เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 227 ภูเขากวานโจว

ตอนที่ 227 ภูเขากวานโจว

ตอนที่ 227 ภูเขากวานโจว


หลิงฮั่นจุนอยู่ในระดับหลอมกระดูกและยังเป็นระดับหลอมกระดูกที่โดดเด่น แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฟย เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย

พูดอีกอย่างคือต่อหน้าเฉินเฟย หลิงฮั่นจุนรู้สึกเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีความรู้ด้านวรยุทธ์และไม่มีแรงต่อต้าน

“มาคุยกันดีไหม?” เฉินเฟยมองหลิงฮั่นจุนอย่างสงบ

ทั้งสองพบเจอกันสองครั้ง ตามจริงแล้วเพียงไม่ได้เจอกันสองปี สำหรับนักยุทธ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกตนทั่วไป เวลาสองปีสั้นยิ่งนัก การบ่มเพาะยังอาจอยู่ในระดับเดิมด้วยซ้ำ

การบ่มเพาะของหลิงฮั่นจุนยังอยู่ในระดับเดิม ตอนที่เฉินเฟยพบหลิงฮั่นจุนในอำเภอผิงหยินเขาอยู่ในระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุด สองปีต่อมาการบ่มเพาะของเขายังคงเท่าเดิม

แต่นี่เป็นมาตรฐานของผู้ฝึกตนทั่วไป หากไร้ซึ่งวิชายุทธ์หรือทรัพยากร การไปถึงระดับขัดเกลาไขกระดูกด้วยพรสวรรค์ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว

ส่วนใหญ่ยังไม่อาจถึงระดับหลอมกระดูก เช่นเดียวกับผู้คุ้มกันของหลายตระกูลซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ

เมื่อผู้ฝึกตนระดับหลอมกระดูกก้าวหน้าถึงระดับขัดเกลาไขกระดูก ในสถานที่แบบนี้จะถือว่าเป็นพลังต่อสู้ระดับสูง ค่าจ้างและทรัพยากรที่ได้รับจะเปลี่ยนไปทันที

น่าเสียดายที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจำนวนมากติดอยู่ในระดับหลอมกระดูกตลอดชีวิต

“ผู้…ผู้อาวุโส หากท่านมีสิ่งใดจะถาม ข้าจะบอกทุกอย่างที่รู้!”

หลิงฮั่นจุนกลืนน้ำลาย แม้สีหน้าเฉินเฟยจะสงบและไม่มีจิตสังหาร แต่หลิงฮั่นจุนรู้ว่าตราบใดที่เขาตอบผิด เขาอาจไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้

“เจ้าจำแผ่นหนังสัตว์นี้ได้หรือไม่!?”

เฉินเฟยโยนหลิงฮั่นจุนลงพื้นแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ ในขณะเดียวกันก็แสร้งเอื้อมมือเข้าแขนเสื้อ แต่แท้จริงแล้วดึงแผ่นหนังสัตว์ที่บันทึกสยบมังกรคชสารออกมาจากช่องมิติ

พร้อมทั้งแสดงด้านที่เขียนวิชายุทธ์ไว้ให้หลิงฮั่นจุนเห็น

ดวงตาหลิงฮันจุนเบิกกว้างเมื่อเห็นแผ่นหนังสัตว์ในมือเฉินเฟย หลิงฮั่นจุนจำกับแผ่นหนังสัตว์นี้ได้เป็นอย่างดี หลังได้รับมันเขาก็พยายามทำความเข้าใจจนแทบลืมกินลืมนอน

หากยังเริ่มต้นวิชาไม่ได้เนื้อหาของวิชาจะหายไปจากความจำ เพียงแค่เรื่องนี้ก็ทำให้หลิงฮั่นจุนเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งอัศจรรย์ของจริง

เป็นเรื่องยากนักที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะเดินบนเส้นทางยุทธ์ ไม่ต้องพูดถึงทรัพยากรโอสถ เพียงวิชายุทธ์อย่างเดียวก็แทบถูกปิดกั้น

วิชาแรกที่หลิงฮั่นจุนฝึกนั้นเป็นวิชาผิวเผิน ในเวลาต่อมาด้วยการอาศัยบุคลิกที่ดุร้ายและโชคเล็กน้อย หลิงฮั่นจุนจึงได้รับวิชาที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันยังปรับปรุงการบ่มเพาะไปสู่ระดับหลอมกระดูก

แต่การก้าวไประดับขัดเกลาไขกระดูกเป็นเรื่องยากสำหรับหลินฮั่นจุน และแผ่นหนังสัตว์อันนี้กลายเป็นความหวังในการทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกหรือแม้แต่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในของเขา

น่าเสียดายที่ไม่ว่าหลิงฮั่นจุนจะพยายามทำความเข้าใจมันแค่ไหนก็ไม่อาจเริ่มต้นวิชานี้ สุดท้ายหลิงฮั่นจุนไม่มีทางเลือกอื่นจึงมอบแผ่นหนังสัตว์ให้เจี่ยนเหลียงน้องชายแสนดี

เขาหวังว่าด้วยพลังของสองคนจะสามารถเข้าใจวิชานี้ได้

ผลคือเจี่ยนเหลียงไม่อาจเข้าใจมันและยังถูกฆ่าตายอยู่ในอำเภอผิงหยิน เป็นผลให้แผ่นหนังสัตว์นี้หายไป

หลิงฮั่นจุนเดินทางตามหาแผ่นหนังสัตว์อันนี้ไปทั่วอำเภอผิงหยิน และถึงกับไปเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ แต่สุดท้ายก็ไม่เจอแผ่นหนังสัตว์นี้อีกเลย

หนึ่งปีผ่านไปสองปีผ่านไป หลิงฮั่นจุนคิดไม่ถึงวันนี้จะได้เห็นแผ่นหนังสัตว์อีกครั้ง แต่สิ่งที่หลิงฮั่นจุนไม่เข้าใจคือทำไมคนที่แข็งแกร่งตรงหน้าเขาถึงรู้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับแผ่นหนังสัตว์?

“หืม?”

เฉินเฟยเห็นหลิงฮั่นจุนไม่ตอบจึงส่งเสียงเตือน

หลิงฮั่นจุนตกใจ เขารีบก้มหัวลงแล้วตอบ “จำได้จำได้ ข้าจำแผ่นหนังสัตว์นี้ได้ ย้อนกลับไปตอนนั้นข้าพยายามทำความเข้าใจมัน แต่พรสวรรค์ของข้าแย่เกินไปจึงไม่อาจเข้าใจ”

หลิงฮั่นจุนไม่กล้าโกหก เนื่องจากอีกฝ่ายมาหาเขาและแสดงแผ่นหนังสัตว์อันนี้ แสดงว่าอีกฝ่ายรู้เขาเกี่ยวข้องกับแผ่นหนังสัตว์อันนี้

“ผู้อาวุโส ท่านได้รับแผ่นหนังสัตว์นี้มาจากไหนหรือ?” หลิงฮั่นจุนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยปากถาม

หลิงฮั่นจุนมั่นใจว่าไม่เคยพบกับเฉินเฟยมาก่อน หากหลิงฮั่นจุนเคยเห็นฝีมือกับระดับบ่มเพาะเช่นนี้ เขาจะไม่มีทางลืมแน่นอน

แต่หลิงฮั่นจุนจำหน้าเฉินเฟยไม่ได้ แม้ในเวลานี้หลิงฮั่นจุนจะเรียกเขาว่าผู้อาวุโส แต่หลิงฮุ่นจุนรู้สึกว่าเฉินเฟยไม่ได้แก่ อย่างน้อยก็อายุน้อยกว่าตัวเอง

อายุน้อยและแข็งแกร่ง เกรงว่ามีเพียงตระกูลใหญ่เท่านั้นที่สามารถปลูกฝังคนเช่นนี้ได้

แต่หลิงฮั่นจุนอาศัยอยู่ในสถานที่เล็กมาตลอด เขาจึงไม่มีโอกาสพบกับศิษย์สำนักใหญ่เหล่านั้น

“เจ้าได้แผ่นหนังสัตว์นี้มาจากไหน?”

เฉินเฟยไม่ตอบคำถามหลิงฮั่นจุนเพราะมันไม่จำเป็น วันนี้เฉินเฟยมาหาหลิงฮั่นจุนเพราะต้องการรู้ที่อยู่ส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสาร

แผ่นหนังสัตว์ในมือเขาบันทึกสยบมังกรคชสารฉบับไม่สมบูรณ์ซึ่งมีเพียงสยบร่างกาย ในส่วนสยบจิตและสยบวิญญาณล้วนหายไป

ก่อนฝึกสยบมังกรคชสารเฉินเฟยไม่ได้สนใจส่วนที่หายไปมากนัก ท้ายที่สุดในเวลานั้นเฉินเฟยยังไม่รู้ว่าวิชานี้ทำอะไรได้

แม้ราคาการทำให้เป็นแบบง่ายจะสูงถึงห้าหมื่นตำลึง สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปคงไม่อาจหาเงินจำนวนนี้

แต่ในเวลานั้นเฉินเฟยรู้สึกว่าวิชานี้น่าจะไม่เลว การฝึกฝนมันแล้วทำให้สามารถควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์จึงไม่ถือว่าแย่

ตอนนี้เฉินเฟยฝึกส่วนสยบร่างกายของสยบมังกรคชสารถึงระดับรู้แจ้ง เขาจึงรู้ถึงพลังของสยบมังกรคชสารอย่างแท้จริง แม้กระทั่งก่อนถึงระดับรู้แจ้งยังค้นพบคุณสมบัติพิเศษของมัน

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีวิชามรดกที่สมบูรณ์อยู่สามชุด ในความเห็นเฉินเฟย สยบร่างกายของสยบมังกรคชสารไม่ด้อยกว่ามรดกเหล่านั้นและยังดีกว่าในบางด้าน

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยไม่มีทางเลือก ในมือเขามีเพียงส่วนหนึ่งของสยบมังกรคชสารและไม่สามารถหาส่วนหลังได้ แต่การได้พบกับหลินฮั่นจุนในเมืองซิ่งเฝินทำให้เฉินเฟยมีความสุขยิ่งนัก

การที่เฉินเฟยสามารถเข้าถึงตำแหน่งศิษย์แท้จริงอันดับสองหรือแม้แต่อันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เซียนเมฆาได้ กระบี่จ้งหยวนและพลังแห่งจิตวิญญาณนั้นมีส่วนช่วยอย่างมาก แต่หากไร้ซึ่งสยบมังกรคชสารเฉินเฟยคงไม่มีวันไปถึงจุดนั้น

หากมีโอกาสได้รับส่วนหลังของสยบมังกรคชสาร เฉินเฟยต้องลองดูแน่นอนแม้ว่ามันจะเสี่ยงก็ตาม

เฉินเฟยรู้สึกว่าส่วนหลังของสยบมังกรคชสารสอดคล้องกับวิชาบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวาร หากได้รับมัน เฉินเฟยตอนอยูในระดับขัดเกลาทวารย่อมก้าวหน้าได้อีก

เฉินเฟยไม่ตอบคำถาม ส่วนหลิงฮั่นจุนก็ไม่กล้าโกรธ เขาเพียงยิ้มแล้วพูด “ข้าได้แผ่นหนังสัตว์นี้มาจากถ้ำในภูเขากวานโจวในอำเภอผิงหยิน”

“ภูเขากวานโจว?”

หัวใจเฉินเฟยเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ภูเขาลูกนี้อยู่ห่างจากอำเภอผิงหยินไปทางเหนือประมาณยี่สิบสามสิบลี้ เฉินเฟยไม่เคยไปที่นั่นแต่พอได้ยินชื่อนี้อยู่บ้าง

เนื่องจากภูเขากวานโจวอยู่ใกล้กับเส้นทางหลัก กองคาราวานจำนวนจากที่อื่นที่มุ่งหน้ามายังอำเภอผิงหยินจึงมักผ่านทางนี้

ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการขนส่งขนาดกลาง ด้วยเหตุนี้จึงมีโจรจำนวนมากบนภูเขากวานโจวคอยจับตาดูกองคาราวานหรือคนธรรมดาที่เดินทางไปกลับจากภูเขากวานโจว

หมู่บ้านบนภูเขาที่ร่างเดิมเคยอาศัยก็อยู่ไม่ไกลจากภูเขากวานโจวมากนัก ประมาณสี่สิบห้าลี้ ด้วยฝีเท้าของเฉินเฟยในปัจจุบัน เขาสามารถไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็ว

“ถ้ำนั้นอยู่ที่ไหน เจ้าจำได้หรือไม่?” เฉินเฟยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและมองหลิงฮั่นจุน ลมปราณหนักหน่วงโถมเข้ากดดันหลิงฮั่นจุนทันใด

ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายโบราณขนาดใหญ่ ใบหน้าหลิงฮั่นจุนซีดลง  ขาและเท้าอ่อนแรงเหมือนกับกำลังจะถูกกลืนหายไปในเวลาต่อไป

“จำได้จำได้ แต่...แต่...”

หลิงฮั่นจุนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เขาพูดได้ครึ่งทางก็ไม่กล้าพูดต่อ

“แต่อะไร?” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม

“สิบวันก่อนสวี่หวังเลี่ยงนำคนกลุ่มหนึ่งไปที่นั่นแล้ว” หลิงฮั่นจุนรีบก้มหัวพูด

ที่หลิงฮั่นจุนเข้าร่วมตระกูลสวี่ได้ นอกเหนือการบ่มเพาะระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุดซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสวี่หวังเลี่ยงแล้ว เขายังมีส่วนสนับสนุนอีกอย่างซึ่งคือการบอกที่ตั้งของถ้ำนั้น

ในเวลานั้นหลิงฮั่นจุนพบถ้ำโดยบังเอิญและได้รับแผ่นหนังสัตว์มาจากถ้ำ แต่ปีต่อมาหลิงฮั่นจุนไม่กล้าไปถ้ำนั้นอีก

เพราะในถ้ำมีสัตว์อสูรอยู่ซึ่งเป็นรังของแมงมุมวิญญาณ ระดับบ่มเพาะของหลิงฮั่นจุนไม่เพียงพอสำหรับการสำรวจถ้ำต่อ

แต่หลิงฮั่นจุนไม่ได้บอกให้คนอื่นรู้ถึงสถานที่นี้ เพราะในอนาคตเมื่อเขาเพิ่มระดับบ่มเพาะแล้วจะกลับมาสำรวจต่อ

น่าเสียดายที่หลิงฮั่นจุนไม่สามารถเรียนรู้วิชาในแผ่นหนังสัตว์ หลังผ่านไปหลายปีการบ่มเพาะก็ยังไม่ก้าวหน้าขึ้น

เขาหนีจากอำเภอผิงหยินมาที่เมืองซิ่งเฝินอย่างบังเอิญ เพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นหลิงฮั่นจุงจึงเข้าร่วมกับสวี่หวังเลี่ยงและบอกความลับนี้

ตอนแรกสวี่หวังเลี่ยงมาไม่สนใจถ้ำนี้นักและเพียงส่งคนไปสำรวจ แต่ผลการสำรวจกลับเป็นเรื่องน่ายินดี ภายในถ้ำมีสมุนไพรอายุมากจำนวนหนึ่ง

แมงมุมเหล่านั้นไม่ได้กินสมุนไพรเหล่านี้ พวกมันปล่อยให้สมุนไพรเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

นักยุทธ์ธรรมดาไม่สามารถจัดการกับแมงมุมวิญญาณเหล่านั้น สวี่หวังเลี่ยงจึงนำกลุ่มด้วยตัวเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ดีนักและเขาเกือบต้องตายอยู่ในนั้น

เนื่องจากทำอะไรไม่ได้ สิบวันก่อนสวี่หวังเลี่ยงจึงรวบรวมเพื่อนสองสามคนที่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แล้วไปที่ถ้ำอีกครั้ง

“ก็อกก็อกก็อก!”

เฉินเฟยเคาะนิ้วบนโต๊ะขณะฟังเรื่องราวของหลิงฮั่นจุน ผ่านมาสิบวันแล้วแต่ยังไม่กลับมา บางทีอาจติดอยู่ข้างในนั้น

ตอนนี้เฉินเฟยต้องเลือกว่าจะรอให้พวกสวี่หวังเลี่ยงกลับมาแล้วจึงจับเต่าในไห หรือปล่อยให้หลิงฮั่นจุนพาไปที่ถ้ำ

สองวิธีนี้ต่างมีข้อดีข้อเสีย สิ่งสำคัญคือในเวลานี้เลือกลำบากไม่น้อย หากเป็นไม่กี่วันก่อนเฉินเฟยคงไปโดยไม่ลังเล

“นำทางไป วันนี้ไปภูเขากวานโจว!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจ

หากพวกสวี่หวังเลี่ยงกลับเร็วบางทีอาจได้เจอกันตามทาง ถึงแม้จะไม่ได้เจอพวกสวี่หวังเลี่ยง เฉินเฟยสามารถไปหมู่บ้านที่ร่างเดิมเคยอาศัยเพื่อขจัดความหมกมุ่นได้เช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 227 ภูเขากวานโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว