เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 เตาหลอม

ตอนที่ 102 เตาหลอม

ตอนที่ 102 เตาหลอม


“เจ้ามีอาการอะไรอีกหรือไม่?” เฉินเฟยมองฉือเต๋อเฟิงแล้วถาม

“นอกจากรู้สึกที่แรงกายแย่ลงทุกที อย่างอื่นล้วนปกติ แม้กระทั่งสภาพจิตใจยังดีกว่าเมื่อก่อน เสียอย่างเดียวคือบางทีก็รู้สึกอยากไปหอแดงมัวเมา” ฉือเต๋อเฟิงคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบ

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ฟังดูแล้วเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ มันเป็นเพียงการแสดงออกถึงการปล่อยตัวมากเกินไป แต่สภาพร่างกายฉือเต๋อในเวลานี้ไม่อาจเอาคำว่าปล่อยตัวมากเกินไปมาอธิบายได้ทั้งหมด

“ตอนเจ้าไปหอแดงมัวเมา เจ้าไปเจอคนเดิมหรือไม่?” เฉินเฟยถาม

“ใช่!” ฉือเต๋อพยักหน้า เมื่อนึกถึงร่างอันเย้ายวลนั้นฉือเต๋อเฟิงก็เผลอยิ้มออกมา

“บอกข้ามา เจ้ามีโอกาสถูกใช้เป็นเตาหลอมหรือไม่?”

เฉินเฟยคิดอยู่พักหนึ่ง เหมือนเขาจะเคยเห็นบันทึกนี้ที่ไหนสักแห่งแต่จำไม่ได้แล้ว แต่ท่าทางของฉือเต๋อเฟิงในเวลานี้คล้ายกับสิ่งนั้นมาก

หากถูกใช้เป็นเตาหลอม ผลกระทบจะยิ่งเกินจริง  เพียงโดนครั้งสองครั้งอาจกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ได้เลย แต่ในเวลานี้ฉือเต๋อเฟิงยังวิ่งกระโดโลดเต้นและยังคิดเรื่องด้านล่างได้ มันจึงดูไม่ค่อยเหมือนนัก

“เตาหลอม?”

สีหน้าฉือเต๋อเฟิงเปลี่ยนไป “หอแดงมัวเมาเปิดขึ้นเพื่อทำธุรกิจ กล้าดีอย่างไรถึงได้ทำเช่นนี้”

“เจ้าไม่ได้ตายทันทีสักหน่อย แล้วทำไมจะไม่กล้าล่ะ”

เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ “ต่อให้เจ้าไปสร้างปัญหาในเวลานี้มันก็ไม่มีผลหรอก คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเจ้าไม่ดีพอ”

ใบหน้าฉือเต๋อเฟิงมืดมน จะให้ชายคนอื่นว่าตัวเองทำได้ไม่ดีได้อย่างไร หากสร้างปัญหาด้วยเหตุผลนี้เขาคงถูกผู้คนล้อแน่นอน

“หากเป็นหอแดงมัวเมาจริง เกรงว่าพวกเขาจะรู้สึกว่าเจ้าหมดหนทางแล้วจึงปฏิบัติต่อเจ้าเช่นนี้”

ฉือเต๋อเฟิงมีเงินมากมาย หอแดงมัวเมาที่เปิดประตูทำธุรกิจย่อมไม่แสดงความเมตตาเมื่อเจอแกะอ้วนที่ฆ่าได้ และด้วยอาการของฉือเต๋อเฟิงก็ยากที่จะบอกว่ามันเกิดจากหอแดงมัวเมา

“เช่นนั้นข้าจะไม่ไปอีกแล้ว” ฉือเต๋อเฟิงไม่คิดสร้างปัญหาเพราะมันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่

เพื่อให้ร้านดังกล่าวเปิดอยู่ในเมืองเซียนมเฆาได้ พื้นหลังหอแดงมัวเมาต้องน่าทึ่งมาก ฉือเต๋อเฟิงอยู่ในระดับหลอมกระดูก แต่ผู้คุมหลายคนในหอแดงมัวเมามีฐานฝึกฝนสูงกว่าฉือเต๋อเฟิงมาก

หากเขาไปสร้างปัญหา เขาอาจโดนไล่ออกมาไม่ก็ถูกสับเป็นชิ้นๆ

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากฉือเต๋อเฟิงยังไปหอแดงมัวเมาเช่นนี้ผลลัพธ์ที่เขาได้คงไม่ดีนัก

“เจ้าไม่ได้ไปสองสามวันแต่ผิวของเจ้ายังแย่ลง เกรงว่าจะแก้ปัญหาด้วยการไม่ไปไม่ได้”

เฉินเฟยมองรอยคล้ำใต้ตาที่เด่นชัดของฉือเต๋อเฟิง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ไปหาศิษย์พี่กัว ลองไปถามเขาดูว่าช่วยอะไรได้บ้าง”

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเฉินเฟยไปหาได้เพียงกัวหลินซาน สำหรับเฟิงซิวผู่ การที่เฉินเฟยจะพูดเพื่อเรื่องตัวเองนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่การพูดเพื่อฉือเต๋อเฟิงจะแตกต่างออกไป

ทั้งสองมาที่บ้านกัวหลินซาน กัวหลินซานประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นพวกเขามา

กัวหลินซานค่อนข้างคุ้นเคยกับฉือเต๋อเฟิง อย่างไรแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขาก็อาศัยอยู่ในเมืองเซียนเมฆาด้วยกัน

“เกิดอะไรขึ้น?” ภายในบ้าน กัวหลินซานเทชาให้ทั้งสอง

“เขาอาจโดนใช้เป็นเตาหลอม” เฉินเฟยชี้ฉือเต๋อเฟิงและอธิบายสั้นๆ

ฉือเต๋อเฟิงยิ้มอย่างเชื่องช้า เรื่องแบบนี้พูดได้ยาก โดยเฉพาะกับคนที่โดนคนหอแดงมัวเมาใช้เป็นเตาหลอม มันค่อนข้างน่าอายไม่น้อย

หลังฟังคำอธิบายเฉินเฟย กัวหลินซานขมวดคิ้วและตรวจสอบร่างกายของฉือเต๋อเฟิงอย่างจริงจัง ซึ่งได้พบสัญญาณพลังชีวิตอ่อนแอลงจริง

หากเป็นไปตามนี้ไม่หยุด เป็นไปได้ว่าในอีกไม่กี่เดือนฉือเต๋อเฟิงจะแก่ตัวลงและเสียรูป

“มีวิธีรักษาหรือไม่?” เมื่อเห็นท่าทางกัวหลินซาน ฉือเต๋อเฟิงจึงถามอย่างร้อนรน

ได้อาศัยอยู่ในสถานที่มั่งคั่งอย่างเมืองเซียนเมฆา ในเวลานี้เพียงช่วยเฉินเฟยทำเรื่องต่างๆและไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้เงินอีก หากไม่นับการฝึกยุทธ์ พูดได้เลยว่าชีวิตของฉือเต๋อเฟิงชุ่มชื้นยิ่ง

หากบอกเขาว่าช่วงเวลาดีๆแบบนี้จะไม่มีอีกแล้ว ฉือเต๋อเฟิงย่อมไม่เต็มใจแยกจากมัน

“ค่อนข้างยาก หากบังคับแก้ปัญหาฐานฝึกฝนของเจ้าจะลดเหลือระดับขัดเกลากล้าเนื้อ”

กัวหลินซานคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบ แม้กัวหลินซานจะไม่เก่งเรื่องการรักษา แต่อาการของฉือเต๋อเฟิงไม่ใช่โรคแต่เป็นเพราะวิชาลับ

หากไม่ปฏิบัติตามเดิมและบังคับเลิก ฉือเต๋อเฟิงจะไม่ตายแต่สูญเสียค่อนข้างหนัก

สีหน้าฉือเต๋อเฟิงเปลี่ยนไป เขาไม่มีความหวังในการฝึกยุทธ์แต่เขาไม่ต้องการละทิ้งฐานฝึกฝนเช่นกัน นั่นหมายความว่าการทำสิ่งนี้จะทำให้จิตใจเสียหาย เพื่อฝึกฝนให้อยู่ในระดับหลอมกระดูกไม่รู้ว่าเขาต้องทรมาณมากเพียงใด

“ต้องไปหาคนคนนั้นในหอแดงมัวเมาใช่ไหม?” เฉินเฟยถาม

“ใช่ ดีที่สุดคือการไปหาคนคนนั้น บอกให้นางช่วยแก้ไขให้แล้วจะไม่มีปัญหา” กัวหลินชานพยักหน้า

เฉินเฟยหันไปมองฉือเต๋อเฟิง ฉือเต๋อเฟิงมองเฉินเฟยกลับ

“นางชื่อไป๋ซิงฮุ่ย”

ฉือเต๋อเฟิงถอนหายใจ เดิมทีเป็นเรื่องความรักอันหวานชื่น คิดไม่ว่าจะกลายมาเป็นปัญหาเช่นนี้

“ไปเถอะ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย หวังว่าเรื่องนี้จะใช้เงินแก้ปัญหาได้”

กัวหลินซานพูดด้วยรอยยิ้ม เขาเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในและยังเป็นศิษย์ภายในของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สถานะของเขาค่อนข้างสำคัญจึงหวังว่าจะมีผลอยู่บ้าวฃ

“ขอบคุณศิษย์พี่!” เฉินเฟยกุมมือ

“ต้องรบกวนน้องกัวแล้ว” ฉือเต๋อเฟิงต้องการคำนับเช่นกัน แต่กัวหลินซานหยุดไว้ก่อน

“เรื่องนี้ยังไม่จบ และระหว่างเราไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” กัวหลินชานโบกมือพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยทั้งสามไม่รอช้า ออกเดินไปที่เมืองเซียนเมฆาทัที

“จริงด้วยศิษย์น้องเล็ก เจ้าสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามแล้วยัง?” ในระหว่างทางกัวหลินซานนึกขึ้นได้จึงเอ่ยปากถาม

“อืม เมื่อคืนข้าสำเร็จและปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้า

กัวหลินซานพยักหน้าด้วยสายตาอิจฉา ใครก็ตามที่มีความเข้าใจเช่นนี้ล้วนน่าอิจฉาทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยยังคงขยันมาก ช่วงนี้กัวหลินซานถูกเฉินเฟยกระตุ้นจนฝึกฝนหนักเป็นพิเศษเช่นกัน

“เจ้าควรใช้กำลังมหาศาลวันละครั้ง ยิ่งใช้กำลังมหาศาลมันจะยิ่งอยู่ได้นานขึ้น” กัวหลินซานพูดตามประสบการณ์ตัวเอง

“คุณสมบัติพิเศษทั้งหมดเป็นเช่นนี้หรือ?” เฉินเฟยคิดถึงคุณสมบัติพิเศษของเคล็ดชำระใจ

“เกือบจะ การใช้มันบ่อยจะทำให้ร่างกายจดจำสถานะนั้นได้ ข้าได้ยินมาว่ามีคนในสำนักสามารถรักษาสถานะกำลังมหาศาลและกระดูกเหล็กได้ตลอดเวลาโดยไม่อ่อนลง” กัวหลินซานพยักหน้า

เฉินเฟยขมวดคิ้ว การทำเช่นนั้นเป็นไปได้

เฉินเฟยนึกถึงความรู้สึกตอนกระตุ้นกำลังมหาศาลเมื่อวานและคุณสมบัติพิเศษของเคล็ดชำระใจ ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมีสิ่งเหมือนกัน

แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องค่อยๆศึกษา ไม่ก็ไปถามเฟิงซิวผู่ในภายหลัง เฟิงซิวผูควรรู้อะไรบางอย่าง ท้ายที่สุดแล้วในเวลานั้นเขาเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร

ทั้งสามวิ่งอย่างสุดกำลัง ไม่นานก็มาถึงหอแดงมัวเมา

เมื่อเทียบกับแสงสว่างไสวและการเดินไปมาอย่างหนาแน่นในตอนกลางคืน หอแดงมัวเมาในตอนกลางวันนั้นค่อนข้างร้าง ลูกค้าจำนวนมากอาจยังไม่ตื่นนอนและอยู่ในบ้านที่เงียบสงบ

ในตอนกลางวันหอแดงมัวเมายังคงเปิดตามปกติ แต่เมื่อเทียบกับการแลกเปลี่ยนแก้วสุรา ร้องเพลงเต้นรำเพื่อส่งเสริมสันติในตอนกลางคืน ในตอนกลางวันจะเป็นการฟังเพลงและดื่มชามากกว่า

“เรากำลังมองหาผู้หญิงคนหนึ่ง”

นั่งลงและเสิร์ฟชา กัวหลินซานมองสาวใช้ ของแบบนี้ต้องเข้าเรื่องโดยตรงถึงจะถูกต้อง

“ไม่ทราบว่าท่านลูกค้าต้องการพบใคร?”

“ไป๋ซิงฮุ่ย นางอยู่หรือไม่?” ฉือเต๋อเฟิงหยิบเงินห้าตำลึงออกมาแล้วดันไปตรงหน้าสาวใช้

“เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไปเรียกแม่นางไป๋ให้มารับท่านลูกค้า” สาวใช้เก็บเงินอย่างเงียบเชียบ โค้งคำนับเล็กน้อยและหันหลังจากไป

หลังจากนั้นไม่นาน สาวใช้มาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง

เป็นหญิงวัยกลางคนมากเสน่ห์ แม้จะดูไม่เด็กแต่ไม่ว่ารูปร่างหรือหน้าตาล้วนถือว่าอยู่ในชั้นหนึ่ง

เฉินเฟยชำเลือมองฉือเต๋อเฟิง ตาดีใช้ได้เลย

“เป็นนายท่านนี่เอง ข้าน้อยคิดถึงท่านมากเลย”

เมื่อไป๋ซิงฮู่ยเห็นฉือเต๋อเฟิง ดวงตานางก็เป็นประกายและไปนั่งข้างฉือเต๋อเฟิง แนบตัวเข้าไปในแขนฉือเต๋อเฟิง หยิบองุ่นบนโต๊ะมาปอกเปลือกแล้วป้อนให้เขา

ฉือเต๋อเฟิงอ้าปากรับตามธรรมชาติ จนกระทั่งกลืนองุ่นลงไปจึงจะตระหนักได้ว่าตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไร ใบหน้าเขามืดมนลงโดยไม่รู้ตัว

“องุ่นไม่หวานนัก เช่นนั้นข้าน้อยจะป้อนน้ำชาให้นายท่านเอง”

เมื่อเห็นสีหน้าฉือเต๋อเฟิงไป๋ซิงฮุ่ยจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม นางเทน้ำชาใส่ปากจากนั้นจะเข้าไปจูบปากฉือเต๋อเฟิง

เฉินเฟยมองจากด้านข้างอย่างว่างเปล่า เยี่ยมจริงๆ อย่าว่าแต่ฉือเต๋อเฟิงเลย ผู้ชายอีกคนตรงนี้ทนต่อการล่อลวงนี้ไม่ไหวเหมือนกัน

สิ่งสำคัญคือสีหน้าการพูดและการแสดงออกของไป๋ซิงฮุ่ยนั้นเป็นธรรมชาติและใกล้ชิดเกินไป ราวกับว่าในโลกของไป๋ซิงฮุ่ยมีเพยีงฉือเต๋อเฟิงคนเดยีวเท่านั้น

แล้วแบบนี้ใครจะทนไหว!

“ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า!”

ฉือเต๋อเฟิงกลืนน้ำลาย หันมองไป๋ซิงฮุ่ยและพูดอย่างเคร่งขรึม

“อืม...”

ไป๋ซิงฮุ่ยบิดร่างราวกับไม่มีกระดูกอย่างไม่เต็มใจ มากเสน่ห์ขนาดนี้ใครจะอดใจไหวที่จะไม่กอดนางไว้ในอ้อมแขน

ไป๋ซิงฮุ่ยมองฉือเต๋อเฟิงด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรัก นางต้องการให้ฉือเต๋อเฟิงดื่มชาหวานนี้ ในดวงตานางมีแม้กระทั่งร่องรอยความปรารถ

“ข้าจะทำธุรกิจกับเจ้า!”

ราวกับว่าความปรารถนาพุ่งตรงไปที่หน้าผาก ฉือเต๋อเฟิงหลับตาลงแล้วลืมขึ้นอีกครั้งเพื่อระงับความปรารถนา

ฉือเต๋อเฟิงไม่ใช่ผีที่หิวโหย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขารู้ว่าตอนนี้ร่างกายตัวเองได้เปลี่ยนไป แม้รูปลักษณ์ของไป๋ซิงฮุ่ยจะทำให้น้ำลายหก แต่ฉือเต๋อเฟิงยังพยายามต่อต้านได้

ความปรารถนาอย่างกะทันหันในเวลานี้ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

“หืม? ไม่ทราบว่านายท่านต้องการคุยกับข้าน้อยเรื่องอะไร?”

เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของฉือเต๋อเฟิง ไป๋ซิงฮุ่ยจึงกลืนชาในปาก แต่เหมือนนางจะรีบดื่มเกินไปจึงทำให้ชาไหลออกจากปากเล็กน้อย เห็นแล้วน่าหลงใหลนัก

“ข้าถูกเจ้าใช้เป็นเตาหลอมใช่ไหม!” ฉือเต๋อเฟิงมองไป๋ซิงฮุ่ยแล้วถามโดยตรง

“นายท่าน นี่ไม่ตลกเลยนะ”

ไป๋ซิงฮุ่ยปิดปากอย่างประณีตแล้วยิ้ม นางมองฉือเต๋อเฟิงอย่างอ่อนโยนแล้วพูด “ข้าน้อยเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จะทำให้นายท่านเป็นเตาหลอมได้อย่างไร?”

จบบทที่ ตอนที่ 102 เตาหลอม

คัดลอกลิงก์แล้ว