เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 216 พลังเท่านี้พอหรือไม่

ตอนที่ 216 พลังเท่านี้พอหรือไม่

ตอนที่ 216 พลังเท่านี้พอหรือไม่


หวังกุ้ยหวู่เหมือนจะเสียเปรียบ แต่เขาไม่เคยก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ว่าคนที่ไม่เข้าใจก่อนหน้านี้จะหัวช้าแค่ไหนต่างก็เข้าใจแล้ว

หวังกุ้ยหวู่เป็นคนยอมทำทั้งหมดนั้นเอง

ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า ทันใดนั้นหวังกุ้ยหวู่เริ่มโต้กลับอย่างรุนแรง เขาวิ่งไปด้านหน้าถังเหรินเฟยแล้วฟันกระบี่ใส่ แม้ถังเหรินเฟยจะพยายามป้องกันแต่ก็ยังลอยออกไปจากสนาม

ความพ่ายแพ้ของถังเหรินเฟยทำให้ศิษย์ที่กำลังดูการต่อสู้เริ่มกังวล หลายคนหันไปมองสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ด้านความแข็งแกร่งโดยรวมของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอ่อนแอที่สุดในสี่สำนัก อีกสามสำนักแพ้ไปแล้ว สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอาจไม่ดีไปกว่ากันมากนัก เว้นแต่ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งจะลงมือเองจึงพอมีโอกาส

“สุดท้ายทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง”

เหมียวเต๋าซินมองหวังกุ้ยหวู่และกำลังจะโดดเข้าสนามประลอง

หวังกุ้ยหวู่แข็งแกร่งยิ่งนัก เหมียวเต๋าซินมั่นใจเพียงเล็กน้อยซึ่งอยู่ภายใต้ความคิดที่หวังกุ้ยหวู่ไม่ซ่อนพลังเอาไว้

แต่เพราะพลังอันแข็งแกร่งของหวังกุ้ยหวู่นี้เองที่ทำให้เหมียวเต๋าซินต้องลงไป คนอื่นไม่มีทางลงไปท้าทายอยู่แล้ว แต่หากไม่มีใครลงไปเลยจะทำให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเสียหน้า

ในฐานะศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่ง คนอื่นไม่ลงไปได้แต่เหมียวเต๋าซินต้องลงไป นี่คือความรับผิดชอบของศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่ง

“ศิษย์พี่เหมียว ให้ข้าลงไปทำให้เขาปล่อยสิ่งที่ซ่อนไว้ออกมาอีกหน่อยเถอะ”

เยี่ยนซือจินหยุดเหมียวเต๋าซินด้วยรอยยิ้ม

เยี่ยนซือจินไม่มั่นใจเรื่องชะตากรรมของตัวเอง แต่เขาไม่เต็มใจไม่ทำอะไรเลย การเข้าร่วมพิธีครั้งก่อน เขาอ่อนแอเกินไปจึงไม่มีคุณสมบัติลงสู้

หากครั้งนี้ยังไม่ลงสู้อีก การเข้าชมพิธีในครั้งต่อไปเยี่ยนซือจินอาจทะลวงระดับขัดเกลาทวารแล้ว หรืออาจทะลวงระดับล้มเหลวจนต้องถอนตัวจากศิษย์แท้จริง

เยี่ยนซือจินยอมรับว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆานั้นแข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้เยี่ยนซือจินจึงต้องการเปรียบเทียบกับศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆาดูว่าเหนือกว่าแค่ไหน ความกล้าหาญนี้ย่อมไม่อาจปล่อยทิ้ง!

ไม่อย่างนั้นหลังทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ เกรงว่าเวลาเผชิญหน้ากับสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะเกิดเงาในใจ

การยอมรับว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งต่างจากการเผชิญหน้ากับเงาของอีกฝ่ายที่อยู่ภายในใจอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเยี่ยนซือจินไม่ต้องการให้เป็นแบบหลัง

ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์แท้จริงอันสองหรืออันดับสามต่างลงมือก่อน หากให้ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักขึ้นไป เกรงว่ามีแต่ทำให้ผู้อื่นดูถูก

“ศิษย์พี่เยี่ยน ระวังตัวด้วย!”

เฉินเฟยเห็นความหมายในดวงตาเยี่ยนซือจินเลยไม่หยุดเขา แต่บอกให้ระวังแทน

“เข้าใจแล้ว” เยี่ยนซือจินยิ้มเล็กน้อย ตบไหล่เฉินเฟยแล้วกระโดดขึ้นสนามประลอง

“ในที่สุดก็ลงมาครบสี่สำนัก”

หวังกุ้ยหวู่มองเยี่ยนซือจิน “ตอนสู้กับพวกเขาก่อนหน้านี้ข้าออมแรงไว้อยู่ พอถึงเจ้าแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำอีก!”

“ศิษย์พี่หวัง โปรดชี้แนะ!” เยี่ยนซือจินรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงคลื่นพลังของหวังกุ้ยหวู่ เขายกกระบี่ยาวขึ้นและพูดอย่างระมัดระวัง

“ชี้แนะ ข้าทำแน่!”

หวังกุ้ยหวู่แสดงสีหน้าหยิ่งผยองราวกับในที่สุดได้เปิดเผยความคิดแท้จริงของตัวเองสักที พอพูดจบหวังกุ้ยหวู่ก็พุ่งเข้าหาเยี่ยนซือจินทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่หวังกุ้ยหวู่เป็นฝ่ายเริ่ม สามครั้งก่อนเขาจะรอให้อีกฝ่ายเริ่มแล้วค่อยโต้กลับ แม้แต่สองคนก่อนที่หวังกุ้ยหวู่สู้ด้วยยังสู้กันหลายสิบกระบวนท่าก่อนตัดสิน

วิญญาณยักษ์!

เยี่ยนซือจินตะโกนเสียงเบา ยืดร่างกายจนตรง ท่าทางของนักวิชาการเปลี่ยนเป็นยักษ์แบกฟ้า

เยี่ยนซือจินไม่รอให้หวังกุ้ยหวู่เข้ามาหาแต่รีบพุ่งไปหาอีกฝ่ายด้วย พริบตาเดียวทั้งสองได้เข้าปะทะกัน

“ปังปังปัง!”

เยี่ยนซือจินแสดงพลังมหาศาลของกระบี่วิญญาณยักษ์อย่างเต็มที่และสู้กับหวังกุ้ยหวู่แบบประจันหน้า

หลิวเป้ยหย่งสู้ประจันหน้ากับหวังกุ้ยหวู่ยังคงนอนรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ เขาแลกเปลี่ยนกับหวังกุ้ยหวู่สองกระบวนท่าก่อนจะโดนทุบตีจนไม่อาจสู้ต่อ

ในขณะนี้เยี่ยนซือจินกำลังประจันหน้ากับหวังกุ้ยหวู่ เขาไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เป็นประกายเล็กน้อย พลังที่เยี่ยนซือจินแสดงออกมาค่อนข้างเกินความคาดหมายของเขา

“แบบนี้ค่อยคุยกันได้หน่อย!”

หวังกุ้ยหวู่หัวเราะเสียงดัง ร่างกายขยายขึ้น พลังกระบี่ในมือเพิ่มขึ้นทันที ด้วยการฟันครั้งเดียวทำให้เยี่ยนซือจินถอยหลังกลับไป

กระบี่ขุนเขาสวรรค์!

กระบี่วิญญาณยักษ์กดข่มคนด้วยพลัง จำนวนการเปิดจุดทวารในระดับขัดเกลาทวารคือแปดสิบจุด ในบรรดาวิชาระดับขัดกลาอวัยวะภายใน นี่ถือเป็นวิชาที่เหนือกว่าแล้ว สุดท้ายมันสามารถฝึกได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายซึ่งทำให้มีโอกาสทะลวงไปยังระดับที่เหนือกว่า

สำหรับกระบี่ขุนเขาสวรรค์ที่เป็นวิชามรดกของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เทียบกับพลังกระบี่เซียนเมฆาที่คนของสำนักภายในสามารถเรียนรู้ได้ พลังของกระบี่ขุนเขาสวรรค์สามารถเป็นตัวแทนสำนักกระบี่เซียนเมฆาได้เล็กน้อย

กระบี่ขุนเขาสวรรค์สามารถเปิดจุดทวารหนึ่งร้อยจุดซึ่งใกล้เคียงกับร้อยแปดจุดในขั้นสมบูรณ์ เทียบกับกระบี่วิญญาณยักษ์แล้วย่อมเหนือว่าเป็นธรรมดา

แม้กระบี่ขุนเขาสวรรค์บทขัดเกลาอวัยวะภายในจะไม่เกินจริงอย่างที่เห็น แต่มันดีกว่ากระบี่วิญญาณยักษ์ในบางด้าน ที่สำคัญกว่านั้นหวังกุ้ยหวู่ฝึกกระบี่ขุนเขาสวรรค์จนลึกล้ำแล้ว

“ปังปังปัง!”

เส้นผมเยี่ยนซือจินปลิวไปด้านหลัง หนึ่งก้าวหนึ่งกระบี่ เพียงกระบี่เดียวทำให้เยี่ยนซือจินถอยไปหนึ่งก้าว หลังผ่านไปสามกระบี่ เยี่ยนซือจินเริ่มเผยให้เห็นความอ่อนแรง

การสู้ประจันหน้าแบบนี้สร้างภาระหนักแก่ร่างกาย และยังคงถูกโจมตีด้วยกระบี่หนักอย่างกระบี่ขุนเขาสวรรค์อีก ท้ายที่สุดความเข้าใจกระบี่วิญญาณยักษ์ของเยี่ยนซือจินยังด้อยกว่าเล็กน้อย

บนอัฒจันทร์ อู๋กวงอินขมวดคิ้ว สุดท้ายก็ถอนหายใจ เยี่ยนซือจินไม่อาจเทียบได้ในด้านวิชา ด้านระดับยังตามหลังอยู่หลายส่วน การต่อสู้ครั้งนี้พ่ายแพ้อย่างไม่ยุติธรรม

“ตู้ม!”

เยี่ยนซือจินไม่อาจทนรับกระบี่ของหวังกุ้ยหวู่ได้อีก คนทั้งร่างกระแทกลงพื้น ในอากาศเต็มไปด้วยหมอกเลือด

หวังกุ้ยหวู่หัวเราะเสียงดังแล้วเตะหัวเยี่ยนซือจิน เยี่ยนซือจินที่โดนแบบนั้นก็หมดสติไปกลางอากาศและลอยออกไปจากสนามประลอง

“ฮ่าฮ่าฮ่า แข็งแกร่งไม่เลว แต่ยังอ่อนแออยู่ดี!” หวังกุ้ยหวู่หัวเราะด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งราวกับว่าไม่มีใครมองอยู่

เฉินเฟยวูบไหวมาหาเยี่ยนซือจิน ลมหายใจเยี่ยนซือจินเบาบางมากเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส หากหวังกุ้ยหวู่เตะแรงขึ้นอีกนิด เยี่ยนซือจินคงตายทันที

อู๋กวงอินส่งพลังหยวนเข้าร่างเยี่ยนซือจินเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บชั่วคราว อาการบาดเจ็บนี้ไม่สามารถฟื้นตัวได้หากไม่ฝึกฝนสักครึ่งปี และมันอาจส่งผลกระทบต่อรากฐานด้วย

เฉินเฟยหรี่ตามองหวังกุ้ยหวู่ เมื่อเขากำลังจะขึ้นไป ร่างหนึ่งได้ขึ้นไปสนามประลองก่อนเฉินเฟยหนึ่งก้าว นั่นคือเหมียวเต๋าซิน

พูดได้ว่าอาการบาดเจ็บของเยี่ยนซือจินสาหัสกว่าคนอื่น ในเวลานี้เหมียวเต๋าซินซึ่งเป็นศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้

“ข้ารู้จักเจ้า ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ในที่สุดเจ้าก็ขึ้นมา!”

ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เป็นประกายเมื่อเห็นเหมียวเต๋าซิน เขาหาข้อมูลศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสี่สำนักไว้แล้ว ในการประลองครั้งนี้ เป้าหมายของหวังกุ้ยหวู่คือสี่คนนั้น

ตอนนี้เหมียวเต๋าซินขึ้นมาบนสนามประลอง นั่นจึงทำให้หวังกุ้ยหวู่ตื่นเต้น สำหรับหวังกุ้ยหวู่แล้วเมื่อครู่เป็นการใช้แรงมากที่สุด แต่นั่นยังห่างไกลจากคำว่าสุดกำลัง

“โปรดชี้แนะ!”

เมื่อเห็นหวังกุ้ยหวู่ไม่กินโอสถ เหมียวเต๋าซินก็ขมวดคิ้วและพูดด้วยความโกรธที่ปะทุอยู่ในใจ

“เข้ามา ขอข้าดูหน่อยว่าศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีดีแค่ไหน!” หวังกุ้ยหวู่กวักนิ้วเรียกเหมียวเต๋าซิน

เหมียวเต๋าซินหรี่ตาลง เท้าวูบไหวมาถึงหน้าหวังกุ้ยหวู่ในไม่กี่ก้าว เขายกกระบี่ฟาดฟันใส่

ขณะที่หวังกุ้ยหวู่กำลังจะชักกระบี่ ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงแรงถ่วงที่กดทับใส่ นั่นทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลง

“กระบี่จ้งหยวน? ยอดเยี่ยม หายไปซะ!”

หวังกุ้ยหวู่หัวเราะเยาะ ระเบิดพลังกระบี่ขุนเขาสวรรค์ออกมาฉีกแรงถ่วงที่กดทับร่างกาย กระบี่ในมือหวังกุ้ยหวู่ ม้วนกลับหัวเหมือนขุนเขาพลิกลงและฟันใส่เหมียวเต๋าซิน

“ตู้ม!”

สนามประลองสั่นสะเทือน หวังกุ้ยหวู่กับเหมียวเต๋าซินต่างถอยห่างจากกัน กระบี่ในมือเหมียวเต๋าซินกลายเป็นสีดำสนิท นี่แสดงถึงการโคจรกระบี่จ้งหยวนถึงขีดสุด

“ดี เข้ามาอีก!”

สีหน้าหวังกุ้ยหวู่ตื่นเต้น เขาไม่สนใจความเจ็บกับอาการชาแล้วพุ่งไปฟันใส่เหมียวเต๋าซิน เหมียวเต๋าซินไม่ยอมแพ้และพุ่งเข้าหาเช่นกัน

“เคร้ง!”

ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ ทันใดนั้นกระบี่ทั้งสองก็ปะทะกันอีกหลายสิบครั้ง

พลังกระบี่ที่ระเบิดออกมาได้ฉีกกล้ามเนื้อของทั้งสองจนทำให้หลั่งเลือด

ใบหน้าเหมียวเต๋าวินซีดลงเล็ก หลังผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า เหมียวเต๋าซินรู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหวแล้ว

เหมียวเต๋าซินเข้าใจกระบี่จ้งหยวนในระดับลึกล้ำและเกือบถึงจุดที่ไม่อาจก้าวหน้าต่อ แต่กระบี่จ้งหยวนด้อยกว่ากระบี่ขุนเขาสวรรค์ตั้งแต่แรก

ความเข้าใจกระบี่ขุนเขาสวรรค์ของหวังกุ้ยหวู่ไม่ด้อยไปกว่าเหมียวเต๋าซินที่เข้าใจกระบี่จ้งหยวน ในเวลานี้ใครมีวิชาทรงพลังกว่าย่อมได้เปรียบ

“อ่อนแอ อ่อนแอเกินไปแล้ว เจ้าไม่ได้กินข้าวหรือไง? ใส่มาให้สุดแรงสิ!”

หวังกุ้วหวู่บ้าคลั่ง บาดแผลบนร่างกายไม่เพียงแต่ไม่ทำให้หวังกุ้ยหวู่อ่อนแอลง แต่พลังที่ปลดปล่อยออกมากลับมากขึ้นเรื่อย

“แรงสู้ลี้ลับ!”

ผู้อาวุโสหลายคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีสีหน้าน่าเกลียด หวังกุ้ยหวู่ฝึกวิชาหลักของสำนักกระบี่เซียนเมฆา แรงสู้ลี้ลับ! นี่คือวิชาที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นขณะสู้ ว่ากันว่าหากฝึกจนถึงระดับสูงสุดจะสามารถสู้จนกว่าหลั่งเลือดหยดสุดท้าย

หวังกุ้ยหวู่ยังฝึกไม่ถึงระดับนั้น แต่แรงสู้ลี้ลับนี้ทำให้หวังกุ้ยหวู่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเหมียวเต๋าซินย่อมพ่ายแพ้!

“ออกแรงหน่อย เจ้าเป็นพวกสตรีหรือไง! แรงแค่นี้ยังไม่ดีเท่าสตรีด้วยซ้ำ!”

หวังกุ้ยหวู่คำรามเสียงดัง กระบี่ขุนเขาสวรรค์เปื้อนไปด้วยเลือดแดง เมื่อฟันกระบี่ออกไป มันก็กระจายสีดำบนกระบี่เหมียวเต๋าซินโดยตรงซึ่งเป็นการทำลายวิชาจ้งหยวน

“ปัง!”

เหมียวเต๋าซินถูกกระบี่กระแทกใส่หน้าอกจนลอยกระเด็นมากระแทกพื้น พื้นตรงนั้นถูกย้อมไปด้วยเลือดทันใด

บนหน้าอกเหมียวเต๋าซิน ทุกคนต่างเห็นหัวใจที่กำลังเต้นของเขาซึ่งเกือบจะหยุดนิ่ง

ศิษย์หลายคนที่กำลังมองอยู่ต่างรู้สึกหวาด เหมียวเต๋าซินแข็งแกร่งมาก แต่เขายังไม่ใช่คู่มือหวังกุ้ยหวู่เลย

ศิษย์อันดับหนึ่งอีกสามสำนักมีสีหน้าเคร่งขรึม หวังกุ้ยหวู่แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้

“ใคร ใครจะมาอีก!”

หวังกุ้ยหวู่ไม่รักษาอาการบาดเจ็บ หันไปมองศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของอีกสามสำนัก หวังกุ้ยหวู่เคยเห็นภาพของทั้งสามคนแล้ว ตอนนี้เขากำลังจ้องมองทั้งสาม เขาต้องการกวาดล้างศิษย์อันดับหนึ่งของสี่สำนัก!

“ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว โปรดชี้แนะด้วย!”

เสียงหนึ่งดังขึ้น รอบด้านต่างเกิดเสียงเอะอะ หวังกุ้ยหวู่หันมามองและเห็นศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยืนอยู่บนสนามประลอง

“ไอ้คนไร้ชื่อ กล้าดียังไงมาอยู่ตรงนี้ ไสหัวออกไปซะ!

หวังกุ้ยหวู่ส่งเสียงเย็นชา เขาไม่พุ่งไปด้านหน้าเฉินเฟยอย่างไม่รอช้าและใช้กระบี่ขุนเขาสวรรค์

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น ร่างหนึ่งลอยออกไปกระแทกสนามประลองและกลิ้งไปมาสองสามครั้งก่อนจะหยุด ศิษย์ทุกคนที่มองอยู่ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง คนที่กระเด็นออกมาคือหวังกุ้ยหวู่

“พลังเท่านี้พอหรือไม่?”

เฉินเฟยเดินมาอยู่ข้างหน้าหวังกุยหวู่ มองจากที่สูงลงไปยังเบื้องล่างและถามอย่างนุ่มนวล

จบบทที่ ตอนที่ 216 พลังเท่านี้พอหรือไม่

คัดลอกลิงก์แล้ว