เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 225 สูงแปดฉื่อ รอบเอวกว้างแปดฉื่อ

ตอนที่ 225 สูงแปดฉื่อ รอบเอวกว้างแปดฉื่อ

ตอนที่ 225 สูงแปดฉื่อ รอบเอวกว้างแปดฉื่อ


“พี่เฉิน ข้าเพิ่งอุ่นสุรานี้ ท่านอยากดื่มสักหน่อยหรือไม่?”

ยามดึก กองคาราวานตั้งค่ายพักแรม เฉินเฟยกำลังนั่งมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอยอยู่ข้างกองไฟ ฉู่หลันเดินมาหาเฉินเฟยอย่างระวังและยื่นสุราอุ่นให้

“ขอบคุณ!”

เฉินเฟยหันไปมองฉู่หลันด้วยรอยยิ้ม

“ข้าพอมีเนื้อแห้งอยู่ด้วย พี่เฉิน เดี๋ยวข้าไปเอามาให้ท่านนะ” ฉู่หลันเห็นรอยยิ้มเฉินเฟยพลันก้มหน้าลงอย่างเขินอายแล้วรีบวิ่งไปกองไฟที่อยู่ไม่ไกล

รอยยิ้มเฉินเฟยทำให้ฉู่หลันใจเต้นไม่น้อย วันแรกที่นางได้พบเฉินเฟยในกองคาราวาน ฉู่หลันหวังว่าจะได้เห็นหน้าเฉินเฟยทุกวัน และที่หวังยิ่งว่านั้นคือได้พูดคุยกับเฉินเฟย

แต่ฉู่หลันกล้าอยู่ต่อหน้าเฉินเฟยเพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนหน้าหลบหน้าออกไป ตอนนี้นางได้เหตุผลเข้าใกล้เฉินเฟยแล้ว

สิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาสองวัน

“เฮ้ย สุราข้าหายไปไหน หลันหลัน เจ้าเห็นสุราของปู่หรือไม่?” ฉู่เหวินเหนียนกลับมาจากการเก็บฟืนและพบว่าขวดสุราที่อุ่นไว้หายไป

“ท่านปู่แก่แล้วนะเจ้าคะ อย่าดื่มเลยดีกว่า มันไม่ดีต่อสุขภาพ” ฉู่หลันได้ยินเสียงตะโกนของปู่จึงรีบเดินไปหา

“อะไรกัน ปู่เจ้าแข็งแรงจะตาย ดื่มสุราถือว่าเป็นอะไร!”

ฉู่เหวินเหนียนพูดอย่างไม่พอใจ เขามองข้ามฉู่หลันไปยังเฉินเฟยซึ่งอยู่ไม่ไกลและบังเอิญเห็นขวดสุราในมือเฉินเฟย หน้าตาแบบนั้น รูปแบบเช่นนั้น นั่นมันขวดสุราของข้าไม่ใช่หรือ!

ดวงตาฉู่เหวินเหนียนเบิกกว้าง เขาเดินไปหาเฉินเฟยอย่างคับข้องใจ ฉู่หลันเห็นท่าทางของปู่แบบนั้นก็กลัวมาก นางรีบตามจนลืมหยิบเนื้อติดไปด้วย

“เจ้าหนุ่ม สุรานั่นรสชาติเป็นอย่างไร?”

ฉู่เหวินเหนียนนั่งลงในมุมเฉียงเฉินเฟย หยิบขวดสุราจากพื้นแล้วกรอกเข้าปากอย่างมีความสุข

สุราไหลออกมาจากปาก กลิ่นหอมสุราอบอวลในอากาศ

มันไม่ใช่สุราราคาแพงและมีตะกอนอยู่ใต้ก้นขวด แต่สีหน้าฉู่เหวินเหนียงเหมือนกำลังดื่มสุราชั้นดี

“ท่านปู่ ข้ามอบสิ่งนั้นให้พี่เฉินนะ ทำไมท่านถึงนำมาดื่มเล่า?” ฉู่หลันโกรธเล็กน้อยเมื่อเห็นฉู่เหวินเหนียนดื่มเยอะ

นางอุส่านำมามอบให้เฉินเฟย แต่ปู่ของนางกลับทำแบบนี้ ไม่รู้ว่าพี่เฉินจะตำหนินางหรือไม่

ฉู่หลันกำมุมเสื้อแล้วมองเฉินเฟย เห็นใบหน้าเฉินเฟยยังคงมีรอยยิ้มเสมอและไม่มีร่องรอยความไม่พอใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย

“ผู้เฒ่าฉู่!” เฉินเฟกุมมือให้ฉู่เหวินเหนียน

“อ่าห์ สุราดี!”

ฉู่เหวินเหนียนกลัวเฉินเฟยจะแย่งไปดื่ม ดังนั้นเขาจึงดื่มสุราในอึกเดียว เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างพึงพอใจแล้ววางขวดสาไว้ด้านข้าง

“สุรามีน้อย พอไปถึงเมืองซิ่งเฝินแล้วไว้ข้าจะเลี้ยงอาหารดีดีให้เจ้าแล้วกัน”

“ผู้เฒ่าฉู่เกรงใจแล้ว” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

ฉู่เหวินเหนียนอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าสงบของเฉินเฟย

นอกจากหล่อเหลาจนล่อลวงหลานสาวอันล้ำค่าของเขา ด้วยการพูดคุยกันไม่กี่วันนี้ฉู่เหวินเหนียนจึงมีความประทับใจที่ดีต่อเฉินเฟย

ไม่หยิ่งยโสหรือใจร้อนราวกับไม่มีอะไรทำให้กังวล ด้วยนิสัยเช่นนี้ ตราบเท่าที่โอกาสเหมาะสมย่อมประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

สิ่งเดียวคือระดับบ่มเพาะของเฉินเฟยไม่สูงนัก อยู่ในระดับหลอมกระดูกในวัยยี่สิบไม่ได้แย่ แต่ไม่ได้โดดเด่นเช่นกัน

ฉู่เหวินเหนียนอยู่ในเมืองเซียนเมฆามาหลายปีจึงได้เห็นนักยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ โดยเฉพาะสำนักกระบี่เซียนเมฆา ด้วยอายุของเฉินเฟยจึงไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม เกรงว่าทำได้เพียงไปเสี่ยงดวงที่สำนักเล็กยิบย่อย

“เจ้าควรอยู่ในเมืองเซียนเมฆาซึ่งมีโอกาสมากกว่านะ เจ้าก็ชื่อเฉินเฟยเช่นกัน ได้ยินมาว่าไม่นานนี้มีศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่มีชื่อเดียวกันกับเจ้าได้มาถึงตำแหน่งศิษย์อันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ใช่หรือ?”

ฉู่เหวินเหนียนมองเฉินเฟยและให้คำแนะนำ

แม้ในเมืองเซียนเมฆามีการแข่งขันดุเดือด แต่ที่นั่นก็มีโอกาสมากกว่าเช่นกัน หากไปเมืองเล็กอื่นคงทำได้เพียงอยู่อย่างสบายใจ แต่เส้นทางยุทธ์แทบจะถึงทางตัน

“ข้ารู้ข้ารู้ ได้ยินมาว่าชายที่ชื่อเฉินเฟยมีหนวดเครา สูงแปดฉื่อ รอบเอวกว้างแปดฉื่อด้วย”

ฉู่หลันด้านข้างพูดอย่างตื่นเต้น แม้เรื่องที่เฉินเฟยชนะเสิ่นถูฉางจะผ่านมานานแล้ว แต่เรื่องนี้ยังมีการกล่าวถึงเป็นครั้งคราว

สุดท้ายเขาคือศิษย์แท้จริงที่โดดเด่นที่สุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในรอบหลายปีที่ผ่านมาหัวข้อซึ่งค่อนข้างเป็นตำนานนี้จึงกระตุ้นความสนใจของผู้คนได้มาก

“สูงแปดฉื่อ แถมรอบเอวยังกว้างแปดฉื่อ?”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักภาพลักษณ์ของตัวเองจากคนนอก เฉินเฟยสับสน เรื่องแบบนี้แพร่กระจายไปได้อย่างไร? ภาพลักษณ์ช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

“ใช่ เขาน่าเกลียดมาก”

ฉู่หลันจินตนาการถึงคนที่มีความสูงกับรอบเอวเท่ากันแล้วรู้สึกขนลุก นางดูขนาดตัวของเฉินเฟยอย่างเงียบๆ พี่เฉินดูดีกว่าเยอะ

“สิ่งสำคัญของนักยุทธ์คือความแข็งแกร่ง ไม่สำคัญว่าหน้าตาน่าเกลียดหรือไม่!” ฉู่เหวินเหนียนเห็นสายตาหลานสาวจึงดุนางอย่างไม่พอใจ

ฉู่หลันหันหน้าไปมองปู่แล้วเดินกลับไป นางจะไปดูว่าเนื้อแห้งอุ่นพอหรือยังจะได้นำมาให้พี่เฉิน

“ข้าจะไปทำธุระบางอย่างที่เมืองซิ่งเฝิน พอเสร็จแล้วจะกลับเมืองเซียนเมฆา” เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นการโน้มน้าวใจด้วยความหวังดีของฉู่เหวินเหนียน

“อายุเจ้าพึ่งเท่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดย่อมเป็นการบ่มเพาะ ในเวลานั้นข้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ ตอนนี้ข้าแก่แล้ว แต่การบ่มเพาะยังไม่ถึงระดับขัดเกลาไขกระดูก เฮ้อ!”

ฉู่เหวินเหนียนพูดแล้วถอนหายใจ เมื่อก่อนเขาหล่อเหลาและมีอิสระเช่นกัน จากนั้นเขาได้พบกับยายของฉู่หลัน พอนึกถึงยายของฉู่หลัน ฉู่เหวินเหนียนก็ตกอยู่ในห้วงความทรงจำของปีนั้น

ฉู่เหวินเหนียนหยุดพูดกลางคัน เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นสีหน้าฉู่เหวินเหนียนจึงไม่ได้รบกวนและกินอาหารแห้งในมืออย่างเงียบๆ

เป็นเวลาสองวันแล้วตั้งแต่คาราวานออกจากเมืองเซียนเมฆา เส้นทางปัจจุบันเหมือนกับตอนที่เฉินเฟยมาจากเมืองซิ่งเฝินทุกประการ

ครั้งแรกเฉินเฟยต้องประหลาดใจเพราะระหว่างทางได้พบกับเจ้าสาวแต่งตัวประหลาด พูดตามหลักแล้วควรอยู่ให้ห่าง สุดท้ายมันคือสิ่งแปลกประหลาดซึ่งมีอันตรายถึงชีวิต

แน่นอนว่าการพบเจอนั้นมีโอกาสเพียงเล็กน้อย

หากแข็งแกร่งพอก็สามารถทำลายความประหลาดและได้รับสิ่งของไม่น้อย อย่างเช่นอาวุธความประหลาดที่มีความสามารถแปลกๆหรือลูกปัดประหลาดใช้เพิ่มคุณสมบัติสมุนไพร

แต่คาราวานเซียนเมฆามันเป็นเรื่องการค้าซึ่งจะรับส่วนต่างของราคาสินค้าระหว่างเมือง การฆ่าสิ่งแปลกประหลาดไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานคาราวาน

จนกระทั่งหนึ่งชั่วยามก่อน ผู้คุ้มกันคาราวานแจ้งว่าอีกหนึ่งวันอาจพบกับสิ่งแปลกประหลาด อย่าได้ฟังหรือมองมันเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคาราวานจะไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เฉินเฟยส่งเงินให้ผู้คุ้มกันถึงจะเข้าใจ

ปรากฎว่าคาราวานเปลี่ยนเส้นทางเพราะมีสิ่งแปลกประหลาดขวางอยู่ การหลีกเลี่ยงมันคือวิธีปลอดภัยที่สุด แต่คาดไม่ถึงว่าพอเปลี่ยนเส้นทางแล้วกลับได้พบสิ่งแปลกประหลาดอีกตัวแถมยังแข็งแกร่งกว่าเดิม

คาราวานเซียนเมฆามีสินค้ามากมายจึงต้องใช้เส้นทางสายหลัก ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขนส่งสินค้าจำนวนมากได้ สุดท้ายก็เปลี่ยนกลับไปสู่เส้นทางเดิม

อย่างมากสุดเพียงแค่พบสิ่งแปลกประหลาด ในเวลานั้นทุกคนเพียงหลีกเลี่ยงมันให้ได้มากที่สุด

และวิธีนี้ค่อนข้างได้ผล หลังใช้ไปหลายเดือนก็ไม่มีปัญหาใด ไม่อย่างนั้นหากผ่านทางนี้ไม่ได้ คาราวานเซียนเมฆาอาจแจ้งต่อสำนักกระบี่เซียนเมฆาเพื่อขอให้ส่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารมากำจัดสิ่งแปลกประหลาดตัวนั้น

หนึ่งวันต่อมา เฉินเฟยนั่งอยู่ในรถม้าและมองเห็นเนินเขาจากระยะไกล กระท่อมมุงจากบนเนินเขาสร้างความทรงจำอันลึกซึ้งให้เขา

“เจ้าหนุ่ม หยุดมองแล้วหลับตาซะ!”

คนอื่นในรถม้าเห็นเฉินเฟยมองไปข้างนอกจึงอดไม่ได้ที่จะเตือน ในขณะเดียวกันก็นึกถึงคำพูดผู้คุ้มกันคาราวานด้านนอกที่ให้หลับตาป้องกันจิตใจเอาไว้

เฉินเฟยไม่ได้ดื้อรั้น เขาหันกลับมาและหลับตาลง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยแข็งแกร่งหรือไม่ มันเหมือนมีเสียงพึมพำแผ่วเบาดังเข้าหูเขา แต่มันน้อยมาก ต่อให้ตั้งใจฟังก็แทบไม่ได้ยิน

ครั้งแรกที่ผ่านทางนี้เฉินเฟยก็ไม่ได้ยินเสียงพึมพำใด

“ตึง!”

เสียงระฆังดังขึ้นจากใจกลางขบวนรถ เช่นเดียวกับที่เฉินเฟยได้ยินครั้งแรก

ตอนแรกเฉินเฟยไม่เข้าใจว่าเสียงระฆังนี้คืออะไร แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันเป็นอาวุธวิญญาณ และคนที่ใช้ไม่ใช่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารแต่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

เป็นเช่นเดียวกับเซียวหลี่หลิงจากศาลาเฉินสุ่ย นางไม่ได้อยู่ในระดับขัดเกลาทวารแต่สามารถใช้อาวุธวิญญาณได้อย่างอิสระ กองคาราวานเซียนเมฆาที่ร่ำรวยไม่สามารถส่งผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารมาดูแล แต่สามารถมอบอาวุธวิญญาณให้

เสียงพึมพำในการรับรู้ของเฉินเฟยหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน

ในขณะเดียวกันคาราวานก็เร่งความเร็วขึ้น หลังผ่านไปสองสามชั่วยามความเร็วของกองคาราวานจึงกลับสู่ความเร็วปกติ

หลังจากนั้นไม่พบสิ่งใดบนเส้นทางอีก เฉินเฟยใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งสมาธิในรถม้า วันนี้เฉินเฟยยังไม่ได้ฝึกฝนวิชาใด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือกำจัดความหมกมุ่นนอกจุดทวาร

หากความหมกหมุ่นนี้ไม่ได้อยู่นอกจุดทวาร ด้วยความแข็งแกร่งจิตวิญญาณของเฉินเฟยเขาต้องใช้เวลาหลายปีในการกำจัดมัน แต่ความหมกหมุ่นนี้อยู่นอกจุดทวาร

ก่อนจะเปิดจุดทวาร จุดทวารจะเปราะบางมาก การใช้แรงผิดเล็กน้อยอาจสร้างความเสียหายแก่จุดทวาร และนั่นจะทำให้ไม่สามารถก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวาร

ด้วยเหตุนี้ศิษย์แท้จริงของแต่ละสำนักจึงต้องดิ้นรนอยู่หลายปีและไม่กล้าทำอะไรตามใจ ศิษย์ภายในเหล่านั้นพยายามอย่างดีที่สุดแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว

เพราะมันยากยิ่งนัก

ฉู่หลันพยายามหาข้ออ้างเป็นครั้งคราวเพื่อคุยกับเฉินเฟย แต่หลังพูดได้ไม่กี่คำนางก็หนีไปพร้อมใบหน้าแดงก่ำ เฉินเฟยที่กำลังมองอยู่ไม่รู้ต้องทำอย่างไรกับเรื่องนี้

ข้าหล่อขนาดนั้นเลยหรือ?

ฉู่เหวินเหนียนเลิกชักชวนหลานสาวเพราะเห็นว่าเฉินเฟยไม่มีเจตนาใด เมื่อไปถึงเมืองซิ่งเฝินพวกเขาจะแยกทางกัน

จบบทที่ ตอนที่ 225 สูงแปดฉื่อ รอบเอวกว้างแปดฉื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว