เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

055 เก็บแมวได้ตัวหนึ่ง

055 เก็บแมวได้ตัวหนึ่ง

055 เก็บแมวได้ตัวหนึ่ง


โคนีเลียขนตาขยับไหวเล็กน้อย คล้ายกับจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เมื่อเธอหันหน้าไปมอง เธอก็ฉายแววตาประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ดันเต้จะเดินเข้าไปใกล้ โคนีเลียก็สังเกตเห็นเขาเสียก่อนแล้ว ดันเต้ส่งยิ้มกว้างพร้อมตะโกนทักทาย

“หวัดดีตอนเที่ยง!”

“อื้อ หวัดดี!”

โคนีเลียตอบกลับสั้นๆ

ดันเต้รีบสับเท้าวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาเธอแล้วเอ่ยถาม

“แมวเหรอ?”

“อืม...”

โคนีเลียพยักหน้าพลางทำหน้าหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด

ดันเต้ฉีกยิ้มกว้าง

“เดี๋ยวช่วย”

“เอ๊ะ?”

โดยไม่รอให้โคนีเลียหายอึ้ง ดันเต้ก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาฝูงแมวภูติพวกนั้นทันที

ดูเหมือนว่าพวกแมวจะไม่ระแวดระวังดันเต้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาหยิบชามอาหารแมวขึ้นมา แล้วเดินปลีกตัวออกห่างจากโคนีเลียไปเล็กน้อย ไม่นานนักก็เริ่มมีพวกแมวภูติเดินตามเขาไปต้อยๆ เพราะพวกมันต่างก็อยากกินปลากรอบกันทั้งนั้น เจ้าเหมียวตัวน้อยไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเลยสักนิด แถมเขายังดูมีออร่าความเป็นมิตรแผ่ซ่านไปทั่วตัวอีกต่างหาก จากนั้นเขาก็วางชามลงบนพื้น แล้วอุ้มแมวภูติตัวหนึ่งขึ้นมา พลางป้อนปลากรอบเข้าปากมันไปชิ้นหนึ่ง

“เมี๊ยว~”

เมื่อมันกินจนอิ่มหนำสำราญ ดันเต้ก็เริ่มใช้นิ้วเขี่ยหยอกล้อใต้คางของมัน เขาใช้ทักษะอันเชี่ยวชาญนวดกระตุ้นไปตามจุดชีพจรของเจ้าเหมียว แถมตอนที่ลูบไล้เขายังส่งเสียงฮัมเป็นจังหวะ ฟังดูเหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ช่วยให้พวกแมวเคลิ้มหลับ และเจ้าเหมียวก็เริ่มง่วงงุนขึ้นมาจริงๆ

แต่ความจริงก็คือ...เขาแอบใช้แก๊สหลับใหลออกมาแวบหนึ่ง โดยที่ตัวเองกลั้นหายใจเอาไว้ ไม่นานนัก เจ้าเหมียวก็หลับปุ๋ยไปเลย หลังจากนั้นดันเต้ก็อุ้มแมวที่หลับสนิทเดินกลับมาหาโคนีเลีย

โคนีเลียจ้องมองเจ้าเหมียวในมือดันเต้ด้วยความตื่นเต้นจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ลูบ...ได้ไหม?” (ขอลูบมันหน่อยได้ไหม?)

ดันเต้พยักหน้า

“อื้ม เอาดิ”

จากนั้นโคนีเลียก็ค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นเทาออกไป ภายในใจมีความรู้สึกฮึกเหิมราวกับความปรารถนาที่รอคอยมานานแสนนานกำลังจะกลายเป็นจริง

ทว่าในตอนนั้นเอง เจ้าเหมียวกลับสะดุ้งตื่นขึ้นมาเสียดื้อๆ ขนของมันลุกชันไปทั้งตัว มันดิ้นรนหนีออกจากมือดันเต้อย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็โกยแน่บหายวับไปเพราะความตกใจสุดขีดจนไม่เห็นแม้แต่เงา

“ดูเหมือนว่าจะต้องทำให้มันสลบเหมือดไปเลยถึงจะเอาอยู่นะเนี่ย”

ดันเต้พูดพลางเอามือลูบคาง

“ไม่ได้!”

โคนีเลียรีบโบกมือพัลวัน ถึงแม้เธอจะรู้สึกขอบคุณดันเต้มากก็เถอะ แต่การไปหลอกล่อแมวแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เธออยากจะอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตที่น่ารักเหล่านี้อย่างสงบสุขและจริงใจมากกว่า

“งั้นเดี๋ยวขอนึกดูก่อนนะ”

ดันเต้นั่งลงข้างๆ โคนีเลีย พิงหลังกับต้นไม้แล้วเริ่มใช้ความคิด ในเมื่อตัดสินใจจะช่วยเธอแล้ว เขาก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ดันเต้ถามต่อว่า

“บ่ายนี้เธอมีธุระอะไรไหม?”

“ว่างน่ะ”

โคนีเลียตอบ เธอเตรียมตัวจะงีบหลับใต้ต้นไม้นี้อย่างสบายอุราสักพักหลังจากนี้

“งั้นรอผมก่อนนะ”

ดันเต้บอก

“ตกลง”

โคนีเลียพยักหน้า

พอพูดจบ ดันเต้ก็ลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เขาไปหาซื้อสมุนไพรมาหลายชนิดจากร้านค้า แล้วกลับไปที่หอพักเพื่อเริ่มปรุงยา เดิมทีตอนที่เขาคิดค้นกับดักหนามพิษ จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดก็คือการล่าสัตว์เพื่อเอาแกนผลึกของสัตว์อสูร และเพื่อให้ล่อพวกสัตว์ป่าได้ดีขึ้น เขาจึงเคยปรุงเหยื่อล่อฟีโรโมนมาก่อน

หากเขาสามารถสร้างสิ่งที่ดึงดูดแมวได้มากกว่าเดิม บางทีมันอาจจะช่วยลบความกลัวที่พวกแมวมีต่อโคนีเลียได้ ด้วยวิธีนี้ โคนีเลียก็น่าจะเข้าใกล้พวกแมวได้สำเร็จ แม้ว่าเขาจะไม่ได้พกเหยื่อล่อฟีโรโมนมาจากชายแดนด้วย แต่การทำขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แถมเขายังเพิ่งได้วัตถุดิบมาจากมีอามาเพียบเลยด้วย ไม่นานนัก เขาก็ปรุงฟีโรโมนล่อแมวออกมาได้สำเร็จ เมื่อเตรียมเสร็จแล้ว ดันเต้ก็ถือขวดเล็กๆ แล้ววิ่งกลับไปที่ภูเขาหลังโรงเรียนอีกครั้ง

เขานั่งลงข้างกายโคนีเลียแล้วเปิดจุกขวดออก ทันทีที่กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว ฝูงแมวภูติเหล่านั้นก็พากันวิ่งกรูกันเข้ามาหาดันเต้ราวกับแมวคลั่ง เพียงแต่พวกมันยังคงกลัวโคนีเลียอยู่ จึงไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป พวกมันรักษาระยะห่างราวกับว่ามีเส้นแบ่งเขตขีดไว้บนพื้น

ดันเต้เทยาบางส่วนลงรอบๆ ตัวโคนีเลีย แม้ว่าพวกแมวภูติจะยังหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ก็เริ่มมีพวกใจกล้าบ้าบิ่น ยอมขยับเข้ามาดมกลิ่นใกล้ๆ แต่พอโคนีเลียขยับตัวแค่นิดเดียว พวกมันก็ตกใจจนถอยกรูดไปทันที สุดท้ายโคนีเลียเลยต้องนั่งนิ่งสนิทประหนึ่งรูปปั้น ในที่สุดก็มีแมวยอมขยับเข้ามาใกล้เธอจนได้ ถึงแม้จะยังลูบตัวไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถมองดูพวกมันในระยะประชิดได้แล้ว ในที่สุด โคนีเลียก็ได้ใช้เวลาช่วงบ่ายอย่างมีความสุขจนได้

“ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวไว้วันหลังผมจะทำยามาให้อีกนะ”

ดันเต้ส่งขวดที่เหลือยาอยู่ครึ่งขวดให้โคนีเลีย

เธอรับมันไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ หลังจากที่ทั้งคู่ไปกินมื้อค่ำด้วยกันเสร็จ ก็กลับมาที่หอพักเหมือนเช่นทุกวัน แล้วแยกย้ายกันที่ชั้นสาม

แต่ว่า...ดันเต้กลับไม่สังเกตเลยว่า ตอนที่เขาเดินออกจากภูเขาหลังโรงเรียน มีแมวภูติสีดำขลับตัวหนึ่งแอบมุดเข้าไปในเงาของเขา...

หลังจากดันเต้กลับถึงห้องพัก เขาก็ตั้งใจว่าจะจัดระเบียบห้องนั่งเล่นสักหน่อย ถึงแม้ห้องพักของเขาจะสะอาดเอี่ยมอ่องอยู่แล้วก็ตาม แต่เขาไม่อยากพ่ายแพ้เรื่องความเจ็บระเบียบให้กับมีอา บางครั้งดันเต้ก็มีนิสัยรักการเอาชนะในเรื่องแปลกๆ แบบนี้แหละ ทว่าในขณะที่เขากำลังทำความสะอาดอยู่นั้นเอง

ปัง ปัง

เมื่อได้ยินเสียงเหมือนขวดหรือโหลถูกปัดตก ดันเต้ก็รีบวิ่งเข้าไปในเวิร์กชอปสร้างการ์ดทันที เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีขโมยขึ้นห้องพักของเขา

“เมี๊ยว——”

แต่เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป เขาก็เห็นแมวภูติสีดำตัวหนึ่งนอนล้มลงกับพื้นด้วยความทรมาน ดูท่าว่ามันคงอยากจะขโมยฟีโรโมนล่อแมวที่ดันเต้ปรุงขึ้น หรืออาจจะอยากได้สูตรยาเลยด้วยซ้ำ มันเลยสวมวิญญาณโจรแมวขี้โลภ แอบชิมขวดโหลบนโต๊ะไปหลายใบเลยทีเดียว

“ให้ตายสิ นี่แกเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย?”

ดันเต้รีบอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นมา

“อึ๊ก จะตายแล้วๆ เมี๊ยว ทั้งที่ของพวกนี้ไม่มีพิษนี่นา ทำไมข้าถึงโดนพิษได้ล่ะเนี่ยเมี๊ยว!”

เจ้าเหมียวส่งเสียงร้องโวยวายออกมา

“พูดได้ด้วย?”

“ก็แน่สิ! ข้าเป็นถึงอาจารย์เลยนะเมี๊ยว!”

“จะมีอาจารย์ที่ไหนแอบย่องเข้าห้องพักนักศึกษาบ้างล่ะ?”

“เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว”

ดูเหมือนคำพูดนั้นจะแทงใจดำ มันเลยเริ่มทำเป็นแกล้งโง่ในทันที

“น่าปวดหัวจริงๆ เลยแฮะ”

ดันเต้เอามือกุมขมับ

“รีบช่วยถอนพิษให้ข้าทีเมี๊ยว มันทรมานจะแย่อยู่แล้วเมี๊ยว!”

“พิษนี้ถอนไม่ได้หรอก”

“เมี๊ยว? เวทมนตร์ชำระล้างแก้ไม่ได้งั้นเหรอ?”

“แก้ไม่ได้”

“จะเป็นไปได้ยังไง? นี่เจ้าสร้างของน่ากลัวอะไรออกมากันแน่เนี่ยเมี๊ยว?!”

ทันใดนั้นมันก็นึกถึงคำศัพท์หนึ่งที่กำลังระบาดในโรงเรียนช่วงนี้ขึ้นมา นั่นคือคำว่า ปั่นประสาท เจ้าหมอนี่น่าจะเป็นคนที่นำคำศัพท์นี้มาเผยแพร่ในสถาบันอย่างแน่นอน

“แล้วยาแก้พิษล่ะเมี๊ยว?!”

“คู่หูที่ร่วมวิจัยกับผมอาจจะมี แต่นั่นมันเอาไว้ใช้กับคน กับแมวอย่างนายอาจจะใช้ไม่ได้ผล อาจต้องรอพวกเราวิจัยกันอีกสักพัก”

“ช่วยด้วยเมี๊ยว!”

ถึงแม้พิษนี้จะไม่ทำให้ตายในทันที แต่มันก็ทรมานสุดๆ เลยนี่สิ

“นี่เจ้าเหมียว แกพอจะรู้ไหมว่าจะไปหาใครที่มีการ์ดเวทมนตร์ ลบล้างสถานะแบบบังคับได้บ้าง? การ์ดใบนี้ช่วยแกได้นะ”

ลบล้างสถานะแบบบังคับ เป็นการ์ดเวทมนตร์ระดับ 6 ซึ่งปกติแล้วคนที่อยู่ในระดับ 6 มักจะเป็นอาจารย์ แต่ประจวบเหมาะที่ตอนนี้เป็นวันหยุดพอดี นอกจากอาจารย์ที่เข้าเวรแล้ว อาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่อยู่ที่โรงเรียนเสียด้วย ส่วนนักศึกษาที่เพิ่งขึ้นปี 3 ดันเต้ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครไปถึงระดับ 6 แล้วหรือยัง

“ไปหาโคลอิกซ์สิ! เขามีการ์ดใบนี้อยู่!”

อาจารย์แมวร้องตะโกนบอกราวกับเจอทางสว่าง

จบบทที่ 055 เก็บแมวได้ตัวหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว