เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 ท่องหนีสุญญตา

ตอนที่ 130 ท่องหนีสุญญตา

ตอนที่ 130 ท่องหนีสุญญตา


“มันปฏิเสธ? ขี้ขลาดนัก! มันพูดว่าอย่างไร?” หยูอี้เฉินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินรายงานของคนรับใช้

“เฉินเฟยบอกว่าเขาไม่แข็งแกร่งเท่าท่านจึงไม่กล้ารับคำท้าดวลนี้” คนรับใช้ยิ้มและพูดอย่างตั้งใจ

“ยังพอรู้ความอยู่บ้าง แต่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ส่งจดหมายท้าดวลไปอีก มันจะปฎิเสธได้อีกนานแค่ไหนเชียว!” หยูอี้เฉินยกยิ้มมุมปาก

“เรื่องนั้น...” คนรับใช้ดูลังเลเมื่อได้ยินคำพูดหยูอี้เฉิน

“มีอะไร?” หยูอี้เฉินขมวดคิ้วไม่พอใจ

“เฉินเฟยยังบอกอีกว่าหากท่านส่งคำท้าดวลต่อ เขาขอยอมแพ้และบอกว่าท่านแข็งแกร่งกว่า!” คนรับใช้พูดเสียงเบา

หยูอี้เฉินขมวดคิ้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ ประโยคนี้มันดูทะแม่งๆ แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่พบสิ่งปกติ เพียงแค่เฉินเฟยยอมแพ้

แม้เฉินเฟยจะยอมแพ้และถอยโดยไม่สู้ แต่หยูอี้เฉินไม่มีความสุขเลย ราวกับว่าเฉินเฟยไม่สนใจจะแข่งกับเขาด้วยซ้ำ

“สู้จื่อ[1]!”

หยูอี้เฉินเริ่มเข้าใจเรื่องนี้จึงโยนถ้วยชาบนโต๊ะลงพื้น คนรับใช้ที่อยู่ด้านข้างสะดุ้งโหยงไม่กล้าพูดอะไรอีก

หยูอี้เฉินคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งโกรธ แต่มันไม่มีทางอื่นแล้ว เขาไม่อาจไปเรียกถึงที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้ การทำแบบนั้นดูต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย

ในสายตาของคนอื่น เฉินเฟยยอมรับความพ่ายแพ้โดยคิดว่าเขาแข็งแกร่งกว่า หากเขาไปโวยวายมันจะดูเป็นการกลั่นแกล้ง

อีกฝ่ายยอมแพ้แล้วเจ้าต้องการอะไรอีก?

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“ท่านอาจารย์!” เฉินเฟยมองเฟิงซิวผู่และกุมมือ

“มาแล้วหรือ นั่งลงสิ”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เฟิงซิวผู่พอใจในตัวเฉินเฟยมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเข้าใจเลย เฉินเฟยสามารถเรียนรู้วิชายุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว

หากต้องทำความเข้าใจวิชายุทธ์ขั้นสูงในอนาคตและยังรักษาความเข้าใจนี้เอาไว้ได้ อนาคตของเฉินเฟยย่อมมีความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด ระดับขัดเกลาทวารเป็นเหมือนช่องว่างสำหรับผู้อื่นแต่มันไม่อาจหยุดเฉินเฟยได้

นอกจากนี้เฉินเฟยยังทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกแล้ว ด้วยอายุเท่านี้เขาเลยตามทันศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว และเมื่อสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดในภายหลัง การทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในย่อมเป็นเรื่องแน่นอน

“เมื่อวานศิษย์พี่ใหญ่มาบอกข้าเรื่องดินแดนลับของศิษย์แท้จริง” เฉินเฟยเงยหน้ามองเฟิงซิวผู่แล้วพูดเสียงเบา

“อืม กัวหลินซานมาถามข้าแล้ว นั่นขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะตัดสินใจไปหรือไม่”

เฟิงซิวผูพยักหน้า “ดินแดนลับนี้แบ่งโดยพวกเราสี่สำนัก เพื่อให้วัตถุวิญญาณด้านในมีเวลาเพียงพอในการเติบโตจึงเปิดหลายปีครั้งและยังใช้สำหรับการประเมินศิษย์แท้จริงของสำนักต่างๆ”

“ศิษย์สัญญากับศิษย์พี่ว่าจะไปด้วย”

เฉินเฟยยิ้ม “วันนี้ศิษย์มาถามอาจารย์ว่าท่าร่างของศิษย์ยังต้องปรับปรุงอีกหรือไม่?”

จุดประสงค์การมาของเฉินเฟยในวันนี้นั้นง่ายมาก นั่นคือการถามเกี่ยวกับท่าร่าง

ท่าร่างไม่เคยมีมากเกินไปเว้นแต่จะมาถึงขีดจำกัดของระดับตัวเอง เช่นเดียวกับระดับหลอมกระดูกของเฉินเฟยก่อนหน้านี้ เนื่องด้วยข้อจำกัดของตัวเองจึงไม่อาจแสดงพลังแท้จริงของฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ

ในสถานการณ์นั้นจึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ท่าร่างเพิ่มอีก

ตอนนี้เขาอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก พูดได้ว่าท่าร่างเฉินเฟยเหนือกว่าขัดเกลาอวัยวะภายในส่วนใหญ่ แต่หากเคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้เฉินเฟยก็ไม่รังเกียจที่จะเรียนรู้

“เด็ดผลของต้นไม้นั้น” เฟิงซิวผู่ชี้ต้นผลไม้ที่อยู่ห่างออกไปร้อยหมี่

“ขอรับ!”

เฉินเฟยพยักหน้า ร่างกายเขาสั่นไหวหายไปจากจุดเดิมและมาถึงต้นผลไม้ในพริบตา เฉินเฟยยื่นมือไปเด็ดผลไม้ลงมา ถีบต้นผลไม้ด้วยเท้าขวากลับมาที่ลานบ้าน

ดวงตาเฟิงซิวผู่เป็นประกาย เฉินเฟยแสดงท่าร่างนี้ได้อย่างง่ายดาย เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจแก่นแท้ของฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณแล้วจึงสามารถแสดงทุกรายละเอียดได้อย่างสมบูรณ์

เฟิงซิวผู่ฝึกฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณเช่นกัน พูดได้เลยว่าเฉินเฟยไม่ด้อยไปกว่าเขาเลยในด้านของท่าร่าง แต่เฟิงซิวผู่ใช้ในการฝึกฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณเวลานานกว่า

อัจฉริยะสวรรค์ประทาน!

คำนี้ปรากฏขึ้นในใจของเฟิงซิวผู่ รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นกว่าเดิม

“ท่านอาจารย์ เป็นอย่างไรบ้าง?” เฉินเฟยวางผลไม้บนโต๊ะแล้วมองเฟิงซิวผู่

“ยอดมาก ด้วยระดับและท่าร่างของเจ้า ในดินแดนลับแห่งนี้ตราบใดที่เจ้าไม่เข้าไปเสี่ยงก็ไม่มีอันตรายมากนัก”

เฟิงซิวผู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ในด้านความเร็วทางตรง เฉินเฟยเกือบมาถึงขีดจำกัดของระดับขัดเกลาไขกระดูกแล้ว เว้นแต่นักยุทธ์คนอื่นจะมีอาวุธกึ่งวิญญาณและเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณที่ช่วยด้านความเร็วถึงจะมีโอกาสเร็วกว่าเฉินเฟย

ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ความเร็วของเฉินเฟยอยู่ในอันดับต้นเช่นกัน

“เจ้าวิ่งเร็วพอแล้ว หากเจ้าฝึกท่าร่างที่คล้ายกันจะมีการพัฒนาไม่มาก เจ้าควรเพิ่มความยืดหยุ่นท่าร่าง” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้ม

โดยทั่วไปแล้วท่าร่างคือความเร็วในทางตรง การหลบหลีกระหว่างพื้นที่ระยะใกล้ และการปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนอากาศ

สำหรับนักยุทธ์ที่ฝึกฝนร่างกาย สิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็วและการหลบหลีกทางตรง เมื่อความเร็วทางตรงเร็วเพียงพอย่อมทำให้ความยืดหยุ่นของตัวเองดีขึ้น

ในเวลานั้นแม้ว่าจะเผชิญกับอันตรายก็สามารถตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว

เฟิงซิวผู่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินเข้าไปในห้องตำรา ผ่านไปสักพักก็เดินออกมาพร้อมกับตำราในมือและนำมาวางไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

“ท่องหนีสุญญตา เคลื่อนย้ายได้ดีมากแต่ยากที่จะฝึก ข้าฝึกมาระยะหนึ่งแต่มันไม่เหมาะกับข้า สุดท้ายข้าจึงไม่ยืนกรานฝึกต่อ ดังนั้นเจ้าต้องทำความเข้าใจด้วยตัวเอง” เฟิงซิวผู้พูดด้วยรอยยิ้ม

บางวิชายุทธ์ต้องให้ความสนใจกับความเข้ากันของนักยุทธ์ด้วย บางคนเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบกล้าหาญที่ตรงไปตรงมา บางคนเหมาะกับการเคลื่อนไหวเงียบเฉียบแผ่วเบาราวกับสายลมยามฤดูใบไม้ผลิ

“หากเจ้าฝึกท่องหนีสุญญตาได้สำเร็จ เมื่อทะลวงระดับขัดเกลาทวารแล้วให้เจ้าไปหาสำเนาท่องหนีสวรรค์ สองวิชานี้เชื่อมโยงกัน มันเป็นท่าร่างลับที่หาได้ยากยิ่ง”

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อยและหยิบตำรามา แท้จริงแล้วยังมีตำราอีกฉบับซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร แต่มันอยู่ไกลเกินกว่าจะคิด ตอนนี้เรียนรู้ท่องหนีสุญญตาอันนี้ก่อน

“ตำราเล่มนี้ต้องใช้ค่าผลงานด้วยหรือไม่?” เฉินเฟยถามทันที

“เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องค่าผลงาน ตอนนี้เจ้าเพียงฝึกให้หนักเป็นพอ”

เฟิงซิวผู่โบกมือ “สำหรับอาจารย์แล้วค่าผลงานไม่ได้มีประโยชน์มากนัก หากมันทำให้พวกเจ้าก้าวหน้าได้อีกขั้น การใช้ค่าผลงานนี้ก็มีประโยชน์แล้ว”

“ขอบคุณอาจารย์สำหรับการสั่งสอน!”

เฉินเฟยพูดและโค้งคำนับให้เฟิงซิวผู่และคิดว่าเขายังเป็นหนี้เฟิงซิวผู่อยู่ห้าหมื่นตำลึง เฉินเฟยรู้สึกอยู่เสมอว่าเขากำลังกัดแทะชายชราคนนี้

เฉินเฟยกลับไปบ้านตัวเองและใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามในการอ่านท่องหนีสุญญตาหลายครั้งจนกระทั่งข้อมูลปรากฏบนแผง

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้เงินสามพันตำลึงทำให้ท่องหนีสุญญตาเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนบนระบบเฉินเฟยก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะปิดแผงลง ไม่มีเงินเหลืออีกแล้ว เนื่องจากเฉินเฟยใช้เงินไปห้าพันตำลึงในดินแดนประหลาดเงินที่เฉินเฟยเก็บไว้บนแผงจึงลดถึงจุดต่ำสุด

ตอนนี้เขากลับมาได้เพียงสองวันและเพิ่งเริ่มหลอมโอสถอีกครั้ง เฉินเฟยเหลือเงินหนึ่งพันกว่าตำลึงซึ่งไม่พอสำหรับการทำให้เป็นแบบง่าย

ครั้งสุดท้ายที่เขาไม่สามารถจ่ายค่าทำให้เป็นแบบง่ายได้เป็นตอนที่เฉินเฟยเดินทางมาโลกนี้ครั้งแรก ในเวลานั้นเฉินเฟยถูกไล่ตามเพราะเงินหนึ่งตำลึง

“ทำเงินทำเงิน!”

เฉินเฟยสูดหายใจเข้าลึกและตัดสินใจเดินทางเข้าเมืองเซียนเมฆา จากนั้นหลอมโอสถสักสองสามวันเพื่อสะสมเงินทุน

ไม่อย่างนั้นหากเฉินเฟยต้องการไปบ่อน้ำพุร้อนเขาอาจจ่ายค่าห้องไม่ได้

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยปรากฏตัวที่บ้านเช่าในเมืองเซียนเมฆา

ฉือเต๋อเฟิงประหลาดใจเมื่อเห็นเฉินเฟย เขาบอกว่าพรุ่งนี้ให้นำสมุนไพรเพิ่มอีกครึ่งหนึ่งไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ใช่หรือ แล้วเขามาทำอะไรที่นี่

“ข้ามีเรื่องต้องทำ มาที่นี่สะดวกกว่า” เฉินเฟยพูดออกไปไม่ได้ว่าตัวเองกำลังขาดเงิน

เมื่อหลันหยุนจือเห็นเฉินเฟยนางก็โค้งคำนับทำความเคารพอย่างรวดเร็ว จากนั้นบอกให้คนรับใช้จัดห้องพักให้เฉินเฟยและตั้งโต๊ะอาหาร

“จริงด้วย ก่อนหน้านี้ข้ารีบเกินไปจนลืมบอกเจ้าไปเรื่องหนึ่ง”

ฉือเต๋อเฟิงเทสุราให้เฉินเฟยแล้วชี้ลานบ้านด้านข้าง “ไม่นานมานี้ผู้เฒ่าซือกับซืออี้หนานหายตัวไป”

“หายตัวไป? เกิดอะไรขึ้น?”

เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะตกใจ เมื่อครู่เขายังได้ยินเสียงมาจากข้างบ้านอยู่เลยและว่าจะไปทักทายในภายหลัง

“สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้ข้างบ้านเหลือสมาชิกครอบครัวไม่กี่คน ข้ารู้เรื่องนี้เมื่อวานเช่นกัน” ฉือเต๋อเฟิงส่ายหน้าพูด

“กำลังมีปัญหาอะไรอยู่หรือไม่?”

เฉินเฟยถาม หากมีอะไรเกิดขึ้นแล้วเฉินเฟยสามารถช่วยได้ เขาจะช่วยแน่นอน เฉินเฟยยังจำความเมตตาในครั้งนั้นได้ ไม่อย่างนั้นด้วยสถานการณ์แบบนั้นเฉินเฟยคงทนจนกระทั่งกัวหลินซานมาไม่ได้

“ข้าถามดูแล้ว แต่คนอื่นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนถึงตอนนี้คนที่เหลือยังคงตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ”

ฉือเต๋อเฟิงถอนหายใจ ด้วยสถานการณ์แบบนี้มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะพบปัญหา ไม่รู้ว่าตอนนี้ซือหยวนไห่ทั้งสองจะเป็นอย่างไรบ้าง

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เงยหน้าดื่มสุราในถ้วย

ความแข็งแกร่งของซือหยวนไห่เกือบเท่านักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดา หากเขาไม่ระวังก็ง่ายที่จะล้มลง การที่สามารถบังคับให้ซือหยวนไห่หายไปได้แบบนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

เฉินเฟยอาศัยในบ้านในเมืองเซียนเมฆาเป็นเวลาห้าวัน เมื่อสองวันก่อนเขาสามารถเก็บเงินทุนได้ถึงสามพันตำลึงและละลายเงินกับการทำให้เป็นแบบง่ายซึ่งกลายเป็นฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ

ในเวลาเดียวกันเขาได้เก็บเงินอีกสองวันซึ่งเพียงพอที่เฉินเฟยจะจ่ายค่าห้องเทียนจื่อในโรงเตี๊ยม

เฉินเฟยไปที่สมาคมนักหลอมโอสถครั้งหนึ่งและรับภารกิจปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาความชำนาญสูตรโอสถทะยานเนินเขาได้ถึงระดับรู้แจ้งนั่นจึงทำให้เขาเริ่มการปรับปรุงได้

“เมื่อเร็วๆนี้มีนักหลอมโอสถหลายคนรับภารกิจนี้ ข้าได้ยินมาว่ามีนักหลอมโอสถเก่าบางคนได้เงื่อนงำเล็กน้อยแล้ว” ฉินจิ้งหลันมองเฉินเฟย แค่ไม่เจอกันหลายวันทำไมนางถึงรู้สึกว่าเฉินเฟยมีเสน่ห์มากขึ้น

มองแล้วมองอีก ทันใดนั้นฉินจิ้งหลักก็ยิ้มออกมาและกัดริมฝีปากขณะมองเฉินเฟย

เฉินเฟยมองฉินจิ้งหลันอย่างอธิบายไม่ถูก ผู้หญิงนางนี้พูดจบหนึ่งประโยคก็กลายเป็นแบบนี้เสียแล้ว

[1]สู้จื่อ เป็นคำด่าหรือใช้ว่าสารเลวก็ได้

จบบทที่ ตอนที่ 130 ท่องหนีสุญญตา

คัดลอกลิงก์แล้ว