เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 103 ผู้ยิ่งใหญ่เกิดใหม่

ตอนที่ 103 ผู้ยิ่งใหญ่เกิดใหม่

ตอนที่ 103 ผู้ยิ่งใหญ่เกิดใหม่


“ร่างกายพี่ฉือผิดปกติตั้งแต่มาที่นี่”

กัวหลินซานพูด “ตอนนี้พวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องอื่น แม่นางไป๋แก้ไขวิชาลับนี่ได้หรือไม่ หากเจ้าเต็มใจทุกอย่างล้วนพูดคุยได้”

“นายท่าน มีหลายอย่างที่ท่านไม่อาจพูดตามอำเภอใจได้”

ไป๋ซิงฮุ่ยนั่งตัวตรง มองกัวหลินซานด้วยรอยยิ้ม “ข้าน้อยไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของนายท่านนัก หากนายท่านมาหาข้าน้อยด้วยเหตุผลนี้ ข้าน้อยเกรงว่าไม่อาจช่วยท่านได้”

“ข้ามาหาเจ้าตั้งหลายครั้งและยังให้เงินตอบแทนไม่น้อย แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันและเป็นเพียงการซื้อขาย แต่เจ้าไม่ควรทำร้ายข้าเช่นนี้!” ฉือเต๋อเฟิงมองไป๋ซิงฮุ่ยแล้วพูดเสียงทุ้ม

การมาที่หอแดงมัวเมานั้นเพียงเพื่อความสำราญ ก่อนหน้านี้มีความสุขยิ่งนัก แต่เรื่องเลวร้ายก็ได้เกิดขึ้น

“แม่นางไป๋ หากเจ้ายอมปลดวิชาลับ ทุกอย่างจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” กัวหลินซานพูด

การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่มีประโยชน์ วิธีที่ถูกต้องคือแก้ปัญหา นอกจากนี้หอแดงมัวเมายังมีพื้นหลังที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรแล้วการสูญเสียตอนนี้ยังไม่มากนัก ให้ดีที่สุดคือแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

“นายท่านขู่ข้าหรือ?”

ไป๋ซิงฮุ่ยหัวเราะและตบมือเบาๆ หลายร่างปรากฏขึ้นด้านหลังไป๋ซิงฮุ่ย

ไป๋ซิงฮุ่ยมองกัวหลินซานทั้งสามและพูดด้วยรอยยิ้ม “หากนายท่านมาที่นี่เพื่อหาความสำราญ ข้ายินดีรับใช้ท่านด้วยใจจริง แต่ถ้านายท่านมาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา ข้าน้อยคงทำได้เพียงขออภัยและให้คนอื่นช่วยเหลือ”

กัวหลินซานมองสองสามคนที่อยู่ด้านหลังไป๋ซิงฮุ่ย พวกเขาล้วนอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก ความสามารถเท่านี้ไม่ได้อยู่ในสายตากัวหลินซาน

หากหลังจากนี้กล้าลงมือจริง นักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกเหล่านี้จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป

“แม่นางไป๋ วันนี้เรามาเพื่อเจรจา หากเจ้ามีเงื่อนไขอะไรโปรดพูดมาเลย”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว สิ่งที่สถานที่อย่างหอแดงมัวเมามองหาไม่มีอะไรมากไปกว่าเงิน ตราบใดที่มีเงินเพียงพอปัญหาควรแก้ไขได้

สุดท้ายแล้วฉือเต๋เฟิงไม่มีอะไรให้มอง เขาเป็นเพียงนักยุทธ์หลอมกระดูกธรรมดาและยังเป็นชายวัยกลางคนที่ไม่มีความหวังในเส้นทางยุทธ์

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะมีอะไรให้น่าสนใจอีกนอกจากเงิน

“คิกคิกคิก...”

ไป๋ซิงฮุ่ยปิดปากหัวเราะเสียงเบา หันไปมองเฉินเฟยจากนั้นมองฉือเต๋อเฟิง “ข้าน้อยจะมีเงื่อนไขอะไรได้ เพียงหวังว่านายท่านจะมาหาข้าน้อยทุกวันเท่านั้น”

ขณะที่ไป๋ซิงฮุ่ยพูด นางใช้มือลูกใบหน้าฉือเต๋อเฟิง “ข้าน้อยมั่นใจว่าท่านยังชอบข้าอยู่ หากท่านรู้สึกไม่สบายใจ ข้าน้อยสามารถแบ่งเบามันกับท่านได้ ดีหรือไม่?”

ด้วยคำพูดของไป๋ซุยฮุ่ย ดวงตาฉือเต๋อเฟิงเริ่มแดงก่ำ ร่างกายสั่นเล็กน้อยราวกับมีสัญชาตญาณที่ทำให้ฉือเต๋อเฟิงต้องการกดไป๋ซิงฮุ่ยลง

ไป๋ซิงฮุ่ยมองการอดทนของฉือเต๋อเฟิงและหัวเราะอย่างมีความสุขมากขึ้น และยิ่งไป๋ซิงฮู่ยหัวเราะ ร่างกายฉือเต๋อเฟิงก็ยิ่งสั่นเทิ้ม

“แม่นางไป๋ นี่จะมากไปแล้ว!”

กัวหลินซานตะคอกอย่างเย็นชาแล้วใส่ปราณเข้าไปในร่างฉือเต๋อเฟิง ร่างกายสั่นเทาของฉือเต๋อเฟิงสงบลง

ฉือเต๋อเฟิงเอนหลังพิงเก้าอี้หอบอย่างต่อเนื่อง เมื่อครู่ฉือเต๋อเฟิงคิดว่าตัวเองทนไม่ไหวอีกแล้ว เพียงอยู่ใกล้นิดเดียวร่างกายก็โดนสัญชาติญาณครอบงำ การป้องกันของฉือเต๋อเฟิงถูกทำลายทั้งหมด

“ดูเหมือนนายท่านคงไม่ต้องข้าน้อยแล้ว เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา” ไป่ซิงฮุ่ยยิ้มเล็กน้อย โค้งคำนับให้เฉินเฟยทั้งสามแล้วออกไป

ผู้คุ้มกันมองเฉินเฟยทั้งสามอย่างเย็นชาก่อนหายตัวไป

“ดูแล้วนางคงตั้งใจจะกินเจ้าตลอดไป” กัวหลินซานมองฉือเต๋อเฟิงและถอนหายใจ

ไม่ว่าเมื่อครู่จะพูดอย่างไรไป๋ซิงฮุ่ยก็ไม่ได้เปิดเผยอะไร เห็นได้ชัดว่านางเตรียมตัวไว้นานแล้ว พอไป๋ซิงฮุ่ยพบพื้นหลังของฉือเต๋อเฟิงแล้วจะยอมปล่อยเขาไปหรือ? แน่นอว่าย่อมเป็นไปไม่ได้

นางจะกินเขาจนกว่าจนกว่าจะตาย แต่นางจะไม่ปล่อยให้ตาย หากตายแล้วจะได้รับเงินอย่างไรเล่า?

พูดให้ชัดคือฉือเต๋อเฟิงกลายเป็นตั๋วอาหารระยะยาว หากพูดแบบหยาบคายคือปล้นแบบเปิดเผย!

“ไม่เป็นไร ข้ายอมให้ฐานฝึกฝนลดลงดีกว่าปล่อยให้นางควบคุม!”

ใบหน้าฉือเต๋อเฟิงซีดขาว ในเมื่อแก้ไขอย่างสันติไม่ได้เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำ

ฉือเต๋อเฟิงคิดว่าตัวเองเป็นผู้อาวุโสมากประสบการณ์จึงออกไปล่าห่านทั้งวัน แต่ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเขาจะถูกห่านจิกตา พูดได้เพียงว่าสถานที่อย่างเมืองเซียนเมฆาทำให้ฉือเต๋อเฟิงลดความระมัดลง และนั่นเป็นสาเหตุที่เขาตกหลุมพรางโดยไม่รู้ตัว

เฉินเฟยขมวดคิ้วแน่น เพียงมาใช้เงินเพื่อหาความสุขแต่กลับโดนหลอกได้เช่นกัน ทุกที่ล้วนอัตรายทั้งสิ้น!

“หากเจ้ายกระดับฐานฝึกฝนถึงขัดเกลาไขกระดูกได้ เจ้าจะไม่ต้องกลัววิชาลับพวกนี้”

กัวหลินซานพูดด้วยเสียงต่ำ ระดับขัดเกลาไขกระดูกเป็นการชำละล้างไขกระดูก ฐานฝึกฝนไป๋ซิงฮุ่ยไม่สูงนัก วิชาลับที่นางปลูกฝังไว้สามารถกำจัดออกไปได้อย่างง่ายเมื่ออยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก

ฉือเต๋อเฟิงยิ้มขมขื่น ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงวัยกลางคน ระดับหลอมกระดูกยังทะลวงได้ด้วยความบังเอิญเท่านั้น และในเวลานี้ร่างกายเขาย่ำแย่ลงอีก มันไม่ง่ายเลยที่จะพัฒนาฐานฝึกฝน

“จำเป็นต้องให้ไป๋ซิงฮุ่ยแก้วิชาลับนี้เองหรือ?” เฉินเฟยถามเสียงต่ำ

“โดยปกติจะเป็นเช่นนั้น ถ้าผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเต็มใจลงมือ ด้วยพลังของปรับแต่งจิต วิชาลับนี้จะถูกแก้ไขอย่างง่ายดาย” กัวหลินซานคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ

ขัดเกลาทวารต้องใช้พลังจิตใจในการวัดจุดทวาร พลังจิตใจนั้นบริสุทธิ์และละเอียดอ่อน แม้กระทั้งจุดทวารที่ไม่มีอยู่จริงยังสามารถพบได้ ดังนั้นการแก้ไขวิชาลับจึงไม่ใช่เรื่องยาก

แต่ถ้าพวกเขามีความสัมพันธ์กับระดับขัดเกลาทวารก็คงไม่จำเป็นต้องมาคุยกับไป๋ซิงฮุ่ย หากทำเช่นนั้นได้หอแดงมัวเมาจะทำตัวอ่อนน้อมและไม่มีปัญหาเช่นนี้

แน่นอนว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร แต่ผู้อาวุโสเหล่านั้นจะช่วยคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักได้อย่างไร

หากฐานฝึกฝนเฟิงซิวผู่ไม่ลดลง เขายังสามารถทำให้ได้ แต่ตอนนี้ฐานฝึกฝนเขาถดถอยกลับไปสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน พลังจิตใจของเขาย่อมลดลงและเหลือพลังของระดับขัดเกลาทวารเพียงเล็กน้อย

หากจะช่วยฉือเต๋อเฟิงแก้ไขวิชาลับ เกรงว่าเขาต้องใช้พลังอย่างมาก

“ต้องให้ความสำคัญอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?” ทันใดนั้นเฉินเฟยเอ่ยปากถามขึ้น

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อพูดถึงพลังจิตใจ แม้เฉินเฟยจะถูกจำกัดด้วยฐานฝึกฝน แต่ปริมาณและคุณภาพของพลังจิตใจนั้นธรรมดามาก

แต่ด้วยเคล็ดชำระใจและคำอธิบายอาวุธ เฉินเฟยจึงควบคุมพลังจิตใจได้ค่อนข้างยืดหยุ่น โดยเฉพาะคำอธิบายอาวุธวิญญาณคือการใช้พลังจิตใจ มันเป็นการฝึกพลังจิตใจเพื่อใช้กับอาวุธกึ่งวิญญาณ

หลังฝึกอาวุธวิญญาณถึงระดับเชี่ยวชาญ การควบคุมพลังจิตใจของเฉินเฟยจึงแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก หากฝึกวิชานี้ถึงระดับรู้แจ้ง บางทีอาจทำสิ่งนี้ได้?

กัวหลินซานมองเฉินเฟยอย่างสงสัย หรือว่าเฉินเฟยจะลงมือทำเอง?

เฉินเฟยไม่พูดอะไรและบอกให้ทั้งสองออกมาจากหอแดงมัวเมาก่อน

ทั้งสามกลับไปที่บ้านเช่า เมื่อเข้ามาในห้อง เฉินเฟยนำลูกปัดเก็บปราณหยวนออกมา

กัวหลินซานมองลูกปัดเก็บปราณหยวนแล้วถึงกับตาเบิกกว้าง

กัวหลินซานคุ้นเคยกับลักษณะเหี่ยวเฉาของลูกปัดเก็บปราณหยวนเป็นอย่างดี นี่เป็นสัญญาณว่าพลังลูกปัดเก็บปราณหยวนหมดลง แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน ลูกปัดเก็บปราณหยวนจะดูดซับปราณหยวนและฟื้นฟูกลับมาเอง

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยเพิ่งได้รับคำอธิบายอาวุธวิญญาณไปเมื่อวาน ผ่านมาคืนเดียวเขากลับใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนจนอยู่ในสภาพนี้ได้?

นี่มันความเร็วการเรียนรู้แบบใด นี่มันความเข้าใจแบบใด!

กัวหลินซานประเมินความเข้าใจเฉินเฟยสูงเสมอ แต่เฉินเฟยยังทำให้เขาตกใจได้ทุกครั้ง ศิษย์แท้จริงจะมีความเข้าใจขนาดนี้ได้อย่างไร หากศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเกินจริงเช่นนี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคงกำลังจะแซงหน้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้ว

“ศิษย์น้องเล็ก บางครั้งเจ้ามีความคิดแปลกๆผุดขึ้นในหัวหรือฝันว่าตัวเองเป็นผู้ทรงพลังหรือไม่?” ทันใดนั้นกัวหลินซานถามอย่างลึกลับ

“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” เฉินเฟยมองกัวหลินซานอย่างแปลกใจ ฝันว่าตัวเองเป็นผู้ทรงพลังคืออะไร เฉินเฟยมักจะฝันถึงตัวเองในชาติก่อนเท่านั้น

“ใช่แล้ว ข้าคิดว่าเจ้าอาจเป็นผู้ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด ฮ่าฮ่าฮ่า”

กัวหลินซานพูดแล้วหัวเราะออกมา มันไม่ได้มีความหมายอะไร เขาเพียงตกตะลึงกับพรสวรรค์ของเฉินเฟยและเกิดความคิดประหลาดขึ้นมา

เฉินเฟยมุมปากกระตุก นี่มันความคิดอะไรกัน

“สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ยอมรับเจ้า ซึ่งแท้จริงแล้ว...”

กัวหลินซานมองเฉินเฟยแล้วรู้สึกสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกขอบคุณอย่างน่าประหลาด

เงื่อนไขสำนักกระบี่เซียนเมฆาดีกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างเช่นลูกปัดเก็บปราณหยวนที่เป็นของพื้นฐานสำหรับพวกเขา แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่มีมัน

จากความเข้าใจของเฉินเฟยที่กัวหลินซานเห้นในเวลานี้ หากเขาเริ่มต้นที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยจะเปล่งประกายอย่างรวดเร็ว

การเริ่มต้นที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวนั้นแย่กว่าอย่างไม่ต้องสงสัย และยังมีสิ่งที่ให้ได้น้อยกว่า

แต่การที่เฉินเฟยเข้าร่วมสำกระบี่เซียนเมฆาทำให้กัวหลินซายมีความสุขมาก เพราะนั่นหมายความว่าในอนาคตสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอาจมีผู้แข็งแกร่งที่จะพาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไปข้างหน้า

ในเวลานี้เฟิงซิวผู่รู้เรื่องความเข้าใจของเฉินเฟยเช่นกัน ตราบใดที่ความลับถูกเก็บไว้อย่างดี เฉินเฟยในเวลาอ่อนแอจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกลัวว่าจะล้มลงกลางคัน

“ศิษย์พี่กัว คุยงานเถอะ เราจะใช้พลังจิตใจแก้ปัญหาวิชาลับได้อย่างไร?” เฉินเฟยถามเสียงต่ำ

“ข้าไม่รู้วิธีโดยเฉพาะ การทำทั่วไปคือใช้พลังจิตใจหาวิชาลับแล้วแก้ไขมัน” กัวหลินซานแสดงท่าทาง

ฉือเต๋อเฟิงมองกัวหลินซาน พูดแบบนี้เหมือนไม่พูดเลยนะ เฉินเฟยมองกัวหลินซานด้วยสายตาเดียวกัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า ให้ข้าลองก่อนแล้วกัน พลังจิตใจข้าไม่เลวนัก”

พอเห็นสายตาเฉินเฟยเขาเลยอายเล็กน้อย กัวหลินซานให้ฉือเต๋อเฟิงนั่งลงแล้ววางมือบนข้อมือฉือเต๋อเฟิง

ฉือเต๋อเฟิงรู้สึกได้ถึงแรงภายนอกที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย สุดท้ายไปอยู่ในช่องท้องราวกับกำลังหาอะไรบางอย่าง

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หน้าผากกัวหลินซานเริ่มหลั่งเหงื่อ ยังไม่ถึงหนึ่งเค่อ กัวหลินซานลืมตาขึ้น ใบหน้าเขาซีดลงเล็กน่อย

“ข้าเจอมันแล้ว มันอาจจะเป็นจุดนี้ พลังของมันมากเกินไป ทำได้เพียงบังคับแก้ไขเท่านั้น พลังจิตใจของข้ายังไม่ดีพอ เห็นเพียงเมล็ดนั้นอย่างคลุมแต่ไม่อาจลบมันได้” กัวหลินซานพูดอย่างเหนื่อยล้า

จบบทที่ ตอนที่ 103 ผู้ยิ่งใหญ่เกิดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว