เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 168 หวาดหวั่น

ตอนที่ 168 หวาดหวั่น

ตอนที่ 168 หวาดหวั่น


“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น หยูโต้วซานไม่อาจหลบการโจมตีนี้ ร่างกายเขาถูกกระแทกจากด้านหน้าจนเลือดเนื้อแตกกระจายไปบริเวณโดยรอบ

ใบหน้าเจียวเซี่ยงหยวนซีดลง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้จะจะใช้วิชานี้ต่อเนื่องไม่ได้ แต่ตอนนี้การทำสำเร็จในกระบวนท่าเดียวถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

ร่างเฉินเฟยวูบไหว กระบี่ในมือโบกสะบัด การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น มันไม่ใช่ครั้งสองครั้งที่หยูโต้วซานถูกทุบจนแหลกเป็นชิ้น สิ่งสำคัญคือจะทำให้พลังจิตใจในเลือดเนื้อสลายไปได้หรือไม่

หากทำไม่ได้หยูโต้ซานจะฟื้นฟูได้อีก

หากเกิดสถานการณ์นี้ขึ้นเฉินเฟยต้องคิดเรื่องหนีแล้วจริงๆ เพราะนั่นหมายความว่าหยูโต้วซานกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจจัดการและไร้เทียมทานในขอบเขตขัดเกลาทวาร

“ชิ้ง!”

เฉินเฟยฟันกระบี่ไปมา เส้นด้ายพลังจิตใจบนกระบี่ปะทะกับพลังจิตใจในเลือดเนื้อ เฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจเขาสั่นคลอน เขาพยายามลบพลังจิตใจออกจากเลือดเนื้อหยูโต้วซาน

“อ๊าก!”

หยูโต้วซานเปล่งเสียงร้องเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเขาจะถูกทุบตีอย่างไรก็ไม่แสดงอาการใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการร้องด้วยความเจ็บปวดเลย

เจียวเซี่ยงหยวนมีความสุขทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องของหยูโต้วซาน มีแค่คนที่สู้กับหยูโต้วซานเท่านั้นที่จะเข้าใจความลำบากนี้

มันเหมือนกับว่าไม่ได้เห็นแสงแห่งชัยชนะ และถ้าผ่อนคลายเล็กน้อยก็จะตกลงเหวทันที หากเป็นคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความตั้งใจมากพอคงจะหนีไปนานแล้ว

“ทุกคน ฆ่าศัตรูของตัวเองเสร็จแล้วให้รวมพลังจิตใจฆ่ามันด้วย!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงดัง พลังจิตใจของสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้มากกว่าตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด แม้เฉินเฟยจะใช้พลังจิตใจได้ดีกว่าคนอื่น แต่ปริมาณไม่ได้มากกว่ากันนัก

ด้วยพลังของเฉินเฟย ต่อให้เขาใช้พลังจิตใจจนหมดก็อาจฆ่าชิ้นส่วนของหยูโต้วซานทั้งหมดไม่ได้

กัวหลินซานเป็นคนแรกที่รีบวิ่งไปหา ฟันกระบี่กว้างในมือใส่เลือดเนื้อสุดแรง

การฟันกระบี่เพียงครั้งเดียวก้อนเนื้อก็สั่นไหวอย่างรุนแรง มันต้องการหลบหนีแต่ไม่มีกำลังมากพอ ใบหน้ากัวหลินซานซีดลงเล็กน้อยซึ่งเป็นผลมาจากการปะทะพลังจิตใจ

“ทนทานยิ่งนัก ลองอีกครั้ง!”

กัวหลินซานคำรามด้วยความโกรธ พลังจิตใจไหลเข้ากระบี่กว้างและฟันชิ้นเนื้อเดิมต่อไป ครั้งนี้ก้อนเนื้อสั่นไหวก่อนจะหยุดนิ่งไป แต่ใบหน้ากัวหลินซานซีดเซียวเช่นกัน

เจียวเซี่ยงหยวนเข้ามาด้านข้าง ป้องกันไม่ให้เลือดเนื้อหยูโต้วซานรวมตัวกันอีก หากมีแววว่ามันจะรวมตัวกัน เขาจะใช้กระบี่ดาวตกโจมตีทันที

เลือดเนื้อหยูโต้วซานจดจำพลังจิตใจของเจียวเซี่ยงหยวนได้แล้ว ดังนั้นผลของการสลายพลังจิตใจจึงไม่ดีนัก แต่ผลจากการโจมตีกายภาพไม่ได้ลดลง

เฉินเฟยจัดการกับเลือดเนื้อทุกจุด ในขณะเดียวกันยังมีผู้อื่นเข้าร่วมด้วย ปริมาณเลือดเนื้อที่หยูโต้วซานควบคุมได้เริ่มลดลงเรื่อยๆ

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างไม่รู้จบ เสียงกรีดร้องนี้ทำให้สัตว์อสูรกระต่ายตัวอื่นเกิดความโกลาหล

หลังจากรู้เบื้องหลังแท้จริงของสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ ความสามารภที่สัตว์อสูรกระต่ายพึ่งพาก็ไม่อาจปกป้องพวกมันได้อีกต่อไป

การเคลื่อนไหวแข็งทื่อกลายเป็นจุดบอดร้ายแรงเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู เมื่อพลังจิตใจสลายไป สัตว์อสูรกระต่ายก็ถูกฆ่าตาย เริ่มมีคนเข้ามาทำลายพลังจิตใจของหยูโต้วซานมากขึ้น เลือดเนื้อที่หยูโต้วซานควบคุมได้ก็น้อยลง

ใบหน้าทุกคนเริ่มปรากฏรอยยิ้ม พวกเขาคิดว่าคงถึงเวลาตายของตัวเองแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะเกิดการพลิกผันจะพลิกผันเช่นนี้

ตอนนี้พวกเขาต้องการกวาดล้างสัตว์อสูรกระต่ายทั้งหมด ไม่มีใครตาย ส่วนใหญ่เพียงได้รับบาดเจ็บ

สิ่งสำคัญคือหลังจากนั้นพวกเขาจะแบ่งป้ายเหล็กที่สัตว์อสูรกระต่ายนำมากด้วยประมาณสามสิบอัน ด้วยเหล็กจำนวนนี้ อย่างน้อยทุกคนจะได้รับคนละหนึ่งอัน

บางคนแอบมองเฉินเฟย พูดได้ว่าเฉินเฟยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะเฉินเฟยคนทั้งกลุ่มคงถูกทำลาย ซึ่งคาดเดาเรื่องต่อจากนั้นได้เลย

พอนึกถึงป้ายเหล็กที่เฉินเฟยได้รับบางคนก็เริ่มอิจฉา

แต่รางวัลของกลุ่มต้องแบ่งตามผลงาน หากลำเอียงเล็กน้อยจะถูกวิจารณ์และสุดท้ายอาจทำให้กลุ่มสลายตัว

เจียวเซี่ยงหยวนเข้าใจสิ่งนี้ คนอื่นๆก็เช่นกัน

และความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยแสดงออกมาในตอนนี้ทำให้หลายคนหวาดกลัว ด้วยพลังที่ลูกธนูแสดงให้เห็น คาดว่าใครก็ตามที่อยู่ในขอบเขตการขัดเกลาไขกระดูกถูกโจมตีคงไม่รอด

หรือต่อให้เป็นขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายใน หากไม่อยู่ในขั้นปลายหรือขั้นสูงสุด เมื่อถูกเฉินเฟยกำหนดเป็นเป้าหมายย่อมต้องโดนลูกธนูทะลวงผ่านโดยตรงซึ่งไม่มีโอกาสหลบหนีด้วยซ้ำ

มีความแข็งแกร่ง ทำผลงานเยอะ และป้ายเหล็กมากมาย แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครแสดงความเห็นและไม่กล้าแสดงความเห็นด้วย

เจิ้งจิ้งอันขบฟันแน่นแต่ไม่กล้าพูดไร้สาระ

เขาเคยดูถูกเฉินเฟยเพราะฐานฝึกฝนต่ำ แม้เฉินเฟยจะมีอาจารย์ขอบเขตขัดเกลาทวาร แต่ไม่อาจซ่อนความจริงที่ฐานฝึกฝนยังดีไม่เท่าเจิ้งจิ้งอัน

แต่ตอนนี้ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เจิ้งจิ้งอันอาจถูกเฉินเฟยโจมตีอย่างรุนแรง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ว่า เจิ้งจิ้งอันจะกล้าหาญแค่ไหนก็ต้องหยุดความบาดหมางไว้ก่อน

ตอนนี้เมื่อเทียบกับพื้นหลังแล้วเขาไม่ดีเท่าอีกฝ่าย เทียบพลังต่อสู้เขาก็ยังไม่ดีเท่า แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้ หากยังดิ้นรนต่อไปเขาจะเป็นคนเดียวที่ทุกข์

เจิ้งจิ้งอันเป็นคนใจแคบแต่ไม่ใช่คนโง่ ไม่มีคนโง่คนใดที่พัฒนาฐานฝึกฝนของตนมาถึงขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในและผ่านการทดสอบนิสัยของสำนักได้

โดยปกติแล้วเขาจะอวดดีและใช้อำนาจบาตรใหญ่

“ฆ่าไม่ได้ พวกเจ้าฆ่าข้าไม่ได้!”

