายแกนกลางค่ายกลโดยตรง ทำให้ค่ายกลที่เชื่อมต่อหลายลี้ใช้การไม่ได้

ความแข็งแกร่งของฉีหยวนลู่ไม่ธรรมดา แต่ด้วยร่างกายบาดเจ็บอยู่ก่อนและค่ายกลยังถูกเฉินเฟยทำลาย ผลลัพธ์จึงมาถึงจุดจบ

ในคฤหาสน์เจ้าเมืองมีสาวใช้จำนวนมาก แต่พวกนางต่างซ่อนตัวอยู่ที่มุมคฤหาสน์เจ้าเมือง พวกนางไม่กล้าโผล่หน้าส่งเสียงดังเพราะกลัวว่าจะซวยมาถึงตัวเอง

เฉินเฟยเก็บศิลาหยวนกับกระบี่วิญญาณของฉีหยวนลู่ ร่างวูบไหวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ครู่ต่อมาเฉินเฟยมาถึงห้องหนึ่งซึ่งได้รับการปกป้องจากค่ายกล

เฉินเฟยฟันกระบี่ตัดค่ายกลโดยตรงและก้าวเข้าไป

เมื่อเข้ามาในห้องและเห็นทุกสิ่งตรงหน้า เฉินเฟยก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

กล่องไม้มากมายถูกจัดเรียงอย่างประณีต เฉินเฟยโบกมือขวา กล่องไม้ทั้งหมดถูกเปิดออก แสงจ้าส่องเข้าตา เฉินเฟยยื่นมือออกไป ตำลึงเงินลอยเข้ามาในมือ

ครู่ต่อมา เฉินเฟยดึงมือกลับ

กล่องมีมากมายแต่จำนวนเงินไม่ได้เกินจริงนัก ตามบันทึกบนแผงระบบ ยอดเงินทั้งหมดมีมากกว่าเจ็ดแสนตำลึง

นอกจากตำลึงเงิน สิ่งที่กองอยู่ตรงหน้าเฉินเฟยคือโอสถวิญญาณหลายสิบขวด วัตถุวิญญาณ และศิลาหยวนมากกว่าหกร้อยก้อน

แม้แต่อาวุธวิญญาณยังมีสามชิ้น แม้จะเป็นอาวุธวิญญาณระดับต่ำทั้งหมด แต่หากนำไปขายยังสามารถเปลี่ยนเป็นศิลาหยวนจำนวนมาก

นี่คือทรัพยากรของสำนักหยาซาน

แต่ตอนนี้มันเป็นของเขาแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 359 เงยหน้ามองแล้วเก็บมา

คัดลอกลิงก์แล้ว