เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 217 ทุบหม้อข้าวจมเรือ

ตอนที่ 217 ทุบหม้อข้าวจมเรือ

ตอนที่ 217 ทุบหม้อข้าวจมเรือ


***พลังจิตใจ ---> พลังจิตวิญญาณ***

“นั่นใครกัน?” บางคนถามด้วยความประหลาดใจ นับตั้งแต่เริ่มการประลองช นี่เป็นครั้งแรกที่หวังกุ้ยหวู่แพ้เช่นนี้

“ศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ใช่เหมียวเต๋าซินหรือ?”

“ด้วยพลังเช่นนั้นกลับไม่ใช่ผู้นำศิษย์แท้จริง แต่เป็นเพียงศิษย์แท้จริงคนใหม่?” บางคนนึกถึงการเดินไปทางยังดินแดนลับของสี่สำนัก ซึ่งศิษย์ภายในบางคนได้เลื่อนเป็นศิษย์แท้จริง

แต่ในเมื่อเพิ่งเลื่อนเป็นศิษย์แท้จริง พลังขนาดนี้ไม่เกินจริงไปหน่อยหรือ? แม้หวังกุ้ยหวู่จะประมาท แต่ไม่ว่าประมาทแค่ไหนก็ไม่น่าลอยกระเด็นออกไปในกระบี่เดียว

“เขาคือศิษย์แท้จริงอันดับสิบของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สองเดือนก่อนเป็นเพียงศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย แต่ด้วยการท้าทายเจิงไจ้เหวินจึงเลื่อนเป็นอันดับสิบ!”

ในไม่ช้าข้อมูลเฉินเฟยก็ถูกค้นพบ ตัวตนเฉินเฟยกลายเป็นที่รู้จักของสำนักโดยรอบ

สำนักอื่นพยายามรวบรวมข้อมูลศิษย์แท้จริงของแต่ละสำนัก ท้ายที่สุดพวกเขาล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่อาจทะลวงระดับขัดเกลาทวารในอนาคต โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงสิบอันดับแรกที่มีโอกาสมากกว่า ดังนั้นจึงยิ่งต้องหาข้อมูลให้ได้

ฝั่งศาลาเฉินสุ่ย เซียวหลี่หลิงมองเฉินเฟยในสนามประลองและรู้สึกว่าคนผู้นี้ดูคุ้นหน้านัก แต่นางจำไม่ได้ว่าเคยพบเห็นที่ไหน

ในเวลานี้เฟิงซิวผู่ยืนมองเฉินเฟยอยู่ข้างสนามประลอง ถัดจากเฟิงซิวผู่คืออู๋กวงอิน หลังรักษาอาการบาดเจ็บเหมียวเต๋าซินให้คงที่ เขาเห็นเฉินเฟยฟันกระบี่กวาดหวังกุ้ยหวู่ลอยออกไป

ภาพนี้ทำให้อู๋กวงอินที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจตื่นตระหนก

อู๋กวงอินประหลาดใจอย่างยิ่งตอนได้รู้ว่าเฉินเฟยชนะเจิงไจ้เหวินและกลายเป็นศิษย์แท้จริงอันดับสิบ ท้ายที่สุดเฉินเฟยใช้เวลาฝึกกระบี่จ้งหยวนสั้นเกินไป

ตอนนี้ผ่านมาเพียงสองเดือน เฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นและยังเหนือกว่าเหมียวเต๋าซิน ถึงกับทำให้หวังกุ้ยหวู่ลอยออกไปด้วยกระบี่เดียว

ด้วยความหมายของสิ่งนี้ อู๋กวงอินจึงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

เจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวฉวีชิงเซิงมองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม ฉวีชิงเซิงจับตามองเฉินเฟยตั้งแต่อยู่ในสำนักแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำให้ประหลาดใจมากขึ้นอีก

ในสนามประลอง หวังกุ้ยหวู่ส่ายหัวลุกขึ้น มองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นชา

เฉินเฟยไม่ได้ไล่ตามอีกฝ่าย เพียงมองหวังกุ้ยหวู่ลุกขึ้นด้วยสีหน้าสงบ

“ไม่คิดเลยว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะซ่อนอันดับหนึ่งอย่างเจ้าไว้เช่นนี้ ข้าคงประเมินเจ้าต่ำไป! ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติให้ข้าจำชื่อแล้ว บอกชื่อของเจ้ามา!” หวังกุ้ยหวู่พูดพร้อมเงยหน้าเล็กน้อย

“คนแพ้ไม่มีสิทธิ์รู้ชื่อของข้า!” เฉินเฟยส่ายหัวเล็กน้อยปฏิเสธคำขอหวังกุ้ยหวู่

“เจ้ารนหาที่ตาย!”

ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เบิกกว้าง คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะกล้าพูดเช่นนี้ หวังกุ้ยหวู่มาถึงด้านหน้าเฉินเฟยในไม่กี่ก้าวและยกกระบี่ฟัน

กระบี่ขุนเขาสวรรค์สวยงาม มันดูคล้ายภูเขาตกลงมาจากฟากฟ้า เมื่อเผชิญกับพลังนี้ผู้อ่อนแอจะรู้สึกอึดอัดและไม่สามารถใช้พละกำลังได้ตามที่ต้องการ

แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอันท่วมท้นของหวังกุ้ยหวู่ นอกจากผมหน้าม้าที่ปลิวไปด้านหลัง สีหน้าเฉินเฟยยังค่อนข้างเย็นชาเหมือนเดิม

“เกรงว่าพลังเล็กน้อยแค่นี้จะสังหารข้าไม่ได้!”

เฉินเฟยพูดคำนี้แล้วตวัดกระบี่เฉียนหยวนขึ้น ทันใดนั้นกระบี่เฉียนหยวนขาวสว่างก็เปลี่ยนเป็นดำสนิท

กระบี่จ้งหยวน!

ผู้คนรอบสนามประลองต่างมองเฉินเฟยอย่างจริงจัง สิ่งนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป เดิมทีพวกเขาไม่ได้สนใจมากนักเพราะคิดว่าเฉินเฟยจะกระเด็นออกไปด้วยกระบี่ขุนเขาสวรรค์ของหวังกุ้ยหวู่

แต่ตอนนี้พวกเขาต้องหันกลับมาพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าทำไมเฉินเฟยถึงชนะหวังกุ้ยหวู่ได้

เป็นเพราะหวังกุ้ยหวู่ประมาทหรือเฉินเฟยแข็งแกร่งกันแน่

วิชากระบี่ที่เฉินเฟยแสดงออกมาไม่ต่างจากเหมียวเต๋าซินมากนัก สิ่งเหล่านั้นล้วนแสดงถึงกระบี่จ้งหยวนทั้งหมด

“เคร้ง!”

ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย เสียงปะทะดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นทุกคนจึงเห็นว่าหวังกุ้ยหวู่ที่เข้าไปโจมตีถูกส่งลอยถอยกลับไปด้านหลัง

“ดูแล้วพลังของเจ้าจะไม่เท่าไหร่!”

เฉินเฟยก้าวไปด้านหน้า พลิกสถานะกลับกัน ยกกระบี่เฉียนหยวนฟันหวังกุ้ยหวู่

คำพูดของเฉินเฟยเป็นเหมือนมีดแทงใจ เฉินเฟยคืนคำพูดที่เขาพูดเยาะเย้ยคนอื่น แล้วแบบนี้หวังกุ้ยหวู่จะทนได้อย่างไร?

แต่หวังกุ้ยหวู่กำลังเสียเปรียบ เขาจึงไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้าง

“อ๊าก!”

หวังกุ้ยหวู่คำรามด้วยความโกรธ แรงสู้ลี้ลับโคจรอย่างบ้าคลั่งจนทำให้เลือดซึมออกมาจากผิวหนัง เพียงพริบตาเดียวตัวหวังกุ้ยหวู่ก็ท่วมไปด้วยเลือด

รูปร่างดูน่ากลัวยิ่งนัก แต่พลังของหวังกุ้ยหวู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แรงสู้ลี้ลับ ยิ่งบาดเจ็บยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หวังกุ้ยหวู่ต้องการทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อเพิ่มพลัง เขาอยากฉีกปากคนตรงหน้านี้ยิ่งนัก!

“ตู้ม!”

สนามประลองสั่นสะเทือน กระบี่สองเล่มเข้าปะทะกัน กระบี่เฉียนหยวนทำลายกระบี่ของหวังกุ้ยหวู่และดันกระบี่ไปกระแทกหน้าอก

“พรู่ด!”

หวังกุ้ยหวู่กระอักเลือดออกมาเต็มปาก เขาไม่อาจควบคุมร่างกายและลอยกระเด็นไปกระแทกพื้นสนามประลองจนเกิดหลุมลึกขึ้น

“ทำได้แค่นี้หรือ?”

เฉินเฟยชี้กระบี่ลงด้านข้าง ค่อยๆเดินไปหาหวังกุ้ยหวู่ด้วยสีหน้าสงบเช่นเคย

สยบมังกรคชสาร โดยเฉพาะสยบมังกรคชสารระดับสมบูรณ์ทำให้เฉินเฟยมีพลังเกินกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในควรมี แม้หวังกุ้ยหวู่จะมีวิชากระบี่ขุนเขาสวรรค์และแรงสู้ลี้ลับซึ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้นขณะสู้ แต่ยังไม่อาจหยุดพลังอันมหาศาลของเฉินเฟย

ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา ศิษย์บางคนเริ่มร้อนรนหลังเห็นหวังกุ้ยหวู่โดนเฉินเฟยทุบตีติดต่อกันในการสู้ซึ่งหน้า สิ่งนี้ใช้คำว่าประเมินศัตรูต่ำเกินไปไม่ได้แล้ว เห็นได้ชัดว่าหวังกุ้ยหวู่เสียเปรียบเฉินเฟย

ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างดูผลงานของเฉินเฟยด้วยความหลงใหล หวังกุ้ยหวู่ที่เพิ่งชนะศิษย์แท้จริงจำนวนมากถูกเฉินเฟยล้มแล้วล้มอีก

หากเปลี่ยนเป็นศิษย์แท้จริงอีกสามสำนัก บางทีอาจชนะหวังกุ้ยหวู่ แต่คงไม่มีทางทำแบบนี้ได้ ต้องเป็นการบดขยี้ฝ่ายเดียวเท่านั้นจึงสามารถทำเช่นนี้

อู๋กวงอินข้างสนามตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เขาตบไหล่เฟิงซิวผู่โดยไม่ปิดบังสีหน้ามีความสุข

เฟิงซิวผู่ไม่พูด แต่ใบหน้าแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ใครที่มีลูกศิษย์เช่นนี้ย่อมเป็นแบบนี้ทั้งนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่เพิ่งเห็นผู้นำศิษย์แท้จริงพ่ายแพ้ พอได้เห็นเหตุการณ์นี้ในใจจึงเกิดความรู้สึกเหนือคำบรรยาย

อนาคตสดใสอยู่เบื้องหน้า พูดได้ว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้เป็นเช่นนั้น

“ข้ายังไม่แพ้!”

หวังกุ้ยหวู่ที่ได้ยินคำพูดเฉินเฟยพลันลุกขึ้นยืนและมองเฉินเฟยด้วยตาแดงฉาน ในด้านความแข็งแกร่ง แม้หวังกุ้ยหวู่ไม่ต้องการพูดแบบนี้ แต่ต้องยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าเฉินเฟย

เขาฝึกกระบี่ขุนเขาสวรรค์ซึ่งเป็นวิชามรดกชั้นยอดของสำนักกระบีเซียนเมฆาจนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พูดตามหลักแล้วมันควรเหนือกว่ากระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

แต่การต่อสู้เมื่อครู่กลับเป็นตัวเขาเองที่เสียเปรียบ

“เช่นนั้นแสดงให้ข้าเห็นทีว่าเจ้าจะชนะได้อย่างไร!” เฉินเฟยมองหวังกุ้ยหวู่ ยื่นมือซ้ายกวักนิ้วเรียกให้เข้ามา

เหมือนที่หวังกุ้ยหวู่ทำกับเหมียวเต๋าซิน ในเวลานี้เฉินเฟยคืนมันให้หวังกุ้ยหวู่แล้ว

“สารเลว!”

หวังกุ้ยหวู่กัดฟันจนแทบหัก ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา แม้แต่ศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ยังไม่กล้า แต่ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกลับพูดเช่นนี้ หวังกุ้ยหวู่จะทนไหวได้อย่างไร!

“ปัง!”

หวังกุ้ยหวู่ต่อยหน้าอกตัวเองแล้วกระอั่กเลือดออกมา แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ดวงตาหวังกุ้ยหวู่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เขายังต่อยหน้าอกตัวเองและกระอักเลือดออกมาอีกหลายครั้ง

“สังเวย!”

หวังกุ้ยหวู่คำรามด้วยความโกรธ เลือดบนพื้นถูกลอยขึ้นและเริ่มเผาไหม้ จากนั้นกลายเป็นเลือดพุ่งเข้าไปในร่างหวังกุ้ยหวู่

ร่างหวังกุ้ยหวู่หดลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้และเตี้ยลงเล็กน้อย แต่พลังของหวังกุ้ยหวู่ไม่ลดลงแต่ยังเพิ่มมากขึ้น

บนร่างหวังกุ้ยหวู่มีเลือดเผาไหม้ติดอย่างคลุมเครือ มองเฉินเฟยด้วยสายตาดุร้ายและรอยยิ้มอันบ้าคลั่ง

ศิษย์นอกสนามประลองบางคนเผลอมองดวงตานั้นโดยไม่ตั้งใจ หัวใจพวกเขาถึงกับหดเกร็ง ดวงตาแบบนั้นไม่ใช่ของมนุษย์แล้ว มันเหมือนของสัตว์ป่ามากกว่า

“ศิษย์น้องหวังสู้ตายแล้ว!”

ฝั่งสำนักกระบี่เซียนเมฆา เหวินฮุ่ยเชามองหวังกุ้ยหวู่แล้วหรี่ตาลง นั้นเป็นผลของการโคจรแรงสู้ลี้ลับจนถึงขีดสุด ต้องทำร้ายตัวเองก่อนจึงทำร้ายผู้อื่น

ถือได้ว่าเป็นวิชาโต้กลับในสถานการณ์สิ้นหวัง แม้จะทุบหม้อข้าวจมเรือ[1]และได้รับพลังมหาศาล แต่การทำเช่นนี้ย่อมมีผลร้ายแรงสืบเนื่อง ต่อให้สุดท้ายหวังกุ้ยหวู่จะชนะ แต่เขาต้องพักฟื้นนานกว่าครึ่งปี

แต่เห็นได้ชัดว่าหวังกุ้ยหวู่ไม่สนใจเรื่องนี้ เขาเพียงต้องการฉีกเฉินเฟยเป็นชิ้นๆ

“ด้วยนิสัยของศิษย์น้องหวัง พอได้ยินคำพูดแบบนั้นเขาจะยอมทนได้อย่างไร”

“อย่าว่าแต่เขาเลย เป็นพวกเขาก็ทนไม่ได้เช่นกัน”

“ศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแข็งแกร่งนัก จากที่เห็นหลายปีมานี้เขาควรเป็นศิษย์แท้จริงที่แข็งแกร่งสุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว”

“ศิษย์น้องเนี่ยมั่นใจหรือ?” มีคนหันไปมองเนี่ยไห่ชุน

เนี่ยไห่ชุนเป็นศิษย์แท้จริงอันดับหกของสำนักกระบี่เซียนเมฆาและแข็งแกร่งกว่าหวังกุ้ยหวู่มาก แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความแข็งแกร่ง หากเทียบด้านพรสวรรค์หวังกุ้ยหวู่ยังคงเหนือกว่า

“รอเขาผ่านศิษย์น้องหวังมาให้ได้ก่อน”

เนี่ยไห่ชุนมองเฉินเฟยและพูดอย่างเย็นชา เนี่ยไห่ชุนไม่ชอบเฉินเฟยอย่างยิ่ง เป็นเพียงศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวที่พอแข็งแกร่งอยู่บ้าง กล้าดียังไงถึงอวดดีเช่นนี้ ไร้สาระสิ้นดี

[1]ทุบหม้อข้าวจมเรือ เป็นการตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อคิดจะทำแล้วต้องทำต่อให้ถึงที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 217 ทุบหม้อข้าวจมเรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว