- หน้าแรก
- เจ้าแห่งโลหิตผู้อยู่เหนือแสงอาทิตย์
- บทที่ 018: ผูกมิตร
บทที่ 018: ผูกมิตร
บทที่ 018: ผูกมิตร
"แกคิดว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์จะมีผลกับฉันไหม?"
แฮร์ริสครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "ไม่น่าจะมีนะ ยังไงซะเจ้าก็ไม่กลัวแสงแดด แถมพันธสัญญาเผ่าโลหิตก็ไม่มีผลกับเจ้าด้วย"
จังหวะนั้น ลูน่าเดินยกถาดน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะหิน
"ขอบใจ" แฮร์ริสรีบจิบไปสองสามอึก แล้วบินขึ้นฟ้า "ข้ากลับก่อนนะ ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าทำตัวเด่นนัก"
โรเจอร์พยักหน้า แล้วฝึกยิงธนูต่อ
ตกเย็น เขาก็ยิงลูกเชอร์รี่ในระยะสามสิบเมตรได้สบายๆ
แม้จะพัฒนาเร็วมาก แต่ก็ยังห่างชั้นกับลูน่าอยู่โข เขาไม่สามารถยิงสามดอกพร้อมกันแบบเธอได้ ทำได้แค่ยิงเป้านิ่งทีละดอก
ตอนค่ำหลังมื้ออาหาร ปราชญ์แอนนาเรียกตัวเขาไว้ "เอลิซิสชอบเรื่องที่คุณเขียนมากเลยค่ะ เธอกระตือรือร้นอยากอ่านตอนต่อมาก เธอบอกว่าถ้าคุณยินดี คุณไปหาเธอที่หอคอยโหราศาสตร์ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ"
"ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอกครับ" ความรู้สึกผิดในใจเขาลดลงไปได้เปราะหนึ่ง
ส่วนเรื่องไปหาเธอที่หอคอยโหราศาสตร์น่ะเหรอ? อย่าเลยดีกว่า ขืนไปทำอะไรแตกอีกชิ้น เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่
"แล้วเธอชอบเรื่องไหนเหรอครับ?"
"เธอชอบทั้งสองเรื่องเลยค่ะ"
ชอบทั้งสองเรื่อง? งั้นเขาคงต้องเขียนให้สัก... สิบเรื่องพอ ขืนให้คัดลอก 'โปเยโปโลเย' ทั้ง 400 กว่าเรื่อง กับ 'อาหรับราตรี' อีก 100 กว่าเรื่อง มีหวังเขาได้เหนื่อยตายก่อน
"ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะรีบเขียนตอนต่อให้เธอเร็วที่สุด"
ปราชญ์แอนนาพยักหน้ายิ้มๆ "งั้นรบกวนด้วยนะคะ ถ้าคุณหาทางกลับบ้านไม่ได้จริงๆ คุณวางแผนไว้หรือยังว่าจะทำยังไง?"
"ถ้าหาทางกลับได้ก็ดีที่สุดครับ... แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องอยู่ต่อ"
เขารู้อยู่แก่ใจว่าคงกลับไปไม่ได้ง่ายๆ หรอก "ส่วนจะทำมาหากินอะไร บางทีผมอาจจะเปิด 'โรงน้ำชาเล่านิทาน' หรืออะไรทำนองนั้นมั้งครับ"
ปราชญ์แอนนายิ้มบางๆ "ไอเดียดีนะคะ เรื่องเล่าแปลกใหม่ของคุณน่าจะดึงดูดผู้คนได้เยอะ หรือจะเปิดร้านอาหารก็ได้ ฝีมือทำอาหารของคุณต้องได้รับความนิยมแน่นอน ด้วยฝีมือทำอาหารบวกกับนิทานของคุณ ไม่แน่คุณอาจจะเปิดร้านที่ดังที่สุดในโอดินส์เบิร์กได้เลยนะ"
หลายวันต่อมา โรเจอร์ยุ่งอยู่ตลอด กลางวันฝึกยิงธนูและวิชาดาบ ตกเย็นคัดลอกนิทานและทำของอร่อยให้ทุกคนชิมบ้างเป็นครั้งคราว
ระหว่างนี้ คนของกลุ่มทหารรับจ้าง 'แอชเชส' และ 'วอร์เบลด' ผลัดกันมาเชิญชวนเขาเข้ากลุ่ม ยื่นข้อเสนอค่าตอบแทนงามๆ สารพัด แต่เขาก็ปฏิเสธไปอย่างไร้เยื่อใยทุกราย
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังใช้คันธนู 'เขี้ยวเหมันต์' ฝึกยิงธนูอยู่ สาวใช้ก็นำทางแขกอีกคนมาหาเขา
เธอเป็นหญิงสาวแสนสวยวัยยี่สิบต้นๆ ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่งดั่งใบหลิว
ที่สะดุดตาที่สุดคือผมสีทองอร่ามที่ส่องประกายระยิบระยับล้อแสงแดดจนตาเขาแทบพร่า ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่าผมของเธอทิ้งตัวลงมาบนไหล่ราวกับทองคำหลอมเหลว
"คุณคือ?"
"ฉันชื่ออิลิยาค่ะ" หญิงสาวกวาดตามองสำรวจโรเจอร์ "จินตนาการไม่ออกเลยนะคะ นึกว่ามนุษย์ที่ง้างธนูยาว 180 ปอนด์ได้ จะต้องเป็นชายร่างยักษ์กล้ามโตซะอีก"
โรเจอร์ยักไหล่ สายตายังคงจับจ้องไปที่เส้นผมของเธอ
ผมสีทองบริสุทธิ์แบบนี้เขาเคยเห็นแต่ในอนิเมะ และเมื่อก่อนเขาก็เป็นแฟนคลับตัวยงของสาวอนิเมะผมทองด้วยสิ ตอนนี้แทบจะแยกไม่ออกว่านี่คือความจริงหรือฉากในอนิเมะกันแน่
"ชอบผมฉันเหรอคะ?" อิลิยายกมือขึ้น ปลายนิ้วม้วนปลายผมเล่น พลางยิ้มหวาน
"ที่บ้านเกิดผม สีผมของคุณมีอยู่แค่ใน... นิทานเท่านั้นแหละครับ"
อิลิยาหัวเราะคิกคักกับคำพูดของเขา ผมสีทองที่ปลายนิ้วสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวิบวับ
"โอ้? บ้านเกิดคุณ? ที่ไหนกันคะเนี่ย? ที่ที่เอา 'ผมสีทอง' ไปเขียนลงในนิทาน คงน่าสนใจพิลึก"
"ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ ไม่งั้นป่านนี้คงกลับบ้านไปแล้ว"
"ในเมื่อกลับไปไม่ได้ งั้นสนใจมาร่วม 'กองอัศวินหลวง' ไหมคะ?"
"ไม่สนครับ"
พูดจบ เขาก็ยก 'เขี้ยวเหมันต์' ขึ้น ขึ้นสายแล้วง้างธนูยิง
มองดูลูกธนูปักเข้ากลางผลแอปเปิลในระยะร้อยเมตร ปากอิลิยาก็เผยอขึ้นเล็กน้อย "ฝีมือระดับนี้ เทียบเท่านักธนูระดับสูงได้เลยนะเนี่ย"
แล้วเธอก็ถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงไม่อยากเข้าร่วมกองอัศวินหลวงล่ะคะ?"
โรเจอร์ย้อนถาม "ทำไมผมต้องเข้าร่วมกองอัศวินหลวงด้วยล่ะครับ?"
ดวงตากลมโตของอิลิยากลอกไปมา มือม้วนผมเล่น "ถ้าเข้ากองอัศวิน คุณก็จะได้เห็นผมสีทองของฉันทุกวันเลยนะ"
โรเจอร์หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นี่จะใช้แผนสาวงามเหรอครับ? น่าเสียดายที่มุกนี้ใช้กับผมไม่ได้ผล"
อิลิยาเลิกคิ้ว "ทำไมล่ะคะ? ไม่ชอบผู้หญิงเหรอ? หรือฉันสวยไม่พอ?"
"ชอบสิครับ คุณก็สวยพอด้วย โดยเฉพาะผมสีทองนั่น แต่ผมรักชีวิตมากกว่า"
"รักชีวิต? หมายความว่ายังไงคะ?"
โรเจอร์วางคันธนูลง อธิบายอย่างจริงจัง "หมายความว่า ถ้าผมเข้ากองอัศวินของคุณ พวกคุณจะบูชาผม แล้วเลี้ยงดูปูเสื่อให้ผมกินดีอยู่ดีไปจนตายไหมครับ? หรือว่าผมยังต้องทำงานหนัก? แถมงานที่ว่าก็คงไม่ง่ายด้วย ที่ผมไม่เข้าร่วมก็เพราะผมรักชีวิตนี่แหละครับ เทียบกับชีวิตน้อยๆ ของผมแล้ว แผนสาวงามของคุณมันเทียบกันไม่ได้เลย"
อิลิยาขมวดคิ้ว "นี่คือความหมายของคำว่า 'รักชีวิต' ของคุณเหรอคะ? นี่มันคนขี้ขลาดชัดๆ ฉันเคยเห็นทหารใหม่ที่กลัวจนฉี่ราดกางเกง แต่ก็ยังถือดาบวิ่งเข้าใส่แล้วผ่าหัวก๊อบลินได้ ฉันเคยเห็นนักรบเลือดท่วมตัวบุกเดี่ยวเข้าค่ายออร์ค พวกเขาใช้ชีวิตเยี่ยงนักรบมากกว่าคุณที่เป็นพวก 'รักชีวิต' แต่ง้างธนู 180 ปอนด์ได้ซะอีก"
โรเจอร์เบ้ปากอย่างดูแคลน "แล้วบนหลุมศพพวกเขาจารึกไว้ว่า 'ใช้ชีวิตเยี่ยงนักรบ' ด้วยไหมล่ะครับ? คำเย้ยหยันพวกนี้ใช้กับผมไม่ได้ผลหรอกครับ ถ้าได้ผล ป่านนี้ผมคงเข้ากลุ่มทหารรับจ้างแอชเชสหรือวอร์เบลดไปนานแล้ว ไม่รอให้คุณมาชวนหรอก"
เห็นว่าใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งก็ไม่ได้ผล อิลิยากระทืบเท้าอย่างขัดใจ "แล้วคุณกะจะใช้ชีวิตดาดๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ เหรอ?"
โรเจอร์ทำหน้าเรียบเฉย "ดอกไม้นานาพันธุ์ย่อมมีรูปทรงแตกต่าง ผู้คนร้อยพ่อพันแม่ก็ย่อมมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป ต่างคนต่างมีวิธีใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่ต้องยกตนข่มท่านหรอกครับ"
อิลิยาฉายแววแปลกใจ "เฮ้ นี่คุณเป็นปราชญ์ด้วยเหรอคะ?"
!!! น้ำเสียงและท่าทางของเธอทำเอาโรเจอร์นึกถึงยัยเด็กเผ่าโลหิตนั่นขึ้นมาทันที จนเกือบจะเกิดอาการต่อต้าน เขาเลิกสนใจเธอแล้วหันไปยิงธนูต่อ
เห็นว่ากล่อมเขาไม่สำเร็จจริงๆ อิลิยาก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย "งั้น เราเป็นเพื่อนกันได้ไหมคะ?"
"แน่นอนครับ เป็นเพื่อนกันได้ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนกับคนสวยอย่างคุณ"
อิลิยาหัวเราะคิก "ปากหวานจริงนะ กึ่งปราชญ์กึ่งคนปากหวาน ช่างเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจจริงๆ"
โรเจอร์ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที "ไหนๆ ก็จะเป็นเพื่อนกันแล้ว คุณจะให้อะไรเป็นของขวัญผมล่ะครับ?"
อิลิยาอึ้งไป "ของขวัญ? ของขวัญอะไรคะ?"
โรเจอร์กลั้นขำ ทำหน้าจริงจัง "ธรรมเนียมบ้านเกิดผมน่ะครับ เวลาจะผูกมิตรเป็นเพื่อนกัน ต้องแลกของขวัญกันครับ"
"มีธรรมเนียมแบบนั้นด้วยเหรอ?" อิลิยาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง "งั้นคุณอยากได้ของขวัญอะไรคะ?"
"ผมขอน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์สักขวดครับ" เขาอยากทดสอบดูว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จะมีผลกับเขาจริงไหม และกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหามาจากไหน พอดีเลย แม่สาวคนนี้เสนอตัวมาให้ถึงที่
ดูจากการแต่งตัว น่าจะเป็นลูกคุณหนูบ้านรวย คงหาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่ยาก
"น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์?" อิลิยางงเล็กน้อย "จะเอาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไปทำไมคะ?"
"บ้านเกิดผมไม่มีน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ครับ เลยอยากเห็นว่าเป็นยังไง"