ทันใดนั้นเสียงหยูโต้วซานดังมาจากเลือดเนื้อ เลือดเนื้อบางส่วนที่กำลังดิ้นรนหยุดขยับทันที หยูโต้วซานรวมพลังจิตใจทั้งหมดไว้ในตำแหน่งเดียว

“ปัง!”

โหมวหยวนชางแทงกระบี่ใส่ แต่ทันใดนั้นเขากระอั่กเลือดออกมาเต็มปากและตัวกระเด็นปลิวไปข้างหลัง ใบหน้าเขาซีดลงมาก มันเป็นผลจากการปะทะพลิงจิตใจแต่โดนสะท้อนกลับ

คนอื่นๆตกใจจนอดไม่ได้ที่จะชะลอการโจมตีลง ขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในมีพลังจิตใจครึ่งชั่งกับแปดตำลึง[1] อย่างมากเมื่อไปถึงขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด พลังจิตใจจะแข็งแกร่งขึ้นแต่ไม่ได้มากมายนัก

แม้แต่โหมวหยวนชางได้รับบาดเจ็บจากการตีกลับ หากพวกเขายังโจมตีต่อไปผลลัพธ์คงไม่ดีไปกว่ากัน

พลังจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญในการทะลวงขอบเขตขัดเกลาทวาร มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างแท้จริง หากรากฐานได้รับความเสียหายมันจะส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการทะลวงขอบเขตขัดเกลาทวารในอนาคต

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าเจ้าอยากฆ่าข้างั้นมาตายด้วยกัน!”

เสียงหยูโต้วซานบ้าคลั่ง เลือดเนื้อสั่นเทาอย่างรุนแรง ในเวลาต่อมาเลือดเนื้อดระเบิดออก เลือดมากมายกระจายทุกทิศทางพร้อมกับความผันผวนจิตใจ

ทุกคนตกใจและถอยหนีอย่างบ้าคลั่ง

สถานการณ์น่าเศร้าของโหมวหยวนชางยังคงติดตาพวกเขาอยู่ หากสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้ลากไปตายด้วยจริง ไม่แน่ว่ามันจะสามารถฆ่าพวกเขา แต่ถ้าเป็นการทำลายพลังจิตใจมันจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

ท่องหนีสุญตา!

เฉินเฟยไม่ขยับเท้า ร่างกายท่อนบนของเขากลายเป็นเงามากมายหลบการโจมตีจากเลือด

แม้น้ำเสียงของสัตว์อสูรกระต่ายจะเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง แต่พลังจิตใจที่ผันผวนกลับสงบมาก ความสงบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ต้องการตายควรมี

“อ๊ะ!”

เฉินเฟยที่เพิ่งรอดพ้นจากการโจมตีของเลือดได้เห็นหยูโต้วซานกลายเป็นเงาเลือดหนีไปไกล แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเปิดทางให้ตัวเองหนี

การเอาชีวิตรอดเป็นสัญชาตญาณแรกของสิ่งมีชีวิตเสมอ สัตว์อสูรกระต่ายเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกัน แน่นอนว่ามันไม่เต็มใจรอความตายอยู่ตรงนั้น หากมีโอกาสหนีมันจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นไปแน่นอน

“จะหนีหรือ!”

ร่างกายฟู่จ้าวซิงวาบไหว เขาต้องการปิดกั้นเส้นทางหยูโต้วซาน แต่เขามีเวลาเพียงที่จะยกที่ดินผืนหนึ่งออกไป

“ศิษย์พี่ฟู่ สัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้ใช้รูปแบบเผิงโบยบินอีกแล้ว” ศิษย์น้องของฟู่จ้าวซิงกระซิบ

“ข้าเห็นแล้ว” สีหน้าฟู่จ้าวซิงน่าเกลียด ความรู้สึกของการเสียศิษย์น้องและถูกเรียนรู้วิชาของตัวเองมันช่างแย่ยิ่งนัก

สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายใช้วิธีการเก่าและใหม่เพื่อบรรลุสิ่งเดียวกันโดยไม่ต้องใช้อาวุธกึ่งวิญญาณ

