เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - อัศวินที่แท้จริง

บทที่ 31 - อัศวินที่แท้จริง

บทที่ 31 - อัศวินที่แท้จริง


บทที่ 31 - อัศวินที่แท้จริง

ดอนกิโฆเต้หันกลับไปมองโฮเซอย่างซับซ้อน สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ ไม่ได้พูดสั่งสอนโฮเซ

โฮเซและภรรยาเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายที่อยู่ไม่ได้ในเม็กซิโก เลยลักลอบเข้าอเมริกา และระหกระเหินมาจนถึงนิวยอร์ก

กลางวันโฮเซทำงานผสมปูนในไซต์งาน กลางคืนภรรยาของเขาก็ออกไปรับแขก ช่วงที่งานดีๆ พวกเขาเก็บเงินได้เกือบ 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

แต่ตั้งแต่ภรรยาของโฮเซตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ท้องก็โตขึ้นทุกวัน เงินเก็บรายสัปดาห์ของพวกเขาก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ

สำหรับโฮเซและภรรยา เด็กในท้องจะเป็นลูกใครไม่สำคัญ ทำงานแบบนี้แล้วพวกเขาไม่ถือสาเรื่องพรรค์นั้นหรอก

ที่สำคัญคือพวกเขาต้องการให้เด็กคนนี้คลอดออกมาเพื่อจะได้สัญชาติอเมริกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากสถานะผู้อพยพผิดกฎหมายได้

ถ้าวันนี้โฮเซไม่ได้เงิน ค่าเช่าบ้านอาทิตย์หน้าก็ไม่มีจ่าย ภรรยาของโฮเซก็จำต้องอุ้มท้องโย้ๆ ออกไปรับแขกอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองคนไม่อยากให้เกิดขึ้น

ขณะที่ทั้งสองคุยกันเสียงเบา หลี่เหวยและเลโตก็เดินตามกันออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์

"ทุกคนมาทางนี้ครับ" หลี่เหวยบอกดอนกิโฆเต้ "คุณเลโตใจกว้างมาก เขาจะควักกระเป๋าตัวเองสำรองจ่ายเงินค่าแรงของสัปดาห์นี้ให้ทุกคนก่อน"

"หลี่เหวย แกทำได้ยังไง?" ดอนกิโฆเต้อ้าปากค้างมองเลโตสั่งให้รปภ. ไปเอาเงินสดจากตู้เซฟ "แย่งเงินมาจากมือคนขี้งกอย่างเลโตได้เนี่ยนะ ในสายตามันเงินสำคัญกว่าชีวิตแม่มันอีกนะ"

"เดี๋ยวค่อยคุยกันครับ" หลี่เหวยยืนข้างดอนกิโฆเต้ "รอให้คนงานรับเงินให้เรียบร้อยก่อน"

เพราะเขายังไม่เคยทดสอบระยะเวลาของผลการบิดเบือนการรับรู้จากสกิล 【เจรจาพาที】 ตอนนี้เลยยังตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่บ้าง

ตอนที่สกิลยังเป็นแค่ระดับ 【วาทศิลป์กำมะลอ】 ผลกระทบที่มีต่อลีออนดูเหมือนจะไม่ถาวร ไม่อย่างนั้นตอนหลี่เหวยเอาเหรียญทองไปขายรอบหลังคงไม่โดนจับโป๊ะแตก

แต่ยังดีที่ดูเหมือนว่าตราบใดที่ไม่มีใครมาตั้งข้อสงสัย ผลของ 【เจรจาพาที】 ก็น่าจะคงอยู่ตลอดไป ซึ่งทำให้หลี่เหวยโล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง

จนกระทั่งดอนกิโฆเต้และคนงานรับเงินเดือนและเดินออกจากไซต์งาน หน้าต่างภารกิจก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง:

【ภารกิจ: ขจัดคนพาล อภิบาลคนอ่อนแอ เสร็จสมบูรณ์】

【คุณประสบความสำเร็จในการทวงความยุติธรรมคืนให้ชาวนา และหลีกเลี่ยงความรุนแรงและการนองเลือดได้สำเร็จ】

【รางวัล: 0.1 แต้มสถานะอิสระ มอบให้เรียบร้อย】

【ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ สติปัญญาของคุณสมควรได้รับรางวัล】

【รางวัลพิเศษ +0.1 แต้มสถานะอิสระ】

【รางวัลภารกิจ: 0.2 แต้มสถานะ มอบให้เรียบร้อย】

【แต้มสถานะอิสระคงเหลือ: 0.2】

หลี่เหวยตาเป็นประกาย ไม่คิดว่านอกจากภารกิจแรกแล้ว จะมีทริกเกอร์รางวัลพิเศษอีก! นี่ทำให้เขาเข้าใกล้การปั้นค่าสถานะเดี่ยวให้ถึง 3.0 เข้าไปอีกขั้น

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาอัปเกรด หลี่เหวยเดินตามกลุ่มคนงานไปสักพัก ถึงค่อยเล่าให้ดอนกิโฆเต้ฟังว่าเขา "กล่อม" เลโตยังไง

"...ก็ประมาณนี้แหละครับ" หลี่เหวยแบมือ "ผมบอกเขาว่าถ้าเขาสำรองจ่ายไปก่อน บริษัทก็จะพ้นวิกฤต แถมทีหลังยังเอาไปเบิกคืนได้ เขาเลยตกลง"

"ชิ ไม่นึกเลยว่าคนขี้งกอย่างเลโตจะยอมสำรองจ่ายให้เราก่อน" คนงานคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น "ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องไปรับจ้างเป็นหนูทดลองยาแล้ว"

หลี่เหวยยิ้มพยักหน้า

เงินน่ะเลโตสำรองจ่ายจริง ส่วนบริษัทจะให้เบิกคืนหรือเปล่า เขาไม่รู้และไม่สน

"ทุกคน" ดอนกิโฆเต้กระแอมเรียกความสนใจ "ฉันมีเรื่องจะประกาศ"

โฮเซที่รู้ว่าวันนี้ดอนกิโฆเต้จะหลุดพ้นจากความลำบากแล้ว มองเขาแล้วตบไหล่ด้วยความอิจฉา

"ฉันได้งานใหม่แล้ว กำลังจะย้ายไปอยู่เบย์ริดจ์" ดอนกิโฆเต้มองหน้าเพื่อนร่วมงาน "ประจวบเหมาะกับหลานชายฉันใกล้จะเปิดเทอม ฉันขอเสนอว่า ฉันเลี้ยงเอง เราไปดื่มฉลองกันหน่อยไหม?"

ในเมื่อดอนกิโฆเต้มีเรื่องมงคลแถมยังจะเลี้ยงเหล้า คนส่วนใหญ่ย่อมเห็นด้วย ดังนั้นคนกลุ่มใหญ่เกือบยี่สิบคนจึงพากันไปหาร้านเหล้าที่ถูกที่สุด

ตอนนี้เวลา 15:45 น. แต่ช่วง Happy Hour ที่เบียร์ลดราคาคือ 16:00-19:00 น. ทุกคนเลยจำใจต้องยืนรอกันหน้าบาร์ 15 นาที กว่าจะเข้าไปสั่งเหล้าได้

คนสิบกว่าคนสั่งชีสสติ๊กมอสซาเรลล่า ปีกไก่บัฟฟาโลวิงส์ และเบียร์ Bud Light ราคาถูก มานั่งล้อมวงกันสามโต๊ะ ชนแก้วคุยสัพเพเหระ

"ทุกคน! ฟังฉันนะ!" ดอนกิโฆเต้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่ดำแดดตอนนี้แดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "หลังจบสัปดาห์นี้ ฉันจะย้ายไปเบย์ริดจ์แล้ว! ฉันได้งานใหม่แล้ว!"

คนงานโห่ร้องแสดงความยินดี เบย์ริดจ์แม้จะไม่ใช่ที่ดินทองคำฝังเพชรอย่างแมนฮัตตัน แต่ก็ถือเป็นชุมชนชนชั้นกลางที่น่าอยู่ที่สุดเท่าที่เหล่าแรงงานคอปกน้ำเงิน และคนงานรับค่าแรงรายสัปดาห์ผู้น่าสงสารจะจินตนาการถึงได้

"นังเมียเก่ากดฉันไม่ลง! ไอ้ลูกหมาเลโตก็ทำอะไรฉันไม่ได้!" ดอนกิโฆเต้คำราม "มันไม่มีปัญญาโกงค่าแรงพวกเรา! และวันนี้ ทั้งหมดต้องขอบคุณหลานชายของฉัน—หลี่เหวย!"

ดอนกิโฆเต้คว้าคอหลี่เหวยที่นั่งข้างๆ เข้ามากอด เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้น:

"พวกนายเห็นไหม? เขาไม่เพียงทวงเงินเลือดเนื้อเชื้อไขของเราคืนมาจากไอ้ขี้งกเลโตได้!" เขาตาแดงก่ำ ก้มมองเหล่าคนงาน "เขาคืออัจฉริยะตัวจริง! พวกนายที่เป็นกึ่งคนไม่รู้หนังสือคงไม่รู้ล่ะสิ? ฮ่า! เขาเตรียมจะเข้าเยล! และเขาต้องเข้าเยลได้แน่นอน! วันข้างหน้าเขาจะเข้าไปทำงานที่วอชิงตัน นั่งสั่งการอยู่ในห้องทำงานที่นั่น!"

"และการที่ฉันย้ายออกจากที่นี่ได้ ก็เพราะความช่วยเหลือจากหลานชายฉันเหมือนกัน" เขาปาดน้ำตาด้วยแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว "หลานรัก ฉันภูมิใจในตัวแกจริงๆ!"

"แด่หลี่เหวย!" คนงานหน้าหนวดเคราเฟิ้มชูแก้วตะโกน

"แด่ค่าแรงวันนี้!"

"แด่การได้นั่งสั่งการในห้องทำงาน!"

หลี่เหวยยิ้มชูแก้วตอบรับ ร่วมวงดวลเหล้ากับเหล่าคนงาน

โฮเซนั่งมองหลี่เหวยอยู่มุมห้อง แววตาฉายความอิจฉา เขาก้มหน้าจิบเหล้า คำนวณในใจว่าเงินที่มีอยู่จะยื้อชีวิตเขากับภรรยาไปได้นานแค่ไหน

ค่าแรงสัปดาห์ละ 1,000 ดอลลาร์ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่มันก็แค่ช่วยให้รอดตายไปวันๆ เท่านั้น

จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าโซฟาข้างๆ ยุบลง—ดอนกิโฆเต้มานั่งข้างเขา ยกแก้วขึ้นชน

"เมียนายอีกนานแค่ไหนจะคลอด?" ดอนกิโฆเต้ถาม "ไปหาหมอหรือยัง?"

"นับดูแล้วน่าจะเดือนหน้านี่แหละ แต่หมอ... ยังไม่ได้ไปหาเลย"

โฮเซส่ายหน้า เขากับภรรยาเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ภาษาอังกฤษก็แย่ ไม่กล้าไปโรงพยาบาล กลัวโดนตม.จับส่งกลับประเทศ

"งั้นเหรอ..."

ดอนกิโฆเต้วางแก้วลง คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบเงินค่าจ้างที่เพิ่งได้มาออกมา

เขาเป็นคนขาว แถมมีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย สัปดาห์หนึ่งได้เงินมากกว่าคนอื่น 200 ดอลลาร์

เขาเริ่มนับเงินออกมา 300 ดอลลาร์ แล้วเพิ่มเป็น 600 ดอลลาร์

ลังเลอีกนิด แล้วก็รวบเงินทั้งหมด 1,200 ดอลลาร์ ม้วนเป็นก้อน ยัดใส่มือโฮเซ

"รับไป อย่าให้คนอื่นรู้" ดอนกิโฆเต้กระซิบ "ซื้อของดีๆ มีประโยชน์ให้เมียนายกิน ช่วงนี้อย่าให้เธอต้องลำบากอีกเลย"

"นายยังหนุ่ม" เขาตบหัวโฮเซ "นายเพิ่งอายุ 22 นายต้องผ่านมันไปได้แน่"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 31 - อัศวินที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว