เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 129 เขาทำต่อ เขาแข็งแกร่งกว่า

ตอนที่ 129 เขาทำต่อ เขาแข็งแกร่งกว่า

ตอนที่ 129 เขาทำต่อ เขาแข็งแกร่งกว่า


ภารกิจแบบนี้พูดได้ว่ายาก เป็นเรื่องยากมากจริงๆเพราะโอสถเหนือสามัญใช้คุณสมบัติทางยาของสมุนไพรยาธรรมดาเกือบถึงขีดสุดแล้ว การปรับปรุงผลของมันทำได้เพียงใช้อายุมาก เช่นเดียวกับเฉินเฟยที่ก่อนหน้านี้ใช้ลูกปัดประหลาดในการหลอมโอสถ

แต่มันยังไม่ถึงขั้นปรับปรุงไม่ได้ นั่นเป็นเพราะนักหลอมโอสถไม่เคยศึกษามาถึงจุดนี้ พวกเขาหลอมโอสถอย่างชำนาญตามสูตรโอสถที่มีอยู่เท่านั้น

การสร้างสูตรโอสถใหม่แบบนี้ค่อนข้างไร้ค่า เกรงว่ามีเพียงยักษ์ใหญ่อย่างสมาคมนักหลอมโอสถเท่านั้นที่สามารถดึงดูดนักหลอมโอสถจำนวนมากให้มาเข้าร่วม

“รางวัลดีมาก เป็นโอสถแรกเริ่ม!” ฉือเต๋อเฟิงพูดอย่างตื่นเต้น

“โอสถแรกเริ่ม?”

เฉินเฟยรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อโอสถนี้จากที่ไหนสักแห่ง หลังพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่งดวงตาเฉินเฟยก็เบิกกว้างเล็กน้อย

“นึกออกยัง? เป็นโอสถแรกเริ่มนั่นแหละ สมแล้วที่เป็นสมาคมนักหลอมโอสถ ลายมือต่างกันลิบลับเลย” ฉือเต๋อเฟิงหัวเราะเบา

เฉินเฟยพยักหน้าเห็นด้วยเพราะโอสถแรกเริ่มนี้ล้ำค่าอย่างยิ่ง

โอสถแรกเริ่มเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนน่ะหรือ ตราบใดที่คนธรรมดาตายไม่เกินหนึ่งเค่อก็สามารถใช้โอสถแรกเริ่มช่วยกลับมาได้

ให้ความรู้สึกเหมือนกับฟื้นคืนชีพคนตาย

แน่นอนว่าโอสถนี้จะไม่ถูกใช้กับคนธรรมดาและใช้กับนักยุทธ์มากกว่า

ในระดับขัดเกลาทวาร แม้ตันเถียจะถูกทำลายโอสถแรกเริ่มก็ฟื้นฟูตันเถียนกลับมาและสามารถทำให้กลับมาฝึกฝนได้อีกครั้ง ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่เลย

หากก่อนหน้านี้เก่อหงเจี๋ยทะลวงระดับล้มเหลวจนทำให้จุดทวารและพลังจิตได้รับบาดเจ็บ โอสถแรกเริ่มก็สามารถรักษาอาการบาดเจ็บเหล่านี้และเริ่มทะลวงรับได้อีกครั้ง

โอสถแรกเริ่มไม่เพียงมีประโยชน์สำหรับนักยุทธ์ขัดเกลาทวารเท่านั้น ระดับขัดเกลาทวารยังใช้มันในการบ่มเพาะเช่นกัน แม้ผลของมันจะลดลงมากแต่ก็ยังใช้รักษาอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ได้ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่จุดทวารและพลังจิตใจ

เฉินเฟยได้ยินชื่อโอสถแรกเริ่มครั้งแรกจากกัวหลินซาน กัวหลินซานบอกเฉินเฟยว่าโอสถแรกเริ่มนี้หลอมจากเนื้อต้นไม้วิญญาณของสำนักเซียนมเฆาและยังมีวัตถุดิบวิญญาณอย่างอื่นอีกมากมาย

โอสถนี้ยังสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่เฟิงซิวผู่ที่ได้รับจากในอดีตด้วย เนื่องจากำพลังจิตใจและจุดทวารของเฟิงซิวผู่ได้รับบาดเจ็บในตอนนั้น ระดับของเขาจึงตกไปสู่ขัดเกลาอวัยวะภายใน

ดังนั้นโอสถแรกเริ่มนี้จึงเป็นโอกาสฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและกลับสู่ระดับขัดเกลาทวารของเฟิงซิวผู่

ตลอดเวลาที่ผ่านมาความปรารถนาของกัวหลินชานคือการค้นหาโอสถนี้ให้เฟิงซิวผู่

แต่น่าเสียดายที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ค่อยมอบโอสถแรกเริ่มให้โลกภายนอก ในบางครั้งยังถูกผู้แข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารแย่งชิงไปซึ่งพวกเขาล้วนเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีโอสถชนิดนี้ แม้ในตอนนั้นจะมีขายอยู่แต่ก็ถูกผู้อื่นซื้อไปและไม่มีเหลืออีก ดังนั้นเฟิงซิวผู่จึงไม่มีโอกาส

“ภารกิจนี้กำหนดเส้นตายหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ไม่ ข้าถามมาแล้ว นี่เป็นภารกิจระยะยาว พวกเขาจะถอนภารกิจนี้ต่อเมื่อสูตรโอสถที่ได้รับตรงตามข้อกำหนด” ฉือเต๋อเฟิงส่ายหน้า

“เข้าใจแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้าจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

ใช่แล้ว เฉินเฟยต้องการรับภารกิจนี้เพราะต้องการโอสถแรกเริ่ม จุดประสงค์ง่ายมากนั่นก็เพื่อเฟิงซิวผู่

ทัศนคติของเฟิงซิวผู่ที่มีต่อเฉินเฟยทำให้ผู้คนพูดไม่ออก ตอนนี้มีโอกาสฟื้นฟูฐานฝึกฝนจองเฟิงซิวผู่แล้ว เป็นธรรมดาที่เฉินเฟยจะลองดู

แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เฉินเฟยจำเป็นต้องเพิ่มความชำนาญสูตรโอสถทะยานเนินเขาให้ถึงระดับรู้แจ้งก่อน จากนั้นจึงค่อยปรับปรุงโอสถทะยานเนินเขาได้

ฉือเต๋อเฟิงจากไป เฉินเฟยบอกให้เขานำสมุนไพรมาเพิ่มครึ่งหนึ่งในวันพรุ่งนี้

การประหยัดเงินเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญกว่าคือทำให้สูตรโอสถทะยานเนินเขาถึงระดับรู้แจ้งโดยเร็วที่สุด

ในตอนบ่าย เฉินเฟยกำลังฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดโดยคิดในใจว่าพรุ่งนี้ควรเข้าเมืองเซียนเมฆาไปอาศัยในโรงเตี๊ยมที่มีบ่อน้ำพุน้อนดีหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนตลอดทั้งวัน ในเวลานั้นเมื่อฝึกสยบมังกรคชสารของแต่ละวันเสร็จก็กลับมาหลอมโอสถที่บ้านเช่า สิ่งนี้ยังช่วยให้ฉือเต๋อเฟิงไม่ต้องวิ่งไปมาด้วย

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฉินเฟยหยุดฝึกฝนและเปิดประตูด้วยความสงสัย พบว่าคนที่มาคือกัวหลินซาน

“ศิษย์พี่กัวมีอะไหรือ?” เฉินเฟยเชิญกัวหลินซานเข้ามาและรินชาให่หนึ่งถ้วย

“มีอยู่เรื่องหนึ่ง”

กัวหลินชานดื่มชา มองเฉินเฟยและพูดว่า “ในช่วงที่เจ้าไปดินแดนประหลาด ข้าไปรับการประเมินศิษย์แท้จริงรอบแรกมาและข้าผ่านแล้ว”

“ยินดีกับศิษย์พี่ใหญ่ด้วย”

เฉินเฟยผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็อดยิ้มไม่ได้และยินดีกับกัวหลินซานจากใจ

“ยังเร็วเกินไปที่จะแสดงความยินดี ข้าเพิ่งผ่านรอบแรก” กัวหลินชานโบกมือ

“การประเมินศิษย์แท้จริงมีหลายรอบหรือ?” เฉินเฟยไม่เข้าใจเรื่องนี้ ท้ายที่สุดแล้วเขายังคงห่างจากเรื่องนี้อยู่บ้าง

“รอบแรกทดสอบจิตใจ”

กัวหลินซานพยักหน้า “แท้จริงแล้วมันเป็นอาวุธวิญญาณของสำนักที่ดึงศิษย์เข้าสู่ภาพลวงตา หากจิตใจผ่านการทดสอบจะถือว่าผ่านการทดสอบรอบแรก”

เฉินเฟยพยักหน้า แม้กัวหลินซานบอกว่ามันง่าย แต่เฉินเฟยรู้ว่าเมื่อมีศิษย์แท้จริงมาเกี่ยวข้อว การประเมินนั้นย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน

“เดิมทีข้าต้องอยู่อีกสองสามเดือนก่อนจะต้องไป แต่ผ่านไปเดือนกว่าการประเมินศิษย์แท้จริงรอบสองก็เริ่มก่อนกำหนด ดังนั้นข้าจึงต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ” กัวหลินซานพูดเสียงทุ้ม

“การประเมินรอบสองคืออะไร?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย

“การประเมินรอบสองเป็นการทำร่วมกับอีกสามสำนัก”

กัวหลินซานจัดเรียกคำแล้วพูด “เราแบ่งดินแดนลับกับหอเป๋ย์โต่ว สำนักฉางหง และศาลาเฉินสุ่ย ดินแดนลับนี้หลายปีจะเปิดครั้งหนึ่งและมีไว้สำหรับการประเมินศิษย์แท้จริงโดยเฉพาะ เดิมทีดินแดนลับนี้จะเปิดในอีกครึ่งปีให้หลัง แต่จู่ๆก็เปิดเร็วกว่ากำหนด”

ดินแดนลับ?

เฉินเฟยผงะไป แท้จริงแล้วมีดินแดนลับที่สี่สำนักใช้ร่วมกันและมันยังผลักไสสำนักกระบี่เซียนเมฆาออกไปด้วย

ไม่สิ คาดว่าคงไม่ได้ผลักไสสำนักกระบี่เซียนเมฆาออกไปแต่สำนักกระบี่เซียนมเฆาไม่ชอบดินแดนลับนี้มากกว่า ไม่อย่างนั้นหากเป็นสิ่งที่ดีจริง ด้วยนิสัยของสำนักกระบี่เซียนเมฆาทั้งสี่สำนักคงทำอะไรไม่ได้

“หากต้องการเป็นศิษย์แท้จริงของสำนัก รอบแรกคือประเมินจิตใจ การประเมินรอบสองคือต้องเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆให้เพียงพอจากดินแดนลับนี้ เดิมทีข้าไม่กล้าพาเจ้าไปด้วย แต่ตอนนี้เจ้าทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกแล้ว ความว่องไวของเจ้าต้องก้าวหน้าไปอีกขั้นแน่นอน แต่ในดินแดนลับนี้อาจไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก” กัวหลินซานพูดเสียงทุ้ม

“ในดินแดนลับมีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?” เฉินเฟยถามเสียงเบา หากไม่มีผลประโยชน์มากพอกัวหลินชานคงไม่คิดจะดึงเฉินเฟยไปด้วย

“วัตถุวิญญาณล้ำค่าหลายชนิดและสมุนไพรอายุมาก ที่สำคัญกว่านั้นในดินแดนลับมีปราณหยวนอุดมสมบูรณ์ การบ่มเพาะในนั้นจะได้ผลสองเท่า”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยและพูดเสียงทุ้ม “สิ่งสำคัญสุดคือดินแดนลับหลายปีจะเปิดครั้งหนึ่ง หากต้องการเป็นศิษย์แท้จริงเจ้าต้องสร้างความต่างตอนอยู่ในนั้น ศิษย์น้องเล็ก หากเจ้าทำได้ดีพอในดินแดนลับ บางทีสำนักอาจปล่อยให้เจ้าผ่านการประเมินนี้ ในเวลานั้นเมื่อเจ้าฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดถึงขั้นห้าและผ่านการประเมินรอบแรก เจ้าจะสามารถรับมรดกของศิษย์แท้จริงด้วยระดับขัดเกลาไขกระดูก!”

หัวใจเฉินเฟยเต้นรัว ฟังแล้วน่าดึงดูดจริงๆ

ฐานฝึกฝนอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณยังไม่อาจแสดงพลังแท้จริงได้เนื่องจากฐานฝึกฝนของเฉินเฟย พูดอีกอย่างคือความว่องไวในปัจจุบันของเฉินเฟยน่าจะโดดเด่นที่สุดในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

หากระวังตัวให้ดี ในดินแดนลับนี้เฉินเฟยอาจมีโอกาสสร้างความต่างได้จริง

เมื่อครู่กัวหลินซานบอกว่าดินแดนลับหลายปีจะเปิดครั้งหนึ่ง ภายในหนึ่งปีเฉินเฟยอาจเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ในเวลานั้นเกรงว่าคงต้องรออีกหลายปีถึงจะรับมรดกแท้จริงได้

สำหรับศิษย์คนอื่น การเพิ่มฐานฝึกฝนไม่เวลาหลายปีไม่มีประโยชน์อะไร แต่เฉินเฟยที่มีโอกาสฝึกฝนเร็วขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นทำไมต้องรออีกหลายปี?

“ข้าไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ตัวจริงแล้วจะเข้าดินแดนลับได้หรือ?” เฉินเฟยพูดเสียงเบา

“ได้สิ คนที่เหมือนข้าได้รับอนุญาตให้นำผู้ช่วยไม่เกินระดับขัดเกลาอวัยวะภายในไปด้วยได้หนึ่งคน สำนักอื่นเป็นเช่นเดียวกัน”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยด้วยสายตาอันร้อนแรง ในดินแดนลับมีผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนและเข้าไปได้แค่นักยุทธ์ที่ไม่เกินระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขาไม่ถูกปิดล้อมก็ไม่เป็นไร แม้จะเข้าไปซ่อนตัวฝึกฝนก็ยังเป็นสถานที่ที่ดีมาก

เฉินเฟยมีท่าร่างดีและมีกระบี่ดาวประดับราตรีกับกระบี่หนาม ดังนั้นการป้องกันตนเองจึงไม่ใช่ปัญหา

นี่คือเหตุผลที่กัวหลินซานมาหาเฉินเฟย ในมุมมองของกัวหลินซาน ดินแดนลับปลอดภัยกว่าดินแดนลมประหลาดมาก ตราบใดที่ไม่ไปเสี่ยงหรือไม่มีความโลภก็จะปลอดภัย

แน่นอนว่าถ้าเฉินเฟยยังอยู่ในระดับหลอมกระดูกกัวหลินซานก็จะไม่พาไปด้วย ระดับหลอมกระดูกต่ำเกินไป โชคดีที่เฉินทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้แล้ว

“อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ก่อนจะมาข้าได้ไปถามอาจารย์แล้ว อาจารย์บอกให้เจ้าตัดสินใจเอง” กัวหลินชานพูดด้วยรอยยิ้ม

“ได้ หากไม่รังเกียจข้า ข้าก็จะไปดินแดนลับด้วย” เฉินเฟยอดหัวเราะไม่ได้

กัวหลินซานยิ้มและตบไหล่เฉินเฟย พวกเขาพูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่วหลินซานจะจากไป

เฉินเฟยยืนครุ่นคิดอยู่ที่เดิม

ในดินแดนลับนี้น่าจะไม่มีนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร แต่ยังมีนักยุทธ์และสัตว์อสูรระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจำนวนมาก ในเวลานั้นย่อมหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยในเวลานี้ หากต้องการปรับปรุงในเวลาอันสั้น สยบมังกรคชสารเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สำหรับวิชากระบี่ กระบี่หนามเพียงพอแล้ว

ในด้านท่าร่าง เฉินเฟยตั้งใจไปถามเฟิงซิวผู่ว่ามีสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่

สำนักกระบี่เซียนเมฆา

“เฉินเฟยกลับมาจากดินแดนประหลาดอย่างปลอดภัย? แล้วยังไปถึงระดับขัดเกลาไขกระดูกด้วย?”

หยูอี้เฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย เขากับเสินติ่งหยานเป็นศิษย์ในยอดเขาเดียวกันและมักจะพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง เสินติ่งหยานเป็นคนอวดดี แต่สำหรับคนที่เข้าใจเรื่องนี้จึงไม่เห็นเป็นแบบนั้น ดังนั้นทั้งสองจึงเข้ากันได้ดี

การตายของเสินติ่งหยานผ่านไปอย่างช้าๆและเป็นที่สงสัยว่าเป็นฝีมือของสำนักเพลิงเทพ นอกจากการกวาดล้างค่ายพักของสำนักเพลิงเทพไม่กี่แห่งก็ไม่มีอะไรอีก

สำหรับเฉินเฟยที่เป็นสาเหตุให้เสินติ่งหยานตายทางอ้อม หยูอี้เฉินย่อมเกลียดแน่นอน เขาคิดว่าเฉินเฟยจะตายในดินแดนประหลาด แต่คิดไม่ถึงว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยแบบนี้และฐานฝึกฝนยังก้าวหน้าขึ้นด้วย

“ในเมื่ออยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกเช่นนั้นไปส่งจดหมายท้าดวลให้ข้า ข้าต้องการแลกเปลี่ยนวรยุทธกับมัน!” หยูอี้เฉินสั่งคนรับใช้

“ขอรับ คุณชาย!” คนรับใช้ตอบรับแล้วเดินถอยหลังไป

หนึ่งชั่วยามต่อมา จดหมายท้าดวลถูกวางไว้ตรงหน้าเฉินเฟย

“แลกเปลี่ยนวรยุทธ์? ไม่รับ กลับไปเถอะ”

เฉินเฟยเหลือบมองแล้วปฏิเสธโดยตรง หลังคิดอยู่ครู่หนึ่งเฉินเฟยก็พูดอีกครั้ง “ถ้าจะส่งมาต่อก็บอกไปว่าข้ายอมแพ้ เขาแข็งแกร่งกว่า!”

จบบทที่ ตอนที่ 129 เขาทำต่อ เขาแข็งแกร่งกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว