เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 215 พร้อมสู้เต็มที่

ตอนที่ 215 พร้อมสู้เต็มที่

ตอนที่ 215 พร้อมสู้เต็มที่


“อวดดียิ่งนัก!”

ฝั่งศาลาเฉินสุ่ย เซียวหลี่หลิงเสียงฮึเย็นชาและกำลังจะเข้าไปท้าทายหวังกุ้ยหวู่

“รอก่อนศิษย์น้องเซียว ไข่มุกวิจิตรของเจ้าเป็นเพียงอาวุธกึ่งวิญญาณ มันใช้จับคนได้แต่ไม่มีผลควบคุม ให้ศิษย์พี่อย่างข้าไปสู้แทนเถอะ!”

เหมียวม่านหยุนพูดเสียงเบาหยุดเซียวหลี่หลิง แม้การบ่มเพาะเซียวหลี่หลิงจะไม่ต่ำ แต่จุดแข็งของนางคือไข่มุกราตรีซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณ

ในพิธีนี้ห้ามใช้อาวุธวิญญาณ ไข่มุกราตรีจึงไม่สามารถใช้ได้ ส่วนไข่มุกวิจิตร แม้มันจะเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณชั้นยอด แต่ยังเป็นเพียงอาวุธกึ่งวิญญาณ

สำหรับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน การใช้อาวุธกึ่งวิญญาณถือเป็นเรื่องง่ายดาย แต่การใช้ไข่มุกวิจิตรสู้กับศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆามันแทบไม่มีประโยชน์เลย

เหมียวม่านหยุนใกล้ชิดกับตระกูลเซียว เป็นธรรมดาที่นางไม่อาจทนเห็นเซียวหลี่หลิงขึ้นไปโดนทุบตี

“ศิษย์พี่หญิงระวังตัวด้วย” เซียวหลี่หลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

เหมียวม่านหยุนหันไปมองหวังกุ้ยหวู่ ร่างกายวูบไหวมาอยู่บนสนามประลอง

หวังกุ้ยหวู่ไม่เห็นใครลงมาอีกจึงกำลังจะพูดยั่วยุบางอย่าง ทันใดนั้นเขาเห็นเหมียวม่านหยุนลงมาจึงอดยิ้มไม่ได้ แม้นางจะเป็นศิษย์หญิงของศาลาเฉินสุ่ย แต่ตราบใดที่สู้ได้ หวังกุ้ยหวู่ก็ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเป็นชายหรือหญิง

“ศิษย์พี่หวัง โปรดชี้แนะ!” เหมียวม่านหยุนพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“เริ่มเลยเถอะ!” หวังกุ้ยหวู่พยักหน้า เมินเฉยต่อคำเยินยอของเหมียวม่านหยุน

“ศิษย์พี่หวังโปรดระวัง!”

เหมียวม่านหยุนพูดจบ นางก็มาอยู่ตรงหน้าหวังกุ้ยหวู่ทันที แสงกระบี่วาบผ่านไปทางศีรษะหวังกุ้ยหวู่

คนส่วนใหญ่ในเมืองเซียนเมฆาไม่ค่อยรู้จักศิษย์ของศาลาเฉินสุ่ย เว้นแต่เป็นศิษย์งดงามทรงเสน่ห์หรือมีช่องทางติดต่อขนาดใหญ่

วิชายุทธ์อันโดดเด่นของศาลาเสินสุ่ยมีไม่น้อย ซึ่งหลายคนบอกไม่ได้ว่าคืออะไร แต่สำนักที่ยืนอยู่ในเมืองเซียนเมฆามาหลายปีจะอาศัยเพียงเส้นสายได้อย่างไร

ศิษย์หลายคนของศาลาเฉินสุ่ยอาจไม่โดดเด่นเท่าสำนักอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าศิษย์ทั้งหมดของศาลาเฉินสุ่ยจะเป็นเช่นนั้น

โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงซึ่งเป็นตัวแทนของสำนักและอาจเรียกได้ว่าเป็นความหวังในอนาคต มีเพียงการพบศิษย์แท้จริงเท่านั้นจึงจะได้เห็นวิชามรดกของสำนักนี้

“ทำได้ดี!”

หวังกุ้ยหวู่หัวเราะเมื่อเห็นแสงกระบี่ เขาเหวี่ยงกระบี่ออกไป แสงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาถูกทำลายท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง แต่ทันใดนั้นแสงกระบี่ได้กลับคืนสภาพเดิมและพุ่งมายังคอหวังกุ้ยหวู่

เคล็ดกระบี่ลมขด หนึ่งในวิชามรดกชั้นยอดของศาลาเฉินสุ่ย

แสงกระบี่ในมือเหมียวม่านหยุนบางราวกับปีกจักจั่น แต่ถึงกระนั้นมันกลับตัดได้ทุกสิ่ง กระบี่เหมียวม่านหยุนปะทะกับกระบี่หวังกุ้ยหวู่ แม้จะดูเหมือนนางเสียปรียบ แต่นั่นเป็นเพียงการใช้แรงกระบี่เบี่ยงไปทางอื่น

เคล็ดกระบี่ลมขดจะยืมพลังจากการโจมตีซึ่งเหมาะสำหรับการต่อสู้อย่างยิ่ง สุดท้ายกระบี่จะเร็วขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งนี้จะสร้างชัยชนะให้เอง

เพียงพริบตาเดียว เหมียวม่านหยุนและหวังกุ้ยหวู่ได้แลกเปลี่ยนกันหลายกระบวนท่า

เทียบกับหลิวเป้ยหย่ง เหมียวม่านหยุนไม่ได้สู้แบบประจันหน้าแต่สยบความแข็งด้วยความนุ่มนวล ไม่กี่กระบวนท่าต่อมา แสงกระบี่รอบตัวหวังกุ้ยหวู่เร็วขึ้นและมากขึ้น

ในเวลานี้เหมียวม่านหยุนเหมือนกลายเป็นผู้ได้เปรียบ

ศิษย์ศาลาเฉินสุ่ยเห็นภาพนี้จึงรู้สึกตื่นเต้น เมื่อครู่พลังของหวังกุ้ยหวู่ทำให้พวกนางกังวลกับชะตากรรมของเหมียวม่านหยุน

พอมองย้อนกลับมาตอนนี้ ดูแล้วเหมียวม่านหยุนมีโอกาสชนะหวังกุ้ยหวู่เช่นกัน

“วิธีนี้ไม่เลวเลย!”

ดวงตาเยี่ยนซือจินเป็นประกาย รอบก่อนเพิ่งได้เห็นหวังกุ้ยหวู่ใช้พลังเอาชนะหลิวเป้ยหย่ง หากพึ่งพากลยุทธ์เช่นนี้ สถานการณ์อาจต่างออกไปหรือไม่?

“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก!”

เหมียวเต๋าซินดูสีหน้าหวังกุ้ยอู่แล้วส่ายหัว หวังกุ้ยหวู่สงบเกินไป ในความสงบนั้นยังมีท่าทางของแมวเล่นหนู

“บางทีอาจกลัวว่าตัวเองจะลงมือหนักเกินไปจึงไม่กล้าเข้าประชิด”

เฉินเฟยพูดขึ้นทันใด พลังจิตใจของเขาแข็งแกร่งมากจึงสามารถเห็นรายละเอียดเล็กน้อย ดูเหมือนเหมียวม่านหยุนเริ่มมีคิดว่าสามารถชนะได้ แถมความคิดนี้ยังเพิ่มขึ้นทีละน้อย

แต่ท่าทางหวังกุ้ยหวู่สงบเกินไป ราวกับว่าไม่ได้ประลองอยู่แต่กำลังฝึกซ้อม

คำพูดนี้อาจเกินจริงเล็กน้อย แต่ด้วยพลังที่เหมียวม่านหยุนแสดงให้เห็น หวังกุ้ยหวู่สามารถจัดการนางได้แน่นอน

ไม่อย่างนั้นหากหวังกุ้ยหวู่สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจะโต้กลับด้วยสายร้องแทนการใช้ท่ากระบี่ธรรมดา

“ใช่ นั่นเป็นเรื่องจริง!”

เฉินเฟยพูดจบ เหมียวเต๋าซินก็พบที่มาความรู้สึกแปลกๆของตัวเอง เขาหันไปมองเฉินเฟยด้วยสายตาประหลาดใจ

เหมียวเต๋าซินไม่ได้ไปดูตอนที่เฉินเฟยสู้กับเจิงไจ้เหวิน ในช่วงไม่กี่ปีนี้เขามุ่งเน้นการทะลวงระดับขัดเกลาทวารและสนใจสิ่งอื่นเพียงเล็กน้อย

ในมุมมองของเหมียวเต๋าซิน เฉินเฟยที่เพิ่งเลื่อนเป็นศิษย์แท้จริง การท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสิบเป็นการประเมินตัวเองสูงเกินไป

แต่คาดไม่ถึงว่าเจิงไจ้เหวินจะแพ้ และเฉินเฟยยังใช้กระบี่จ้งหยวนเอาชนะในกระบวนท่าเดียว

เหมียวเต๋าซินบอกได้เลยว่าเฉินเฟยเป็นศิษย์แท้จริงคนใหม่จริงๆ เพราะเขาฝึกกระบี่จ้งหยวนเช่นกัน

เขารู้ว่าเฉินเฟยเข้าใจกระบี่จ้งหยวนมากเพียงใดตอนชนะเจิงไจ้เหวิน

หลังได้ยินการวิเคราะห์ของเฉินเฟย เหมียวเต๋าซินจึงเข้าใจเฉินเฟยมากขึ้น เขารู้สึกเหมือนคลื่นลูกใหม่ซัดคลื่นลูกเก่า[1]

เยี่ยนซือจินหรี่ตาลงเมื่อได้ยินการวิเคราะห์ของทั้งสอง พลังที่เหมียวม่านหยุนแสดงออกมาทำให้หวังกุ้ยหวู่กำลังสู้อย่างกดดัน

นอกสนามประลอง ศิษย์สำนักต่างๆพูดคุยกัน มีเพียงผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารยังนิ่งสงบ โดยเฉพาะผู้อาวุโสศาลาเฉินสุ่ยเพียงขมวดคิ้ว

เหล่าศิษย์ศาลาเฉินสุ่ยรู้สึกตื่นเต้นเพราะพวกนางไม่เห็นรายละเอียดเหล่านั้น

พวกเฉินเฟยสามารถค้นพบความคิดของหวังกุ้ยหวู่ได้ เป็นธรรมดาที่ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารจะมองเห็นชัดกว่า

เพียงพริบตาเดียว เหมียวม่านหยุนทั้งสองได้ประมือกันอีกหลายสิบกระบวนท่า แสงกระบี่ของเคล็ดกระบี่ลมขดเริ่มปกปิดตัวหวังกุ้ยหวู่

หากไม่ระวังอาจเกิดรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย แต่หวังกุ้ยหวู่ดูไม่ตื่นตระหนกและมุมปากยังยกยิ้ม

สีหน้าเหมียวม่านหยุนเคร่งขรึม คนส่วนใหญ่เห็นว่านางได้เปรียบ แต่การสู้กับหวังกุ้ยหวู่ในขณะนี้ไม่ทำให้นางมีความสุขเช่นนั้นเลย

ขนาดเหมียวเต๋าซินที่อยู่ไกลยังเห็นทัศนคติแมวเล่นหนูของหวังกุ้ยหวู่ แล้วเหมียวม่านหยุนที่เป็นคนสู้ด้วยจะมองไม่ออกได้อย่างไร

แม้จะใช้เคล็ดกระบี่ลมขดจนถึงขีดสุด แต่มันกลับถูกหวังกุ้ยหวู่ป้องกันไว้ได้ สีหน้าอันสงบของหวังกุ้ยหวู่เหมือนจะคงอยู่ตลอดไป

ฝนกระบี่!

เหมียวม่านหยุนตะโกนเสียงต่ำ กระบี่อ่อนในมือนางหายไปทันที แสงกระบี่ที่หมุนไปทางหวังกุ้ยหวู่กลายเป็นฝนกระบี่

“พอแค่นี้แล้วกัน!”

หวังกุ้ยหวู่พูดเสียงเบา ทันใดนั้นดวงตาเขาเบิกกว้างขึ้น เหมือนมีสายฟ้าแลบผ่าน พลังภายในของหวังกุ้ยหวู่กระจายไปทุกทางและเกิดเสียงฟ้าร้อง

ครู่ต่อมา หวังกุ้ยหวู่ชูกระบี่ขึ้นฟ้า สายฟ้าบนใบกระบี่ทำให้ฝนกระบี่แตกเป็นเสี่ยง หวังกุ้ยหวู่มาอยู่ตรงหน้าเหมียวม่านหยุนแล้วแทงกระบี่เข้าคอนาง

“ย่าห์!”

ฝั่งศาลาเฉินสุ่ย ศิษย์หลายคนยืนขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

เห็นได้ชัดว่านางกำลังได้เปรียบ หวังกุ้ยหวู่เหมือนจะแพ้ให้เหมียวม่านหยุนในเวลาต่อไป แต่ทำไมทุกอย่างถึงพลิกกลับในพริบตาเช่นนี้?

ไม่เพียงแต่ศาลาเฉินสุ่ย ศิษย์จากหลายสำนักคิดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะศิษย์จากสำนักเล็กที่เคยวิจารณ์หวังกุ้ยหวู่ว่าอวดดีเกินไป ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

ขดกระบี่!

เหมียวม่านหยุนมองใบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาและคาดหวังให้กระบี่อ่อนย้อนกลับมาทำลายพลังกระบี่ของหวังกุ้ยหวู่ เหมียวม่านจับกระบี่กลับมา มันกลายเป็นมังกรลมขดเข้าปกคลุมหวังกุ้ยหวู่

“ตู้ม!”

หวังกุ้ยหวู่ฉีกขดกระบี่ของเมียวม่านหยุนออก เหมียวม่านหยุนทำได้เพียงยกกระบี่อ่อนไว้ด้านหน้า ครู่ต่อมานางรู้สึกเจ็บหน้าอก ตัวคนลอยออกไปจากสนามประลอง

“พรู่ด!”

เหมียวม่านหยุนพ่นเลือดออกมาเต็มปาก หน้าอกของหน้าแตกหัก อวัยวะภายในแปรปรวนอย่างรุนแรงเพราะพลังกระบี่ฟ้าคำราม นางไม่เหลือเรี่ยวแรงจะสู้อีก

หวังกุ้ยหวู่เก็บกระบี่ลงฝักด้วยรอยยิ้มที่แสดงว่าควบคุมทุกอย่างได้

เหมียวม่านหยุนถูกผู้อาวุโสศาลาเฉินสุ่ยพากลับไปยังอัฒจันทร์ ผู้คนจำนวนมากเข้าไปล้อมรอบนางทันควัน เซียวหลี่หลิงดูอาการบาดเจ็บของเหมียวม่านหยุนแล้วกำหมัดแน่น นางหายใจเข้าออกสองสามครั้งจึงคลายหมัดออก

ศิษย์สำนักต่างๆพูดกัน หลายคนไม่เข้าใจเหตการณ์เมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่านางได้เปรียบอยู่ แต่ทำไมตอนสุดท้ายถึงได้รับบาดเจ็บสาหัสและพ่ายแพ้ล่ะ?

“ศิษย์พี่หวังเก่งกระบี่ โปรดชี้แนะด้วย!”

ฝั่งสำนักฉางหง ร่างหนึ่งกระโดดออกมา ยืนอยู่ตรงหน้าหวังกุ้ยหวู่

ร่างกายเขาตรงเหมือนหอกที่ยืนอยู่ด้านข้าง คนเป็นดั่งหอก ออร่าความเย็นชาแผ่ไปทุกทาง

ถังเหรินเฟย ศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักฉางหง

“พูดได้ดี!”

หวังกุ้ยหวู่ไม่ได้ถามชื่อ เพียงกุมมือเล็กน้อย

“เชิญ!”

ถังเหรินเฟยพูดเสียงทุ้ม ครู่ต่อมา เขาพุ่งเข้าหาและแทงหอกไปยังจุดสำคัญของหวังกุ้ยหวู่

หอกมังกรพิษ หอกพุ่งมาดั่งมังกร เสียงหอกแทงผ่านอากาศเหมือนกับเสียงคำรามของมังกรพิษซึ่งทำให้จิตใจผู้คนสั่นไหว แต่หวังกุ้ยหวู่ไม่ได้รับผลกระทบใด เสียงฟ้าร้องดังขึ้น กระบี่หอกปะทะกัน ทั้งสองกระเด็นถอยกลับไป

เมื่อครู่หวังกุ้ยหวู่ยังไม่ได้กินโอสถฟื้นฟู การเข้ามาของถังเหรินเฟยทำให้ดูเหมือนการสู้แบบวงล้อ แต่ตัวหวังกุ้ยหวู่ไม่สนใจคนอื่นจึงไม่พูดอะไรเช่นกัน

ทุกคนต่างจับตามองทั้งสองด้วยความงุนงง เหมือนกำลังได้ดูหวังกุ้ยหวู่สู้กับเหมียวม่านหยุนอีกรอบ

[1] คลื่นลูกใหม่ซัดคลื่นลูกเก่า คนรุ่นใหม่ที่ความสามารถมากกว่าเข้ามาแทนที่คนรุ่นเก่า

จบบทที่ ตอนที่ 215 พร้อมสู้เต็มที่

คัดลอกลิงก์แล้ว