- หน้าแรก
- ระบบเควสต์ปั่น ปั้นผมเป็นเทพที่นิวยอร์ก
- บทที่ 24 - วันนี้มีนัดเดตเหรอ?
บทที่ 24 - วันนี้มีนัดเดตเหรอ?
บทที่ 24 - วันนี้มีนัดเดตเหรอ?
บทที่ 24 - วันนี้มีนัดเดตเหรอ?
ใกล้เที่ยง แถวไซต์งานก่อสร้างในควีนส์
ดอนกิโฆเต้กำลังขับรถไปพลางไถ TikTok ในมือถือจอแตกไปพลาง
"ชิ วัยรุ่นสมัยนี้มัน..." เขาบ่นอย่างเอือมระอา "สังคมมันเป็นอะไรกันไปหมด? อเมริกายังมีอนาคตอยู่ไหมเนี่ย?"
จู่ๆ คลิปวิดีโอสั้นคลิปหนึ่งก็เด้งขึ้นมา ฉากหลังในคลิปดูคุ้นตา เหมือนเป็นย่านที่เขาขับรถผ่านบ่อยๆ
ในคลิปถ่ายระยะไกล เห็นชายชาวละตินร่างยักษ์แก้ผ้าล่อนจ้อน มือหนึ่งปิดหน้า วิ่งไปตามถนน อีกมือก็กำลัง... ช่วยตัวเอง โดยมีฝูงชนวิ่งไล่ตามถ่ายคลิปและหัวเราะเยาะเย้ยอยู่รอบๆ
"เชี่ย!" ดอนกิโฆเต้ตกใจจนเกือบกระโดดตัวลอย "ตาฉัน! ของแบบนี้มันผ่านกองเซ็นเซอร์มาได้ไงวะ!"
...
"นายทำได้ยังไงวะเนี่ย!"
อีกด้านหนึ่ง ในฟิตเนสที่ผู้คนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ไมเคิลมองหลี่เหวยรับกระบอกน้ำไปด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"ทำได้ยังไงอะไรล่ะ" หลี่เหวยรับน้ำมา ยัดใส่กระเป๋าอย่างพอใจ "ไม่นึกว่าเงินรางวัลคราวนี้จะไม่หักภาษี นึกว่าจะโดนหักไปเกือบ 20% ซะอีก"
"นายทำได้ยังไง?" ไมเคิลเกาหัวแกรกๆ "นายเพิ่งเข้ายิมมา ยก 80 ยังหน้าเขียวหน้าเหลืองอยู่เลย นาย—"
"เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆ แล้วฉันเทพ?" หลี่เหวยตอบกวนๆ ยัดกระปุกเวย์โปรตีนใส่กระเป๋าตามไป "ถ้าไอ้ยักษ์นั่นปากไม่หมา ฉันก็คงไม่ต้องสั่งสอนมันขนาดนี้หรอก"
ต่อให้ต้องเสียสิทธิ์ใช้ 【คลุ้มคลั่ง】 ไปครั้งหนึ่ง หลี่เหวยก็ไม่เสียดายเลยสักนิด
มาอยู่อเมริกาถึงได้เห็นความจอมปลอมของผู้คนที่นี่
ฉากหน้าอเมริกาห้ามเหยียดเชื้อชาติ แต่ความจริงการเหยียดมีอยู่ทุกที่ ยิ่งในชนชั้นล่างยิ่งรุนแรง
การเหยียดเชื้อชาติเหมือนเรื่องต้องห้ามที่ทุกคนรู้ว่ามีอยู่จริง อยู่ทุกที่ แต่ไม่มีใครพูดออกมา
หลี่เหวยเคยเจอสายตารังเกียจและเคียดแค้นจากคนดำหรือคนขาวในรถไฟใต้ดินบ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุ ราวกับเขาไปทำอะไรให้พวกนั้นเจ็บแค้น
อย่างน้อยตอนนี้ไอ้โง่ละตินนั่นก็รู้จักเคารพคนผิวเหลืองแล้ว และรู้ว่า 'เสือซ่อนเล็บ' คืออะไร
"ไปละ" หลี่เหวยบอกลาไมเคิล "ฉันมีธุระต้องไปทำ"
"ฉันก็ต้องไปแล้ว" ไมเคิลส่ายหน้า "ต้องไปทำงานบำเพ็ญประโยชน์ที่โบสถ์"
ดูไม่ออกเลยว่าหนุ่มผิวดำอย่างไมเคิลจะเป็นคนเคร่งศาสนา
หลี่เหวยแยกทางกับไมเคิล มุ่งหน้าสู่อัปเปอร์อีสต์ไซด์เพื่อทำงานพาร์ตไทม์
วันนี้มาดามเดโลเรสไม่อยู่ร้าน และตลอดบ่ายก็ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลยสักคน
กล่องไม้ที่หลี่เหวยแบกเข้ามาวันก่อนถูกแกะออกแล้ว เผยให้เห็นโฉมหน้าของงานศิลปะข้างใน
มันคือประติมากรรมโลหะรูปทรงมนุษย์แนวแอ็บสแตรกต์ ดูเหมือนหล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว
หลี่เหวยรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างแรกคือประติมากรรมโลหะชิ้นนี้ดูไม่น่าจะหนักถึง 300 กิโลกรัม อย่างที่สองคือตอนแบกเขารู้สึกเหมือนมีอะไรกลิ้งอยู่ข้างใน ทำให้รู้สึกว่าข้างในมันไม่ได้ตัน
แต่ประติมากรรมตรงหน้ากลับดูเหมือนหล่อตันทั้งชิ้น
แน่นอนว่ามาดามเดโลเรสคงไม่บอกความจริงเขาแน่ เขาเลยไม่อยากถามมากความ
แต่เขาก็เริ่มสงสัยในตัวมาดามเดโลเรสและร้านนี้ขึ้นมานิดหน่อย เพราะดูจากยอดขายแล้ว ร้านนี้ไม่มีทางคืนทุนได้เลย และดูจากท่าทีของมาดามเดโลเรสที่มีต่อพนักงาน ก็ชัดเจนว่าเธอไม่ได้แคร์เศษเงินพวกนี้
จะมีที่ไหนแจกสูทราคาเป็นหมื่นดอลลาร์ให้พนักงานพาร์ตไทม์ใส่ทำงานบ้างล่ะ?
งานพาร์ตไทม์ 3 ชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก 5 โมงเย็น หลี่เหวยเปลี่ยนกลับเป็นชุดปกติ นั่งรถไฟใต้ดินไปที่ร้านของลีออนอีกครั้ง
สีหน้าของลีออนเปลี่ยนทันทีที่เห็นหลี่เหวย
"ไอ้หนู ยังกล้ากลับมาอีกเรอะ!" เขาตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด "แกหลอกฉัน!"
"หืม?" หลี่เหวยเลิกคิ้ว "ผมไปหลอกอะไรคุณ?"
"บริษัทเกมที่ว่านั่นไม่มีอยู่จริง!" ลีออนหยิบเหรียญทองที่หลี่เหวยขายให้มาวางกระแทกบนโต๊ะ "มันก็แค่ทอง 24k ธรรมดาๆ! ไม่ได้มีมูลค่าสะสมอะไรทั้งนั้น!"
"อ๋อ เรื่องนั้นเอง..."
หลี่เหวยเดินเข้าไปอย่างใจเย็น พร้อมเปิดใช้งานสกิลที่อัปเกรดแล้ว——【เจรจาพาที】
หลังสกิลอัปเกรด สำหรับคนโลภอย่างลีออน เขาสามารถโน้มน้าวได้สำเร็จ 100%
"ฟังผมนะ ผมไม่ได้หลอกคุณ..."
ขณะที่หลี่เหวยร่ายยาว สีหน้าของลีออนก็เปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นสงสัย และสุดท้ายก็กลายเป็นบรรลุแจ้ง
"เพราะงั้น ที่ฉันหาไม่เจอเป็นเพราะค้นหาคนละภาษาเหรอเนี่ย?" เขาพูดอย่างเขินๆ "ฉันก็ว่าอยู่ คนปกติใครเขาจะเอาทองคำแท้มาทำของที่ระลึกกัน..."
"ใช่ครับ เพราะงั้นคุณใส่ร้ายผมแล้วนะ" หลี่เหวยพยักหน้า ล้วงเหรียญทองออกมาอีก 16 เหรียญ "ผมเหลือ 16 เหรียญสุดท้ายแล้ว ตีราคาให้หน่อยสิครับ"
ภารกิจเส้นทางอัศวินจบแล้ว หลี่เหวยเหลือเหรียญทอง 17 เหรียญ และจะไม่มีทางได้เพิ่มอีกแล้ว
เขาตั้งใจจะเก็บไว้ 1 เหรียญเป็นที่ระลึก และขายอีก 16 เหรียญที่เหลือทั้งหมด เพื่อรวบรวมเงินค่าเช่าบ้านให้เร็วที่สุด
ระหว่างที่เขากำลังชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อล้างสมองลีออน ให้เข้าใจว่าเหรียญทองพวกนี้มีมูลค่าสะสมสูงขึ้นไปอีก และกะจะฟันกำไร 3 เท่าจากราคาจริง โทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น
"ฮัลโหล? อาดอนกิโฆเต้" หลี่เหวยรับสาย "ผมอยู่... ร้านลีออน กำลังขายของ... ได้ครับ เดี๋ยวรอหน้าร้าน"
"แปลก" เขาวางสายพลางบ่นอุบอิบ "โทรมาทำไมเวลานี้?"
"ตกลง!" สุดท้ายลีออนก็ยอมรับการล้างสมองของหลี่เหวย กัดฟันพูด "เหรียญละ 1,200 ดอลลาร์ ฉันเหมาหมด!"
เหรียญทองที่ขายตามมูลค่าจริงได้แค่ 400 ดอลลาร์ หลี่เหวยขายออกไปได้ในราคาเหรียญละ 1,200 ดอลลาร์ ทั้งหมด 16 เหรียญ
สุดท้าย เขาเดินออกจากร้านรับซื้อของเก่าของลีออนพร้อมเงินสด 19,200 ดอลลาร์
ถ้ารวมกับเงินเก็บที่มีอยู่ ตอนนี้เขามีเงินสดในมือเกิน 27,000 ดอลลาร์แล้ว ซึ่งมากพอจะเช่าอพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำที่เล็งไว้ได้สบาย
ถึงจะต้องอยู่ร่วมกับเจ้าของบ้านอาจจะไม่สะดวกบ้าง แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ หลี่เหวยไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก การย้ายออกจากห้องใต้ดินให้เร็วที่สุดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
คิดได้ดังนั้น รถโตโยต้าบุโรทั่งของดอนกิโฆเต้ก็มาจอดตรงหน้า กระจกลดลง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของดอนกิโฆเต้
"ขึ้นรถ" เขาพูด "ฉันจะพาแกไปที่ที่หนึ่ง"
หลี่เหวยขึ้นรถไปอย่างงงๆ มองดอนกิโฆเต้ขับมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองแมนฮัตตัน
พอขึ้นรถ หลี่เหวยก็สังเกตเห็นว่าวันนี้ดอนกิโฆเต้แต่งตัวดูดีผิดปกติ
เขาโกนหนวด ตัดผม ใส่สูทสั่งตัดที่ดูหลวมไปหน่อยแต่เนื้อผ้าดีเยี่ยม ที่ข้อมือเสื้อ หลี่เหวยเห็นชื่อย่อปักไว้ว่า ดอนกิโฆเต้ เซร์บันเตส
"วันนี้มีนัดเดตเหรอครับ?" หลี่เหวยแซว "แต่งตัวหล่อเชียว"
(จบแล้ว)