เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 167 คาดการณ์การทำนาย

ตอนที่ 167 คาดการณ์การทำนาย

ตอนที่ 167 คาดการณ์การทำนาย


ไม่ใช่เพราะว่าสัตว์อสูรกระต่ายแสดงพฤติกรรมใด แต่เพราะมันต้องการดูดซับพลังจิตใจจากการโจมตี

ตามจริงแล้วนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายฝึกฝนพลังจิตใจได้น้อย โดยเฉพาะก่อนถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะไม่สามารถฝึกพลังจิตใจได้เลย สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับปรุงภายในของตัวเอง

อย่างไรก็ตามหลังมาถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหรือแม้แต่ระดับขัดเกลาไขกระดูกขั้นปลายจะสัมผัสได้ถึงพลังจิตใจมากขึ้น

เพียงเพราะไม่ได้ฝึกฝนไม่ได้หมายความว่าจะใช้พลังจิตใจไม่ได้ แท้จริงการฝึกพลังภายในและการเคลื่อนไหวทุกครั้งล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังจิตใจ

เพียงแต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้โดยสัญชาตญาณเช่นเดียวกับการหายใจ ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็น

สัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้มีคุณสมบัติบางอย่างของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร กล่าวคือพวกมันชำนาญการใช้พลังจิตใจ

ด้วยเหตุนี้มันจึงหยุดการโจมตีไว้ โดยเฉพาะตอนสัตว์อสูรกระต่ายโจมตีครั้งแรก คุณจะตกตะลึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพียงเพราะความประมาทของจิตใจ สัตว์อสูรกระต่ายจึงใช้โอกาสนี้ดูดซับพลังจิตใจที่ติดมากับการโจมตี หลังจากดูดซับพลังจิตใจแล้วจะใช้มันทำให้ร่างกายชินกับพลังจิตใจ

ต่อจากนั้นความเสียหายจากการโจมตีที่มีต่อพวกมันจะลดลงเรื่อยๆ และพวกมันจะใช้พลังจิตใจฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องตามที่มันต้องการ

สิ่งที่ตัดออกไปเป็นเลือดเนื้อพวกมันเสมอ และพลังจิตใจในเลือดเนื้อจะสู้ได้ด้วยพลังจิตใจเท่านั้น เนื่องจากมันชินกับพลังจิตใจแล้วจึงไม่สามารถตัดมันได้อีก

เว้นแต่จะใช้พลังจิตใจได้อย่างเชี่ยวชาญแทนที่จะใช้มันโดยสัญชาตญาณ

น่าเสียดายที่ในระดับปรับแต่งร่างกายมีเพียงไม่กี่คนที่ใช้พลังจิตได้อย่างชำนาญ แม้จะเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด มันเป็นการเสริมสร้างพลังจิตใจเพื่อเตรียมพร้อมวัดจุดทวารในอนาคตแทนที่จะคิดถึงวิธีโจมตีคนอื่นด้วยพลังจิตใจ เพราะสำหรับพวกเขานั่นเป็นการวางเกวียนไว้หน้าม้า

แน่นอนว่าความยากในการฝึกวิชาจิตใจเป็นเหตุผลสำคัญเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ได้จำกัดการพัฒนาพลังจิตใจของนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้จึงทำทุกอย่างที่พวกมันต้องการได้

จนกระทั่งเฉินเฟยค้นพบเรื่องนี้

“ทุกคน สลับคู่ต่อสู้ของตัวเอง รวมพลังจิตใจแล้วโจมตี!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงดังแล้ววาบไหวมาหากัวหลินซานโดยใช้โล่กระบี่ป้องกันการโจมตีซุนจงไห่

ซุนจงไห่ได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อนของโล่กระบี่ เขาถอยเซกลับไป ก่อนที่เขาจะยืนได้อย่างมั่นคง กระบี่ได้แทงทะลุหน้าผากเขาไปแล้ว

ทันใดนั้นร่างกายซุนจงไห่แข็งทื่อ สายตาบ่งบอกถึงความเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดหายไปอย่างรวดเร็วและล้มลงไปข้างหลังโดยไร้ซึ่งลมหายใจ

เฉินเฟยดึงกระบี่ยาวกลับ กระบี่ยาวใช้พลังจิตใจเพียงสามส่วนซึ่งน้อยกว่าเมื่อครู่

สำหรับการใช้พลังจิตใจอาจพูดได้ว่าเฉินเฟยเป็นนักยุทธ์ที่เก่งที่สุดในบรรดานักยุทธ์ณที่แห่งนี้ เคล็ดพันต้นกำเนิดได้ผสานวิชาจิตใจสามอย่าง สองวิชา เป็นระดับรู้แจ้ง และอีกหนึ่งวิชาเป็นของสมาคมนักหลอมโอสถ

แม้จะเป็นเพียงสองขั้นแรกแต่มันกลับลึกลับและไม่ธรรมดา

สิ่งที่เฉินเฟยห่อหุ้มรอบกระบี่ยาวคือพลังจิตใจที่เหมือนเส้นไหม หลังจากเจาะหน้าผากซุนจงไห่ พลังจิตใจเหล่านี้จะทำลายรอยต่อทั้งหมดของพลังจิตใจและพลังกายซุนจงไห่อย่างรวดเร็วทำให้พังทลายในพริบตา

เทียบกับการใช้รูปแบบเส้นไหมแล้ว มันจะใช้พลังจิตใจน้อยกว่า

นี่คือความแตกต่างระหว่างการมีวิชาจิตใจและไม่มี

คนอื่นค่อนข้างสับสนเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย จนกระทั่งเฉินเฟยฆ่าซุนจงไห่พวกเขาจึงพบว่าเฉินเฟยกำจัดสัตว์อสูรกระต่ายสองตัวไปแล้ว

สัตว์อสูรกระต่ายสองตัวนั้นไม่ลุกขึ้นและไม่รวมเลือดเนื้ออีกต่อไป พวกมันเป็นเหมือนนักยุทธ์ธรรมดาโดยสิ้นเชิงซึ่งจะตายหลังบาดเจ็บสาหัส

“พลังจิตใจ?”

เฉินเฟยพิสูจน์คำพูดของตัวเองด้วยการกระทำ ในขณะนี้ไม่ว่าคนอื่นจะช้าแค่ไหนพวกเขาก็เข้าใจว่าเฉินเฟยพบวิธีเอาชนะศัตรูแล้ว จากที่พวกเขาลังเลก็เปลี่ยนเป็นการสลับคู่ต่อสู้กับคนข้างตัว

นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายใช้พลังจิตใจได้ไม่ดี แต่อย่างที่พูดไว้ตอนต้น พวกเขาใช้มันได้ไม่ดีแต่แท้จริงแล้วพวกเขาใช้มันทุกวันเช่นเดียวกับการหายใจ

ดังนั้นแม้คนเหล่านี้จะใช้พลังจิตใจโดยไม่มีความสามารถ แต่พวกเขายังสามารถระดมพลังจิตใจและห่อหุ้มไว้กับการโจมตีได้

ในไม่ช้าพวกเขาก็ค้นพบว่าหลังจากสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บ ความเร็วในการฟื้นฟูของพวกมันช้าลง สัตว์อสูรกระต่ายที่อ่อนแอกว่าบางตัวถึงกับฟื้นฟูไม่ได้อีก

“ฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมมาก!”

ทุกคนต่างเบิกบานใจ ภาพที่สัตว์อสูรกระต่ายฟื้นฟูตัวเองโดยไม่เป็นอะไรเลยทำให้พวกเขาคลื่นไส้

ตามจริงแล้วการโจมตีที่สัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้รู้ค่อนข้างแข็งทื่อ แม้จะยึดร่างนักยุทธ์ไปแต่พวกมันไม่ได้เข้าใจวิชายุทธ์ที่เจ้าของร่างเดิมฝึกฝนไว้

ผลคือพลังต่อสู้ที่มีจะต่ำกว่าระดับเดียวกันมาก

แต่คุณสมบัติการฟื้นฟูที่ไร้สิ้นสุดนั้นได้เปรียบเกินไป สัตว์อสูรกระต่ายไม่สามารถป้องกันตัวเองและสามารถโจมตีศัตรูต่อไปได้โดยไม่ต้องลังเล

อย่างไรแล้วอัตรายอมรับข้อผิดพลาดนั้นเป็นอนันต์ ต่อให้สู้อย่างสบายๆสุดท้ายก็ชนะอยู่ดี

แต่ตอนนี้ความสามารถฟื้นฟูไร้สิ้นสุดถูกตัดทิ้ง ความอ่อนแอของสัตว์อสูรกระต่ายเหล่านี้จึงถูกเปิดเผยทันที

เจียวเซี่ยงหยวนสังเกตสถานการณ์ในสนามแล้วตาเป็นประกาย

เมื่อเทียบกับนักยุทธ์คนอื่นที่ไม่รู้เกี่ยวกับพลังจิตใจ เจียวเซี่ยงหยวนที่มาถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดได้ฝึกฝนพลังจิตใจแล้ว ดังนั้นการใช้พลังจิตใจจึงดีกว่าคนอื่นมาก

ในขณะนี้เขาถือกระบี่ยาวกับหยูโต้วซาน เขารู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน หยูโต้วซานไม่กล้าโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ต้องป้องกันอีก

แต่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์เหมือนจะได้แค่นั้น เจียวเซี่ยงหยวนพบว่าเขายังปราบหยูโต้วซานไม่ได้

เมื่อนึกถึงการสลับคู่ต่อสู้ที่เฉินเฟยพูดถึง เจียวเซี่ยงหยวนเข้าใจเหตุผลอย่างคลุมเครือ แต่ปัญหาคือเขาไม่สามารถสลับตัวกับคนใครได้

เมื่อเทียบกับความไม่รู้ของสัตว์อสูรกระต่ายตัวอื่น ภูมิปัญญาของหยูโต้วซานสูงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเจียวเซี่ยงหยวนใช้วิชากระบี่เพียงครั้งสองครั้ง อีกฝ่ายก็เห็นข้อบกพร่องได้ชัดเจน

เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรกระต่ายหยูโต้วซานเป็นการดำรงอยู่ที่น่ากลัวกว่าสัตว์อสูรกระต่ายกลุ่มนี้

“ศิษย์น้องเฉิน มาช่วยข้าที!”

เขาถูกหยูโต้วซานกระแทกถอยหลังไปสองก้าว เจียวเซี่ยงหยวนอดไม่ได้ที่จะขอความช่วยเหลือจากเฉินเฟย

แม้ว่าการที่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดขอความช่วยเหลือจากระดับขัดเกลาไขกระดูกเป็นการเสียหน้า แต่ตอนนี้ชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย เจียวเซี่ยงหยวนไม่ได้เป็นคนอวดดีขนาดนั้น เมื่อถึงเวลาควรขอความช่วยเหลือเขาจะตะโกนขอความช่วย

เฉินเฟยตัดคอสัตว์อสูรกระต่ายตัวหนึ่ง ก่อนที่ร่างแข็งทื่อของมันจะล้มลง เฉินเฟยได้ก้าวไปอยู่ตรงหน้าเจียวเซี่ยงหยวนแล้ว

เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรกระต่ายตัวอื่น ตัวการสำคัญคือหยูโต้วซาน

“ปัง!”

โล่กระบี่ปรากฎต่อหน้าหยูโต้วซาน เสียงปะทะดังขึ้น หยูโต้วซานถอยกลับไปด้วยความตกใจ

เฉินเฟยรู้สึกถึงพลังจิตใจที่ติดอยู่กับโล่กระบี่และรู้สึกได้ว่ามันถูกดึงออกไป อีกฝ่ายต้องการดูดซับพลังจิตใจของเขาเล็กน้อยเพื่อจะได้ดูดซับลพลังจิตใจเฉินเฟยแล้วพัฒนาเป็นภูมิคุ้มกัน

แต่พลังจิตใจเฉินเฟยได้รับการหลอมรวมเป็นพิเศษจากเคล็ดพันต้นกำเนิด หากไม่ได้ระวังตัวหยูโต้วซานอาจดึงไปได้บางส่วน แต่ตอนนี้เขาระวังตัวอยู่แล้วมันจะดึงไปได้อย่างไร?

“ศิษย์พี่เจียว ท่านตัดเลือดเนื้อของมัน ข้าจะเป็นผู้ทำลายเอง” เฉินเฟยพูดอย่างเคร่งขรึม

“ได้!”

เมื่อเห็นการโจมตีของโล่กระบี่ของเฉินเฟย ดวงตาเจียวเซี่ยงหยวนก็เป็นประกาย นั่นคือกระบี่ดาวประดับราตรีของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นวิชากระบี่ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับปรับแต่งร่างกาย

แน่นอนว่าข้อความนี้เป็นการพูดเกินจริงอย่างแน่นอน แต่การจะบอกว่ากระบี่ดาวประดับราตรีเป็นวิชากระบี่ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย่อมไม่ใช่ปัญหา

ด้วยวิชากระบี่ของเฉินเฟย เจียวเซี่ยงหยวนจึงเพิกเฉยการป้องกันของตัวเองและมุ่งความสนใจไปที่การโจมตีหยูโต้วซานได้อย่างสมบูรณ์

กระบี่ดาวตก!

การลงมือครั้งแรกเจียวเซี่ยงก็แสดงให้เห็นวิชากระบี่ที่รุนแรงและแข็งแกร่งที่สุดของเขา

กระบี่ดาวตกไม่ใช่วิชารุนแรงและทรงพลังที่สุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่เป็นหนึ่งในวิชากระบี่อันตรายถึงชีวิตอันดับต้น เนื่องจากเป็นการรุกไม่ใช่ตั้งรับ มันจึงเป็นวิชาที่ใช้โจมตีเอาชีวิตในสถานการณ์เลวร้าย

เมื่อใช้วิชานี้ลมปราณของเจียวเซี่ยวก็เปลี่ยนไปทันที ทั้งคนเป็นเหมือนกับดาวตกที่หล่นลงมา ทั้งรุนแรงและเป็นประกาย

“ปัง!”

เมื่อหยูโต้วซานเห็นวิชานี้ มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบ แต่พอหลบหลีกมันก็เสียเปรียบทันทีและตามมาด้วยการถูกยับยั้ง

ในทางกลับกันถ้าไม่ซ่อนตัวแล้วเข้าสู้แลกชีวิตจะได้เปรียบมากกว่า

หยูโต้วซานดูดซับพลังจิตใจเจียวเซี่ยงหยวนมาแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะหุ้มพลังจิตใจมากแค่ไหนก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มากนัก

การเคลื่อนไหวของโล่กระบี่ทำให้หยูโต้วซานมองเฉินเฟยอย่างระวัง แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงระดับขัดเกลาไขกระดูกซึ่งเป็นนักยุทธ์ที่อ่อนแอสุดณที่นี้ ไม่ว่าโล่กระบี่จะทรงพลังแค่ไหนก็ไม่อาจป้องกันการโจมตีของเขาได้

“โฮก!”

หยูโต้วซานส่งเสียงคำรามที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ ร่างกายเขากลายเป็นเงาเลือดและชนเข้ากับเจียวเซี่ยงหยวน

“ศิษย์น้องเฉิน!”

เจียวเซี่ยงหยวนตะโกนเสียงดังโดยไม่ถอย กระบี่ดาวตกเริ่มรุนแรงขึ้นและแทงไปที่หยูโต้วซาน

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เขาเคลื่อนไหวไปบนอากาศและมาถึงหยูโต้วซานในพริบตาเดียว

กำลังหาศาล! กระดูกเหล็ก!

ร่างของเฉินเฟยขยายออกเล็กน้อย ช่วงเวลาแห่งนิรันดร์ไม่ได้ใช้กับอีกฝ่ายแต่ใช้กับตัวเอง

โลกรอบตัวเขาเงียบลง เงาเลือดหยูโต้วซานช้าลงเช่นกัน เฉินเฟยเห็นการเปลี่ยนการโจมตีเจ็ดอย่างของหยูโต้วซานอย่างชัดเจน

หยูโต้วซานเหมือนจะไม่ระมัดระวัง แต่การเปลี่ยนแปลงห้าในเจ็ดครั้งนี้เป็นวิธีหลบโล่กระบี่ของเฉินเฟย แค่ทองครั้งเดียวหยูโต้วซานได้คิดวิธีจัดการกับโล่กระบี่ไว้แล้ว

หากได้ดูอีกสองสามครั้งหยูโต้วซานอาจคิดวิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ได้

แต่น่าเสียดายที่หลายสิ่งหลายอย่างไม่มีคำว่าถ้า เฉินเฟยมองการเปลี่ยนแปลงของหยูทีละอย่าง

เมื่อได้เห็นมันแล้วจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก

แสงกระบี่วูบไหว โล่กระบี่ปรากฎตรงหน้าหยูโต้วซาน

ร่างหยูโต้วซานซานสั่นเล็กน้อย เขาเอียงตัวพยายามหลบโล่กระบี่ อย่างไรก็ตามโล่กระบี่ขยับเล็กน้อยและอยู่ด้านหน้าหยูโต้วซานเสมอ

ดวงตาสีแดงสดของหยูโต้วซานเบิกกว้าง ใบหน้าเขาดุร้าย เขาไม่สามารถหลบมันได้จึงโจมตีโล่กระบี่ไปสุดกำลัง

“ปัง!”

โล่กระบี่ถูกทำลาบ แต่ร่างหยูโต้วซานหยุดนิ่งชั่วคราวเช่นกัน หนามได้สะท้อนกลับทำให้หยูโต้วซานตัวแข็งทื่อ

ช่วงเวลาต่อมา แสงกระบี่ดาวตกปกคลุมดวงตาหยูโต้วซาน

จบบทที่ ตอนที่ 167 คาดการณ์การทำนาย

คัดลอกลิงก์แล้ว