เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

045 เวทมนตร์แสงศักดิ์สิทธิ์

045 เวทมนตร์แสงศักดิ์สิทธิ์

045 เวทมนตร์แสงศักดิ์สิทธิ์


“ดูท่าทางเหมือนจะทำได้เข้าท่าอยู่หรอกนะ แต่ความจริงแล้วเขากลับทำผิดพลาดในเรื่องพื้นฐานที่ร้ายแรงมาก เขาเลือกใช้ม้วนคาถาที่เป็นเวทมนตร์สายชำระล้าง แต่กลับไม่มีการชำระล้างแบบไหนในโลกที่ต้องใช้เลือดปีศาจเลยสักนิด แถมไอ้เพลิงศักดิ์สิทธิ์แห่งการชำระล้างนั่น ก็ควรจะเอาไปใช้สร้างการ์ดสายโจมตีธาตุศักดิ์สิทธิ์มากกว่า ดูๆ ไปแล้วหมอนี่มันก็แค่พวกมือสมัครเล่นชัดๆ”

กรรมการคุมสอบเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ขั้นตอนการสร้างการ์ดของดันเต้อย่างเผ็ดร้อน

“แถมวัตถุดิบที่เขาเลือกมาก็พอสำหรับสร้างแค่ครั้งเดียวด้วย ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวรอบสองแล้วล่ะ”

“ไอ้การ์ดใบนี้เนี่ย ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ดูเหมือนมันจะระเบิดแหล่ไม่ระเบิดแหล่อยู่ตลอดเวลา เห็นแล้วผมล่ะเสียวแทนจริงๆ”

“เตรียมทีมดับเพลิงกับหน่วยกู้ภัยไว้ให้พร้อมเลยนะ ถ้ามันระเบิดตูมตามขึ้นมาเราจะได้เข้าไปช่วยทัน”

“เดี๋ยวก่อน...พวกคุณอ่านอักขระเวทมนตร์ที่เขาเขียนออกไหม?”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่อักขระเวทมนตร์ของมนุษย์นะ พยางค์พวกนี้มนุษย์ไม่น่าจะออกเสียงตามได้เลยด้วยซ้ำ”

“หรือจะเป็นภาษามังกร? หรือว่าจะเป็นภาษาเอลฟ์?”

“ไม่รู้สิ! ผมยังไม่เคยเห็นนักสร้างการ์ดคนไหนใช้ภาษาของเผ่าพันธุ์อื่นในการสร้างการ์ดมาก่อนเลย”

......

ในขณะนั้นเอง ดันเต้ได้เข้าสู่สภาวะที่ลืมเลือนทุกสิ่งรอบตัวไปจนหมดสิ้น ชั่วขณะหนึ่งเขาเหมือนจะลืมแม้กระทั่งภาษามนุษย์ ในโสตประสาทของเขามีเพียงเสียงของเจตจำนงที่อาจารย์เคยถ่ายทอดไว้ในห้วงความคิดเท่านั้น

แม้จะเป็นครั้งแรกที่เขาทดลองสร้างการ์ดเวทมนตร์ ระดับ 3 แต่เขากลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ราวกับเขาไม่ต้องใช้สมองคิด จิตใต้สำนึกก็นำพาให้มือของเขาขยับไปเอง เขารู้ชัดแจ้งว่าในแต่ละย่างก้าวถัดไปต้องจัดการอย่างไรบ้าง

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดมุมปากของดันเต้ก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

สำเร็จแล้ว แถมผลงานยังออกมาดูดีสุดๆ ไปเลยด้วย!

“อาจารย์ไม่เคยหลอกผมจริงๆ”

ดันเต้จารึกอักขระทุกอย่างจนเสร็จสมบูรณ์ ท่าทางที่เคยระมัดระวังและเชื่องช้าพลันเปลี่ยนเป็นรวดเร็วลื่นไหลราวกับสายน้ำ เพียงเวลาไม่ถึง 2 นาที เขาก็จัดการขั้นตอนการผนึกจนเสร็จสิ้น และในวินาทีที่ควันจากการสร้างการ์ดจางหายไปนั้นเอง

...

แสงสีส้มเจิดจ้าก็พวยพุ่งออกมาสว่างไสวไปทั่วทั้งโถงสอบทันที!

จนทำให้ผู้เข้าสอบที่อยู่โต๊ะข้างๆ ถึงกับตาพร่าจนมือสั่น ทำงานพลาดจนต้องบอกลาโอกาสสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขากลับทำได้เพียงอ้าปากค้าง พลางขยี้ตาเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดๆ อีกครั้งโดยไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิด เพราะเขากำลังช็อกจนสติหลุดไปแล้ว

สีส้มงั้นเหรอ?! ของแบบนี้มันโผล่มาให้เห็นในสนามสอบได้ด้วยเหรอเนี่ย?

“การ์ดมหากาพย์ ระดับ 3?!”

“ผม...ผมได้เห็นการกำเนิดของการ์ดมหากาพย์สีส้ม ระดับ 3 กับตาตัวเองจริงๆ เหรอเนี่ย!”

“ที่แท้อาชีพหลักของดันเต้ก็นักสร้างการ์ดนี่เอง!! มิน่าล่ะ การ์ดในเด็คของเขาถึงได้ประหลาดหลุดโลกขนาดนั้น!”

“สร้างระดับมหากาพย์สีส้มออกมาได้แบบนี้...ถ้างั้นเขาก็จะกลายเป็นนักสร้างการ์ดระดับ 3 ขั้นพิเศษ เลยไม่ใช่เหรอ?”

“กี่ปีมาแล้วนะ...กี่ปีมาแล้วที่ไม่มีใครได้ยินชื่อตำแหน่งนี้เลย!”

เสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นดังกึกก้องมาจากอัฒจันทร์ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ

ดันเต้เดินตรงไปยังโต๊ะกรรมการด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะยื่นการ์ดใบนั้นให้นักประเมิน

นักประเมินหลังจากตรวจสอบเสร็จก็ต้องถอดแว่นออกมาเช็ด แล้วเช็กเครื่องมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นเขาก็ลองประเมินดูใหม่อีกครั้ง

[ชำระล้างโลหิต]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]

[ระดับความหายาก: มหากาพย์สีส้ม]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: หากใช้กับตนเอง จะสามารถลบสถานะผิดปกติระดับ 3 หรือต่ำกว่าได้ทั้งหมด แต่หากใช้กับเผ่าพันธุ์อื่น จะทำการชำระล้างเลือดของอีกฝ่าย และทำให้เลือดในร่างกายของเป้าหมายระเหยหายไป มีคูลดาวน์ 120 วินาที]

[หมายเหตุ: ไอ้พวกนอกรีต! ฉันจะชำระล้างแกเอง!]

“นายเรียกไอ้สิ่งนี้ว่าการชำระล้างงั้นเหรอ?!”

นักประเมินเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา เมื่อแน่ใจว่าผลการประเมินไม่ผิดพลาด เขาก็พึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา

ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเหล่ากรรมการคุมสอบ การ์ดใบนี้ก็ถูกส่งเข้าห้องทดสอบทันที

“การ์ดใบนี้มันปลอดภัยจริงๆ ใช่ไหม? แล้วนายน่ะเป็นมนุษย์เลือดบริสุทธิ์จริงหรือเปล่า?”

“หรือว่าเราจะตัดสินให้เขาผ่านไปเลยดีไหม?”

ไม่นานนัก การ์ดก็ถูกส่งกลับออกมา ผลการทดสอบระบุว่ามันใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้

ทว่าเจ้าหน้าที่ทดสอบทั้งสองคนกลับไม่มีใครกล้าให้อีกฝ่ายใช้การ์ดใบนี้ใส่ตัวเองเลยสักคน เพราะถ้าเกิดเผื่อว่าสายเลือดของตัวเองไม่บริสุทธิ์ขึ้นมา มีหวังโดนชำระล้างจนเลือดแห้งตายแหงๆ

......

บนอัฒจันทร์ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงอุทานดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า บรรยากาศคึกคักราวกับกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่

ทว่าท่ามกลางความสนุกสนานของผู้คน บรรยากาศระหว่างอลิซ และเทรเซีย กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดอย่างถึงที่สุด

ตอนที่อลิซเห็นแสงสีส้มนั้นเป็นครั้งแรก สมองของเธอเหมือนจะเกิดการช็อตไปชั่วขณะ

“ระดับมหากาพย์สีส้ม...?”

ใบหน้าของอลิซเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ในที่สุดเธอก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว

นี่เธอเพิ่งจะพ่นน้ำลายคุยโอ้อวดต่อหน้านักสร้างการ์ด ที่สามารถสร้างการ์ดระดับมหากาพย์ออกมาได้หน้าตาเฉยเนี่ยนะ?!

แถมยังเป็นสัตว์ประหลาดที่สร้างการ์ดระดับมหากาพย์ในระดับเลเวลเดียวกับตัวเองได้อีกด้วย!

จมูกของเธอเริ่มส่งเสียงฟืดฟาด ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวและมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า คำพูดที่เธอเคยพล่ามใส่ดันเต้ก่อนหน้านี้เหมือนจะกลายเป็นคำสาปที่วนเวียนอยู่ในหูซ้ำไปซ้ำมา จนเธออยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ จากตรงนี้จริงๆ

“เอ่อ...องค์หญิงอลิซคะ ดันเต้อาจจะแค่ดวงดีก็ได้ค่ะ! การสร้างการ์ดมันก็ต้องใช้ฝีมือ 3 ส่วนดวงอีก 7 ส่วนนั่นแหละค่ะ!”

เทรเซียพยายามยื่นมือไปแตะตัวอลิซด้วยท่าทางลนลาน แต่ก็กลัวว่าถ้าแตะแรงไปอลิซจะแตกสลายคามือ เลยทำได้แค่เงื้อมือค้างไว้กลางอากาศ

“กะ...การ์ดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดนี้...คงไม่ใช่ว่าการ์ดที่เขาใช้ทั้งหมด เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองหรอกนะ?”

น้ำเสียงของอลิซสั่นเครือ หยาดน้ำตาแทบจะหยดแหมะลงมาได้ทุกเมื่อ

เธอมองดูผลการประเมินที่ประกาศออกมาต่อหน้าสาธารณชน การ์ดที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวแบบนี้ มันยากที่จะไม่คิดเชื่อมโยงไปถึงเด็คอันสุดแสนจะพิลึกของดันเต้ และนั่นก็นำไปสู่ข้อสันนิษฐานที่น่าสะพรึงกลัวอย่างหนึ่ง—

การ์ดทุกใบของดันเต้อาจจะถูกสร้างขึ้นด้วยมือของเขาเองทั้งหมด

นี่ไม่ใช่เรื่องของดวงแล้ว แต่มันคือฝีมือระดับพระกาฬชัดๆ

ความจริงคือเขาอาจจะสร้างการ์ดหายากสีม่วง ระดับ 2 ออกมาได้อย่างง่ายดายตั้งนานแล้ว เผลอๆ การ์ดกวีผู้เสื่อมสลาย ใบนั้นก็อาจจะเป็นผลงานยุคแรกๆ ของเขาด้วยซ้ำ!

ดันเต้คือนักสร้างการ์ดระดับอัจฉริยะที่ทิ้งห่างอลิซไปแบบไม่เห็นฝุ่นจริงๆ

“......”

เทรเซียได้แต่เงียบกริบ เธอรู้สึกว่าตอนนี้ขอบตาของอลิซกักเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว จึงไม่กล้าพูดอะไรไปกระตุ้นเธออีก

“เธอ...เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าฝีมือการสร้างการ์ดของเขาอยู่ในระดับไหน?”

อลิซมองออกทันทีจากท่าทางของเทรเซีย

“เปล่านะคะองค์หญิง ฉันไม่คิดจริงๆ ว่าองค์หญิงจะคุยกับเขาได้ออกรสออกชาติขนาดนั้น แถมฉันยังคิดว่าเขาคงสร้างออกมาได้อย่างมากก็แค่ระดับหายากสีม่วงใบเดียวเอง...”

เทรเซียพูดตอบออกมาเบาๆ ด้วยท่าทางกลัวๆ

แต่นั่นยิ่งทำให้อลิซตัวสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม พอเธอหันกลับไปมอง ก็สังเกตเห็นว่าพนักงานของสมาคมที่ยืนรออยู่ด้านหลังต่างก็พากันเบือนหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วน

ชัดเลย พนักงานพวกนี้ก็เห็นเหตุการณ์ตอนที่เธอคุยโม้ใส่ดันเต้แบบจัดเต็มมาตั้งแต่ต้นเหมือนกัน อลิซพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ แต่ความรู้สึกอับอายขายหน้ามันท่วมท้นจนแทบจะปลิดชีพเธอได้อยู่แล้ว ขอบตาของเธอแดงก่ำ หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงมาไม่ขาดสายเหมือนไข่มุกที่สายร้อยขาด

ในตอนนั้นเอง เธอพลันนึกอะไรบางอย่างได้และมองลงไปที่สนามสอบ เห็นเพียงดันเต้กำลังเงยหน้ามองมาที่เธอ พร้อมกับส่งรอยยิ้มอันสดใสเจิดจ้ามาให้

แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกตกลงบนใบหน้าของดันเต้ แต่มันกลับไม่สามารถกลบความสว่างไสวของรอยยิ้มที่ดูหวังดี (แบบมีเลศนัย) นั่นได้เลยสักนิด

“แงงงงงงงง...”

อลิซกลั้นไม่อยู่จนต้องแผดเสียงร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ ก่อนจะลุกพรวดจากที่นั่งแล้ววิ่งหนีออกไปทันที และนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เจ้าหญิงอลิซตัดสินใจโกยแน่บหนีปัญหาไปแบบไม่คิดชีวิต…

จบบทที่ 045 เวทมนตร์แสงศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว