เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

054 วันหยุดสุดเหวี่ยง

054 วันหยุดสุดเหวี่ยง

054 วันหยุดสุดเหวี่ยง


ในตอนนี้เป็นช่วงเช้ามืดพอดี แสงสีเทาอมเขียวจางๆ เริ่มปรากฏให้เห็นที่ขอบหน้าต่าง อลิซที่กำลังนอนอยู่บนเตียงดูน่าเอ็นดูสุดๆ แม้จะอยู่ในห้วงนิทรา แต่ลมหายใจของเธอก็ยังสม่ำเสมอและดูผ่อนคลาย บนใบหน้าของเธอยังมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอกำลังฝันดีเรื่องอะไรอยู่กันแน่

"เธอนี่เก่งจริงๆ นะ เปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นฝันดีแบบล้างสมองได้เนี่ย"

ดันเต้ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเมื่อเห็นสภาพของอลิซ

"ใครว่าล้างสมองล่ะ นี่มันเทคนิคช่วยให้นอนหลับแบบปกติชัดๆ"

มีอาค้อนใส่ดันเต้หนึ่งวงพลางกระซิบตอบ

"ผมว่าเทคนิคปกติแบบนี้ เราน่าจะหาโอกาสมาแลกเปลี่ยนความรู้กันหน่อยนะ"

ดันเต้อยากจะเรียนวิชานี้จากมีอาใจจะขาด เพราะมันคือสกิลที่ต้องมีติดตัวไว้สำหรับการเดินทางเลยทีเดียว

"งั้นถ้าวันหลังนายทำ การ์ดเวทมนตร์สายควบคุมจิตใจออกมา ก็ต้องแบ่งให้ฉันใบหนึ่งด้วยนะ"

มีอารู้ทันทีว่าดันเต้คิดจะเอาวิชานี้ไปทำอะไร

ดันเต้ตอบอย่างรวดเร็ว

"แน่นอนสิ สินค้าจากโปรเจกต์ร่วมกันของ จิตวิญญาณแห่งความดีงาม ของพวกเรา ต้องมีแจกให้คนละชุดอยู่แล้ว"

"นี่นายตั้งชื่อบริษัทให้พวกเราเสร็จสรรพเลยเหรอ?"

มีอาถาม

"แล้วเธอว่าชื่อนี้เป็นไงล่ะ?"

ดันเต้ย้อนถาม

"ก็ดีนะ ตรงกับบุคลิกพวกเราเป๊ะเลย"

มีอาตอบ

เสียงลมหายใจที่คงที่ของอลิซบวกกับอากาศในเมืองหลวงที่เริ่มจะหนาวเย็นลงบ้างแล้ว ทำให้ทั้งคู่รู้สึกง่วงงุนอย่างบอกไม่ถูกหลังจากผ่านคืนที่แสนวุ่นวายมา ในที่สุดก็ได้เวลาที่ดันเต้กับมีอาจะต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน

"วันนี้ฉันคงต้องอยู่เป็นเพื่อนอลิซทั้งวัน ไม่แน่ใจว่าจะไปหานายได้ตอนไหน อาจจะเป็นตอนเย็นๆ เลยนะ"

มีอาเดินมาส่งดันเต้ถึงหน้าประตูหอพัก

ดันเต้พยักหน้าเข้าใจ

"ไม่เป็นไร ฝั่งผมเปิดทำการต้อนรับ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว"

"ถ้างั้นอย่าลืมเตรียมรองเท้าแตะ ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน กับแก้วน้ำไว้ให้ฉันด้วยล่ะ"

มีอาสำทับ

"รับทราบครับผม ผมกลับไปนอนก่อนนะ เธอเองก็พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ"

ดันเต้บอกลา

"โอเค"

พอแสงสว่างยามเช้าเริ่มจับขอบฟ้า ผู้ต้องสงสัยอย่างดันเต้ก็เดินออกมาจากหอพักของผู้ร่วมขบวนการอย่างมีอา เมื่อกลับถึงหอพักของตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็ถาโถมเข้าใส่ทันที เขาพุ่งตรงไปที่ห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง เตียงนุ่มๆ ที่คุ้นเคยดูเหมือนจะทำปฏิกิริยาเคมีกับร่างกายเขา ทำให้เขาสลบเหมือดไปในพริบตา

จนกระทั่งดันเต้ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เขาบิดขี้เกียจไปมาเพื่อคลายความปวดเมื่อยจากการนอนผิดท่ามานาน ดูท่ารอบนี้อาจารย์คงไม่ได้แอบมาใช้ร่างของเขาอีกครั้ง เธอคงสำนึกผิดแล้วล่ะมั้ง

แต่ในขณะที่ดันเต้กำลังคิดแบบนั้น เสียงที่เย็นชาและแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นในใจอีกครั้ง

"นายว่าใครสำนึกผิดนะ?"

"นี่อาจารย์แอบฟังผมอยู่ตลอดเลยใช่ไหมเนี่ย"

ดันเต้ถาม

"เปล่าเสียหน่อย แค่ทุกครั้งที่ฉันตื่นมา มักจะได้ยินนายพูดจาล่วงเกินฉันอยู่เสมอ"

อาจารย์ตอบกลับ

"นั่นเขาเรียกว่ามีใจตรงกันไงล่ะครับ"

ดันเต้แถเนียนๆ

"นายไม่คิดบ้างหรือว่า นั่นเป็นเพราะความถี่ที่นายพูดจาลับหลังฉันมันสูงเกินไป จนไม่อาจใช้คำว่าใจตรงกันมาอธิบายได้?"

"ก็อาจารย์คือจิตวิญญาณของผมไงครับ ใจตรงกันนิดหน่อยจะเป็นไรไป"

ดันเต้ตอบ

"......"

เธอเคยได้ยินดันเต้อธิบายความหมายของคำว่า จิตวิญญาณของผม มาก่อน แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ชินที่โดนเรียกแบบนี้อยู่ดี หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดขึ้นว่า

"ต่อไปนี้ฉันจะไม่ใช้ร่างกายของนายโดยที่นายไม่รู้เห็นอีกแล้ว"

ดันเต้ได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

"โฮ่ๆ ที่แท้อาจารย์ก็มาขอโทษผมนี่เอง อาจารย์ต้องหัดพูดจาตรงไปตรงมามากกว่านี้หน่อยนะครับ ถึงจะเป็นที่รักของทุกคนได้"

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมา ดันเต้เพียงแต่รู้สึกว่าทัศนวิสัยของเขาเริ่มมืดมัวลงเรื่อยๆ

"หยุดๆๆ ผมพูดผิดไปแล้ว! อาจารย์น่ะเป็นที่รักของทุกคนตลอดกาลเลยครับ!"

ดันเต้รีบร้องขอชีวิต

"ไม่มีครั้งหน้าแล้วนะ"

เธอเอ่ยทิ้งท้าย

หลังจากทิ้งคำพูดเย็นชาไว้ เธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ดันเต้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่สีหน้าของเขาไม่ได้มีความกังวลเลยสักนิด แถมมุมปากยังแอบยิ้มหน่อยๆ ด้วย (ภารกิจประคารมกับอาจารย์รายวัน 1/1)

หลังจากทำภารกิจประจำวันเสร็จ ดันเต้ก็บิดขี้เกียจอีกรอบจนรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

“หิวชะมัด”

เขาลูบไปที่หน้าท้องของตัวเอง พลางคิดว่าถึงเวลาไปรีวิวร้านอาหารใหม่ๆ ในสถาบันแล้ว

เทรเซียเคยให้แผนที่ลายแทงของกินในสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธไว้ โดยมีการมาร์คจุดเด่นและคำวิจารณ์ของแต่ละร้านเอาไว้ด้วย ในสถาบันแห่งนี้ยังมีที่เจ๋งๆ ที่ดันเต้ยังไม่ได้ไปสำรวจอีกเพียบ แต่พูดตามตรง ตั้งแต่มาที่เมืองหลวง สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจที่สุดยังคงเป็นฝีมือการทำอาหารของบารอนแบเชล อาจจะเป็นเพราะมีการใส่เครื่องปรุงที่ชื่อว่า ความหวาดกลัวของแบเชล ลงไปด้วยนิดหน่อยล่ะมั้ง เลยทำให้ดันเต้นึกถึงรสชาตินั้นทีไรก็รู้สึกว่ามันมีรสสัมผัสที่พิเศษไม่เหมือนใครทุกที

แต่ช่างเถอะ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เขาไม่ควรไปคิดอะไรแบบนั้น ไว้รอดูแล้วกันว่าตอนที่เขาไปถึงระดับ 5 แล้ว จะสามารเอาวัตถุดิบที่ดรอปจากตัวแบเชลมาสร้างเป็นเชฟมือโปรได้ไหม ดันเต้คิดไปพลาง หาร้านที่น่าสนใจไปพลาง จนในที่สุดก็ได้อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงอย่างสำราญใจ

ช่วงบ่าย

"จริงด้วย ลองไปดูที่หลังเขาสักหน่อยดีกว่า"

วันนี้ดันเต้ว่างอยู่พอดี เขาเลยกะว่าจะไปสืบดูหน่อยว่า ช่วงสองวันนี้โคนีเลียแอบไปทำอะไรกันแน่ ต่อให้วันนี้เธอไม่อยู่ที่นั่น แต่ถ้าดันเต้ไปก็น่าจะพอหาเบาะแสอะไรได้บ้าง เขาจึงเดินทอดน่องไปตามทางในสถาบัน ท่ามกลางแสงแดดฤดูใบไม้ร่วงที่แสนจะอบอุ่นและสบายตัว เขาก็เดินมาถึงหลังเขาในที่สุด ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นเนินเขาเตี้ยๆ มากกว่าภูเขาจริงๆ พืชพรรณแถวนี้ดูหนาแน่นกว่าที่อื่นมาก ภายใต้แสงแดด ดอกไม้และใบหญ้าต่างพากันเปล่งประกายดูสดใส เนื่องจากไม่ค่อยมีต้นไม้สูงใหญ่มากนัก นักศึกษาเลยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแถบนี้ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ระยะไกล

สายตาของดันเต้จับจ้องไปยังร่างที่แสนคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว แม้วันนี้โคนีเลียจะสวมชุดไปรเวท แต่เส้นผมสีแดงเพลิงของเธอก็ยังโดดเด่นสะดุดตาไม่ว่าจะยืนอยู่ที่ไหนก็ตาม เขาเห็นโคนีเลียนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อยหน่อยๆ เธอเอามือเท้าคางพลางจ้องมองฝูงแมวภูติบนสนามหญ้าจากที่ไกลๆ พวกมันดูไม่ต่างจากแมวทั่วไปเท่าไหร่นัก เพียงแต่พวกมันมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์อยู่นิดหน่อย

ฝูงแมวกำลังกินปลาแห้งกันอย่างเอร็ดอร่อย ดูเหมือนปลาแห้งพวกนั้นจะเป็นสิ่งที่โคนีเลียเตรียมมาให้ แต่ที่แปลกคือ แมวพวกนี้ดูจะกินกันแบบไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก ให้อารมณ์เหมือนกำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อหาของกินยังไงยังงั้น พวกมันจะค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ชามอาหารอย่างระมัดระวัง และคอยสังเกตท่าทีของโคนีเลียอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งมั่นใจว่าโคนีเลียที่นั่งอยู่ไกลๆ จะไม่ขยับตัว แมวภูติเหล่านั้นถึงจะเร่งความเร็วพุ่งเข้าไปที่ชาม จากนั้นก็คาบปลาแห้งแล้วโกยแน่บทันที

เห็นได้ชัดเลยว่าฝูงแมวพวกนี้กลัวโคนีเลียเข้ากระดูกดำ ตัวเธอมีแรงกดดันบางอย่างที่เหมือนกับจ้าวแห่งพงไพรแผ่ออกมา ทั้งที่เธอก็เป็นมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในสายตาของสัตว์พวกนี้ เธอคงไม่ต่างจากปีศาจมังกรตอนที่อยู่ในโรงเรียนปีศาจเลยสักนิด เธอเลยได้แต่นั่งหลบมุมอยู่ไกลๆ แบบน่าสงสาร ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เพื่อมองดูน้องแมวกินอาหารเพียงเท่านั้น

"ที่แท้ก็แอบมาให้อาหารแมวทุกวันนี่เอง"

ดันเต้พึมพำกับตัวเอง

สงสัยเขาต้องเข้าไปช่วยเธอซะหน่อยแล้ว สภาพที่อยากลูบแมวใจจะขาดแต่ทำได้แค่ยืนมองไกลๆ แบบนี้มันช่างน่าเวทนาจริงๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจับสัตว์แล้ว ดันเต้อยากจะทำให้โคนีเลียกลับมายิ้มได้อีกครั้ง เขาส่ายหัวพลางยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะก้าวเดินมุ่งหน้าไปหาโคนีเลียด้วยฝีเท้าที่มั่นคง

จบบทที่ 054 วันหยุดสุดเหวี่ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว