- หน้าแรก
- ระบบเควสต์ปั่น ปั้นผมเป็นเทพที่นิวยอร์ก
- บทที่ 25 - ฉันจะคุ้มครองแกเอง
บทที่ 25 - ฉันจะคุ้มครองแกเอง
บทที่ 25 - ฉันจะคุ้มครองแกเอง
บทที่ 25 - ฉันจะคุ้มครองแกเอง
"เดต? ฮ่ะ!" ดอนกิโฆเต้แค่นหัวเราะ "ฉันไม่คิดจะเสียเวลากับผู้หญิงอีกแล้วล่ะไอ้หนู"
"วันนี้เป็นวันสำคัญของแก" เขาพูดต่อ "ฉันจะพาแกไปที่ที่หนึ่ง ไปเจอคนคนหนึ่ง"
"ใครครับ?"
"เพื่อนสมัยเรียนและอดีตเพื่อนร่วมงานของฉัน เขาติดหนี้บุญคุณฉันก้อนโต"
แม้หลี่เหวยจะไม่เข้าใจว่าทำไมดอนกิโฆเต้ต้องพาเขาไปเจอเพื่อนคนนี้ด้วย แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ย่อมต้องมีความหมายแฝงอยู่แน่ๆ หลี่เหวยจึงไม่ได้คัดค้านอะไร
ขับออกจากบรูคลินมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง ตึกสูงระฟ้าเริ่มหนาตาขึ้น ถนนเริ่มแคบลง หลี่เหวยรู้สึกว่าเสียงรอบข้างเริ่มดังอื้ออึงขึ้นเรื่อยๆ
แมนฮัตตันคือป่าคอนกรีตของจริง ระยะห่างระหว่างตึกและรถรานั้นแคบมาก แต่เสาหินยักษ์สูงเสียดฟ้ากว่าร้อยชั้นที่บดบังแสงอาทิตย์ ทำให้เสียงผู้คนและเสียงรถ รวมทั้งเสียงลมที่พัดผ่านช่องตึก สะท้อนก้องไปมาในกำแพง จนกลายเป็นเสียงรบกวนที่ดังกระหึ่มอยู่ตลอดเวลา
ฝ่าฝูงชนและรถติดมหาโหด ในที่สุดรถโตโยต้าบุโรทั่งก็มาจอดหน้าตึกระฟ้าแห่งหนึ่งบนถนนพาร์กอเวนิว ย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน
"เจพีมอร์แกน เชส?" หลี่เหวยเงยหน้ามองสัตว์ร้ายเหล็กกล้าตรงหน้าด้วยความตกใจ "เพื่อนคุณนี่ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย"
"ดูภายนอกก็โก้หรูดีหรอก แต่ความจริงก็งั้นๆ แหละ" ดอนกิโฆเต้สูดหายใจลึก จัดสูทเก่าๆ ให้เข้าที่หน้ากระจกมองหลังเป็นครั้งสุดท้าย "แต่เขาก็ไปได้สวยจริงๆ แหละ ได้ข่าวว่าเป็นพาร์ตเนอร์ของเจพีมอร์แกนแล้ว"
เขาหยิบถุงกระดาษสีดำใบเล็กที่มีโลโก้ Montblanc พิมพ์อยู่ขึ้นมาจากเบาะหลัง
ทั้งสองลงจากรถ เดินปะปนไปกับเหล่าอิลิตใส่สูทสั่งตัดที่เดินกันขวักไขว่ เข้าสู่ล็อบบี้สำนักงานใหญ่เจพีมอร์แกน
พนักงานต้อนรับสาวสวยแต่งหน้าจัดเต็มเห็นหน้าหลี่เหวยก็ตาลุกวาว แต่พอมองต่ำลงมาเห็นการแต่งกาย แววตาก็เปลี่ยนเป็นผิดหวังทันที
"สวัสดี!" ดอนกิโฆเต้เคาะเคาน์เตอร์ พูดเสียงอู้อี้ "ฉันมาขอพบ จูเลียน วากเนอร์"
พนักงานต้อนรับจำใจละสายตาจากหลี่เหวย ปั้นยิ้มหวานหยดย้อยตามแบบฉบับมืออาชีพ
"ไม่ทราบว่านัดไว้รึเปล่าคะ?"
"เปล่า" ดอนกิโฆเต้ส่ายหน้า "บอกเขาว่า ดอนกิโฆเต้ เซร์บันเตส มาขอพบ เขาน่าจะยอมให้พบ"
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาถูกพาขึ้นไปที่ชั้น 48
อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ น้ำหอมโคโลญจน์ และกลิ่นเงินตรา แสงอาทิตย์ยามอัสดงส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ย้อมเซ็นทรัลพาร์กเบื้องล่างให้เป็นสีทอง ทำให้เพชรเม็ดงามสีเขียวกลางนิวยอร์กดูเหมือนพรมผืนเล็กๆ แทบเท้าเหล่ายักษ์ใหญ่ทางการเงิน
ในห้องทำงานที่กว้างขวางจนเกินความจำเป็น หลี่เหวยได้พบกับจูเลียนคนนั้น
เขาดูเด็กกว่าดอนกิโฆเต้อย่างน้อย 10 ปี ใส่สูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ผมหวีเรียบแปล้ แม้จะเข้าสู่วัยกลางคนแต่ยังดูแลตัวเองดีมาก
"พระเจ้าช่วย!" จูเลียนเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องที่ดอนกิโฆเต้อยู่หลายวินาที "นายจริงๆ ด้วย? เราไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ย? 10 ปี? หรือ 9 ปี?"
"12 ปีแล้ว จูเลียน" ดอนกิโฆเต้ตอบ "อ้อ... นี่ของขวัญที่ฉันเอามาฝาก"
จูเลียนรับถุงที่ดอนกิโฆเต้ยื่นให้ เปิดดูเห็นเป็นปากกาหมึกซึม Montblanc งานละเอียด
"ขอบใจมาก ดอน" เขาเสียบปากกาลงในที่ใส่ปากกาบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งในนั้นมีปากกาฝังเพชรฝังทองรุ่นต่างๆ เสียบอยู่เต็มไปหมด "นั่งสิ ดื่มอะไรหน่อยไหม? ช่วงก่อนฉันประมูลวิสกี้ Macallan Single Malt ระดับของสะสมมาจาก Christie's..."
"ไม่ล่ะ" ดอนกิโฆเต้โบกมือ "ดูสภาพฉันตอนนี้สิ ขืนกิน Macallan เข้าไปเสียของเปล่าๆ"
"ตอนนายยังไม่ออกจาเจพีมอร์แกน เราไปดื่มกันที่บาร์ข้างๆ ทุกคืนเลยนะ" จูเลียนพูดพลางนั่งลงตรงข้ามดอนกิโฆเต้ "แล้วนี่คือ—"
เขาหันมามองหลี่เหวยที่นั่งข้างๆ กวาดสายตาเร็วยิ่งกว่าพนักงานต้อนรับข้างล่างเสียอีก โดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ
"นี่หลานฉัน หลี่เหวย ตอนนี้ฉันเป็นผู้ปกครองเขา" ดอนกิโฆเต้แนะนำสั้นๆ "จูเลียน ฉันอยากจะขอจดหมายแนะนำตัวจากนายสักฉบับ"
"จดหมายแนะนำตัว? จากฉันเนี่ยนะ?" จูเลียนมองหลี่เหวย "ให้หลี่เหวยเหรอ? เขาจะไปเรียนที่ไหน?"
"เขาอยากเข้าเยล" ดอนกิโฆเต้ตอบ "ฉันจำได้ว่านายจบจากเยล..."
หลี่เหวยสังเกตเห็นว่า พอจูเลียนได้ยินว่าเขาอยากเข้าเยล เขาก็มองสำรวจหลี่เหวยอีกครั้ง
และคราวนี้สีหน้าของเขาเผยความรู้สึกบางอย่างออกมานิดหน่อย ทำให้หลี่เหวยนึกถึงหนุ่มละตินเมื่อตอนกลางวัน
"จะเข้าเยลเหรอ?" จูเลียนลูบคาง "เรื่องนี้คงไม่ง่ายนะ—"
"เห็นแก่ที่เมื่อก่อนฉันรับผิดแทนนายเถอะ จูเลียน" ดอนกิโฆเต้พูดสวนขึ้นมา "แค่เขียนจดหมายแนะนำตัวฉบับเดียว ไม่น่ายากเกินไปมั้ง?"
จูเลียนเห็นดอนกิโฆเต้เริ่มมีน้ำโห รีบยกมือห้าม "โอเคๆ ฉันรู้แล้ว ฉันรู้แล้ว—ฉันหมายความว่า ลำพังแค่จดหมายแนะนำตัวของฉันคงช่วยให้เขาเข้าเยลเลยไม่ได้หรอกนะ?"
"นั่นเป็นเรื่องของพวกเรา จูเลียน" ดอนกิโฆเต้พูดเสียงแข็ง "เรื่องอื่นเดี๋ยวฉันหาทางเอง"
หลี่เหวยทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกสายตาดอนกิโฆเต้ปรามไว้
"ดอน ฉันรู้ว่าฉันติดหนี้นาย ฉันรอนายเอ่ยปากมาตลอด" จูเลียนพูด "แต่ตอนแรกฉันนึกว่านายจะมาขอยืมเงินซะอีก"
เขาเหลือบมองใบหน้าซีดเซียวและแขนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูทของดอนกิโฆเต้ "เรื่องของนายฉันก็ได้ยินมาบ้าง ปากกาที่นายให้ฉันนี่ นายไปขายเลือดแลกมาใช่ไหม? ต่อให้เขาเข้าเยลได้ นายจะเอาเงินที่ไหนส่งเสีย? หรือจะให้เขากู้กยศ.? เรามันคนการเงินเก่านะ นายก็รู้ว่านี่ไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มค่าเลย"
"ฉันบอกแล้วไงว่านั่นเป็นเรื่องของพวกเรา" ดอนกิโฆเต้ลูบหน้าแรงๆ แล้วจ้องจูเลียนตาเขม็ง "บ้าเอ๊ย จูเลียน สรุปนายจะเขียนหรือไม่เขียน?"
"เขียนๆๆ วันนี้ฉันจะเขียนให้เลย" จูเลียนถอนหายใจ "เขียนเสร็จพรุ่งนี้จะให้เลขาฯ ส่งไปให้ โอเคไหม?"
ดอนกิโฆเต้ให้ที่อยู่กับจูเลียน แล้วพาหลี่เหวยออกจากตึกเจพีมอร์แกน
ขากลับ หลี่เหวยอดถามไม่ได้ "คุณไปขายเลือดมาเหรอ? เพื่อซื้อปากกาด้ามนั้นเนี่ยนะ?"
"ก่อนแกมาฉันก็ขายเลือดประทังชีวิตบ้างเป็นครั้งคราว อยู่ในนิวยอร์กก็แบบนี้แหละ" ดอนกิโฆเต้ขับรถมือเดียวอย่างชำนาญ อีกมือแกะซองบุหรี่ราคาถูก "อย่าสำคัญตัวผิดว่าฉันทำเพื่อแกโดยเฉพาะล่ะ"
"อีกอย่าง นั่นไม่ใช่แค่ 'ปากกาด้ามนั้น' ธรรมดาๆ นะไอ้หนู" เขาคาบบุหรี่ยับยู่ยี่พูดอู้อี้ "นั่นมัน Montblanc Meisterstück 146 หัวปากกาเคลือบทอง 18k ด้ามละตั้ง 800 กว่าเหรียญเชียวนะ"
"คุณไม่เห็นต้องลงทุนเพื่อผมขนาดนั้นเลย" หลี่เหวยพูด "ผมบอกแล้วไงว่าผมจะเข้าเยลด้วยโควตานักกีฬาอเมริกันฟุตบอล"
"เออๆๆ" ดอนกิโฆเต้ตอบส่งๆ ไม่เชื่อน้ำหน้าหลี่เหวยเลยสักนิด "ฉันเชื่อแก"
หลี่เหวยมองริมฝีปากซีดเผือดและใบหน้าไร้สีเลือดของดอนกิโฆเต้ อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง
"ฉันรู้ว่าแกอยากขอบคุณ แต่ระหว่างเรา ไม่ต้องมาพูดจาเลี่ยนๆ ชวนอ้วกแบบนั้นหรอกไอ้หนู" ดอนกิโฆเต้เหมือนอ่านใจหลี่เหวยได้ หันมามองแล้วพูดว่า:
"ในเมื่อแกตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเข้าเยล เราก็ต้องมาช่วยกันหาทาง"
"ฉันเป็นผู้ปกครองแก ฉันจะคุ้มครองแกเอง"
(จบแล้ว)