เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 131 โอสถเหนือสามัญหมายเลขสอง

ตอนที่ 131 โอสถเหนือสามัญหมายเลขสอง

ตอนที่ 131 โอสถเหนือสามัญหมายเลขสอง


“จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสูตรโอสถได้รับการปรับปรุงแล้ว? ตัดสินจากโอสถหรือไม่?” เฉินเฟยขัดจังหวะจินตนาการฉินจิ้งหลัน

“ใช่ ต้องนำโอสถแบบใหม่มา หากพิสูจน์ได้ว่าโอสถมีผลจะต้องมาหลอมที่นี่อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ส่วนผสมสมุนไพร” ฉินจิ้งหลันฟื้นสติกลับมาและพยักหน้า

ตามปกติแล้วหากต้องการปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา อย่างน้อยต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ด เพราะการหลอมโอสถทะยานเนินเขาได้ดีพอเท่านั้นจึงมีคุณสมบัติพูดเรื่องการปรับปรุง

แต่สุดท้ายสมาคมนักหลอมโอสถไม่ได้เพิ่มข้อกำหนดนี้ ขั้นต่ำที่รับภารกิจยังคงเป็นนักหลอมโอสถระดับแปด

เพราะบางครั้งนักหลอมโอสถจะมีแรงบันดาลใจมากมายและเป็นไปได้ที่จะเสนอความคิดสร้างสรรค์บางอย่าง นักหลอมโอสถระดับแปดหลายคนสามารถหลอมโอสถทะยานเนินเขา เพียงแต่โอสถที่หลอมได้ไม่ค่อยดีนัก

“ผลลัพธ์จะถูกตัดสินโดยเจ้าสมาคมใช่ไหม?”

“ไม่ใช่”

ฉินจิ้งหลานส่ายหัว “นอกจากเจ้าสมาคมยังมีนักหลอมโอสถอีกหลายคน และภารกิจนี้ใช่ว่าจะไม่จำกัดเวลา หากท่านต้องการรางวัลก็ควรเร่งมือหน่อย”

“หมายความว่าอย่างไร?” เฉินเฟยถามด้วยความสับสน

“หากนักหลอมโอสถบางคนค้นคว้าจนไดเผลลัพธ์และผลลัพธ์นั้นได้รับการยอมรับจากเจ้าสมาคมและนักหลอมโอสถหลายคน นักหลอมโอสถคนอื่นจะต้องสร้างสูตรโอสถที่ดีกว่าภายในหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นภารกิจนี้จะถูกพิจารณาให้สิ้นสุด” ฉินจิ้งหลันอธิบาย

เฉินเฟยพยักหน้าอย่างประหลาดใจ ข้อกำหนดดังกล่าวทำให้ภารกิจขยายเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนด ด้วยระดับการหลอมโอสถของเว่ยซิงซานและคนอื่นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะตัดสินได้ว่าโอสถนั้นดีหรือไม่

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณ” เฉินเฟยกุมมือ

“คุณชายเดินช้าๆ หากมีเวลาโปรดมาที่นี่บ่อยๆ”

เมื่อเห็นเฉินเฟยกำลังจะจากไปฉินจิ้งหลันก็ลังเล แต่นางไม่กล้ายืนกรานรั้งเขาไว้จึงทำได้เพียงพูดเสียงเบา

เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย โบกมือและหันหลังออกจากสมาคมนักหลอมโอสถ

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยอยู่ในโรงเตี๊ยมบ่อน้ำพุร้อน

“หลังจากนี้จะให้ส่งสมุนไพรมาที่นี่ทุกวันเลยหรือไม่?” ฉือเต๋อเฟิงดูสภาพแวดล้อมของโรงเตี๊ยม โดยเฉพาะบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่ทำให้ดวงตาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ดีไม่น้อย

“อืม ต่อจากนี้ข้าจะมาฝึกวิชายุทธ์ที่นี่”

เฉินเฟยพยักหน้าและตัดสินใจอยู่ที่นี่เป็นเวลาเจ็ดวัน ท้ายที่สุดห้องเทียนจื่อนี้ยังมีค่ายกลที่สามารถปิดกั้นการสอดแนม

เฉินเฟยมีความลับมากมาย แม้ตอนนี้จะไม่มีใครสอดส่องเฉินเฟยตลอดเวลา แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

“ได้ พรุ่งนี้ข้าจะส่งสมุนไพรมาให้” ฉือเต๋อเฟิงพยักหน้า

ทั้งสองคุยกันสักพัก ฉือเต๋อเฟิงบอกลากและจากไป

เฉินเฟยเปิดค่ายกล หยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนออกมาจากอ้อมแขนและเดินลงบ่อน้ำพุร้อน

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเฉินเฟยได้ฝึกวิชายุทธ์ไม่น้อย เคล็ดสงบต้นกำเนิดและพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นห้าควรฝึกให้ถึงระดับรู้แจ้ง

และเป็นธรรมดาที่เขาไม่อาจละทิ้งท่าร่างท่องหนีสุญญตาที่ได้มาใหม่ เมื่อฝึกถึงระดับรู้แจ้งมันจะช่วยทำให้ปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเข้าไปยังดินแดนลับ

แน่นอนว่ายังมีสยบมังกรคชสารด้วย ตอนนี้มันอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น แต่ร่างกายเฉินเฟยได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนพลังงานประหลาดเป็นภัยคุกคามกับเฉินเฟยได้ยาก

เฉินเฟยจุ่มหัวไว้ใต้ผิวน้ำ ลูกปัดเก็บปราณหยวนสั่นเล็กน้อย ปราณหยวนรอบตัวเขาถูกดูดซับทันใด สยบมังกรคชนสารเริ่มหมุนเวียนแยกปราณหยวนและหลอมเข้าสู่เนื้อหนัง

ในวันที่ห้า ความชำนาญสูตรโอสถทะยานเนินเขาของเฉินเฟยถึงระดับรู้แจ้ง หากตอนนี้เฉินเฟยไปรับการประเมิณของสมาคมนักหกลอมโอสถ เขาสามารถเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ดได้อย่างง่ายดาย

“ผสาน!”

ระบบผสานสูตรโอสถทะยานเนินเขาและสูตรโอสถเหนือสามัญเข้าด้วยกัน

ใช่แล้ว ตอนที่เฉินเฟยได้ยินเรื่องภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา วิธีแรกที่เฉินเฟยคิดได้คือการผสานสูตรโอสถทะยานเนินเขากับสูตรโอสถอื่นโดยเป็นการผสานลดลง

เป็นการสร้างแนวทางใหม่โดยมีโอสถเหนือสามัญเป็นตัวหลักและสูตรโอสถทะยานเนินเขาเป็นรอง จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อก้าวข้ามโอสถทะยานเนินเขาและได้รับโอสถที่มีผลมากขึ้น แต่แป็นการลดความต้องการโอสถทะยานเนินเขา

เฉินเฟยฝึกฝนโอสถทั้งสองถึงระดับรู้แจ้งแล้ว พูดได้ว่ารู้รายละเอียดทั้งหมดของโอสถทั้งสอง

ดังนั้นในช่วงการผสานนี้เฉินเฟยจึงย้ายวิธีการทั้งหมดที่ปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาไปยังโอสถเหนือสามัญและทิ้งส่วนที่ต้องใช้สมุนไพรอายุมากในการปรับปรุงผลของโอสถ

ด้วยความช่วยเหลือของระบบ เฉินเฟยจึงผสานได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งเค่อต่อมาสูตรโอสถใหม่ปรากฏขึ้นในใจ

สูตรโอสถใหม่เหมือนกับโอสถเหนือสามัญ สมุนไพรที่จำเป็นล้วนมีอายุธรรมดา พูดได้ว่าสามารถพบได้ทุกที่และรวบรวมได้ไม่ยาก

ตอนนี้ยังไม่รู้ผลของสูตรโอสถใหม่แต่พอคาดเดาได้ ผลของมันย่อมขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผ่านการหลอมแล้ว

เฉินเฟยออกจากโรงเตี๊ยม ไปที่ร้านขายสมุนไพรหลายร้านและแยกซื้อสมุนไพรอย่างระมัดระวัง

กลับมาจุดไฟตั้งเตาหลอม สูตรโอสถใหม่ที่ปรากฏขึ้นเป็นระดับรู้แจ้งอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เฉินเฟยจะหลอมมัน

วิธีหลอมนั้นคล้ายกับวิธีการของโอสถเหนือสามัญมาก เพียงแต่ใช้ส่วนหนึ่งของวิธีหลอมโอสถทะยานเนินเขาด้วย ผ่านไปไม่นานกลิ่นหอมสมุนไพรก็อบอวลไปทั่วห้อง หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยตบเปิดฝาปิดเตาหลอมและมองเข้าไปในเตา

เฉินเฟยหยิบโอสถออกมา เม็ดโอสถส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉินเฟยใส่มันเข้าปากโดยตรง

ก่อนจะครบหนึ่งเค่อ เฉินเฟยลืมตาขึ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยการครุ่นคิด

เมื่อเทียบกับโอสถเหนือสามัญ ผลของโอสถดีขึ้นเล็กน้อย พูดได้ว่าเป็นฉบับปรับปรุงของโอสถเหนือสามัญ แต่หากเทียบกับโอสถทะยานเนินเขาแล้วเรียกได้ว่าเทียบไม่ติด

โอสถนี้มีคุณค่าแน่นอน อย่างไรแล้วมันก็ให้ผลมากกว่าโอสถเหนือสามัญ และสมุนไพรที่ใช้ล้วนมีอายุธรรมดาจึงไม่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ติดอยู่อย่างเดียวคือวิธีหลอมโอสถทะยานเนินเขาที่เพิ่มเข้ามา ในระหว่างการหลอมคุณสมบัติทางยาเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับนักหลอมโอสถระดับแปด

“เรียกว่าโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งแล้วกัน”

เฉินเฟยตั้งชื่อใหม่ให้โอสถนี้ ชื่อนี้เป็นการตั้งขึ้นแบบสุ่มเพราะเป็นการนำสูตรโอสถทั้งสองมาผสานกัน

การใช้ชื่อโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งไม่สามารถสำเร็จภารกิจของสมาคมนักหลอมโอสถย่อมได้แน่นอน ท้ายที่สุดแล้วมันคือการปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา ไม่ใช่ปรับปรุงโอสถเหนือสามัญ

“ดูแล้วการใช้สมุนไพรธรรมดาคงยากเกินไป เว้นแต่ว่าข้าจะหลอมโอสถที่ระดับขัดเกลาทวารใช้กันหรือแม้แต่โอสถที่ดีกว่า เมื่อเพิ่มวิธีการหลอม ความขัดแย้งของคุณสมบัติทางยาจะทำให้ทะลวงคอขวดได้”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว บางครั้งการทดสอบวิธีหลอมก็เป็นฝีมืออย่างหนึ่ง ยิ่งคุณสมบัติทางยาขัดแย้งกันมากยิ่งกระตุ้นสมุนไพรได้มากและยังหลอมคุณสมบัติทางยาดีขึ้นด้วย

แต่เฉินเฟยในตอนนี้อยู่ในระดับนักหลอมโอสถระดับเจ็ดเท่านั้น ฝีมือของเขาขึ้นอยู่กับระดับในปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเพิ่มวิธีหลอมที่ดีกว่า

นอกจากนี้ด้วยวิธีหลอมที่ยากขึ้น หากนักหลอมโอสถระดับเจ็ดทั่วไปไม่สามารถหลอมได้ สูตรโอสถที่ได้รับการปรับปรุงจะไม่เป็นมิตรเกินไป

“จำเป็นต้องใช้สมุนไพรอายุมากบ้าง”

เฉินเฟยพูดกับตัวเอง เขาไม่สามารถกระตุ้นคุณสมบัติทางยาผ่านการหลอม ดังนั้นจึงทำได้เพียงเพิ่มอายุสมุนไพรยาเท่านั้นเพื่อให้คุณสมบัติทางยาของสมุนไพรตอบสนองความต้องการ

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงแยกสูตรโอสถทะยานเนินเขากับโอสถเหนือสามัญกลับเป็นแบบเดิม ครั้งนี้เฉินเฟย พยายามลดอายุของสมุนไพรบางชนิด หากคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรไม่เพียงพอก็จะกระตุ้นด้วยการหลอมกับสมุนไพรอื่น

หลังดิ้นรนอยู่หนึ่งชั่วยามเฉินเฟยก็ได้สูตรโอสถอันที่สอง

โอสถเหนือสามัญหมายเลขสอง นี่คือชื่อใหม่ที่เฉินเฟยตั้ง

หลังสร้างสูตรโอสถเสร็จเฉินเฟยก็ออกไปที่ร้านขายสุมนไพร เฉินเฟยมีสมุนไพรเกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงซื้อเพียงสมุนไพรบางส่วนที่ต้องการจากร้านขายสมุนไพรแห่งเดียว

ทำความสะอาดเตาหลอม จุดไฟตั้งเตาหลอม เฉินเฟยเริ่มการทดสอบครั้งที่สอง

สมุนไพรหมุนไปมาอย่างแรงในเตาหลอม เฉินเฟยใช้พลังภายในควบคุมความขัดแย้งคุณสมบัติทางยาในนั้น ครู่ต่อมากลิ่นหอมสมุนไพรอีกกลิ่นฟุ้งไปทั่วห้อง

เมื่อเทียบกับโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่ง กลิ่นสมุนไพรที่ปล่อยออกมาจากโอสถเหนือสามัญหมายเลขสองหลังการหลอมเข้มข้นกว่ามาก จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าผลของโอสถเหนือสามัญหมายเลขสองอาจได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยใช้ฝ่ามือตบเปิดเตาปรุงยา กลิ่นหอมสมุนไพรฟุ้งไปทั่ว

เฉินเฟยหยิบโอสถออกมา ลักษณะของโอสถเหนือสามัญหมายเลขสองไม่ได้ดีไปกว่าโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่ง เฉินเฟยสังเกตอย่างรอบคอบและไม่พบสิ่งอื่นใดอีกดังนั้นกลืนมันลงไป

โอสถละลายในปากและระเบิดพลังงานในร่างกายเฉินเฟย

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้น ดวงตามีประกายเล็กน้อย

โอสถเหนือสามัญหมายเลขสองมีผลมากกว่าหมายเลขหนึ่ง ท้ายที่สุดแล้วมีการใช้สมุนไพรมีอายุ นอกจากว่าสูตรโอสถของเฉินจะมีปัญหา การที่ผลของมันเพิ่มขึ้นย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ให้ผลเท่ากับโอสถทะยานเนินเขาหกส่วน ราคาสมุนไพรเพิ่มขึ้นห้าส่วน วิธีหลอมง่ายกว่า จากมุมมองนี้ถือว่าคุ้มค่า”

เฉินเฟยลูบคาง ในด้านของต้นทุนถือว่าคุ้มค่า ด้วยเหตุนี้เฉินเฟยจึงสร้างโอสถชนิดหนึ่งระหว่างโอสถเหนือสามัญและโอสถทะยานเนินเขา

ปัญหาเดียวคือว่าสมาคมนักหลอมโอสถจะยอมรับการปรับปรุงนี้หรือไม่

“ยังไม่ปลอดภัยนัก แต่ไปลองดูก่อน หากไม่ได้ผลค่อยกลับมาทดสอบใหม่”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใส่โอสถเหนือสามัญที่เหลืออีกสองเม็ดลงในขวดโอสถแล้วออกจากโรงเตี๊ยม

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยอยู่ในสมาคม

“ท่านค้นคว้าเสร็จแล้ว?”

แม้ฉินจิ้งหลันจะมีความสุขมากที่ได้พบเฉินเฟยอีก แต่ดวงตานางถึงกับเปิดกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินสิ่งที่เฉินเฟยพูด ผ่านไปไม่กี่วันท่านกลับบอกว่าค้นคว้าเสร็จแล้ว มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ

“สุดท้ายจะได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าสมาคมกับคนอื่น” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“นำโอสถมาด้วยหรือไม่?”

เมื่อเห็นเฉินเฟยไม่ได้ล้อเล่น ฉินจิ้งหลานจึงรีบพาเฉินเฟยไปที่โต๊ะรับรองและรายงานเรื่องนี้ให้คนระดับสูงทราบ

ไม่นานนักผู้ดูแลก็มาหาเฉินเฟย

“นักหลอมโอสถระดับแปด?” ต้วนมู่โหยวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เฉินเฟยตะลึงและเข้าใจว่าต้วนมู่โหยวหมายถึงอะไร แม้สมาคมจะกำหนดขั้นตำที่รับภารกิจได้เป็นนักหลอมโอสถระดับแปด แต่มันยังยากที่จะเชื่อว่านักหลอมโอสถระดับบอกว่าได้ค้นคว้าบางอย่างมา

“นี่เป็นโอสถที่ข้าหลอม ท่านสามารถนำไปตรวจสอบก่อน หากท่านคิดว่าระดับนักหลอมโอสถของข้าไม่เพียงพอ ข้าสามารถเข้ารับการประเมินนักหลอมโอสถระดับเจ็ดได้”

เฉินเฟยหยิบโอสถเหนือสามัญออกมาจากขวดโอสถ แบ่งใส่ขวดโอสถอีกขวดแล้วมอบให้ต้วนมู่โหยว

จบบทที่ ตอนที่ 131 โอสถเหนือสามัญหมายเลขสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว