เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 228 ความหมกมุ่นหายไป

ตอนที่ 228 ความหมกมุ่นหายไป

ตอนที่ 228 ความหมกมุ่นหายไป


รอในเมืองซิ่งเฝินมันนานเกินไป พอพิจารณาว่าวิชาสยบมังกรคชสารทรงพลังเพียงใด สถานการณ์ภายในถ้ำอาจไม่ง่ายขนาดนั้น

ไม่รู้ว่าพวกสวี่หวังเลี่ยงจะได้ส่วนหลังไปหรือยัง

“ขอรับ!”

เมื่อได้ยินว่าเฉินเฟยจะไปภูเขากวานโจววันนี้ หลิงฮั่นจุนก็ไม่กล้าคัดค้านใด ทุกวันนี้ผู้คนถูกปฏิบัติเหมือนปลาบนเขียง หลิงฮั่นจุนย่อมไม่มีสิทธิ์ต่อรอง

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยกับหลิงฮั่นจุนขี่ม้าออกจากเมืองซิ่งเฝินมุ่งหน้าไปยังภูเขากวานโจวในอำเภอผิงหยิน

ความเร็วของม้าไม่อาจเทียบได้กับฝีเท้าเฉินเฟย แต่มันช่วยประหยัดแรงได้ไม่น้อย

แม้หลิงฮั่นจุนจะโดนเฉินเฟยผนึกการบ่มเพาะเอาไว้ แต่เขายังดีกว่าคนธรรมดามากซึ่งรวมถึงการขี่ม้าและเรื่องอื่นที่คล้ายกัน

เฉินเฟยใช้เวลาห้าวันในการวิ่งจากอำเภอผิงหยินมายังเมืองซิ่งเฝิน ตอนนี้การขี่ม้าจะทำให้ไปถึงเร็วกว่า

แน่นอนว่าพวกเขาอ้อมหมู่บ้านแปลกบนภูเขาเพื่อความปลอดภัย แต่ทั้งสองยังมาถึงด้านล่างภูเขากวานโจวในเวลาสองวัน

จากสิ่งที่เห็นระหว่างทางในสองวันนี้บอกได้ว่าถูกทิ้งร้าง อำเภอผิงหยินนั้นห่างไกลอยู่แล้ว หลังจากสิ่งแปลกประหลาดเข้ายึดครองจึงไม่มีใครมาที่นี่อีก ดังนั้นมันจึงรกร้างยิ่งกว่าเดิม

หลังมาถึงด้านล่างภูเขากวานโจวจะมีคนมากขึ้น เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางการขนส่ง หากไม่ไปทางอำเภอผิงหยินก็สามารถมาทางด้านล่างภูเขากวานโจวได้เช่นกัน

“เจ้าสองคนหยุดเดี๋ยวนี้ ส่งของทุกอย่างมาให้หมด!”

ทันใดนั้นมีลูกธนูหลายดอกพุ่งใส่เฉินเฟย แต่เฉินเฟยเพียงปัดมันออกอย่างง่ายดาย

ด้านข้างที่ปกคลุมไปด้วยหินมีหลายสิบร่างโผล่ออกมา แต่ละคนถือธนูง้างเล็งเฉินเฟยทั้งสอง

เมื่อพวกเขาเห็นเฉินเฟยปัดลูกธนูได้ด้วยมือเปล่า เหล่าโจรก็ตื่นตระหนกทันที

“จับมันมาสองคนแล้วถามสถานการณ์แถวนี้”

เฉินเฟยเหลือบมองคนหลายสิบคน คนเหล่านั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ดูจากการบ่มเพาะแล้วส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา มีเพียงไม่กี่คนเที่อยู่ในระดับขัดเกลาผิวหนัง ส่วนหัวหน้ากลุ่มอยู่ในระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ

ด้วยการบ่มเพาะเช่นนี้ หากเป็นกองคาราวานขนาดใหญ่ก็คงหยุดไว้ไม่ได้ เดาว่าคนพวกน่าจะคอยเฝ้าดูก่อน เห็นว่ามีแค่เฉินเฟยสองคนจึงโผล่ออกมา

“ขอรับ!”

พอรู้สึกได้ว่าการบ่มเพาะที่โดนผนึกคลสายออก หลิงฮั่นจุนก็ยิ้มอย่างดุร้ายแล้ววูบไหวไปหากลุ่มโจร

เพียงครู่เดียวเสียงร้องขอความเมตตาก็ดังขึ้น

ใบหน้าของเฉินเฟยนิ่งสงบ มือของโจรเหล่านี้เปื้อนไปด้วยเลือด เฉินเฟยจึงไม่เห็นใจพวกเขา เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่ปล่อยให้อดีตหัวหน้ากลุ่มโจรอย่างหลิงฮั่นจุนลงมือกับคนพวกนี้

หลังจากนั้นไม่นาน หลิงฮั่นจุนกลับมาหาเฉินเฟยพร้อมกับคนสองคน

หลิงฮั่นจุนเคยคิดว่าจะใช้โอกาสนี้หนีไปดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดถึงภาพที่เฉินเฟยจับตัวเขาเมื่อสองวันก่อน หลิงฮั่นจุนจึงล้มเลิกความคิดนี้

หากหลบหนีแล้วโดนจับได้ หลิงฮั่นจุนจินตนาการออกเลยว่าจะโดนอะไร

“ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิต ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิต พวกเราตาบอดที่โจมตีท่าน หวังว่าใต้เท้าจะไว้ชีวิตน้อยๆนี้ด้วย”

โจรทั้งสองคุกเข่าร้องขอความเมตตาอย่างสิ้นหวังพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบหน้า

“สิบวันก่อนมียอดฝีมือขัดเกลาอวัยวะภายในมาที่นี่ รู้เรื่องนี้หรือไม่” เฉินเฟยมองโจรทั้งสองแล้วถาม

“ห๊ะ ยอดฝีมือระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน?”

โจรทั้งสองตกตะลึงครู่หนึ่ง ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน นั่นเป็นยอดฝีมือที่พวกเขาไม่เคยเห็น มีเพียงกองคาราวานขนาดใหญ่บางกลุ่มเท่านั้นที่มียอดฝีมือเช่นนี้

เมื่อเผชิญหน้ากับคาราวานแบบนั้น โจรบนภูเขากวานโจวย่อมซ่อนตัวอยู่เงียบๆไม่กล้าเดินออกไปแม้แต่ครึ่งก้าว

“ช่วงนี้มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นบนภูเขาหรือไม่?”

เฉินเฟยเห็นสีหน้าชายสองคนก็รู้ว่าไม่มีรู้เรื่องพวกสวี่หวังเลี่ยง แต่นั่นเป็นเรื่องปกติ หากนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในต้องการซ่อนคัว นักยุทธ์ที่ไม่แม้แต่อยู่ในระดับหลอมกระดูกด้วยซ้ำย่อมไม่อาจพบเห็น

“ใช่ใช่ ช่วงนี้ทางทิศใต้ของภูเขามีหมอกหนา พี่น้องหลายคนเข้าไปแต่ไม่เคยกลับออกมา” โจรตอบอย่างรวดเร็ว

“ทิศใต้หรือ?”

เฉินเฟยมองหลิงฮั่นจุน หากตำแหน่งที่หลิงฮั่นจุนอธิบายถูกต้อง ถ้ำนั้นควรอยู่ทางใต้ของภูเขากวนโจว

“หมอกปรากฏขึ้นนานแค่ไหนแล้ว?”

“ดูเหมือน...สิบวันได้แล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้าและขี่ม้าไปข้างหน้าต่อ ครู่ต่อมาหลิงฮั่นจุนที่จัดการโจรสองคนนั้นเสร็จก็ตามมา

หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟยทั้งสองมาถึงทิศใต้ เฉินเฟยเงยหน้าและเห็นครึ่งทางขึ้นภูเขามีหมอกปกคลุม

ระยะทางค่อนข้างไกลเฉินเฟยจึงไม่อาจรับรู้ได้ แต่หลังมองครู่หนึ่งก็พบว่าหมอกกระจุกตัวอยู่ในตำแหน่งเดียวเสมอ เฉินเฟยจึงรู้ว่าว่าหมอกนั้นเกิดจากค่ายกล

“ผู้อาวุโส ถ้ำอยู่ตรงนั้น” หลิงฮั่นจุนกระซิบบอก

เฉินเฟยไม่พูดอะไร ก่อนมาที่นี่เฉินเฟยคิดว่าอาจมีบางอย่างอยู่ในถ้ำ คาดไม่ถึงว่ายังไม่ทันเข้าไป ค่ายกลกลับถูกเปิดใช้งานเข้าปกคลุมพื้นที่เสียแล้ว

“ตามข้าไปที่หนึ่งก่อน ไว้ค่อยกลับมาใหม่”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปเสี่ยง อย่างไรแล้วสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านที่ร่างเดิมเคยอาศัย ไปที่นั่นก่อนดีกว่า ดูว่าสามารถคลายความหมกมุ่นที่อยู่นอกจุดทวารได้หรือไม่

ส่วนหลิงฮั่นจุน เฉินเฟยจะพาไปด้วย พอเข้าไปในถ้ำแล้วเฉินเฟยยังต้องการให้หลิงฮั่นจุนบอกตำแหน่งที่ได้รับแผ่นหนังสัตว์

“ขอรับ!”

หลิงฮั่นจุนไม่กล้าถามและตามเฉินเฟยไปอย่างเชื่อฟัง ตอนนี้หลิงฮั่นจุนได้แต่หวังว่าตัวเองจะทำผลงานได้ดีและสุดท้ายเฉินเฟยจะปล่อยไป

หลังเดินทางสี่สิบห้าสิบลี้ แม้ถนนขรุขระและไม่มีเส้นทาง แต่หนึ่งชั่วยามต่อมาเฉินเฟยทั้งสองยังคงมาถึงหมู่บ้านบนภูเขา

หลิงฮั่นจุนมองหมู่บ้านร้างตรงหน้าและมองเฉินเฟยด้วยความสับสน เขาไม่รู้ว่าเฉินเฟยมาทำอะไรที่นี่

ราชสำนักตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย อำเภอเล็กล้วนถูกกลุ่มกบฏยึดครอง บางทีหมู่บ้านนี้อาจถูกโจรปล้นและเหลือรอดเพียงไม่กี่คน

เห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านแห่งนี้หนีไม่พ้นจากชะตากรรมถูกทำลายล้าง ดูจากระดับความเสียหายคาดว่าคงเกิดขึ้นนานแล้ว

เฉินเฟยไม่พูดอะไร ลงจากม้า ผูกเชือกม้าไว้กับต้นไม้แล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

ตั้งแต่เห็นหมู่บ้านนี้ครั้งแรก ความรู้สึกแปลกๆก็ปลดปล่อยมาจากร่างกายเฉินเฟย ความรู้สึกนี้มีเพียงน้อยนิดเหมือนกับความคิดที่ทำให้เสียสมาธิซึ่งเพิงเฉยได้ง่าย

แต่เฉินเฟยฝึกเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจจึงเข้าใจความรู้สึกนี้ได้อย่างง่ายดาย นี่คือการความเครียดของร่างเดิมต่อสถานที่แห่งนี้

วิญญาณร่างเดิมสลายไปนานแล้วจึงไม่ควรเกิดความเครียด แต่เป็นเช่นเดียวกับความหมุกมุ่นนอกจุดทวาร หลายสิ่งยากจะอธิบายให้ชัดเจน

เฉินเฟยเดินผ่านหมู่บ้าน ผนังพังทลาย คานหลังคาผุพัง กระเบื้องแตกหักล้วน สิ่งเหล่านี้เหมือนบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับที่นี่

ความรู้สึกจากร่างกายเฉินเฟยเริ่มรุนแรงขึ้น แต่พอถึงจุดหนึ่งก็หายไป

เมื่อเฉินเฟยเดินไปถึงใจกลางหมู่บ้าน ความรู้สึกที่ออกมาจากร่างกายก็หายไป

ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าเฉินเฟยยังคงสงบ ในเวลานี้เฉินเฟยเป็นเหมือนคนที่เติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของร่างเดิม

วิญญาณข้ามจากโลกเดิมมายังโลกนี้ ร่างเดิมตายอย่างกะทันหันจึงทำให้เฉินเฟยได้รับโอกาสมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ หากไม่ใช่เพราะจุดทวาร เฉินเฟยคงไม่รู้ว่าร่างเดิมมีความหมกมุ่นเช่นนี้

เฉินเฟยยืนอยู่ตรงนั้น ค่อยๆหลับตาลง พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นและเข้าไปพบจุดทวาร พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยค่อยๆเข้าใกล้จุดทวาร ครู่ต่อมาพลังจิตวิญญาณเข้าปกคลุมจุดทวาร

สิ่งที่ปิดกั้นเฉินเฟยเป็นเวลาสิบเดือนหายไปแล้ว!

“ขอบคุณ!’

ความคิดนี้แวบขึ้นมาในใจเฉินเฟย เติมเต็มความปรารถนาร่างเดิมแล้ว แม้มันจะไม่ใช่งานคืนสู่เหย้าแต่ในที่สุดก็ได้เห็นหมู่บ้านเป็นครั้งสุดท้าย

แต่ผลลัพธ์ของหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยดีนัก

นี่คือผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากสภาพแวดล้อมของโลกนี้ ความอ่อนแอกลายเป็นบาป แม้ไม่มีเจตนาล่วงละเมิดผู้อื่น แต่คนอื่นจะจดจำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณ!

หลิงฮั่นจุนอยู่ไม่ไกลจากเฉินเฟย ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนนี้เขารู้สึกว่าลมปราณของเฉินเฟยเหมือนจะเปลี่ยนไป

ไม่นานนักความรู้สึกนี้ก็หายไป นั่นทำให้หลิงฮั่นจุนสับสนเล็กน้อย

เฉินเฟยลืมตาขึ้น ในดวงตาเฉินเฟยเหมือนมีแสงแวบผ่าน

ความหมกมุ่นนอกจุดทวารหายไป การบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุด เฉินเฟยสามารถทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้แล้ว

เพียงแต่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมนัก

หากต้องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารจะต้องเปิดจุดทวาร แต่การเปิดจุดทวารเป็นต้องทำเป็นขั้นตอนโดยเฉพาะกับจุดทวารจุดแรก

จำเป็นต้องหาสถานที่ปลอดภัย ไม่อย่างนั้นหากทะลวงระดับได้ครึ่งทางแล้วถูกสิ่งอื่นขัดขวาง ผลที่ตามมาย่อมเป็นหายนะ

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาลังเลว่าจะหาสถานที่ปลอดภัยทะลวงระดับเลย หรือไปที่ภูเขากวานโจวก่อน เข้าไปดูในถ้ำว่ามีเบาะแสส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสารหรือไม่

หากพวกสวี่หวังเลี่ยงไม่อยู่ที่นั่น เฉินเฟยจะเลือกทะลวงระดับเลย แต่หากสวี่หวังเลี่ยงอยู่ด้วย เฉินเฟยก็กังวลสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสาร

หากเสียส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสารไปมันจะไม่ใช่แค่เสียใจเท่านั้น

สยบร่างกาย สยบจิต สยบวิญญาณ!

เฉินเฟยสงสัยว่าส่วนหลังของวิชาสยบมังกรคชสารเป็นวิธีฝึกของระดับขัดเกลาทวาร หากเป็นเช่นนั้นจริง มูลค่าของวิชาสยบมังกรคชสารย่อมคาดเดาไม่ได้

“กลับไปที่ภูเขากวานโจว!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกหลิงฮั่นจุน

เฉินเฟยตัดสินใจไปภูเขากวานโจวอีกครั้ง ไปสังเกตค่ายกลแล้วค่อยตัดสินใจ

หลิงฮั่นจุนสับสนแต่ยังคงทำตาม เขามองหมู่บ้านบนภูเขาที่ทรุดโทรมแล้วรีบกลับไปที่ภูเขากวานโจวโดยไม่หยุด สรุปว่ามาที่นี่ทำไม?

หนึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขามองเห็นหมอกลงบนครึ่งทางขึ้นภูเขากวานโจวจากระยะไกล ครู่ต่อมาพวกเขามาถึงตีนเขา

จู่ๆเฉินเฟยเงยหน้ามองครึ่งทางขึ้นภูเขากวานโจว มีความผันผวนพุ่งมาจากตรงนั้นและกระจายลงมาที่นี่

จบบทที่ ตอนที่ 228 ความหมกมุ่นหายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว