เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - อัศวินออกศึกครั้งแรกหลังย้ายบ้าน

บทที่ 32 - อัศวินออกศึกครั้งแรกหลังย้ายบ้าน

บทที่ 32 - อัศวินออกศึกครั้งแรกหลังย้ายบ้าน


บทที่ 32 - อัศวินออกศึกครั้งแรกหลังย้ายบ้าน

โฮเซมองเงินก้อนกลมในมือ ริมฝีปากสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจรับเงินไว้

"ขอบคุณมาก" เขาพูดเสียงหนักแน่น "เงินก้อนนี้ฉัน... ฉันจะหาทางคืนให้นายแน่นอน"

"หรือคิดจะเบี้ยว?" ดอนกิโฆเต้เรอออกมา บอกให้เขายกแก้วขึ้น แซวเล่น "ตอนนี้นายติดหนี้ฉันแล้วนะ ต้องมีชีวิตอยู่จนกว่าจะคืนเงินฉันให้ได้ล่ะ"

ทั้งสองชนแก้วกัน

จนกระทั่งค่ำมืด ผู้คนในบาร์เริ่มหนาตา กลุ่มของดอนกิโฆเต้ก็แยกย้ายกันไป

"ฟัค ฉันรู้สึกมาตั้งแต่ตอนตกงานแล้วว่าเรื่องทิปนี่มันโคตรปัญญาอ่อน"

ขากลับ ดอนกิโฆเต้บ่นเรื่องวัฒนธรรมการให้ทิปของอเมริกาให้หลี่เหวยฟังไม่หยุดปาก

"แกเห็นท่าทีของบริกรคนนั้นไหม!" เขาบ่นกระปอดกระแปด "ฟัค! ทำหน้าเหมือนตูดลิงมาเสิร์ฟเหล้าเสิร์ฟกับแกล้มให้เราตั้งแต่ต้นจนจบ พอตอนเช็กบิลดันกล้ามาขอทิปขั้นต่ำ 20%!"

"ถนนหมายเลข 8 ดีกว่าเยอะ" เขากัดฟันพูด "ฉันรู้จักร้่านบาร์คนจีนร้านหนึ่งที่ไม่เก็บทิป ถึงราคาจะแพงกว่าที่นี่นิดหน่อย แต่คิดดูแล้วคุ้มกว่าเยอะ"

พูดถึงเรื่องนี้หลี่เหวยก็ขำ

บาร์ร้านนี้ขายเหล้าถูก แต่ทิปกลับอยู่ในเรตสูงสุดของนิวยอร์ก

ตอนเช็กบิล มีตัวเลือกทิปแค่ 3 ข้อ: 20%, 22% และ 25% ต่อให้ดอนกิโฆเต้เถียงคอเป็นเอ็น สุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายทิป 20% ด้วยความเจ็บปวด

บวกภาษีอีก 8.75% จากค่าอาหารและเครื่องดื่มเดิม 200 กว่าดอลลาร์ ดอนกิโฆเต้ต้องจ่ายไปถึง 265 ดอลลาร์ถึงจะออกจากร้านได้

ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งเบิกเงินเดือนล่วงหน้าหนึ่งเดือนมาจากซูซาน เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเหล้ามื้อนี้แน่

หลี่เหวยตบไหล่ดอนกิโฆเต้ปลอบใจ "ทำใจให้สบาย พรุ่งนี้ก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว"

ดอนกิโฆเต้นึกขึ้นได้ ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด "จริงด้วย วันนี้ตกลงกันว่าจะย้ายบ้านตอนบ่ายนี่หว่า!"

แต่ของก็เก็บใส่กล่องหมดแล้ว ทั้งสองเลยต้องกลับไปแกะกล่อง รื้อของใช้ส่วนตัวและเครื่องนอนออกมาใช้นอนแก้ขัดไปคืนหนึ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น 8 โมง หลี่เหวยและดอนกิโฆเต้ช่วยกันขนของออกจากห้องใต้ดินมากองไว้ริมถนน รอรถบริษัทขนย้าย

เทียบกับบริษัทขนย้าย U-Haul ที่มีอยู่ทั่วไปในนิวยอร์ก ดอนกิโฆเต้ในฐานะเจ้าถิ่น เลือกใช้บริการบริษัทขนย้ายของคนจีนที่ถูกกว่าและสะดวกกว่า

คนงานขนย้ายช่วยทั้งสองขนสัมภาระที่มีไม่มากขึ้นรถ จากนั้นดอนกิโฆเต้ก็สตาร์ทรถโตโยต้าบุโรทั่ง ขับจากถนนหมายเลข 8 มุ่งหน้าสู่เบย์ริดจ์

พอมาถึงเบย์ริดจ์ หลี่เหวยรู้สึกว่าทุกอย่างที่นี่ดูดีกว่าถนนหมายเลข 8 ขึ้นมาระดับหนึ่ง

เทียบกับถนนหมายเลข 8 ที่ดูเหมือนจัตุรัสแรงงาน เบย์ริดจ์ดูเป็นชุมชนที่ตรงกับภาพจำ 'อเมริกา' ในหัวเขามากกว่า—ถึงจะยังห่างไกลจากชุมชนชนชั้นกลางของจริงอยู่พอสมควร

แต่อย่างน้อยเสียงและกลิ่นที่นี่ก็ดีกว่าถนนหมายเลข 8 มาก เสียงบีบแตรน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ความจอแจวุ่นวายตลอด 24 ชั่วโมงแบบถนนหมายเลข 8 ก็แทบไม่มี

ทั้งที่อยู่ใกล้ทะเลกว่า แต่เบย์ริดจ์กลับไม่มีกลิ่นคาวอาหารทะเลและกลิ่นขยะปริศนาเหมือนถนนหมายเลข 8

รถขนย้ายจอดลงหน้าตึกอิฐแดง 2 ชั้นที่ดูเรียบง่าย

"ที่นี่เยี่ยมไปเลย" หลี่เหวยลงจากเบาะข้างคนขับ พูดชม "เจ้านายคุณใจดีกับคุณจริงๆ"

"ใช่ไหมล่ะ" ดอนกิโฆเต้เกาหัว "ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมหล่อนถึงให้เช่าบ้านหลังนี้ หล่อนบอกว่าหลังนี้ทุบ 3 ห้องนอนรวมเป็น 2 ห้องนอนแล้วปล่อยเช่ายาก ตั้งแพงก็ไม่มีคนเอา ตั้งถูกก็ไม่อยากปล่อย สู้ให้เราเช่าดีกว่า"

"อืม" หลี่เหวยไม่พูดอะไรมาก หิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบเดินเข้าบ้าน "ก็จริง!"

แค่ห้องรับแขกของบ้านหลังนี้ก็กว้างกว่าห้องใต้ดินนั่นตั้งเยอะ เฟอร์นิเจอร์มีไม่มาก แต่ของใช้จำเป็นมีครบ แม้แต่โซฟาก็มี

บ้านเช่าระยะยาวในอเมริกา 90% ไม่มีเตียง โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ให้ บางที่แม้แต่โคมไฟเพดานก็ไม่มี มีแต่ขั้วหลอดไฟให้ผู้เช่าไปซื้อโคมมาติดเอง

แต่บ้านที่ซูซานจัดให้หลังนี้สบายกว่าเยอะ

แสงแดดสาดส่องเข้ามาทางด้านข้างของห้องรับแขก ผ่านมูลี่ที่เปิดแง้มไว้ ทอดเงาเป็นเส้นๆ บนพื้นไม้

พื้นไม้ไม่ได้ใหม่มาก เหยียบแล้วมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ แต่มันกลับให้ความรู้สึกมั่นคงแก่หลี่เหวย ห้องรับแขกเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านติดถนนเป็นหน้าต่างบานยาวเรียงกัน มองออกไปเห็นต้นไม้ริมถนนที่ตัดแต่งเรียบร้อย

"อย่างน้อยตอนกลางคืนก็ไม่ต้องมองรองเท้าคนเดินผ่านหน้าต่างแล้ว" หลี่เหวยหันไปบอกดอนกิโฆเต้ "แถวนี้กลางคืนน่าจะเงียบดี"

"ที่แท้แกคิดแบบนี้นี่เอง" ดอนกิโฆเต้แบกกล่องใส่ชุดเกราะเดินเข้ามา "ฉันก็นึกว่าแกชอบแอบมองกางเกงในผู้หญิงผ่านหน้าต่างบานนั้นซะอีก"

"ฟัค!" หลี่เหวยชูนิ้วกลางให้ "อย่าเอาความคิดตัวเองมายัดเยียดให้ผม"

ดอนกิโฆเต้หัวเราะร่า

หลี่เหวยลากกระเป๋าเดินทางสองใบขึ้นไปชั้น 2 สำรวจผังห้องคร่าวๆ

เดิมทีบ้านหลังนี้น่าจะมีห้องนอนใหญ่ที่ชั้น 1 และห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่ชั้น 2

แต่ซูซานทุบห้องนอนเล็ก 2 ห้องรวมกันเป็นห้องนอนใหญ่ที่ไม่ด้อยไปกว่าชั้น 1 เลย และมีห้องน้ำอยู่ข้างๆ

"ดีเลย จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงกรนคุณ" หลี่เหวยเดินลงไปชั้นใต้ดินคุยกับดอนกิโฆเต้ "คุณจะอยู่ชั้น 1 หรือชั้น 2?"

ดอนกิโฆเต้กำลังตาลุกวาวมองเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่วางอยู่ชิดผนังชั้นใต้ดิน ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องไปซักผ้าที่ร้านซักรีดหยอดเหรียญแล้ว

"ฉันเอาชั้น 1" เขาคิดนิดหนึ่ง "ให้หัวเข่าฉันได้ใช้งานต่ออีกสักสองสามปีเถอะ"

บ้านหลังนี้ยังมีสวนหลังบ้านเล็กๆ แถมมาด้วย

พอเปิดประตูออกไป ลมก็พัดเข้ามา สวนมีขนาดไม่ใหญ่ พื้นปูด้วยแผ่นหิน ขอบๆ มีพุ่มไม้ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก แม้จะไม่มีคนดูแลอย่างประณีต แต่ก็ไม่ได้รกร้าง

คนงานขนของยกสัมภาระที่เหลือเข้ามาวาง บ้านก็กลับสู่ความเงียบสงบ

แต่เรื่องยังไม่จบ ดอนกิโฆเต้ไม่ได้อยู่บ้านปกติมาหลายปีแล้ว ผ่านไปสักพักเขาถึงนึกขึ้นได้ว่าในบ้านไม่มีแม้แต่ทิชชู

เขากับหลี่เหวยเลยไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ซื้อถุงขยะ ทิชชู น้ำยาซักผ้า และของใช้จำเป็นอื่นๆ ขากลับแวะซื้อพิซซ่า Papa John's มา 2 ถาด

กินข้าวเสร็จ หลี่เหวยอาบน้ำในห้องน้ำชั้น 2 ที่เก่าแต่สะอาด แล้วกระโดดขึ้นเตียงกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างมีความสุข

ตอนนี้เพิ่งจะ 3 ทุ่มกว่าๆ หลี่เหวยก็ได้ยินเสียงดอนกิโฆเต้หลับปุ๋ยไปแล้ว

เสียงกรนเบาๆ ลอดผ่านเพดานชั้น 1 ขึ้นมา แต่เบากว่าตอนอยู่ห้องใต้ดินเดียวกันถึง 50 เดซิเบล

หลี่เหวยที่มีค่าร่างกายและจิตวิญญาณสูงไม่จำเป็นต้องนอนเยอะขนาดนั้น เขาไปนั่งที่โต๊ะในห้องนอน เปิดคลิปบทสนทนาภาษารัสเซียในมือถือ ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง

จนกระทั่ง——

ชั้นล่างมีเสียงกุกกักดังขึ้น

หลี่เหวยกดหยุดวิดีโอ เงี่ยหูฟัง

เสียงดอนกิโฆเต้สวมชุดเกราะ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 32 - อัศวินออกศึกครั้งแรกหลังย้ายบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว