เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 101 ปลุกคุณสมบัติเศษ

ตอนที่ 101 ปลุกคุณสมบัติเศษ

ตอนที่ 101 ปลุกคุณสมบัติเศษ


[วิชายุทธ์: คำอธิบายอาวุธวิญญาณ(เริ่มต้น1/3000)]

“หากเป็นวิชายุทธ์เกี่ยวข้องกับจิตใจมันจะฝึกยากกว่า และข้อกำหนดความชำนาญจะต่างกัน”

เฉินเฟยมองระบบแล้วสั่งทำให้เป็นแบบง่าย

“คำอธิบายอาวุธวิญญาณ...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...คำอธิบายอาวุธวิญญาณ → วาดแผนผังความคิด!”

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ตามจริงแล้วคำอธิบายอาวุธวิญญาณต้องใช้จิตใจคัดลอกแผนผังความคิด แต่ตอนนี้เขาทำให้ง่ายขึ้นจนกลายเป็นวาดแผนผังความคิดแทน

การเชื่อมต่อด้วยความเร็วมือ เฉินเฟยเคยกลัวที่ไหน

แต่ตอนนี้เฉินเฟยยังไม่สามารถคฝึกฝนความชำนาญคำอธิบายอาวุธวิญญาณได้ พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามขาดความชำนาญอีกเพียงเล็กน้อย เฉินเฟยจำเป็นต้องฝึกพลังเข้าใจต้นกำเนิดก่อนจะทำอย่างอื่น สุดท้ายแล้วพรุ่งนี้เขาต้องไปเรียนรู้พลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่

เฉินเฟยหยิบโอสถเส้นลมปราณใส่ปาก เพียงครู่เดียวพลังเย็นแผ่ไปทั่วร่างกายเขา พลังภายในเริ่มเพิ่มขึ้นในเส้นลมปราณด้วยการหมุนเวียนพลังเข้าใจต้นกำเนิด

กล้ามเนื้อสั่นเท้าและหดเกร็ง สภาวะนี้กินเวลานานกว่าสองชั่วยามจึงจะหยุดลง

เฉินเฟยลืมตาขึ้น รู้สึกถึงพลังพลุ่งพล่านในร่างกาย สำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสามแล้ว

เฉินเฟยลุกขึ้นยืน คันธนูยาวปรากฏขึ้นในมือ ทันใดนั้นพลังในร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าปกติได้ปะทุขึ้น

กำลังมหาศาล!

เฉินเฟยถือคันธนูในมือซ้ายและดึงสายธนูด้วยมือขวา ในเวลานี้ธนูยาวซึ่งเคยต้องใช้แรงมากมายในการดึงกลับดึงได้อย่างง่ายดาย

เฉินเฟยดึงสายธนูจนสุดอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ผ่อนลง เฉินเฟยทำแบบนี้อยู่หลายสิบครั้งแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย และพลังที่พลุ่งพล่านในร่างกายยังไม่มีทีท่าจะลดลง

ตามบันทึกของวิชายุทธ์ การปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลจะอยู่ได้นานถึงหนึ่งเค่อ ในช่วงเวลานี้ตราบใดที่ไม่หักโหมมากเกินไป แรงกายจะไม่ลดลง

“ธนูนี้อ่อนด้อยแล้ว ได้เวลาหาธนูที่ดีกว่า”

ใบหน้าเฉินเฟยแสดงรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าการปลุกคุณสมบัติพิเศษกำลังมหาศาลได้เพิ่มพลังต่อสู้ของเฉินเฟยอย่างมาก

แต่มันยังอีกยาวไกลนัก พลังเข้าใจต้นกำเนิดยังมีขั้นสี่และขั้นห้า ขั้นห้าสามารปลุกกระดูกเหล็กซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่ง

และยังมีอาวุธกึ่งวิญญาณอีกสองชิ้น ตราบใดที่เฉินเฟยเพิ่มความชำนาญอาวุธวิญญาณจนสมบูรณ์ ในเวลานั้นเขาจะใช้อาวุธกึ่งวิญญาณสองอันนี้ได้

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงเก็บธนูแล้วเดินไปที่โต๊ะ

บนโต๊ะมีพู่กัน หมึก กระดาษ และหินหมึกเตรียมไว้ นอกจากศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังมีคนธรรมดาและนักยุทธ์จำนวนมากที่มีฐานฝึกฝนต่ำคอยรับใช้ศิษย์เหล่านี้

เฉินเฟยฝนหมึกสักพักก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ทำไมไม่ใช้น้ำแทนหมึกล่ะ?

คิดได้ดังนั้นเฉินเฟยจึงหยิบพู่กันจุ่มน้ำใสด้านข้างและเริ่มวาดลวดลายบนกระดาษ

ในฐานะนักยุทธ์หรือนักยุทธ์มือกระบี่ มือเฉินเฟยจึงมั่นคงมาก ดังนั้นเฉินเฟยจึงร่างรูปแบบคำอธิบายอาวุธวิญญาณในครั้งเดียว

“คำอธิบายอาวุธวิญญาณ+1”

เฉินเฟยดูข้อความแจ้งเตือนบนแผงด้วยรอยยิ้ม วิธีนี้ใช้ได้ เวลาที่เหลือไม่ได้พูดอะไรอีก มุ่งตรงกับการทำสิ่งปวดตับ

ตลอดคืนนี้เฉินเฟยไม่ได้หลับตาและยังวาดลวดลายอยู่อย่างนั้นโดยใช้น้ำเปล่า

เฉินเฟยไม่หยุดจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า บิดเอวอย่างขี้เกียจจนกล้ามเนื้อกระดูกเฉินเฟยดังกร็อบแกร็บ การนอนดึกเช่นนี้ยากกว่าการฝึกพลังภายในเล็กน้อย

แต่สำหรับเฉินเฟย การอยู่ต่อแบบนี้อีกสองสามวันไม่ใช่ปัญหา มากสุดเขาเพียงต้องหาเวลานอนเพื่อพักฟื้นร่างกาย

เมื่อฐานฝึกฝนพัฒนาขึ้น ความอดทนของเฉินเฟยจะแข็งแกร่งขึ้นอีก คาดว่าการนอนดึกต่อเนื่องหลายคืนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่

[วิชายุทธ์: คำอธิบายอาวุธวิญญาณ(เชี่ยวชาญ5879/10000)]

ตอนนี้เป็นเวลาเช้าแต่ฉือเต๋อเฟิงยังไม่มา เฉินเฟยเก็บพู่กันกระดาษ หยิบลูกปัดเก็บปราณหยวนจากกระเป๋ามาวางไว้ตรงหน้า

เมื่อวานเก็บลูกปัดไว้กับตัวตลอดทั้งคืน เฉินเฟยไม่รู้สึกถึงปราณหยวนมากนัก มากสุดเพียงรู้สึกจะมีร่องรอยความเย็นมองไม่เห็นแทรกซึมอยู่ในจุดที่วางลูกปัดเก็บปราณหยวน

ถ้าพูดถึงประโยชน์ของร่องรอยปราณหยวนบนร่างกาย เฉินเฟยไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นความก้าวหน้าของพลังภายในบนระบบเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย

แม้มันจะไม่ได้มากมาย แต่หากรวมกันเป็นเวลาหลายปีมันควรมีผลอยู่บ้าง

เฉินเฟยมองลูกปัดเก็บปราณหยวนและนึกภาพสัญลักษณ์ในใจ ครู่ต่อมา ลูกปัดเก็บปราณหยวนภายใต้การมองของเฉินเฟยเปลี่ยนไปอย่างมาก

สีเหลืองดินหายไป มันกลายเป็นแสงวงกลมขนาดใหญ่ปิดล้อมเฉินเฟย

เฉินเฟยมองไปรอบด้านพบว่าเครื่องเรือนในห้องหายไป สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขากลายเป็นกลุ่มหมอกแทน

หมอกปราณปกคลุมไปทั่วบริเวณ เฉินเฟยมองไม่เห็นระยะไกล

เฉินเฟยก้มดูตัวเองพบว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง

“ที่นี่คงเป็นภายในจิตใจ หรือข้าอาจคิดไปเอง?”

เฉินเฟยเกิดสับสน แต่ทันใดนนั้นเฉินเฟยทิ้งเรื่องนี้ไว้ทันที เพราะในเวลาไม่นานเฉินเฟยรู้สึกว่าจิตใจตัวเองอ่อนล้า

ก่อนหน้านี้ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเฉินเฟยยังไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ในเวลานี้จิตใจเขากลับอ่อนล้า

“เก็บ!”

เฉินเฟยพูดเสียงต่ำ สัญลักษณ์ภายในความคิดสั่นไหว วงแสงรอบตัวสั่นเล็กน้อย หมอกโดยรอบถูกกระตุ้นและค่อยๆเข้าใกล้วงแสง

เมื่อปราณหมอกหรือปราณหยวนเข้าสู่ร่างกายเฉินเฟย พลังเข้าใจต้นกำเนิดในตัวเฉินเฟยก็เริ่มหมุนเวียนเอง

ความรู้สึกเต็มไปด้วยความุสขเกิดขึ้นในใจ ความรู้สึกในการดูดซับปราณหยวนทำให้เฉินเฟยตัวเบาสบาย

แม้การฝึกพลังภายในตามปกติจะไม่ได้รู้สึกอึดอัด และแท้จริงแล้วยังรู้สึกได้ถึงการเติมเต็ม แต่เขายังไม่เคยรู้สึกเสพติดเท่านี้มาก่อน

ในขณะเดียวกันจิตใจอ่อนล้าของเฉินเฟบค่อยๆบรรเทาลง จิตใจยังคงถูกใช้งานแต่ใช้ในอัตราน้อยลง

หากตอนนี้เฉินเฟยทนได้เพียงครึ่งชั่วยาม การดูดซับปราณหยวนในเวลานี้จะทำให้เขาอยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อย

ความรู้สึกนี้ราวกับว่าจะคงอยู่ตลอดไปชั่วนิรันดร์ เวลาผ่านไปในพริบตา ความรู้สึกในจิตใจฉีกขาดฉับพลันและพาเฉินเฟยกลับสู่ความเป็นจริง

ใบหน้าเฉินเฟยซีดขาวเล็กน้อย เขาไม่มีความรู้สึกไม่สบายตัวแต่รู้สึกปวดแปล๊บที่หัว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอาการจิตใจอ่อนล้า

“ว่ากันว่าบนภูเขาไม่มีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผู้ที่มีฐานฝึกฝนขั้นสูงอาจบรรลุปี้กู่[1]ด้วยการดูดซับปราณหยวน”

ในตอนเช้านี้เฉินเฟยรู้สึกหิว แต่ในเวลานี้เขากลับรู้สึกอิ่ม มันน่าจะเป็นผลมาจากปราณหยวน

เฉินเฟยมองระบบโดยไม่รู้ตัว พอเห็นข้อมูลระดับหลอมกระดูกเขาถึงกับตาเบิกกว้าง

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ การบ่มเพาะพลังภายในของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นสามร้อยคะแนน

แนวคิดนี้คืออะไร?

โดยปกติแล้วเฉินเฟยสามารถกินโอสถเหนือสามัญได้เจ็ดเม็ดต่อวัน และด้วยพลังภายในที่เพิ่มขึ้นซึ่งมาพร้อมกับการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิด หลังผ่านไปทั้งวันการบ่มเพาะจะเพิ่มเพียงสองร้อยคะแนนเท่านั้น

ในเวลานี้ดูดซับปราณหยวนไม่ถึงหนึ่งเค่อก็แซงหน้าการเติบโตในแต่ละวันที่เฉินเฟยใช้ฝึกฝนก่อนหน้านี้

จากการคำนวนเดิมที่เฉินเฟยจะทะลวงระดับหลอมกระดูกสู่ขัดเกลาไขกระดูก ด้วยการสำเร็จพลังเข้าใจต้นกำเนิดอย่างต่อเนื่องเฉินเฟยจึงมั่นใจว่าจะทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ภายในหนึ่งปี

หากพลังเข้าใจต้นกำเนิดขั้นสี่และขั้นห้ามีผลต่อฝึกฝนอย่างแน่ชัด เวลาจะสั้นลงไปอีก แต่อาจต้องใช้เวลาเจ็ดหรือแปดเดือน

แต่ในเวลานี้ลูกปัดเก็บปราณหยวนทำให้เวลานี้สั้นลงอีกครึ่งหนึ่ง เฉินเฟยสามารถทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูกได้ในเวลาไม่ถึงสามสี่เดือน

ไม่สิ มันอาจเร็วกว่านั้นเล็กน้อย

คำอธิบายอาวุธวิญาณอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ตราบใดที่เฉินเฟยฝึกมันถึงระดับรู้แจ้ง การใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนในอนาคตจะใช้จิตใจน้อยลง และเวลาที่ใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนจะนานขึ้น

นอกจากนี้เฉินเฟยยังมีเคล็ดชำระต้นกำเนิดซึ่งเป็นวิชาพิเศษที่เสริมสร้างจิตใจ การฝึกมันจะทำให้เฉินเฟยใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนได้นานขึ้น

ปัญหาเดียวในตอนนี้คือลูกปัดเก็บปราณหยวนเม็ดนี้เหมือนจะใช้ไม่ได้แล้ว

เฉินเฟยมองลูกปัดเก็บปราณหยวนในมือ จากเดิมที่มีสีดินเหลืองตอนนี้มันเหมือนเสียความชุ่มชื้นและดูเหี่ยวย่น เห็นได้ชัดว่าลูกปัดเก็บปราณหยวนมีข้อจำกัดนารใช้งาน เวลานี้ได้แต่รอให้ลูกปัดเก็บปราณหยวนฟื้นฟู

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฟิงซิวผู่ที่พูดว่าผลของลูกปัดเก็บปราณหยวนไม่มีต่อจุดทวาร เฉินเฟยจึงถอนหายใจด้วยความเสียใจ

หากมีลูกปัดเก็บปราณหยวนมากกว่านี้เฉินเฟยคงนำมันมาใช้ต่อ และด้วยพลังจิตใจที่เพียงพอ การบ่มเพาะของเฉินเฟยจะพุ่งทะยาน

น่าเสียดายที่เฉินเฟยมีเพียงอันเดียวและไม่มีใครยอมให้เฉินเฟยยืมลูกปัดเก็บปราณหยวนเพราะทุกคนต้องการใช้มันเช่นกัน

ใช้เวลาครึ่งชั่วยามกว่าอาการปวดหัวของเฉินเฟยจะทุเลาลง

เฉินเฟยไม่เสียเวลาโดยเปล่าและวาดลวดลายต่อ

ตอนนี้เขารู้ผลของลูกปัดเก็บปราณหยวนแล้ว แต่เฉินเฟยไม่มีเหตุผลที่จะขี้เกียจ เขาจะใช้เวลาทุกส่วนเพื่อฝึกฝนคำอธิบายอาวุธวิญญาณให้ถึงรู้แจ้ง จากนั้นจะได้ใช้ลูกปัดเก็บปราณหยวนได้ถึงขีดสุดในทุกวัน

ประมาณสามสี่เดือนอาจได้ทะลวงระดับขัดเกลาไขกระดูก ไม่มีอะไรใหเไม่พอใจ

“ก๊อกก๊อกก๊อก!”

ขณะที่เฉินเฟยกำลังวาดภาพอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เฉินเฟยมองไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าฉือเต๋อเฟิงมาแล้ว

เปิดประตูออกไป เฉินเฟยขมวดคิ้วขณะมองฉือเต๋อเฟิงนอกประตู

“เกิดอะไรขึ้น?” ฉือเต๋อเฟิงถือถุงสมุนไพรมองเฉินเฟยอย่างสงสัย

“ทำไมผิวเจ้าถึงแย่ลง เจ้าไปหอแดงมัวเมาอีกแล้วหรือ?”

การอยู่ด้วยกันเมื่อสองสามวันก่อนเฉินเฟยยุ่งอยู่กับการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ตอนที่เจอกันทุกวันจึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่วันนี้เฉินเฟยเห็นทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสถานะของฉือเต๋อเฟิง

ไม่ว่าเขาจะเพ่นพ่านไปรอบๆหรือไปหอแดงมัวเมามากแค่ไหน แต่นักยุทธ์หลอมกระดูกไม่ควรอ่อนแอเช่นนี้

ลมหายในของฉือเต๋อเฟิงในตอนนี้ทำให้เฉินเฟยรู้สึกว่าเขาดีไม่เท่านักยุทธ์ขัดเกลากล้าเนื้อและอาจด้อยกว่าด้วยซ้ำ

“ตอนมาวันนี้ข้ารู้สึกหายใจไม่ค่อยออกเช่นกัน ช่วงนี้จึงพักบ้างแล้ว”

ฉือเต๋อเฟิงรู้สึกแปลกๆเช่นกัน ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจมัน แต่ตอนนี้เฉินเฟยเอ่ยปากเตือนเขาจึงพบสิ่งผิดปกติ สำหรับหอแดงมัวเมา ฉือเต๋อเฟิงไม่ได้ไปที่นั่นหลายวันแล้ว

ปี้กู่[1] วิธีการฝึกอย่างหนึ่งของนักพรตเต๋าโดยหลีกเลี่ยงการกินธัญพืชทั้งห้าชนิด

จบบทที่ ตอนที่ 101 ปลุกคุณสมบัติเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว