เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 226 ลาก่อนสหายเก่า

ตอนที่ 226 ลาก่อนสหายเก่า

ตอนที่ 226 ลาก่อนสหายเก่า


สิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เห็นกำแพงเมืองซิ่งเฝินได้จากระยะไกล การเดินทางไม่ได้เกิดเหตุการณ์ลุ้นระทึกใดกองคาราวานเซียนหยุนเตรียมการไว้พร้อมทุกอย่าง

พูดได้ว่าการเดินทางกับกองคาราวานเซียนเมฆารับประกันความปลอดภัย ราคาห้าร้อยตำลึงอาจแพงสักหน่อยแต่ไม่มีใครทักท้วง

ตอนแรกเฉินเฟยเดินทางจากเมืองซิ่งเฝินไปเมืองเซียนเมฆาด้วยค่าโดยสารหนึ่งพันตำลึง ตอนนี้มาเมืองซิ่งเฝิน จากเมืองเซียนเมฆา ราคาลดลงครึ่งหนึ่ง

ตามการคาดเดาของเฉินเฟย หากเขาไปเมืองเซียนเมฆาจากเมืองซิ่งเฝิน ราคาจะอยู่ที่หนึ่งพันตำลึงหรืออาจมากกว่านั้นเพราะกองคาราวานเซียนเมฆาทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัย

เฉินเฟยและฉู่เหวินเหนียนกล่าวลา หลังได้พูดคุยกันสิบวันพวกเขาเกิดมิตรภาพต่อกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายจุดหมายปลายยังคงต่างกัน เมื่อมาถึงเมืองซิ่งเฝินจึงต้องแยกทาง

“ลาก่อนพี่เฉิน!”

ฉู่หลันโบกมือลาเฉินเฟยด้วยน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกไม่เต็มใจสะสมอยู่เต็มอกเกือบทำให้ฉู่หลันอยากร้องไห้ นางรู้ดีว่าการแยกทางครั้งนี้จะทำให้พวกเขาไม่ได้พบกันอีก

“ลาก่อน!”

เฉินเฟยโบกมือลา หลังเดินออกจากกองคาราวานก็ไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

ตามแผนของเฉินเฟย เขาจะอยู่ในเมืองซิ่งเฝินสองสามวันเพื่อหาข้อมูล และให้ดีที่สุดต้องรู้เรื่องของอำเภอผิงหยิน

ตอนเฉินเฟยออกจากเมืองซิ่งเฝิน อำเภอผิงหยินถูกสิ่งแปลกประหลาดเข้าปกคลุม ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เฉินเฟยไม่มีแผนไปอำเภอผิงหยิน หมู่บ้านที่ร่างเดิมเคยอาศัยค่อนข้างห่างไกลจากอำเภอผิงหยิน ดังนั้นหมู่บ้านน่าจะรอดจากภัยพิบัตินี้

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยเดินผ่านตรอกซอยในเมืองซิ่งเฝินและมาหยุดหน้าร้านแห่งหนึ่ง

“ท่านลูกค้าต้องการข้อมูลอะไรขอรับ?”

เมื่อเดินเข้าไปในร้าน เมื่อเฉินเฟยนั่งลงเจ้าของร้านก็ถามด้วยรอยยิ้มทันที

เฉินเฟยมองของตกแต่งโดยรอบซึ่งเหมือนกับเมื่อก่อนทุกประการ

ใช่แล้ว สถานที่ที่เฉินเฟยมาซื้อข้อมูลในครั้งนี้คือร้านสาขาที่เฉินเฟยเคยทำลายหลังจากฉือเต๋อเฟิงโดนลักพาตัว ร้านแบบนี้มีอยู่หลายแห่งทั่วเมืองซิ่งเฝิง

“ช่วงนี้มีสิ่งแปลกประหลาดอยู่รอบเมืองซิ่งเฝินหรือไม่?”

เฉินเฟยถามตรงประเด็น การถามแบบนี้ทำให้รู้ได้ง่ายว่าคุณเป็นคนนอก แต่ตอนนี้มีคนนอกลี้ภัยเข้าเมืองซิ่งเฝินมากมาย มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เฉินเฟยจะถามเช่นนี้

ด้วยพลังของเฉินเฟยในปัจจุบัน ที่นี่คือเมืองซิ่งเฝินไม่ใช่เมืองเซียนเมฆา เฉินเฟยไม่ต้องกังวลปัญหาอีกหลายอย่าง

“ห้าสิบตำลึง!” เจ้าของร้านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสนอราคา

เฉินเฟยไม่ตอบกลับ เขาหยิบเงินห้าสิบตำลึงจากแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะแล้วผลักไปด้านหน้าเจ้าของร้าน

เจ้าของร้านยิ้มกว้างและเคาะโต๊ะสองครั้ง ครู่ต่อมากระดาษพับครึ่งแผ่นหนึ่งถูกส่งมาจากห้องโถงด้านหลังและส่งมอบให้เฉินเฟย

เฉินเฟยเปิดกระดาษอ่านเนื้อ หลังจากนั้นครู่หนึ่งจึงละสายตาจากมัน

เมื่อเทียบกับตอนจากไป พื้นที่รอบของเมืองซิ่งเฝินไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักและไม่มีสิ่งแปลกประหลาดทรงพลังเป็นพิเศษ สิ่งเดียวคือห่างออกไปหลายสิบลี้มีถ้ำปรากฏขึ้น คนที่เข้าไปล้วนไม่ได้กลับมา

แม้แต่นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกก็ไม่มีข้อยกเว้น

โชคดีที่ถ้ำไม่ได้อยู่ในเส้นทางกลับไปอำเภอผิงหยินของเฉินเฟย ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหา

“มีข้อมูลล่าสุดของอำเภอผิงหยินและพื้นที่โดยรอบหรือไม่?” เฉินเฟยมองเจ้าของร้าน

“มี สองร้อยตำลึง!” เจ้าของร้านประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของเฉินเฟย แต่เขาไม่ได้ถามต่อ

ในธุรกิจนี้ เพียงแค่ฟังไม่ต้องถาม

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ระวังขนาดนี้ แต่เมื่อผู้คนเข้าเมืองซิ่งเฝินมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวรยุทธ์จึงปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง

ไม่กี่เดือนก่อนมีสาขาหนึ่งซึ่งถูกฆ่าปิดปาก สุดท้ายก็คนร้ายและถูกเจ้าของร้านด้านหลังร้านถูกฆ่าตาย แต่สิ่งนี้ไม่สามารถนำคนในสาขานั้นกลับมาได้

เฉินเฟยหยิบเงินสองร้อยตำลึงออกมาอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นครู่หนึ่งกระดาษอีกแผ่นถูกส่งมา เฉินเฟยเปิดอ่านอย่างละเอียด

เมื่อเทียบกับข้อมูลเมื่อครู่ ข้อมูลของอำเภอผิงหยินมีเนื้อหาเยอะกว่า

หลังเฉินเฟยอ่านครู่หนึ่ง เขากุมมือให้เจ้าของร้านแล้วกลับไปที่โรงเตี๊ยม

ไม่มีใครอาศัยอยู่ในอำเภอผิงหยินอีกต่อไปเพราะสถานที่แห่งนั้นถูกปกคลุมด้วยสิ่งแปลกประหลาด

หากเป็นช่วงเวลาสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง ราชสำนักจะส่งกองกำลังและผู้แข็งแกร่งมากำจัดสิ่งแปลกประหลาดในอำเภอผิงหยินทันที

น่าเสียดายที่ช่วงนี้เป็นช่วงลำบากและราชสำนักยังต้องรับมือกบฏจากทุกทาง พวกเขาไม่มีเวลาดูแลอำเภอที่ห่างไกลแห่งนี้ ราชสำนักไม่สนใจ กลุ่มกบฏยิ่งไม่สนใจ ดังนั้นตอนนี้มันจึงเป็นดินแดนของสิ่งแปลกประหลาด

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันกลืนกินผู้คนที่อาศัยอยู่ในอำเภอผิงหยินหรือไม่ แต่สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้เติบโตเร็วนัก ตามข้อมูลที่ได้รับ ขอบเขตปกคลุมของสิ่งแปลกประหลาดแผ่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ

“มันกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาดระดับสองแล้วหรือ?”

เช่นเดียวกับระดับของสัตว์อสูร สิ่งแปลกประหลาดระดับสองสอดคล้องกับระดับขัดเกลาทวารของนักยุทธ์ มันเทียบได้กับสิ่งแปลกประหลาดในดินแดนลมประหลาด

แต่โชคดีที่พื้นที่ปกคลุมของสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้ไม่ได้ขยายไปยังหมู่บ้านของร่างเดิม หากเฉินเฟยไปตอนนี้ก็จะไม่เจอกับสิ่งแปลกประหลาดของอำเภอผิงหยิน

เฉินเฟยกำลังวางแผนเดินทางสู่หมู่บ้านนั้นในอีกวันสองวัน ยิ่งกำจัดความหมกมุ่นนอกจุดทวารได้เร็วเท่าไรยิ่ฃทะลวงระดับขัดเกลาได้เร็วเท่านั้น

แม้ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะไม่อ่อนแอ แต่ระดับขัดเกลาทวารทำให้เฉินเฟยรู้สึกปลอดภัยกว่า

เฉินเฟยเดินผ่านถนนคนพลุกพล่านและกำลังจะข้ามธรณีประตูโรงเตี๊ยม ทันใดนั้นก็หยุดเท้าลง เฉินเฟยมองใบหน้าทั้งสองนั้นอย่างประหลาดใจ

หลิงฮั่นจุนหัวหน้าโจรภูเขาในอำเภอผิงหยิน ต่อมาได้เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏและเฉินเฟยยังสู้กับเขาครั้งหนึ่ง พลังของเฉินเฟยในเวลานั้นห่างไกลจากการเป็นคู่มือให้หลิงฮั่นจุน

ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้ธนูฆ่าคนของหลิงฮั่นจุนไม่น้อย

นอกจากหลิงฮั่นจุน เฉินเฟยยังเห็นตันเซียงสาวใช้ส่วนตัวของบุตรสาวคนโตตระกูลจางแห่งอำเภอผิงหยิน

อำเภอผิงหยินถูกสิ่งแปลกประหลาดปกคลุม เฉินเฟยคิดว่าคนในอำเภอผิงหยินต่างโชคร้ายกันหมด คาดไม่ถึงว่าตันเซียงกับหลิงฮั่นจุนจะรอดมาได้

จางซือหนานบุตรสาวคนโตของตระกูลจางน่าจะสบายดีเช่นกัน

สิ่งที่ทำให้เฉินเฟยแปลกใจคือสองคนนี้ซึ่งเข้ากันแทบไม่ได้กลับอยู่ด้วยกัน

ตันเซียงไปซื้อของและหลิงฮั่นจุนเป็นผู้คุ้มกันหรือ? นอกจากทั้งสองแล้วยังมีคนรับใช้อีกหลายคนตามมา ครู่ต่อมาคนเหล่านี้ก็หายไปจากสายตาเฉินเฟย

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลอบตามไป

เฉินเฟยไม่ได้อยากรู้เรื่องของตันเซียงหรือจางซือหนาน สิ่งที่เฉินเฟยอยากรู้คือหลิงฮั่นจุนอดีตหัวหน้าโจรภูเขา

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยมองตันเซียงและคนอื่นเดินเข้าไปในบ้านตระกูลสวี่

พวกเขาเกี่ยวข้องกัลตระกูลสวี่ได้อย่างไร

เฉินเฟยยังจำการล่าหาตัวครั้งใหญ่ของสวี่หวังเลี่ยงได้ แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่เจอพวกเขา เฉินเฟยคาดไม่ถึงว่าพอมาเมืองซิ่งเฝินได้เพียงสองวันจะได้เจอคนรู้จักมากขนาดนี้

เฉินเฟยมองกำแพงบ้านของตระกูลสวี่ ร่างกายวูบไหวหายไป

“คุณหนู ข้ากลับมาแล้ว”

ตันเซียงเดินเข้าไปในลานบ้าน จางซือหนานถือกระบี่ยาวเคลื่อนตัวอยู่ในลานบ้าน แสงกระบี่แหลมคมแผ่ไปทั่วทุกทาง หลังจากนั้นครู่หนึ่งแสงกระบี่จึงหายไป

“เจ้าซื้อของมาครบหรือไม่?” จางซือหนานรับผ้าเช็ดหน้าจากตันเซียงมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก

“มีของหลายอย่างขาดตลาด อีกไม่กี่วันข้าจะกลับไปซื้อใหม่” ตันเซียงส่ายหัวพูด

จางซือหนานพยักหน้าและไม่ถามต่อ หลังพักครู่หนึ่งนางก็เริ่มฝึกฝนอีกราวกับไม่ต้องการหยุดสักครู่

เฉินเฟยยืนอยู่ในความมืด ร่างกายเขาไร้ซึ่งลมปราณเหมือนกับต้นไม้ตายแล้ว หากไม่ได้เห็นด้วยตาจะไม่รู้เลยว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้

เฉินเฟยมองจางซือหนานทั้งสองคนในลานบ้าน การบ่มเพาะของจางซือหนานอยู่ในระดับหลอมกระดูกขั้นสูงสุด อีกเพียงนิดเดียวจะเข้าระดับขัดเกลาไขกระดูก

ในมุมมองของเมืองซิ่งเฝิน หากจางซือหนานไปถึงระดับขัดกลาไขกระดูกนางจะถูกเรียกว่ารุ่นเยาว์มีอนาคตสดใส

เฉินเฟยอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจางซือหนานกับตระกูลสวี่ยิ่งนัก แต่มันเป็นเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น เฉินเฟยไม่คิดจะลงลึกถึงขั้นนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปรากฏตัวต่อหน้าพวกจางซือหนานเลย

ย้อนกลับไปตอนอยู่ในอำเภอผิงหยิน หลังจากเฉินเฟยปฏิเสธคำขอตันเซียง จางเซี่ยนถิงก็มาสังหารเขา

เมื่อพิจารณาการกระทำจางเซียนถิงที่ไม่สนใจชีวิตผู้อื่น เขาน่าจะฆ่าคนที่ไม่ให้ความร่วมมือเพื่อทำให้อดีตคนรับใช้ตระกูลจางคนอื่นหวาดกลัว

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มิตรภาพระหว่างเฉินเฟยกับตระกูลจางได้ขาดกันตั้งแต่วันนั้นแล้ว

หากเป็นคนอื่นคงจะรีบลงไปฆ่าสองคนนั้นทันที

แต่เฉินเฟยไม่ใช่คนกระหายเลือด!

เฉินเฟยมองจางซือหนานทั้งสองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวูบไหวหายไป ส่วนจางซือหนานทั้งสอง พวกนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสหายเก่ามาเยี่ยมเยือน

เฉินเฟยกระโดดขึ้น ความรู้สึกถึงลมปราณกลับมาอีกครั้ง เมื่อมาถึงห้องก็เปิดประตูเดินเข้าไป

หลิงฮั่นจุนกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ หลิงฮั่นจุนเกลียดการที่คนอื่นเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาติที่สุด

คนรับใช้เหล่านั้นจะไม่กล้าทำเช่นนี้ มีเพียงผู้คุ้มกันเท่านั้นที่กล้าทำ

เมื่อหลิงฮั่นจุนหันไปมอง พอเห็นหน้าเฉินเฟยก็ต้องตกใจ หน้าตาเช่นนี้ไม่คุ้นนัก เขาไม่เคยเห็นคนคนนี้ในกลุ่มผู้คุ้มกัน

มือสังหาร?

แต่เห็นเฉินเฟยเดินมาอย่างสงบไม่รีบร้อนหลิงฮั่นจุนจึงลังเล สีหน้าของเฉินเฟยสงบเกินไปราวกับเป็นนายน้อยจากบางตระกูลในเมืองซิ่งเฝินมาหยอกเล่น

“หยุด เจ้าเป็นใคร!”

การอยู่ในป่าหลายปีทำให้หลิงฮั่นจุนเป็นคนฉุนเฉียวและระวังตัว เฉินเฟยเดินเข้ามา หลิงฮั่นจุนหรี่ตาลงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะตะโกน

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงตัวหลิงฮั่นจุนและคว้าคอเขาด้วยมือเดียว

“ช่างกล้านัก!”

เฉินเฟยซึ่งอยู่ระดับหลอมกระดูกกล้าโจมตีเขาด้วยมือเปล่า ดาบยาวในมือหลิงฮั่นจุนส่องประกายฟันไปที่คอเฉินเฟย

แสงดาบยังไม่ทันมาถึงมันก็นิ่งค้างอยู่กลางอากาศ

มือเฉินเฟยบีบคอหลิงฮั่นจุนแน่นขึ้นเหมือนรู้ล่วงหน้า หลิงฮั่นจุนพยายามดิ้นอย่างสุดกำลังแต่ไม่อาจขยับตัว

ชีวิตและความตายขึ้นอยู่กับเฉินเฟย

สายตาหลิงฮั่นจุนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

อีกฝ่ายไม่ใช่ระดับหลอมกระดูก!

จบบทที่ ตอนที่ 226 ลาก่อนสหายเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว