เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 104 เติมปราณหยวนเข้าร่างกาย

ตอนที่ 104 เติมปราณหยวนเข้าร่างกาย

ตอนที่ 104 เติมปราณหยวนเข้าร่างกาย


เฉินเฟยขมวดคิ้ว เดินไปวางมือบนข้อมือฉือเต๋อเฟิงอย่างอยากรู้ ระดมพลังจิตใจตามวิธีคำธิบายอาวุธวิญญาณพร้อมกับพลังตัวเองใส่เข้าไปในร่างฉือเต๋อเฟิง

ครู่ต่อมา เฉินเฟยเหมือนพบเมล็ดพลังในช่องท้องฉือเต๋อเฟิง

พลังนี้ไม่ใช่ของตัวเฉือเต๋อเฟิงเอง แต่ในเวลานี้มันยึดกับเนื้อโดยรอบอย่างเหนียวแน่น แม้แต่พลังของฉือเต๋อเฟิงยังเข้าไปเกี่ยวพันด้วย

ภายใต้การมองด้วยพลังจิตใจ เมล็ดนี้ดูค่อนข้างบอบบาง หากไม่ใช้วิธีพิเศษในการเอาออกแล้วอาศัยพลัง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดมันจากฉือเต๋อเฟิง

หากตัดมันออก พลังในร่างฉือเต๋อเฟิงจะได้รับความเสียหายอย่างมาก จากการคำนวนของกัวหลินซาน ระดับบ่มเพาะของเขาจะลดไปหนึ่งระดับ แม้กระทั่งร่างกายอาจไม่ดีเท่าระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ

แต่ถ้าไม่จัดการมัน เมล็ดนี้จะดูดกลืนเลือดลมไปเสริมพลังให้กับตัวเอง ซึ่งเท่ากับการตายอย่างช้าๆ

ตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้นในหอแดงมัวเมาก่อนหน้านี้ เมล็ดนี้ถูกควบคุมโดยไป๋ซิงฮุ่ยอย่างสมบูรณ์ หากนางต้องการฆ่าฉือเต๋อเฟิงเพียงแค่ควบคุมเมล็ดนี้ให้ระเบิด ต่อให้ฉือเต๋อเฟิงไม่ตายก็ต้องพิการ

“สุดยอด!”

ครู่ต่อมาเฉินเฟยลืมตาขึ้นแล้วลูบขมับ เมล็ดนี้สุดยอดจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย เพียงโครงสร้างก็ไม่น่าใช่ของวิชาลับระดับต่ำ

เพียงแค่ไม่รู้ว่าไป๋ซิงฮุ่ยทำด้วยตัวเองเองหรือเป็นผู้หญิงในหอแดงมัวเมาใช้วิชาลับนี้แล้วคอยออกคำสั่ง

“เป็นอย่างไร?” กัวหลินซานถาม

“ข้าแก้ไขไม่ได้เช่นกัน”

เฉินเฟยส่ายหน้า สีหน้าฉือเต๋อเฟงมืดมนโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกที่โดนผู้อื่นควบคุมและคนควบคุมยังเป็นโสเภณีเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ

สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายอวดรถม้า แต่เขาเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด

“บังคับแก้ไขโดยตรงเถอะ มากสุดเพียงระดับถดถอย ข้าไม่มีความหวังในเส้นทางยุทธ์อยู่แล้ว” ฉือเต๋อเฟิงยิ้มอย่างเข้มแข็ง

“ไม่ต้องห่วง อีกสองสามวันข้าจะลองใหม่”

เฉินเฟยยิ้มแล้วโบกมือ “เจ้าลองไปหาผู้เฒ่าซือที่บ้านด้านข้างดู บางทีเขาอาจช่วยได้”

ดวงตาฉือเต๋อเฟิงเป็นประกาย เมื่อพิจารณาถึงความลึกลับของผู้ควบคุมความประหลาดแล้ว บางทีเขาอาจมีวิธีแก้ไข

คิดได้ดังนั้นฉือเต๋อเฟิงจึงรีบบอกลาเฉินเฟยและจากไป

ฉือเต๋อเฟิงไม่ได้ไปบ้านด้านข้างทันที แต่ไปถนนเพื่อซื้อของขวัญ โดยเฉพาะขนมที่เด็กชอบกินแล้วค่อยไปหา

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฉือเต๋อเฟิงกลับมา ความมืดมนก่อนหน้านี้หายไปจากใบหน้า

“แก้ไขได้จริงหรือ?”

พอกัวหลินซานเห็นสีหน้าฉือเต๋อเฟิงจึงพูดอย่างแปลกใจ นักควบคุมความประหลาดคนนั้นเชี่ยวชาญด้านพลังจิตใจเพียงนี้เชียว?

“ยังแก้ไขไม่ได้ แต่ผู้เฒ่าซือใช้วิชาลับผนึกมันไว้แล้ว” ฉือเต๋อเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม

“อยู่ได้นานแค่ไหน?”

เฉินเฟยพูดอย่างอยากรู้ การผนึกนี้ยังคงเป็นการผนึกไว้ในร่างมนุษย์ นั่นจึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาไว้ตลอดไป

“สามเดือน หลังจากนี้สามเดือนผู้เฒ่าซือให้ข้าไปหาอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเขาจะผนึกได้อีกสองเดือน”

“การปิดผนึกจะยากขึ้น” กัวหลินซานพยักหน้า การผนึกนี้เป็นวิธีการประคองอาการแต่ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ

“ผู้เฒ่าซือบอกว่าหากสุดท้ายยังแก้ไขไม่ได้ เขาสามารถจะช่วยกำจัดเมล็ดนี้ให้ ระดับยังคงถอยหลัง แต่ยังพอทรงตัวอยู่ในระดับหลอมกระดูกได้”

ฉือเต๋อเฟิงยิ้มกว้าง ตราบใดที่ไม่ตกถึงระดับขัดเกลากล้ามเนื้อโดยสมบูรณ์ฉือเต๋อเฟิงก็พอรับได้

“ดี! ช่วงนี้เจ้าคงปลอดภัยไปอีกสักพัก ในอีกไม่กี่วันข้าจะรีบฝึกพลังจิตใจ แล้วค่อยมาดูอีกทีว่ามีวิธีอื่นหรือไม่” เฉินเฟยยิ้ม ปัญหาส่วนใหญ่ถูกแก้ไขแล้ว

แต่เพียงส่วนใหญ่เท่านั้น คนร้ายไป๋ซิงฮุ่ยยังคงอยู่อย่างปลอดภัยในหอแดงมัวเมา

มันรู้สึกแย่ยิ่งนักที่ต้องสูญเสียอย่างโง่เขลาแต่กลับเอาคืนไม่ได้ สิ่งสำคัญคือไป๋ซิงฮุ่ยอยู่ในเมืองเซียนเมฆาและมีผู้คุ้มกันสองสามคนอยู่ข้างนาง

การดักตีบนถนนเป็นเรื่องยากและทำให้เกิดผลกระทบเลวร้าย คาดว่าหอแดงมัวเมาจะโจมตีกลับเต็มกำลังเช่นกัน

สุดท้ายแล้วพวกเขาไปทำร้ายคนของพวกเขาแต่ยังอยู่ต่อในเมืองเซียนเมฆา หากหอแดงมัวเมาไม่ตอบโต้ คนอื่นคงดูหมิ่นแดงมัวเมา

เมื่อถึงเวลานั้นหอแดงจะลงมือทำอย่างเต็มที่จนสั่นสะเทือน

ดังนั้นเรื่องนี้จึงใช้เป็นบทเรียนและต้องกลืนมันด้วยตัวเอง

เฉินเฟยกัดฟันคิดเรื่องเมล็ดในร่างฉือเต๋อเฟิง เขามีความคิดอยู่ในใจแต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เฉินเฟยต้องมีความสามารถในการควบคุมพลังจิตใจละเอียดอ่อนกว่านี้

ฉือเต๋อเฟิงอยู่ในเมืองเซียนเมฆา ส่วนเฉินเฟยและกัวหลินซานกลับไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“อาจารย์ ศิษย์ขอเข้าพบ!”

เฉินเฟยมาที่ลานบ้านเฟิงซิวผู่แล้วกุมมือตะโกน

“เข้ามา”

เฟิงซิวผู่ในลานบ้านมองเฉินเฟยเดินเข้ามา เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เจ้าสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามหรือยัง?”

“ข้าฝึกสำเร็จแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า การปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลทำให้ร่างเฉินเฟยใหญ่ขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อเขาดูแข็งแกร่งและแสดงรูปชัดขึ้น

“ดี!”

เมื่อเห็นเฉินเฟยปลุกคุณสมบัติพิเศษได้เฟิงซิวผู่จึงหัวเราะเสียงดัง แม้เฉินเฟยจะบอกว่าสามารถฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามให้สำเร็จได้ภายในวันนี้ แต่เฟิงซิวผู่ค่อนข้างไม่มั่นใจนัก

ไม่มีอะไรอื่นนอกจากเร็วเกินไปซึ่งค่อนข้างเกินจริง

“มานี่ ข้าจะอธิบายพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ให้เข้าฟัง” เฟิงซิวผู่กวักมือ เฉินเฟยรีบนั่งบนเก้าอี้หิน

ใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม เฟิงซิวผู่กังวลว่าเฉินเฟยจะพลาดบางส่วน ดังนั้นเขาจึงอธิบายพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่สองครั้งถึงจะหยุด

“หากมีข้อสงสัยเจ้าสามารถถามได้ทันที” เฟิงซิวผู่พูดอย่างอดทน

“ข้าไม่มีข้อสงสัย ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มอบวิชายุทธ์นี้!” เฉินเฟยลุกขึ้นโค้งคำนับ

[วิชายุทธ์: พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่(1/12000)]

ความชำนาญเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับขั้นสาม แต่สำหรับเฉินเฟย โอสถเส้นลมปราณจะทำให้เขาฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่ให้สำเร็จได้ภายในสิบวัน

เมื่อถึงเวลานั้น ตั้งตารอได้เลยว่าพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่จะช่วยเพิ่มพลังภายในได้อย่างไร

เฟิงซิวผู่ยิ้มและโบกมือให้เฉินเฟยนั่งลง

“การฝึกยุทธ์เป็นเหมือนการแล่นเรือทวนกระแสน้ำ หากเจ้าไม่ก้าวหน้าก็จะถอยหลัง เจ้าต้องจำสิ่งนี้ไว้ให้ดี” เฟิงซิวผู่เตือนเพราะกลัวว่าคนหนุ่มจะชะล่าใจ

“ศิษย์เข้าใจแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า นึกถึงสิ่งที่กัวหลินซานพูดเรื่องคุณสมบัติพิเศษก่อนหน้านี้จึงรีบขอคำแนะนำจากเฟิงซิวผู่ “อาจารย์ คุณสมบัติพิเศษจากวิชายุทธ์ของเรามีเวลาจำกัด ข้าได้ยินจากศิษย์พี่กัวว่าบางคนสามารถเพิกเฉยข้อจำกัดนี้แล้วใช้ได้ตลอดเวลา?”

นั่นเทียบเท่ากับการเปลี่ยนจากวิชาใช้งานเป็นแบบติดตัว ไม่จำเป็นต้องใช้งานเอง เพียงแค่โจมตีออกไปก็เป็นรายได้เลือด[1]

“ระดับปรับแต่งร่างกายทำสิ่งนี้ไม่ได้ มากสุดเพียงยืดเวลาออกไป หากจะทำตามสิ่งที่เจ้าพูดจำเป็นต้องอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร”

เฟิงซิวผู่ส่ายหัว “ระดับขัดเกลาทวารสามารถใช้พลังจิตใจเสริมพลังคุณสมบัติพิเศษในจุดทวารได้”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย การทำสิ่งนี้เป็นไปได้จริง แต่หากพูดถึงจุดทวาร สิ่งยังเร็วเกินไปสำหรับเฉินเฟย

“เมื่อเจ้าชำนาญคำอธิบายอาวุธวิญญาณจะสามารถใช้พลังจิตใจได้เล็กน้อย หากเจ้าพบอันตรายและต้องการยืดเวลาคุณสมบัติพิเศษ เจ้าสามารถใช้พลังจิตใจไปเพิ่มมันได้”

เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง: “แต่จงจำไว้ หากไม่จำเป็นจงอย่างใช้วิธีนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะกระทบจิตใจได้ง่าย เมื่อจิตใจได้รับบาดเจ็บมันจะทำให้ยากต่อการทะลวงระดับในอนาคต”

เฟิงซิวผู่บอกกล่าว การสอนเคล็ดลับใช้งานไม่ใช่เรื่องยาก เฉินเฟยสามารถเรียนรู้ได้ในครั้งเดียว

เดิมทีเฟิงซิวผู่ไม่อยากพูดถึงวิธีนี้ แต่บางครั้งผู้คนจะต้องพบกับอันตรายหรือแม้กระทั่งอันตรายถึงชีวิต ในเวลานั้นมไต้องสสัยเลยว่าไม่จำเป็นต้องพูดถึงอนาคต

ในเวลานั้นการดิ้นรนอย่างสิ้นหวังย่อมดีกสว่าอยู่รอความตาย

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยออกจากลานบ้านเฟิงซิวผู่และกลับไปที่บ้านตัวเอง

สิ่งที่ทำอย่างแรกคือนำสมุนไพรที่ฉือเต๋อเฟิงส่งมาให้ในตอนเช้าหลอมเป็นโอสถเหนือสามัญ และความชำนาญโอสถทะยานเนินเขาเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

จากนั้นเฉินเฟยเริ่มกินโอสถเส้นลมปราณและฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างบ้าคลั่ง

สามชั่วยามต่อมา เฉินเฟยใช้เวลาที่เหลือวาดแผนผังคำอธิบายอาวุธวิญญาณ

นอกจากการกินและขับถ่าย เฉินเฟยไม่หยุดพักผ่อนเลยตั้งแต่เย็นจนกระทั่งถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเต๋อเฟิงมาหาแล้วหยุดอยู่ที่ชั่วขณะ

ฉือเต๋อเฟิงจากไป วันนี้สีหน้าฉือเต๋อเฟิงดีขึ้นมาก รอยคล้ำใต้ตาหายไปและกลับเป็นปกติ

หลังมอบโอสถและรับสมุนไพร เฉินเฟยก็ออกไปเดินรอบสำนัก หลังจากโล่งใจแล้วเขาจึงกลับบ้านมาฝึกต่อ

ฝึกฝนไม่หยุดแบบนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน เฉินเฟยใช้เวลาสามวันสามคืนจนกระทั่งคำอธิบายอาวุธวิญญาณถึงระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยลูบลูกปัดเก็บปราณหยวนในมือ ภาพลวงตาในใจของเขาแวบขึ้นมา ลูกปัดเก็บปราณหยวนกลายเป็นวงกลมแสงปิดล้อมเฉินเฟย

จิตใจเฉินเฟยสั่งการ ปราณหยวนในวงแสงพุ่งเข้าร่างเฉินเฟย

วงกลมแสงที่เกิดจากลูกปัดเก็บปราณหยวรแตกเป็นเสี่ยงๆ ภาพรอบตัวเฉินเฟยกลับเป็นปกติ

เฉินเฟยไม่ตั้งใจจะให้ความสนใจกับสิ่งอื่น ในเวลานี้เขาฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่อย่างบ้าคลั่ง กลั่นปราณหยวนในร่างกายทีละส่วนและเปลี่ยนให้เป็นพลังภายใน

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยลืมตาขึ้น มองระบบด้วยรอยยิ้ม

พลังภายในเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าร้อยคะแนน

พลังจิตใจส่วนใหญ่ถูกใช้ไป ในขณะเดียวกันลูกปัดเก็บปราณหยวนเหมือนกลายเป็นลูกปัดไม้แห้งเหี่ยว

เฉินเฟยใช้คำอธิบายอาวุธวิญญาณระดับรู้แจ้งกระตุ้นความสามารถลูกปัดเก็บปราณหยวนให้ถึงขีดสุด ผลคือปราณหยวนส่วนหนึ่งถูกดูดซับมาเหมือนกาลักน้ำ[2]

ลูกปัดเก็บปราณหยวนไม่ได้รับความเสียหาย เฉินเฟยยังดูดซับปราณหยวนไปส่วนหนึ่งและใช้จิตใจน้อยลง เป็นการทำเงินได้มากมายนัก พลังภายในที่เพิ่มขึ้นเป็นข้อพิสูจน์ได้ดี

แต่การเติมปราณหยวนเข้าร่างกายแบบนี้ย่อมมีขีดจำกัด ไม่นานนักเฉินเฟยก็รู้สึกว่าฐานร่างกายอ่อนแอลง อย่างไรแล้วเขายังอยู่ในระดับหลอมกระดูกเท่านั้น ร่างกายจึงแข็งแกร่งไม่มากพอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉือเต๋อเฟิงมาตามกำหนด

“เจ้าต้องการแก้แค้นหรือไม่?” เฉินเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“แก้แค้นใคร?”

“ไป๋ซิงฮุ่ย!”

[1]รายได้เลือด ทำงานเล็กน้อยได้กำไรมาก

[2]กาลักน้ำ  ถ่ายเทของเหลวจากที่สูงลงไปสู่ที่ต่ำอย่างต่อเนื่องโดยผ่านตัวกลาง

จบบทที่ ตอนที่ 104 เติมปราณหยวนเข้าร่างกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว