เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่่ 105 โปรดไว้ชีวิตด้วย

ตอนที่่ 105 โปรดไว้ชีวิตด้วย

ตอนที่่ 105 โปรดไว้ชีวิตด้วย


ฉือเต๋อเฟิงผงะเล็กน้อยแล้วส่ายหัว “ช่างเถอะ เรายั่วยุหอแดงมัวเมาไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีค่าพอที่จะให้ลากเจ้าลงไปด้วย”

ฉือเต๋อเฟิงเข้าใจเรื่องหอแดงมัวเมาจึงเลือกที่จะปล่อยเรื่องนี้ไป

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าไปดักตีนางข้างถนนสักเสียหน่อย” เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ แม้วิธีแก้แค้นนี้จะตรงไปตรงมาที่สุด แต่มันให้ผลร้ายแรงที่สุดเช่นกัน

“ให้ไปลักพาตัวก็ไม่เอาเช่นกัน”

ฉือเต๋อเฟิงคิดว่าเฉินเฟยตั้งใจจะเปลี่ยนรูปลักษณ์เขาแล้วให้ไปลักพาตัวมา แต่การทำเช่นนี้โจ่งแจ้งเกินไปและง่ายต่อการตามตัว

“ไม่ใช่แบบนั้น”

เฉินเฟยตกตะลึง ทำไมฉือเต๋อเฟิงถึงคิดแบบนี้กัน หากจะใช้วิธีเหล่านี้แล้วจะรอทำไมตั้งหลายวัน

“แล้วจะให้แก้แค้นอย่างไร?” ฉือเต๋อเฟิงสงสัย

“ใช้สิ่งนี้”

พูดจบเฉินเฟยก็หยิบจี้หยกชิ้นหนึ่งออกมาจากอก ซึ่งก็คืออาวุธกึ่งวิญญาณที่ได้รับจากสือเสวี่ยชิน

“ใช้อย่างไร?” ฉือเต๋อเฟิงรู้จักจี้หยกนี้ เขาเคยเห็นเฉินเฟยกับกัวหลินซานศึกษามัน แต่เหมือนว่าจะไม่ได้ข้อมูลใด

“ใช้ย้อนกลับเมล็ดในตัวเจ้า”

เฉินเฟยยิ้ม “ต้องกลับไปที่เมืองเซียนเมฆาก่อน ไปให้ผู้เฒ่าซือปลดการผนึกจากนั้นข้าจะดัดแปลงเมล็ดนั้น”

“ย้อนกลับ? ปลดผนึก?”

ฉือเต๋อเฟิงขมวดคิ้วแต่ไม่ได้ปฏิเสธ แม้ระยะเวลาจะสั้นลงหากปลดผนึกและผนึกอีกครั้ง แต่ฉือเต๋อเฟิงยังเลือกไว้ใจเฉินเฟย

หลังจากคบกันมานานจึงเกิดความเชื่อใจกันอยู่บ้าง

ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองมาถึงบ้านซือหยวนไห่ในเมืองเซียนเมฆา

ซืออี้หนานกำลังถือตำราอ่านออกเสียง แต่สายตานางเหลือบมองเฉินเฟยทั้งสองเป็นครั้งคราว ดวงตาสีเข้มของนางกลิ้งไป ไม่รู้ว่านางกำลังวางแผนอะไรอยู่

“ปลดผนึกไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำสิ่งนี้อาจทำให้เจ้ารู้สึกเจ็บเล็กน้อย และเมล็ดจะดูดซับเลือดลมและพลังของเจ้าทันที” ซือหยวนไห่พูดเสียงเบา

ฉือเต๋อเฟิงชำงักไปชั่วขณะแต่ยังคงพยักหน้า เมล็ดนี้ถูกใช้เพื่อดูดซับสิ่งเหล่านี้ การที่มันโดนผนึกหลายวันและไม่ได้ดูดซับอะไรเลย เมื่อปลดผนึกแล้วมันย่อมดูดซับอย่างสุดกำลัง

เฉินเฟยที่ยืนอยู่ด้านข้างลูบจี้หยกในมือ

ตามแผนเดิมของเฉินเฟย หลังคำอธิบายอาวุธวิญญาณถึงระดับรู้แจ้งเขาจะพยายามปลดเมล็ดในร่างกายฉือเต๋อเฟิงด้วยพลังจิตใจ

อัตราความสำเร็จไม่สูงนัก แต่หากทำหลายครั้งย่อมมีโอกาส ต่อให้ผลออกมาเลวร้ายแค่ไหนก็ยังถือเป็นการฝึกพลังจิตใจได้

หลังจากสำรวจการทำงานของจี้หยกนี้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เฉินเฟยได้ค้นพบคุณสมบัติพิเศษของจี้หยกนี้โดยไม่คาดคิด

จี้หยกกึ่งวิญญาณนี้สามารถบิดเบือนความเป็นจริงได้ในระดับหนึ่งตามความคิดของผู้ใช้ ทำให้ความปรารถนาของเป็นจริง

เมื่อค้นพบสิ่งนี้ เฉินเฟยถึงกับตกใจมากที่มีอาวุธกึ่งวิญญาณเบบนี้อยู่

แต่การศึกษาอย่างลึกซึ้งของเฉินเฟยทำให้เขาพบว่าการบิดเบือนความเป็นจริงในระดับหนึ่งนั้นแท้จริงแล้วมีระดับเล็กและมีขอบเขตแคบ

มันไม่ใช่ขอกับจี้หยกว่าอยากได้ถั่วเหลืองแล้วถั่วเหลืองจะมาหา นั่นไม่ใช่การแก้ไขความเป็นจริง

แต่หากมีถั่วเหลืองวางอยู่ตรงหน้า เมื่อใช้จี้หยกต้องการให้ถั่วเหลืองสุก ถั่วเหลืองตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นถั่วเหลืองสุก

ฟังดูธรรมดาไปหน่อย ท้ายที่สุดแล้วการทำให้ถั่วเหลืองสุกไม่ใช่เรื่องยากอะไร

แต่หากความสามารถของจี้หยกถูกนำไปใช้กับร่างกายมนุษย์และปรับเปลี่ยนในระดับเล็ก มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อทันที

สิ่งแรกที่เฉินเฟยต้องการในเวลานั้นคือเพิ่มพลังภายใน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะขอบเขตกว้างเกินไป หรือความสามารถของจี้หยกมีจำกัด คำสั่งทั่วไปแบบนี้จึงใช้ไม่ได้ผล เฉินเฟยเลยเสียพลังจิตใจไปโดยเปล่าประโยชน์

จากนั้นเฉินเฟยต้องการได้ปราณหยวน แต่จี้หยกยังไม่ตอบสนอง

หลังจากทดลองมากมาย ในที่สุดเฉินเฟยก็พบวิธีทำงานแท้จริงของจี้หยก

นั่นคือแก้ไขตามคำสั่ง ขอบเขตไม่กว้าง หากกว้างเกินไปจี้หยกจะใช้ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับตอนที่ซือเสวี่ยชินใช้จี้หยกนี้ นางสั่งให้น้ำแข็งละลายหยุดเลือดทำให้เฉินเฟยตาบอดเท่านั้น

เป็นคำสั่งที่ค่อนข้างง่าย ดังนั้นคำสั่งเหล่านี้จึงมีผล

หลังจากทดลองซ้ำๆ เฉินเฟยเลือกเสริมความแข็งแกร่งให้เส้นลมปราณบางเส้นเวลาหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิด เมื่อพลังจิตใจหมดลงเส้นลมปราณเหล่านั้นจะกลับสู่สภาพเดิม

ท้ายที่สุดเฉินเฟยได้พบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว พอพลังจิตใจหมดลงสิ่งที่ควรเป็นแบบไหนมันก็จะเป็นแบบนั้น

ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังครุ่นคิดบางอย่าง อีกด้านหนึ่ง ซือหยวนไห่ตบท้องฉือเต๋อเฟิง

ใบหน้าฉือเต๋อเฟิงบิดเบี้ยวทันทีราวกับมีหนอนกัดกินเลือดเนื้ออยู่ในท้อง เพียงครู่เดียวร่างฉือเต๋อเฟิงก็เต็มไปด้วยเหงื่อ

โชคดีที่สถานการณ์นี้อยู่เพียงไม่นานและค่อยๆหายไป

ใบหน้าฉือเต๋อเฟิงซีดขาว เขาดูอ่อนล้ามากขึ้น

ฉือเต๋อเฟิงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างด้วยร่างสั่นเท่า หายใจเข้าลึกสองสามครั้งจึงเริ่มฟื้นตัว ในเวลานั้นฉือเต๋อเฟิงคิดว่าตัวเองมีรูโหว่ตรงท้อง ความรู้สึกนี้ช่างอึดอัดนัก

“เริ่มเลย”

ฉือเต๋อเฟิงเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหันมองเฉินเฟย

“ได้!”

เฉินเฟยพยักหน้าเดินไปหาฉือเต๋อเฟิง แผนผังความคิดของคำอธิบายอาวุธจิตวิญญาณแวบเข้ามาในความคิด จี้หยกในมือส่องแสงสลัว

เฉินเฟยจับข้อมือฉือเต๋อเฟิง แสงสลัวของจี้หยกพุ่งเข้าสู่ร่างกายฉือเต๋อเฟิง

ภายใต้การมองด้วยพลังจิตใจ เฉินเฟยพบเมล็ดนั้นในทันที

เมื่อเทียบกับสองสามวันก่อน ตอนนี้เมล็ดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและมีเลือดลมไหลเวียนอยู่ในนั้น และเฉินเฟยเห็นโครงสร้างบางอย่างในนั้นได้ชัดเจนขึ้น

หากไป่ซิงฮุ่ยทำกับฉือเต๋อเฟิงอีกครั้งแล้วใช้วิชาลับ ฉือเต๋อเฟิงจะสามารถดูดซับพลังในเมล็ดนี้และเปลี่ยนให้เป็นของตัวเองได้

เฉินเฟยไม่รอช้า ใช้แสงนั้นเข้าไปห่อหุ้มเมล็ดเอาไว้

หากเฉินเฟยเต็มใจเขาสามารถลบเมล็ดนี้ออกจากร่างฉือเต๋อเฟิงได้ทันที แต่หากเขาทำเช่นนั้นไป๋ซิงฮุ่ยจะไม่ได้รับบทเรียน

ย้อนกลับ!

ออกคำสั่งจี้หยก แสงสลัวสั่นไหว ด้วยอิทธิพลของแสงสลัว โครงสร้างเมล็ดในร่างกายฉือเต๋อเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยในแบบที่เฉินเฟยไม่เข้าใจ

ความสามารถจี้หยกทรงพลังมาก มันทรงพลังเพราะใช้คำสั่งทั่วไปและไม่ได้แก้ไขปัญหาจริงๆ หากจี้หยกแก้ไขได้มันจะทำทันที

หากมันทำไม่ได้ ต่อให้ใช้พลังจิตใจจนหมดมันก็ทำไม่ได้อยู่ดี

โชคดีที่จี้หยกแก้ไขเมล็ดในร่างกายฉือเต๋อเฟิงได้

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง แสงสลัวหยุดสั่นไหวซึ่งถึงแก้ไขเสร็จสิ้น แต่พลังจิตใจเฉินเฟยยังคงถูกใช้งานอยู่เพราะตอนนี้เขาต้องรักษาการปรับเปลี่ยนนี้ไว้ เมื่อพลังจิตใจหมดลงการเปลี่ยนแปลงนี้จะกลับสู่สภาพเดิม

เฉินเฟยใช้พลังจิตใจแปดส่วนในการใช้แสงสลัวจี้หยกและปล่อยให้แสงสลัวนี้อยู่ในร่างฉือเต๋อเฟิง

“รีบไปหาไป๋ซิงฮุ่ย!”

เฉินเฟยลืมตามองฉือเต๋อเฟิงด้วยรอยยิ้ม

ฉือเต๋อเฟิงมองเฉินเฟยอย่างสงสัย “ทำไมข้าไปหานางด้วย?”

“ไปทำสิ่งที่เจ้าชอบทำกับนาง” เฉินเฟยเลิกคิ้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“พวกเขาชอบทำอะไรหรือ?” เสียงเด็กดังขึ้น ซืออี้หนานวางตำราในมือแล้วถามอย่างสงสัย

“เป็นเด็กเป็นเล็กอย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่!” ใบหน้าเหี่ยวย่นของซือหยวนไห่แดงขึ้น

“ข้าไม่ได้อยากฟังสักหน่อย แต่พวกท่านเสียงดังเกินไปจนข้าอ่านตำราไม่ได้!”

ซืออี้หนานเม้มปากมองฉือเต๋อเฟิงแล้ววิ่งกลับเข้าห้องอย่างไม่พอใจ

“รีบไปเถอะ พลังของจี้หยกอยู่ได้เพียงครึ่งชั่วยาม” เฉินเฟยกระตุ้น

“ครึ่งชั่วยามยังไม่พอ”

ฉือเต๋อเฟิงลุกขึ้นและได้พบความแตกต่าง ความรู้สึกไม่สบายกายเมื่อครู่บรรเทาลง คาดว่าหลังจากนี้ไม่นานจะสามารถกลับสู่สถานะเดิมก่อนโดนผนึก

“เจ้ารีบไปได้แล้ว” เฉินเฟยสบถด้วยรอยยิ้ม แม้แต่ในเวลานี้ฉือเต๋อเฟิงก็ยังไม่เลิกคุยโวอีก

ฉือเต๋อเฟิงยิ้มโชว์ฟันเหลือง ร่างกายสั่นไหววิ่งไปที่หอแดงมัวเมา

เฉินเฟยคุยกับซืออี้หนานสองสามคำจากนั้นกลับไปที่บ้านเช่าและรอให้ฉือเต๋อเฟิงกลับมา

อีกด้านหนึ่ง ฉือเต๋อเฟิงรู้สึกถึงลมที่พัดอยู่ใต้เท้า เขาวิ่งมาที่หอแดงมัวเมาโดยใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งเค่อ

“เชิญท่านลูกค้า”

สาวใช้ในหอแดงมัวเมาอดไม่ได้ที่จะปิดปากยิ้มเมื่อเห็นท่าทีรีบร้อนของฉือเต๋อเฟิง ลูกค้าที่รีบร้อนเช่นนี้เห็นได้ยากในหอแดงมัวเมา

“ไป๋ซิงฮุ่ยอยู่หรือไม่ ข้ามาหานาง” ฉือเต๋อเฟิงสูดลมหายใจเข้าและเรียกชื่นางอโดยตรง

“พี่ไป๋ยังอยู่ เชิญลูกค้าดื่มชาก่อน ข้าจะไปเรียกนางให้” สาวใช้พูดด้วยรอยยิ้ม

“ไปต้องเรียกแล้ว พาข้าขึ้นไปเลย”

ฉือเต๋อเฟงพูดแล้วหยิบเงินห้าตำลึงยัดใส่มือสาวใช้ สาวใช้ยิ้มกว้างและพาฉือเต๋อเฟิงไปยังห้องไป๋ซิงฮุ่ย

“พี่ไป๋ ท่านมีลูกค้า...”

“ไป๋ซิงฮุ่ย ข้าเอง!”

ฉือเต๋อเฟิงขัดจังหวะสาวใช้แล้วเปิดประตูเดินเข้าไป

“นายท่าน ในที่สุดท่านก็มาหาข้าแล้ว”

ไป๋ซิงฮุ่ยนอนอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้าน เมื่อเห็นฉือเต๋อเฟิงเดินเข้ามานางก็ยิ้มอย่างมีชัย สุดท้ายเจ้าก็กลับมา

ไป๋ซิงฮุ่ยโบกมือให้สาวใช้ สาวใช้ถอยหลังอย่างเชื่อฟังและปิดประตู

“นายท่าน ท่านต้องการดื่มสุราหรือไม่ ข้าน้อยจะบริการท่านอย่างดี”

ไป๋ซิงฮุ่ยกำลังจะลุกขึ้นแต่โดนฉือเต๋อเฟิงพุ่งเข้าไปกดนางลงเตียง

สาวใช้ที่อยู่นอกประตูไม่ได้จากไปแต่คอยอยู่ข้างๆ หากจำเป็นนางจะเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที

แต่ถึงกระนั้นไม่ได้มีคำสั่งอื่นมา ไม่นานนักมีเสียงดังมาจากด้านใน

“นายท่านไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆทำก็ได้...”

“ช้าหน่อย เสื้อผ้าขาดหมดแล้ว...”

“ท่านทำร้ายข้าแล้ว...”

“นายท่าน โปรดไว้ชีวิตด้วย...”

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฉือเต๋อเฟิงเดินออกจากห้องด้วยพลังเต็มเปี่ยม เขาดูอายุน้อยลงหลายปี แม้แต่ลมหายใจยังเข้าใกล้ระดับหลอมกระดูกสูงสุด

สาวใช้มองเข้าไปในห้องด้วยความอยากรู้ เห็นไป๋ซิงฮุ่ยนอนแผ่อยู่บนเตียงอย่างหมดแรง นางดูซีดเซียวราวกับแก่ขึ้นหนึ่งถึงสองปี แต่ใบหน้านางยังคงแสดงรอยยิ้มพึงพอใจยิ่ง

จบบทที่ ตอนที่่ 105 โปรดไว้ชีวิตด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว