เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 132 โลลิน้อยโตเป็นสาว

ตอนที่ 132 โลลิน้อยโตเป็นสาว

ตอนที่ 132 โลลิน้อยโตเป็นสาว


“ไม่ ภารกิจนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับเจ็ด”

ต้วนมู่โหยวส่ายหัวอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเฉินเฟยพูดอันหนักแน่น

สมาคมออกภารกิจนี้โดยไม่มีข้อกำหนด หากเขาซึ่งเป็นผู้ดูแลกล้าทำแบบนั้นหมายความว่าเขายิ่งใหญ่กว่าสมาคมหรือ?

ฉินจิ้งหลันมองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วหันไปมองเฉินเฟยด้วยตาเป็นประกาย

ต้วนมู่โหยวให้ฉินจิ้งหลันพาเฉินเฟยไปรอที่ห้องอื่น ส่วนตัวต้วนมู่โหยวรีบส่งต่อโอสถเฉินเฟยไปยังเบื้องบน

ครึ่งชั่วยามต่อมา หลายคนมาถึงห้อง

“นักหลอมโอสถตู้ เป็นเขา” ต้วนมู่โหยวพาเขาไปหาเฉินเฟย

“เจ้าเป็นผู้หลอมโอสถเม็ดนี้หรือ?” ถูจี้หลินประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟย

“ขอรับ”

เฉินเฟยพยักหน้า “ตรงตามความต้องการของภารกิจสมาคมหรือไม่?”

“โอสถไม่เลว ดีกว่าโอสถหนือสามัญมาก แต่ก่อนหน้าเจ้ามีนักหลอมโอสถหลายคนส่งโอสถที่คล้ายกันมา และผลลัพธ์เกือบเหมือนกัน” ตู่จี๋หลินส่ายหัวและพูด

“นักหลอมโอสถหลายคน?” เฉินเฟยสะดุ้ง เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำตอบนี้

“ประหลาดใจหรือ?”

เมื่อเห็นท่าทางของเฉินเฟย ถูจี้หลินจึงหัวเราะเบา “ในเมืองเซียนเมฆามีนักหลอมโอสถมากมาย นักหลอมโอสถหลายคนได้ปรับปรุงโอสถของตัวเอง โอสถเหนือสามัญแพร่หลายอย่างกว้างขวางและบางส่วนยังมีผลมากกว่า เพียงแค่นักหลอมโอสถหลายคนเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”

เฉินเฟยพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ มีโอสถมากมายที่ไม่มีขายตามท้องตลาด ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยแต่จำนวนนั้นน้อยมาก

เช่นเดียวกับโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งที่เฉินเฟยคิดค้นขึ้น คุณสมบัติทางยาดีกว่าโอสถเหนือสามัญแต่วิธีการหลอมนั้นยากกว่า ดังนั้นจึงพูดไม่ได้ว่าดีกว่าโอสถเหนือสามัญแน่นอน

นักหลอมโอสถเก่าหลายคนย่อมคิดสิ่งนี้เมื่อรู้สึกเบื่อหรือเกิดความสนใจ โดยปกติจะไม่แสดงมันให้เห็นเพราะไม่จำเป็น แต่ตอนนี้สมาคมออกภารกิจมาและรางวัลยังเป็นโอสถแรกเริ่ม ดังนั้นจึงต้องนำของก้นหีบออกมา

“เจ้าใช้ส่วนผสมหลักอะไรในการหลอมโอสถนี้” ถูจี้หลินถาม

“หญ้าเสมอหยกห้าปี ดอกกะหล่ำเจ็ดปี”

เฉินเฟยบอกส่วนผสมหลักทั้งสองและถูจี้กลินพยักหน้า แม้จะไม่ได้พูดถึงส่วนผสมอื่นแต่ถูจี้หลินก็สามารถประมาณคร่าวๆได้ ท้ายที่สุดแล้วรสชาติของโอสถสามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง

“ไม่เลว ในบรรดายาโอสถหลายอย่าง มันเป็นโอสถที่ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า” ถูจี้หลินชื่นชม

“โอสถเมากมายไม่ตรงตามความต้องการของสมาคมเลยหรือ?”

“ใช่ สิ่งที่สมาคมต้องการคือปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา ไม่เพียงลดต้นทุนของโอสถแต่ยังต้องไม่ทำให้ผลของมันแตกต่างมากเกินไปด้วย” ถูจี้หลินพยักหน้า

“โอสถต้องมีผลมากขนาดไหนถึงจะเพียงพอ?” เฉินเฟยถาม

“โอสถแบบใหม่ต้องมีผลอย่างน้อยเจ็ดส่วนของโอสถทะยานเนินเขาและต้นทุนต้องน้อยลงห้าส่วน ด้วยวิธีแบบนี้จึงแทบตอบสนองความต้องการของภารกิจนี้ไม่ได้”

ถูจี้หลินชื่นชมเฉินเฟยเล็กน้อย เขาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะบอกถึงสิ่งสำคัญของภารกิจนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สมาคมต้องการคือผลสำเร็จซึ่งเป็นสูตรโอสถที่หลอมได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นไปไม่ได้ที่ภารกิจนี้จะง่ายขึ้นเพียงเพราะมีการระบุข้อกำหนด

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณนักหลอมโอสถถู” เฉินเฟยกุมมือ

“พยายามต่อไป!” ถูจี้หลินโบกมือ หันหลังพาผู้คนออกไป

“ท่านทำได้ดีแล้ว”

ฉินจิ้งหลันเห็นเฉินเฟยยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจึงอดไม่ได้ที่จะเดินไปปลอบ นั่นคือสิ่งที่ฉินจิ้งหลันพูดจากใจ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับคำชมจากถูจี้หลิน

“ข้าไม่เป็นไร”

เฉินเฟยหัวเราะอย่างตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของฉินจิงหลาน สำหรับเฉินเฟยแล้วเหตุการณ์นี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะปรับปรุงสูตรโอสถต่อไปได้อย่างไรและคิดถึงโอสถเหนือสามัญหมายเลขสาม

หลังคิดอยู่พักหนึ่งเฉินเฟยก็รู้สึกว่าเขารู้สูตรโอสถน้อยเกินไป

นับตั้งแต่เป็นนักหลอมโอสถ เฉินเฟยชัดเจนมากเรื่องเป้าหมายในการหลอมโอสถนั่นคือหลอมเฉพาะโอสถที่เพิ่มการบ่มเพาะ อย่างแรกเขาสามารถทำไว้ใช้เองได้ อย่างที่สองโอสถมีราคาสูง

หากแสวงหาผลประโยชน์อย่างเดียวแนวทางนี้ก็ไม่มีปัญหา ท้ายที่สุดแล้วแม้แต่การประเมินสมาคมยังใช้โอสถประเภทนี้

แต่ตอนนี้เฉินเฟยต้องการทำภารกิจนี้ให้สำเร็จและต้องสร้างสิ่งใหม่ๆ ดูเหมือนว่าการพึ่งพาวิธีการหลอมโอสถที่มีจำกัดและความเข้าใจคุณสมบัติทางยาเพียงจะยังไม่เพียงพอ

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยอ่านหนังสือสมุนไพรและเรียนรู้เรื่องสมุนไพรมากมาย แต่เมื่อเขามาที่เมืองเซียนเมฆาในเวลาต่อมา เวลาที่มีก็ถูกบีบคั้นจึงต้องละทิ้งเรื่องนี้ไป

หากตอนนี้ต้องการได้รับโอสถที่ตอบสนองภารกิจคงอ่านตำราสมุนไพรน้อยลงไม่ได้ และอาจต้องเตรียมสูตรโอสถหลายอย่างเอาไว้ฝึกฝน

เฉินเฟยคิดถึงโอสถแรกเริ่มที่เป็นรางวัลแล้วหายใจเข้าลึก คุณค่าของโอสถนี้คุ้มค่ากับการที่เฉินเฟยต้องพยายาม

“ข้าต้องการแลกเปลี่ยนสูตรโอสถ” เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นมองฉินจิ้งหลัน

“คุณชายโปรดตามข้ามา” ฉินจิงหลันโค้งคำนับเล็กน้อยและนำเฉินเฟยไปที่โต๊ะรับรอง

“ต้องดูก่อนว่าค่าผลงานท่านแลกเปลี่ยนสูตรโอสถได้เพียงใด”

เฉินเฟยหยิบโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งออกมา หยิบพู่กันจุ่มฝนหมึกและเริ่มเขียนสูตรโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่ง

เฉินเฟยเขียนเขียนสูตรโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งเสร็จก็ส่งให้สมาคม

เฉินเฟยมีสองทางเลือก อย่างแรกคือแลกเปลี่ยนสูตรโอสถกับสมาคมด้วยค่าผลงานสามพันคะแนนโดยตรง อย่างที่สองคือการแบ่งส่วน ทิ้งสูตรโอสถไว้ในสมาคม เมื่อมีคนมากแลกเปลี่ยนจะได้รับค่าผลงานครึ่งหนึ่ง

เฉินเฟยประหลาดใจเล็กน้อยที่สมาคมยังให้ทางเลือกกับนักหลอมโอสถ

ในมุมมองระยะยาวการแบ่งส่วนย่อมคุ้มค่า ท้ายที่สุดแล้วมันจะมีประโยชน์เสมอ และค่าผลงานของสมาคมยังมีค่ามาก

การแบ่งส่วนมีปัญหาเช่นกัน นั่นคือสูตรโอสถนี้จำเป็นต้องให้คนรู้จักเยอะถึงจะมีการแลกเปลี่ยน

แต่สูตรโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งมีข้อบกพร่องใหญ่ นั่นคือความยากในการหลอมสูง มันไม่เป็นมิตรกับนักเล่นหลอมโอสถระดับเก้าหรือแปดและผลของโอสถยังได้รับการปรับปรุงไม่มาก

และการแบ่งส่วนยังมีข้อเสียคือจะสร้างรายได้ต่อเมื่อมีคนแลกเปลี่ยน เมื่อเทียบได้กับการส่งมอบให้สมาคมนักหลอมโอสถ เฉินเฟยจำเป็นต้องทำให้สูตรโอสถนี้มีชื่อเสียงก่อนซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก

หากขายขาดก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก การซื้อขายครั้งเดียวจะได้รับค่าผลงานสามพันคะแนนโดยตรง สูตรโอสถนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องเขาอีกต่อไป

เฉินเฟยต้องการค่าผลงานตอนนี้ ดังนั้นเฉินเฟยจึงประเมินมูลค่าสูตรโอสถเหนือสามัญหมายเลขหนึ่งอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจขายมัน

การคิดค้นสูตรโอสถใช้เวลาเพียงเล็กน้อย มาทำให้มันมีค่ามากที่สุดดีกว่า สำหรับเฉินเฟยแล้วบางครั้งเวลาของเขาก็สร้างมูลค่าได้มากกว่า

“ขายขาด!” เฉินเฟยตอบกลับ

การดำเนินการของสมาคมรวดเร็วอย่างยิ่ง ป้ายหยกเฉินเฟยมีค่าผลงานเพิ่มขึ้นอีกสามพันคะแนน

“มีสูตรโอสถใดบ้างที่หลอมยากและใช้สมุนไพรธรรมดาแต่ให้ผลพิเศษ” เฉินเฟยมองฉินจิ้งหลันและบอกคำขอที่ค่อนข้างแปลก

“โปรดรอสักครู่” ฉินจิ้งหลันยิ้มหวาน หันไปหาในโต๊ะรับรองและเขียนสูตรโอสถตามคำขอไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

เฉินเฟยหยิบสูตรโอสถขึ้นมาด้วยความอยากรู้ ครู่ต่อมาเฉินเฟยวางสูตรโอสถที่ร้องขอด้วยความตะลึง

สมาคมนักหลอมโอสถได้พัฒนามาหลายปีและมีทุกอย่างจริงๆ แม้แต่สูตรโอสถแบบนี้ก็ยังมี

นั่นเป็นสูตรโอสถที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อฝึกฝนฝีมือการหลอมของนักหลอมโอสถและต้องใช้สมุนไพรมากมาย โอสถที่หลอมออกมาได้จะไร้สีไร้กลิ่นและมีผลทำให้อิ่มท้อง เม็ดโอสถยังคงมีลวดลาย

ใช่แล้ว มันเป็นลวดลายที่ปรากฏบนโอสถเหนือสามัญที่เฉินเฟยใช้ลูกปัดประหลาดในการหลอมโอสถเหนือสามัญตอนอยู่ในดินแดนลมประหลาด

สูตรโอสถนี้สามารถใช้หลอมโอสถจนเกิดลวดลายได้ แม้ผลที่ได้จะเป็นทำให้อิ่มท้องก็ตาม

“ใช้ค่าผลงานเท่าไหร่?”

“ค่าผลงานหนึ่งพันเจ็ดร้อยคะแนน”

“แลกเปลี่ยนเลย” เฉินเฟยพยักหน้า สูตรโอสถที่หลอมสมุนไพรธรรมดาให้เป็นโอสถมีลวดลายได้นั้นยอดเยี่ยมจริงๆ

ครู่ต่อมา สูตรโอสถปรากฏตรงหน้าเฉินเฟย เฉินเฟยบอกลาฉินจิ้งหลันและกลับโรงเตี๊ยม

เฉินเฟยใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามในการบันทึกสูตรโอสถนี้

[การหลอมโอสถ: โอสถปี้กู่(ยังไม่เริ่มต้น)]

“ค้นพบสูตรโอสถ ต้องการใช้เงินสามพันตำลึงทำให้โอสถปี้กู่เป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“โอสถปี้กู่แบบง่าย...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...โอสถปี้กู่ → ข้าวผัดไข่!”

ดวงตาเฉินเฟยเปิดกว้างเล็กน้อย การทำให้สูตรโอสถเป็นแบบง่ายกลายเป็นการทำอาหารได้อย่างไร ปี้กู่มีไว้ให้ไม่หิว ข้าวผัดไข่มีไว้ให้กิน

นี่ก็นานแล้วที่ไม่ได้ทำอาหารด้วยตัวเอง เฉินเฟยคิดรื่องนี้และไปพบจ้าของโรงเตี๊ยม

“ท่านลูกค้าต้องการยืมครัวด้านหลังเพื่อทำอาหารเอง?”

เจ้าของเตี๊ยมมองเฉินเฟยด้วยตาเบิกกว้าง เขาได้รับคำขอจาลูกค้าหลายคนแต่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน นี่คือไม่ไว้ใจอาหารโรงเตี๊ยมของพวกเขาเลยอยากทำเองหรือ?

เฉินเฟยดันเงินสิบตำลึงออกไปเงียบๆ เหตุผลหลักเป็นเพราะเฉินเฟยไม่ต้องการไปที่ลานบ้านเช่าอีกเพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำข้าวผัดไข่ทั้งวันและเฉินเฟยยังต้องฝึกฝนวิชายุทธ์ที่นี่

“ท่านลูกค้า ทางเราไม่อาจให้ทำแบบนั้นได้” เจ้าของโรงเตี๊ยมมองเฉินเฟยอย่างช่วยไม่ได้

“ขอห้องครัวแยกต่างหากให้ข้าหน่อย” เฉินเฟยหยิบอีกสิบตำลึงวางไว้บนโต๊ะรับรอง

เจ้าของโรงเตี๊ยมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว เขาไม่ไดกำลังคิดว่าจะรับเงินเฉินเฟยหรือไม่ แต่กำลังคิดว่าจะปฏิเสธเฉินเฟยอย่างไร

เฉินเฟยเห็นเข้าใจสิ่งเจ้าของโรงเตี๊ยมหมายถึงจึงพยักหน้าและนำตำลึงเงินกลับมา ดูแล้วคงต้องลำบากขึ้นอีกหน่อย คงต้องไปมาระหว่างสองที่

ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม เฉินเฟยเช่าบ้านเพิ่ม ดังนั้นเขาจึงไปมาที่นี่ได้ชั่งคราว

เฉินเฟยกลับมาที่ห้องเทียนจื่อของโรงเตี๊ยมครั้งหนึ่งและใช้เวลาหนึ่งชั่วยามฝึกฝนสยบมังกรคชสารของวันนี้ให้เสร็ต เมื่อใกล้ค่ำเฉินเฟยก็ออกไปจากโรงเตี๊ยม เขาจำเป็นต้องซื้อข้าวหนึ่งถุงและไข่จำนวนมาก

“พี่ใหญ่เฉิน พี่ใหญ่เฉิน ใช่ท่านหรือไม่?”

เฉินเฟยเพิ่งเลี้ยวเข้าไปในตรอกก็ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้น

เฉินเฟยหยุดชั่วขณะแล้วหันไปมอง เห็นเด็กสาวอายุยี่สิบปียืนอยู่ไกลๆ เฉินเฟยไม่รู้จักคนคนนี้ แต่เหตุผลที่เฉินเฟยหยุดเป็นเพราะเสียงเมื่อครู่เป็นเสียงของซืออี้หนาน

“พี่ใหญ่เฉิน ข้าซืออี้หนานเอง ท่านช่วยท่านปู่ข้าหน่อยได้หรือไม่ ท่านปู่จะไม่ไหวแล้ว ข้าไม่รู้จะไปพึ่งใครดี!” ซืออี้หนานมองเฉินเฟยด้วยน้ำตาไหลอาบทั่วหน้า ดวงตานางเต็มไปด้วยการขอร้อง

“เกิดอะไรขึ้นกับปู่เจ้า?”

เมื่อมองใบหน้านี้อย่างรอบคอบเฉินเฟยจึงเห็นโครงร่างซืออี้หนานจากใบหน้านั้น แต่ทำไมเด็กที่อายุสิบปีถึงโตขึ้นขนาดนี้?

“ท่านปู่หมดสติอยู่ หากไม่ปลุกท่านปู่ขึ้นมาเกรงว่าท่านปู่จะไม่ตื่นอีกเลย!”

จบบทที่ ตอนที่ 132 โลลิน้อยโตเป็นสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว