- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 044 เลขนำโชค
044 เลขนำโชค
044 เลขนำโชค
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 10 โมงตรงเป๊ะ การทดสอบใบรับรองนักสร้างการ์ด ระดับ 3 ณ สมาคมนักสร้างการ์ดก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
สนามสอบแห่งนี้กว้างขวางโอ่อ่า ภายในเต็มไปด้วยโต๊ะทำงานนับสิบตัวที่ติดตั้งอุปกรณ์การสร้างการ์ดไว้อย่างครบครัน แถมแต่ละตัวยังมีหมายเลขระบุไว้อย่างชัดเจน ผู้เข้าสอบในรอบนี้มีประมาณ 20 กว่าคน นอกจากชาวเมืองหลวงแล้ว ยังมีนักสร้างการ์ดจากเมืองใกล้เคียงที่เดินทางมาร่วมทดสอบด้วย ส่วนบนอัฒจันทร์ที่นั่งชมก็คึกคักไปด้วยพ่อค้าและชาวเมืองที่มาดูความสนุก รวมถึงเหล่าญาติมิตรของผู้เข้าสอบเอง
ท่ามกลางผู้เข้าสอบทั้งหมด ดันเต้ที่สวมชุดยูนิฟอร์มสีแดงสะดุดตาของวิทยาลัยอัศวิน ดูจะดึงดูดสายตาของผู้คนเป็นพิเศษ เพราะโดยปกติแล้ว คนที่มาสอบใบรับรองนักสร้างการ์ดมักจะเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุเสียส่วนใหญ่ หรือบางครั้งก็อาจจะมีจากวิทยาลัยจอมเวท และวิทยาลัยนักอัญเชิญบ้าง แต่สำหรับเด็กจากวิทยาลัยอัศวินน่ะ...บอกเลยว่าหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
การสอบเริ่มต้นด้วยคำกล่าวเปิดงานสั้นๆ ตามระเบียบการจากกรรมการคุมสอบ ก่อนจะเข้าสู่การอธิบายกฎกติกา ทางสมาคมจะเตรียมวัตถุดิบพื้นฐานอย่างการ์ดเปล่า, ผลึกมานา และของเหลวจากแกนของสัตว์อสูรไว้ให้ เพื่อใช้กำหนดหัวข้อหลักของการสอบ ผู้เข้าสอบแต่ละคนจะมีสิทธิ์สร้างการ์ดได้เพียง 3 ใบเท่านั้น ส่วนจะสร้างการ์ดประเภทไหน จะเป็นการ์ดอุปกรณ์, การ์ดเวทมนตร์ หรือการ์ดอัญเชิญ ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคนเลย
เกณฑ์การตัดสินก็เรียบง่าย ถ้าสร้างการ์ดระดับทั่วไปสีขาวออกมาได้ ก็จะถือว่าผ่านและได้รับใบรับรองนักสร้างการ์ดระดับ 3 ขั้น 3 หากทำได้ถึงระดับล้ำค่าสีน้ำเงิน จะได้ขั้น 2 และถ้าเทพพอจะทำระดับหายากสีม่วงได้ ก็จะได้ขั้น 1 ไปครอง ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายถึงพรสวรรค์ที่มากขึ้น ซึ่งสมาคมนักสร้างการ์ดก็จะมอบสิทธิพิเศษและสวัสดิการให้สูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ ในสนามสอบยังมีร้านค้าสวัสดิการให้ผู้เข้าสอบเลือกหยิบวัตถุดิบเพิ่มเติมที่ต้องการได้ตามใจชอบ แต่มีข้อแม้ว่ามูลค่ารวมต้องไม่เกิน 10 เหรียญทอง (ก็นะ ค่าสมัครสอบตั้ง 15 เหรียญทอง สมาคมไม่มีทางยอมให้ใครมาตักตวงผลประโยชน์ง่ายๆ หรอก)
ดันเต้เดินไปที่โต๊ะหมายเลขของตัวเองแล้วจ้องมองวัตถุดิบพื้นฐานที่วางอยู่ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
ไหงกลายเป็นผลึกมานาธาตุศักดิ์สิทธิ์ระดับ 3 กับหินประกายศักดิ์สิทธิ์ไปได้ล่ะเนี่ย?
ดูเหมือนว่าหัวข้อการสอบรอบนี้จะเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสายที่เขาไม่ค่อยจะถนัดเอาซะเลย ปกติแล้วดันเต้ไม่ค่อยชอบสร้างการ์ดเวทมนตร์พวกสายฮีลหรือสายชำระล้างด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เขาถนัดพวกสายทำดาเมจหนักๆ หรือสายต่อต้านการชำระล้างเสียมากกว่า แต่วัตถุดิบธาตุศักดิ์สิทธิ์เพียวๆ แบบนี้มันเอามาทำของพวกนั้นไม่ได้นี่สิ
“ถ้าให้ผลึกมานาธาตุแสงมาสักหน่อย ป่านนี้ผมคงสร้าง หมัดแสงอาทิตย์ ออกมาได้แล้วแท้ๆ”
ดันเต้เกาหัวแกรกๆ พลางใช้ความคิด
แต่ถึงอย่างนั้น ในวิชาที่อาจารย์เคยสอนมา ก็พอจะมีเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับธาตุศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะตอนนั้นอาจารย์ของเขาก็กำลังหมกมุ่นอยู่กับการวิจัยวิธีเปลี่ยนพลังธาตุศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นขั้วตรงข้ามอยู่พอดี
“เอาเถอะ ในเมื่อวิชาขั้นสูงผมยังเรียนมาแล้ว นับประสาอะไรกับขั้นพื้นฐานพวกนี้ล่ะเนี่ย”
ดันเต้จัดระเบียบความคิดของตนก่อนจะเริ่มร่างโครงสร้างการ์ดลงบนกระดาษและคำนวณสัดส่วนวัตถุดิบอย่างแม่นยำ จากนั้นเขาก็เดินไปที่ร้านค้าในสนามสอบเพื่อเลือกหยิบวัตถุดิบเพิ่มเติมอย่าง เลือดปีศาจ, เพลิงศักดิ์สิทธิ์แห่งการชำระล้าง และ ม้วนคาถาเวทมนตร์ชำระล้างระดับ 3 ออกมา
หลังจากเริ่มการสอบไปได้ครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มมีผู้เข้าสอบบางคนทำวัตถุดิบพังจนหมดโควตาและต้องเดินคอตกออกจากสนามไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับนักสร้างการ์ดระดับ 3 มือใหม่แล้ว การจะสร้างการ์ดระดับ 3 ให้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แค่รักษาอัตราความสำเร็จให้ได้ก็เหนื่อยแล้ว ยิ่งมีความกดดันจากการสอบเข้ามาเกี่ยวด้วย การล้มเหลวติดต่อกัน 3 ครั้งรวดจึงไม่ใช่ที่เรื่องแปลกมากนัก
แต่ในขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากอัฒจันทร์ เมื่อผู้เข้าสอบบางคนสร้างการ์ดสำเร็จ! แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าที่แผ่ออกมาจากตัวการ์ดเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่แค่นักสร้างการ์ดดาดๆ ทั่วไป เขาสร้างสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก แถมยังได้คุณภาพระดับล้ำค่าสีน้ำเงินเสียด้วย!
ไม่นานนัก การ์ดใบนั้นก็ถูกส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและทดสอบในห้องแล็บ ก่อนที่กรรมการจะประกาศผลการทดสอบให้ทุกคนได้รับรู้ทั่วกัน
[ค้อนแสงศักดิ์สิทธิ์]
[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 3]
[เอฟเฟกต์: สร้างความเสียหายเพิ่มเติม 60% แก่ศัตรูที่อยู่ในฝ่ายอธรรม]
[หมายเหตุ: แสงศักดิ์สิทธิ์จะทุบหัวแกให้แบะ!]
“โห สุดยอดไปเลย! สอบผ่านระดับ 3 ขั้น 2 เลยนะนั่น”
“ปกติระดับ 3 ขั้น 2 นี่ก็ถือว่าเป็นขีดจำกัดของคนทั่วไปแล้วล่ะนะ จะมีก็แต่พวกอัจฉริยะจากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุของเฮเวนลิธ ไม่กี่คนต่อปีเท่านั้นแหละที่จะไต่ไปถึงขั้น 1 ได้”
“ได้ยินว่าปีนี้มีเด็กใหม่ทำได้แล้วด้วยนะ”
“เอ๊ะ! ในสนามสอบนี้ก็มีนักศึกษาจากเฮเวนลิธอยู่คนหนึ่งนะ...แต่ทำไมสวมชุดสีแดงล่ะ?”
“อย่าไปดูถูกชุดสีแดงเชียวนะ ถึงพวกนั้นจะไม่ค่อยเก่งเรื่องสร้างการ์ด แต่เรื่องต่อสู้กันน่ะโหดร้ายสุดๆ ไปเลยล่ะ อย่างนักบวชลัทธิประหลาดกับวัลคีรีที่เขาลือกันช่วงนี้นั่นไง...”
“เดี๋ยวนะ ไอ้หนุ่มชุดแดงคนนั้น...หน้าตาคุ้นๆ เหมือน...ดันเต้?!”
บนอัฒจันทร์ มีพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่งที่เคยดูคลิปไฮไลท์ของสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธจำเขาได้และอุทานออกมาเสียเสียงดัง
“แน่ใจนะว่านั่นคือดันเต้? ไม่ใช่ว่าดันเต้เป็นนักบวชหรอกเหรอ? แล้วนักบวชจะมาสร้างการ์ดได้ไงเล่า?”
“เป็นเขาแน่นอน! ผมจำไม่ผิดแน่! ถึงในวิดีโอเขาจะอยู่ในร่างอินคิวบัส แต่โครงหน้าแบบนี้ไม่มีพลาดแน่ๆ!”
พ่อค้าคนนั้นเดินวนดูจนมั่นใจและยืนยันหนักแน่น
ในพริบตาเดียว บรรยากาศในสนามสอบที่ดูจืดชืดก็กลับมาคึกคักวุ่นวายทันที! ใครจะไปคิดว่าการสอบนักสร้างการ์ดระดับ 3 ธรรมดาๆ จะได้เจอคนดังระดับนี้! ไม่ว่าผลสุดท้ายดันเต้จะสร้างการ์ดอะไรออกมา มันก็ต้องกลายเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างแน่นอน!
ท่ามกลางเสียงซุบซิบเหล่านั้น การ์ดใบอื่นๆ ก็เริ่มสร้างเสร็จและเปล่งแสงออกมาเรื่อยๆ แต่ผู้ชมตอนนี้แทบไม่สนใจแล้วว่าแสงจะเป็นสีขาวหรือสีน้ำเงิน เพราะสายตาของทุกคนต่างจดจ่ออยู่แค่ที่ดันเต้เพียงคนเดียวเท่านั้น!
เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที ผู้เข้าสอบที่สร้างการ์ดสำเร็จในครั้งแรกต่างก็ทำงานเสร็จสิ้นกันเกือบหมดแล้ว คนที่ยังเหลืออยู่ในสนามสอบส่วนใหญ่คือพวกที่ทำพลาดไปก่อนหน้าและกำลังเริ่มต้นใหม่
อลิซขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
“ดันเต้ยังไม่เคยทำพลาดเลยสักครั้ง...แต่ทำไมเขาถึงใช้เวลานานขนาดนี้กันนะ?”
“ไม่รู้สิ ฉันไม่ใช่พวกนักสร้างการ์ดแบบพวกเธอนี่นา”
เทรเซียแกล้งทำเป็นไขสือ
ในใจของเทรเซียตอนนี้ทำได้เพียงสวดภาวนาขออย่าให้ดันเต้สร้างอะไรที่มันหลุดโลกเกินไปออกมาเลย ไม่อย่างนั้นเธอคงนึกภาพความกระอักกระอ่วนของอลิซไม่ออกเลยจริงๆ หากความจริงเปิดเผยว่าดันเต้น่ะคือปรมาจารย์นักสร้างการ์ดตัวจริง
“ดูเหมือนดันเต้กำลังสร้างการ์ดเวทมนตร์อยู่นะ ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นเวทมนตร์แบบไหน...แปลกใจเหมือนกันที่เขาไม่เลือกสร้างการ์ดอุปกรณ์...สงสัยเมื่อกี้ตอนที่เห็นฉันสร้างการ์ด เขาคงจะเกิดแรงบันดาลใจจนอยากจะทำตามฉันขึ้นมาล่ะมั้ง”
อลิซยังคงวิเคราะห์ด้วยท่าทางมาดมั่นแบบผู้รู้
คำพูดนั้นของอลิซยิ่งทำให้เทรเซียรู้สึกเสียวสันหลังวาบและกังวลหนักกว่าเดิม
สิบนาทีต่อมา แม้แต่ผู้เข้าสอบที่ทำพลาดไปสองครั้งก็เริ่มจะทำพาร์ทสุดท้ายเสร็จกันแล้ว แต่จำนวนผู้ชมบนอัฒจันทร์กลับไม่ลดลงเลย แถมยังมีคนจากชั้นล่างและลูกค้าคนอื่นๆ ที่ได้ยินข่าวลือแห่กันขึ้นมาดูที่ชั้น 3 มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างอยากรู้ว่าดันเต้จะงัดอะไรออกมาโชว์ เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีความล้มเหลวให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับใช้เวลากับการจารึกการ์ดเพียงใบเดียวนานผิดปกติ
“เจ้าหนูนั่นกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?”
แม้แต่เหล่ากรรมการคุมสอบก็เริ่มจะกระซิบกระซาบถามกันเอง เพราะต่างจากผู้ชมทั่วไป กรรมการรู้ชื่อผู้เข้าสอบทุกคนมาตั้งแต่ต้น และพวกเขาก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นชื่อของดันเต้มาโผล่ในรายชื่อผู้สอบระดับ 3 แบบนี้!