เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 169 มิตรภาพบอบบาง

ตอนที่ 169 มิตรภาพบอบบาง

ตอนที่ 169 มิตรภาพบอบบาง


เฉินเฟยไม่รู้สึกเขินอายที่ถูกอสูรกระต่ายเปิดโปง หากมันเชื่อจริง เฉินเฟยไม่รังเกียจที่จะฆ่ามันหลังได้รับป้ายเหล็ก

หากมันไม่เชื่อ สถานการณ์จะเป็นเหมือนเดิมและเฉินเฟยไม่ได้สูญเสียสิ่งใด

อย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยอสูรกระต่ายไป เฉินเฟยมีความคิดเดียวกับเจียวเซี่ยงหยวนที่ไม่อยากเห็นนักยุทธ์กลุ่มหนึ่งถูกอสูรกระต่ายยึดร่างในไม่กี่วันแล้วมายืนอยู่ข้างหน้าพวกเขาและแกว่งกระบี่ใส่

อสูรกระต่ายเหมือนสัมผัสได้ถึงความคิดเฉินเฟย มันหยุดพูดและคอยเปลี่ยนทิศทางเพื่อสลัดเฉินเฟยให้หลุด

แต่สำหรับฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณระดับรู้แจ้งแล้ว การเปลี่ยนแปลทิศทางไม่ได้ทำให้เฉินเฟยหยุดชะงัก ดังนั้นมันจึงไม่อาจสลัดเฉินเฟยหลุด

หากไม่ใช่เพราะวิชาลับวิ่งทะยาน เฉินเฟยในเวลานี้ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยลงอยากจะลองว่าสามารถยับยั้งกระต่ายได้โดยตรงหรือไม่

น่าเสียดายที่วิ่งทะยานเป็นการเรียนรู้โดยบังเอิญในอำเภอผิงหยินและ,uระดับตื้นเขิน เมื่อฐานฝึกฝนและท่าร่างของเฉินเฟยพัฒนาขึ้นมันจึงให้ความช่วยเฉินเฟยได้น้อยลง

หนึ่งคนหนึ่งอสูรไล่ล่ากันเป็นระยะทางกว่ายี่สิบลี้ในเวลาอันสั้น ในจุดนี้อสูรกระต่ายยังต้องการล่อเฉินเฟยไปที่รังสัตว์อสูรตัวอื่นด้วย

แต่ลมปราณของอสูรแข็งแกร่งมากจนเฉินเฟยตรวจจับได้จากระยะไกล และอสูรกระต่ายไม่กล้าบุกเข้าไปจริงๆเพราะตัวแรกที่ถูกกินต้องเป็นมันแน่นอนไม่ใช่เฉินเฟย

“อ๊าก!”

ทำอย่างไรก็สลัดไม่หลุดเสียที อสูรกระต่ายร้องคำรามอย่างสิ้นหวัง เห็นได้ชัดว่ากลุ่มอสูรกระต่ายของพวกมันกำลังจะผงาดขึ้นในดินแดนลับ

หลังจากยึดร่างนักยุทธ์ได้มากมาย ทำไมวันนี้ถึงได้สูญเสียไปทั้งหมด?

สิ่งนี้ทำให้อสูรกระต่ายสับสนและไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่มันไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้

อสูรกระต่ายเลี้ยวที่มุมข้างหน้าและรีบไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

เฉินเฟยยังคงสงบนิ่งและคำนวณโอกาสที่จะฆ่าอสูรกระต่าย หลังจากวิ่งมานานอสูรกระต่ายก็เหลือต้นกำเนิดเพียงเล็กน้อย หากอสูรกระต่ายไม่อยากตาย สถานที่ที่มันกำลังไปนี้อาจเป็นความหวังสุดท้าย

เป็นไปได้ว่าการที่มันไปจุดสุดท้ายนี้อาจเป็นเพราะไม่มีทางออกหรือไว้วางใจที่นั่นมาก

ไม่ว่าจะทำอย่างไรเฉินเฟยต้องระวังและให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวเองก่อน

“สหายปาค่า ช่วยข้าด้วย!”

อสูรกระต่ายตะโกนขอร้องเสียงดังไปด้านหน้า

วิ่งทะยาน!

ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แม้ความเร็วจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ยุงยังคงมีเนื้อไม่ว่าพวกมันจะเล็กแค่ไหน เฉินเฟยที่เร็วขึ้นอย่างกะทันหันเป็นเรื่องเกินความคาดหมายของอสูรกระต่ายโดยสิ้นเชิง

“ชึก!”

กระบี่ยาวในมือเฉินเฟยวาบไหวทะลวงผ่านต้นกำเนิดเงาเลือดอสูรกระต่าย

ความผันผวนทางอารมณ์ที่รุนแรงของอสูรกระต่ายขาดห้วง เวลาต่อมาต้นกำเนิดบิดเบี้ยวและกลายเป็นสระเลือดตกลงพื้นซึมเข้าไปในดิน

หลังจากยืนยันว่าอสูรกระต่ายตายแล้ว เฉินเฟยจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและมองไปรอบด้านอย่างระวัง ขณะเฉินเฟยที่กำลังจะจากไปก็หันเห็นโพรงด้านขวาเข้าพอดี

มีการเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น เสียงซือซือดังมาจากที่นั่น

ร่างเฉินเฟยวูบไหวอยู่ห่างออกไปสิบหมี่ เฉินเฟยเกิดสายตาระวังเมื่อนึกถึงสหายปาค่าที่อสูรกระต่ายพูดถึงเมื่อครู่

หัวเล็กๆโผล่ออกมาจากโพรงช้าๆและมองมาที่เฉินเฟย

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้างมองหัวนั้นอย่างประหลาดใจ

มันเป็นหัวของสมุนไพร มีลักษณะคล้ายโสมแต่ต่างจากโสม ในเวลานี้ดวงตาสีเข้มคู่หนึ่งกำลังมองเฉินเฟยที่อยู่ด้านบน

“เจ้าฆ่าสหายข้าหรือ?”

เห็นได้ชัดว่ามันตัวเล็กแต่น้ำเสียงกลับเก่าแก่ ในตอนนี้พอมันเห็นคราบเลือดเล็กน้อยบนดินน้ำเสียงมันก็เปลี่ยนเป็นโกรธเคือง

เฉินเฟยชี้กระบี่ลงมุมหนึ่งแล้วมองโสมปาข่า

กระต่ายตัวนี้ยังกลายเป็นสัตว์อสูร วัตถุวิญญาณกลายพันธุ์ย่อมเกิดภูมิปัญญา ตอนนี้โสมเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์และยังพูดภาษามนุษย์ได้

อสูรกระต่ายพูดได้เพราะยึดร่างนักยุทธ์ เป็นธรรมดาที่จะดูดซับความทรงจำ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการพูดคุย มันสามารถใช้วิชายุทธ์ได้ด้วยซ้ำ

แต่เกิดอะไรขึ้นกับอสูรโสมอันนี้ ทำไมมันถึงพูดได้ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

“ข้าถามว่า เจ้าเป็นคนฆ่าสหายข้าใช่ไหม!”

ปาข่าโกรธยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นเฉินเฟยไม่ตอบ ร่างกายมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้น พริบตาเดียวได้กลายเป็นอสูรโสมยักษ์สูงสามหมี่

เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์น่าสับสนก่อนหน้านี้ ในเวลานี้ปาข่าดูดุร้ายมากขึ้น ไม่เพียงแต่น่าเกรงขามแต่ยังกดดันจิตใจด้วย

เฉินเฟยรู้สึกว่าเคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนได้ยากขึ้น ความรู้สึกเวลานิรันดร์แผ่ซานไปทั่วบริเวณ

“ปัง!”

ปาข่าก้าวไปหนึ่งก้าว ปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟยทันใดและต่อยหนึ่งหมัด

“ฆ่าสหายข้า เจ้าต้องชดใช้!”

ปาข่าไม่มีวิชาหมัด เพียงต่อยออกไปตามตรง แต่ถึงอย่างนั้นพลังของหมัดนี้ยังน่าทึ่งมาก นี่คือสิ่งที่เรียกว่าหนึ่งพลังชนะสิบ

เมื่อแข็งแกร่งจนถึงระดับหนึ่งวิชายุทธ์จะกลายเป็นเรื่องรอง แน่นอนว่าต้องแตกต่างกันอย่างมากถึงทำให้วิชายุทธ์เป็นเรื่องรอง

ไม่อย่างนั้นวิชายุทธ์ย่อมเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

“ตู้ม!”

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและมีรูขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้หมัด ปาข่ายกมือขึ้นแต่ไม่เห็นเลือดเนื้อแหลกเหลว เฉินเฟยหายตัวไปจากจุดนั้นและปรากฏตัวห่างออกไปสิบหมี่

เมื่อเผชิญกับพลังมหาศาลแบบนี้ สมองเฉินเฟยต้องโดนลาทีบแน่นอนหากยังรอรับอยู่

“ฮึ่ม!”

ปาข่าหายใจออกยาว มันเหมือนมีเสาลมสองต้นพุ่งออกมา

“เจ้าหลบหมัดของข้าได้!”

เสียงปาข่าดังผิดปกติ เฉินเฟยหรี่ตาเล็กน้อยและวางแผนวิ่งหนี ด้วยท่าร่างและพละกำลังของเขา โอกาสที่เฉินเฟยจะชนะเรียกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

“เอาล่ะ ข้าทำดีที่สุดเพื่อสหายแล้ว เจ้าไปได้” ปาข่าพูดพึมพำ ร่างมันหดตัวลงทันทีและกลายเป็นร่างโสมจิ๋วเหมือนเดิม

ดวงตาเฉินเฟยเบิกกว้าง คำพูดนี้ทำให้เขาตกตะลึง

มิตรภาพบอบบางนี่มันอะไรกัน แค่ใช้หมัดเดียวก็จบเรื่องสหายตายแล้วหรือ?

เจ้าแน่ใจนะว่านั่นคือสหาย?

“ถ้าไม่มีอะไรต้องทำจงอย่าอยู่ที่นี่ แถวนี้อันตรายนัก” ปาข่าพูดเตือนเฉินเฟยขณะเดินไปที่โพรง

“ทำไมเจ้าถึงพูดภาษามนุษย์ได้” เฉินเฟยมองด้านหลังปาข่าและอดไม่ได้ที่จะถาม

“โอ้ เจ้ากระต่ายนั่นนำมนุษย์มาให้ข้าหนึ่งคนและต้องการให้ข้าตามออกไป ข้ายอมรับมนุษย์แต่ปฏิเสธคำขอของกระต่าย ข้าดูดซับมนุษย์จึงสามารถพูดภาษามนุษย์ได้”

ปาข่าเดินต่อไป มันยืนอยู่นอกโพรงและเตรียมกระโดดเข้าไปข้างใน

“เจ้ารับมนุษย์คนนั้นไปจึงต่อยข้าหรือ?” เฉินเฟยพูดไม่ออก

“ใช่ มันไม่สมเหตุสมผลหรือ?” ปาข่าหันกลับไปมองเฉินเฟยด้วยสายตารังเกียจ

เฉินเฟยกระพริบตาปริบ แท้จริงแล้วมันเป็นแค่โสมหรือ?

แต่ถ้าคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ปาข่าพูดอย่างรอบคอบ ดูเหมือนว่ามันจะมีเหตุผล

ปาข่าแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากกลายเป็นร่างใหญ่ไม่เพียงแต่พละกำลังและความเร็วจะน่าทึ่งแต่การป้องกันยังประเมินได้ว่าไร้ที่เปรียบ ไม่อย่างนั้นมันคงรองรับพลังมหาศาลขนาดนั้นไม่ได้

อสูรกระต่ายใช้มนุษย์แลกกับหมัดของปาข่า แล้วเฉินเฟยใช้สิ่งอื่นแลกกับหมัดของปาข่าได้ไหม?

การซื้อขายกับโสมฟังดูค่อนข้างเพ้อฝัน แต่ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ผล? อย่างน้อยตอนนี้ทั้งสองไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจะหาสิ่งนี้ได้จากที่ไหน?”

เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบป้ายเหล็กออกมาแสดงให้ดู

ปาข่าเหลือบมอง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ข้าเคยเห็นมัน ล่าสุดข้าเห็นอันหนึ่งที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ ถ้าอยากได้ก็ไปเอาเอง”

“ถ้าข้าต้องการให้เจ้าช่วยไปเอาป้ายเหล็กอันนั้น ข้าสามารถใช้อย่างอื่นแลกเปลี่ยนกับเจ้าได้หรือไม่       ?”

โสมปาข่าเคยเห็นป้ายเหล็กจริง ชื่อต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องดี บางทีอาจมีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในผู้โชคร้ายถูกฝังอยู่ใต้มัน

“เจ้าอยากแลกเปลี่ยนกับข้าหรือ? ได้สิ ไปเอามนุษย์ที่มีชีวิตมาสองคนแล้วข้าจะเอาป้ายเหล็กมาให้”

ปาข่าเริ่มสนใจเล็กน้อยและยังไม่เข้าโพรง

ตั้งแต่ดูดซับมนุษย์มาปาข่ารู้สึกว่าตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลง ป้ายเหล็กนั่นหาไม่ยาก หากดูดซับมนุษย์อีกสองคนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกหรือไม่?

“เรื่องนี้ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเถอะ”

เฉินเฟยส่ายหัว ในฐานะมนุษย์เฉินเฟยสามารถฆ่าคนเพื่อผลประโยชน์ แต่เขาจะไม่ยอมจับคนไปเป็นอาหารสัตว์อสูรเหล่านี้แน่

“ตัวเจ้ามีกลิ่นดอกบัวฝันหวาน เอาเมล็ดดอกบัวฝันหวานมาให้ข้ามากกว่าสิบเม็ดแล้วข้าจะไปเอาป้ายเหล็กมาให้”

ปาข่าสูดดูมและได้กลิ่นดอกบัวฝันหวานจากตัวเฉินเฟย

รสชาติของดอกบัวฝันหวานนั้นดี แต่ปาข่าไม่อาจชนะมันได้ ครั้งก่อนเขาพอได้เมล็ดหนึ่งเม็ดแต่เกือบทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ปาข่ายังคงอยากกินเมล็ดบัวแต่ไม่อยากเสี่ยงเช่นกัน

“ข้าไม่มีสิ่งนี้เช่นกัน”

เฉินเฟยอยากจะกลอกตาใส่ เมล็ดบัวกับใบบัวเฉินเฟยกินไปหมดแล้ว เขาจะเก็บมันไว้ในมือได้อย่างไร? ปาข่าตัวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มันต้องการมากกว่าสิบเม็ดด้วยซ้ำ

“นี่ไม่มี นั่นไม่มี เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนกับข้าจริงหรือ”

ปาข่ามองเฉินเฟยด้วยความรังเกียจ มนุษย์คนนี้ตอบรับคำขอเล็กน้อยสองข้อของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้ามนุษย์คนนี้ไม่พริ้วไหวขนาดนั้นเขาคงจับกินไปแล้ว

“เอาอันนี้มั้ย มันอร่อย”

เฉินเฟยแกล้งทำเป็นหยิบอะไรบางอย่างออกจากอ้อมแขน ไก่ย่างปรากฏอยู่ในมือซ้ายเฉินเฟยและยกออกมาแสดงให้ปาข่าดู

ภายในช่องมิติเวลาจะไม่เดิน ในเวลานี้ไก่ย่างยังคงมีกลิ่นหอมอยู่ มันทำให้ผู้คนอ้าปากค้างและอดไม่ได้ที่จะกินไก่ย่างในคำเดียว

ปาข่าสูดดม มันเป็นกลิ่นที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ปาข่าไม่คิดว่าไก่ย่างจะอร่อยอะไรขนาดนี้ มันดูแปลกตาแต่อร่อยกว่ามนุษย์

ปาข่าไม่ชอบกินมนุษย์แถมรสชาติยังไม่อร่อย มันแค่คิดว่ามนุษย์สามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาให้เท่านั้น

“ถ้าไม่ต้องการสิ่งนี้แล้วยังมีอย่างอื่นอีกไหม?” ปาข่าพูดเสียงดัง

“ปกติเจ้ากินอะไร” เฉินเฟยถามกลับ

“ข้ากินของพวกนี้เป็นหลัก ข้าเริ่มเบื่อมันแล้วด้วย”

มือเล็กๆของปาข่าเอื้อมไปข้างหน้า สมุนไพรที่มีอายุอย่างน้อยห้าสิบปีลอยบินออกจากโพรงและปรากฏอยู่ในมือปาข่า ปาข่ายัดสมุนไพรเข้าปากแล้วกลืนลงไป

“ใช้สมุนไพรเหล่านี้แลกกับการที่ข้าปรุงอาหารให้เจ้าได้หรือไม่?”

“อาหาร?”

ปาข่าตกใจ ในความทรงจำของมนุษย์ที่เขาดูดซับมา อาหารเป็นสิ่งคล้ายคลึงกับไก่ย่างเมื่อครู่ แต่จะปรุงอาหารด้วยสมุนไพรได้อย่างไร?

จบบทที่ ตอนที่ 169 มิตรภาพบอบบาง

คัดลอกลิงก์แล้ว