เมื่อเห็นเงาเลือดกำลังมาคนกลุ่มหนึ่งก็พยายามหยุดยั้งมัน แต่ฟันได้เพียงหางเงาเท่านั้นและไม่อาจหยุดยั้งมันได้ เจียวเซี่ยงหยวนใชกระบี่ฟันจนเกิดภาพติดตาและติดตามเงาเลือดอย่างใกล้ชิด

แต่ในไม่ช้าเจียวเซี่ยงหยวนก็หยุดเท้าลง

กระบวนท่ากระบี่นี้ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการระเบิดพลังในระยะสั้น ความเร็วของมันน่าประทับใจมาก แต่ถ้าต้องการใช้เป็นเวลานาน พลังภายในและพละกำลังของเจียวเซี่ยงหยวนยังเพิ่มตามไม่ทัน

ทุกคนยอมแพ้ มีเพียงเฉินเฟยที่กลายภาพเงาติดตามหยูโต้วซานในชั่วพริบตา ทั้งสองไล่ตามกันและหายไปจากสายตาทุกคน

“ท่าร่างศิษย์น้องเฉินรวดเร็วยิ่งนัก!”

คนอื่นๆจำได้ว่าก่อนหน้านี้เจียวเซี่งหยวนชื่นชมท่าร่างของเฉินเฟย ในตอนนั้นบางคนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงและคิดว่าท่าร่างของตนไม่แย่ไปกว่าเฉินเฟย

ตอนนี้พอนำมาเปรียบเทียบกัน แบบนี้จะเปรียบเทียบได้อย่างไร แม้แต่เจียวเซี่ยงหยวนซึ่งอยู่ในขอบเขตขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดยังด้อยกว่าเฉินเฟยในด้านท่าร่าง

เจียวเซี่ยงหยวนไม่พูดอะไร เขาขมวดคิ้วมองจุดที่เฉินเฟยหายไป

ถ้าหลังจากนี้หยูโต้วซานหนีไปได้ หลังจากนี้พักหนึ่งอาจมีสัตว์อสูรกระต่ายจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น

พวกเขาทุกคนรู้วิธีฆ่าสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ แต่นักยุทธ์คนอื่นในดินแดนลับยังไม่รู้ ถ้าหยูโต้วซานแอบไปพัฒนากลุ่มจนมีหลายสิบคน สิ่งต่างๆคงแย่ลง

เฉินเฟยใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณสุดกำลัง แต่เขาทำได้เพียงติดตามหยูโต้วซานจากระยะไกลโดยไม่ทิ้งระยะห่างมากกว่าเดิมแต่ไม่อาจตามทัน

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่รีบร้อน เพื่อจะคว้าโอกาสเอาชีวิตรอดสัตว์อสูรกระต่ายตัวนี้จึงใช้พลังเกือบทั้งหมดแล้ว ตอนนี้อย่างน้อยสุดยังเหลือต้นกำเนิดอีกเพียงเล็กน้อย

ต้นกำเนิดไม่ได้รับพลังเพิ่มจากภายนอก ยิ่งใช้มีแต่ยิ่งน้อยลง ตราบใดที่เฉินเฟยไม่หลงทางสุดท้ายเขาจะฆ่ากระต่ายตัวนี้ได้อยู่ดี

“ปล่อยข้าไป ข้าจะพาเจ้าไปหาป้ายเหล็กพวกนั้น ข้ารู้ว่าพวกเจ้าต้องการป้ายเหล็ก!”

หยูโต้วซานเหมือนจะรู้ว่าตกอยู่ในอันตรายดังนั้นจึงตะโกนบอกเฉินเฟย มันแตกต่างกับความดื้อด้านก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

บอกได้คำเดียวว่าเมื่อชีวิตถูกคุกคามหลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนไป

“ได้ ข้าสัญญา!” เฉินเฟยพูดเสียงดัง

“เจ้าโกหก!”

สัตว์อสูรกระต่ายตะโกนด้วยความโกรธ ส่วนเฉินเฟยก็พูดไม่ออก ทันใดนั้นเขาจำได้ว่าสัตว์อสูรกระต่ายใช้พลังจิตใจตามสัญชาตญาณ โดปกติแล้วมันจะแยกแยะได้ว่าเฉินเฟยรับแบบส่งๆหรือจริงใจ

[1]ครึ่งชั่งกับแปดตำลึง พอๆกัน

จบบทที่ ตอนที่ 168 หวาดหวั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว