เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

043 ตกตะลึง (2/2)

043 ตกตะลึง (2/2)

043 ตกตะลึง (2/2)


นี่น่ะหรือที่บอกว่าเป็นสุดยอดนักสร้างการ์ดมือโปร? องค์หญิงเอาความมั่นหน้าแบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย!

“ว้าว! มันสุดยอดสุดๆ ไปเลยครับ!”

ดันเต้อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจงใจชมแบบสุดๆ (แบบที่ดูออกว่าแกล้งทำ)

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของดันเต้ อลิซก็ยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

“โฮะๆๆ นายชอบก็ดีแล้ว!”

พอเธอนึกถึงตอนที่ดันเต้เอาการ์ดใบนี้ไปไล่เชือดคนในโลกเงา เธอก็จะได้เอาไปโม้กับคนอื่นได้ว่า ดันเต้กับพวกใช้การ์ดที่ฉันเป็นคนสร้างให้เชียวนะ

แค่คิดอลิซก็เก็บอาการไม่อยู่ มุมปากโค้งขึ้นจนแทบจะหุบไม่อยู่ แถมยังเริ่มหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของตนเรียบร้อยแล้ว

......

ทั้งสามคนเดินไปยังห้องประเมินผลบนชั้น 4

หลังจากผ่านการตรวจสอบและทดสอบแล้ว ผลปรากฏว่าคุณภาพของการ์ดใบนี้อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมและตอบโจทย์ความต้องการของดันเต้ได้ครบถ้วน

ในขณะที่อลิซยังคงดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้รับการชื่นชมจากดันเต้ เทรเซียที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนทำตัวไม่ถูก เพราะเธอดูออกตั้งนานแล้วว่าดันเต้คิดอะไรอยู่

จริงๆ แล้ว อลิซก็มีฝีมือในระดับนักสร้างการ์ด ระดับ 4 ทั่วไปนั่นแหละ เพียงแต่เธอชอบคุยโม้โอ้อวดเกินจริงไปหน่อยเท่านั้นเอง

ยิ่งดันเต้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังมีชื่อเสียงในเมืองหลวงด้วยแล้ว สำหรับอลิซ เขาคือเป้าหมายชั้นดีที่จะเอาไว้ไปโม้ได้ เทรเซียพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมอลิซถึงคุมตัวเองไม่อยู่ขนาดนี้

แต่ว่า...จะปล่อยให้คุยโม้ต่อไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ

องค์หญิงของข้า...คนที่อยู่ตรงหน้าท่านน่ะ คืออัจฉริยะแห่งการสร้างการ์ดตัวจริงเสียงจริงเลยนะ!

“ขอบคุณมากครับองค์หญิงอลิซ”

ดันเต้เก็บการ์ดลง แล้วนับเหรียญทองจำนวน 20 เหรียญส่งให้กับอลิซ

ราคาตลาดของการ์ดใบนี้อยู่ที่ประมาณ 25 เหรียญทอง แต่อลิซรับแค่ 20 เหรียญทอง ซึ่งถือเป็นราคาพิเศษสำหรับเพื่อนฝูงสุดๆ

ถ้าคำนวณจากค่าวัตถุดิบที่เสียไป เธอแทบจะไม่ได้กำไรเลยด้วยซ้ำ เพราะจุดประสงค์หลักของเธอคือการได้โชว์เหนือต่อหน้าดันเต้เท่านั้นเอง

“งั้นฉันรับไว้ล่ะนะ”

อลิซไม่ทำให้ดันเต้ลำบากใจ เธอรับเหรียญทองมาอย่างคล่องแคล่ว เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าไม่ยอมรับเงินในตอนนี้ จะทำให้ดันเต้รู้สึกเหมือนติดค้างบุญคุณครั้งใหญ่ และสำหรับคนทั่วไป การติดค้างบุญคุณเชื้อพระวงศ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกอย่างแน่นอน

“พวกเรากลับสถาบันพร้อมกันเถอะ รถม้าของฉันจอดอยู่ข้างนอกนี่เอง”

ดูเหมือนว่าอลิซจะรู้สึกถูกชะตากับดันเต้มาก และอยากจะหาเรื่องคุยโม้กับเขาต่อในระหว่างทาง เธอชื่นชอบความรู้สึกที่ได้เป็นจุดเด่นต่อหน้าคนอื่นแบบนี้จริงๆ

ทว่าในตอนนั้นเอง เธอสังเกตเห็นว่าทั้งดันเต้และเทรเซียต่างมีสีหน้าลำบากใจ และแอบส่งสายตาให้กัน

“พวกเธอมีธุระอะไรต่อหรือเปล่า?”

อลิซเอ่ยถาม

ดันเต้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบตามตรงว่า

“ความจริงแล้ว ผมตั้งใจจะมาทดสอบใบรับรองนักสร้างการ์ด ระดับ 3 น่ะครับ”

ในเมื่อเรื่องนี้ยังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไร

“อ้าว! ดันเต้ นายสร้างการ์ดเป็นด้วยเหรอเนี่ย?”

อลิซถามด้วยความประหลาดใจ

“พอรู้บ้างนิดหน่อยครับ”

“โฮะๆ งั้นก็ถือว่านายโชคดีมากนะ ที่ได้มาเจอฉันก่อน! การสอบใบรับรองระดับ 3 น่ะไม่หมูหรอกนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยติวเข้มประเด็นสำคัญในการสอบให้เอง...”

อลิซหัวเราะร่าอย่างมีความสุขกว่าเดิม เธอพอรู้มาว่าในวิทยาลัยอัศวินเอง ก็มีคนที่สร้างการ์ดได้อยู่บ้างประปรายเช่นกัน

สำหรับเหล่านักรบแล้ว การซ่อมแซมอุปกรณ์เองได้ถือเป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก แต่นักสร้างการ์ดจากวิทยาลัยอัศวินส่วนใหญ่มักจะทำได้แค่การ์ดอุปกรณ์เท่านั้น การจะสอบให้ผ่านเกณฑ์ของนักสร้างการ์ดมืออาชีพจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขาอย่างมาก

อลิซรู้สึกเหมือนกับว่าตนได้เจอหัวข้อใหม่ที่จะเอาไว้ใช้คุยข่มดันเต้อีกเพียบแล้ว

“ครับๆ เข้าใจแล้วครับ”

คนหนึ่งกล้าสอน อีกคนก็กล้าเรียน

จากนั้น อลิซก็งัดเอาเคล็ดวิชาที่มีออกมาถ่ายทอดให้ดันเต้จนหมดเปลือก ราวกับจะยัดเยียดความรู้ทั้งชีวิตให้เขาภายในเวลาไม่กี่สิบนาที ส่วนดันเต้ก็นั่งฟังอย่างอดทน พร้อมกับทำสายตาใสซื่อราวกับเด็กที่หิวกระหายความรู้จ้องมองอลิซอยู่เป็นระยะๆ

......

“พอดีเช้านี้ฉันว่างอยู่พอดี งั้นเดี๋ยวฉันกับเทรเซียจะไปดูผลงานของนายด้วยก็แล้วกันนะ!”

อลิซตบไหล่ดันเต้พลางยิ้มกว้าง ให้ความรู้สึกเหมือนคุณครูที่กำลังเดินไปส่งนักเรียนเข้าห้องสอบยังไงยังงั้น

ตอนนี้ทั้งสามคนมาถึงหน้าห้องสอบบนชั้น 3 ของสมาคมนักสร้างการ์ดแล้ว ดันเต้กำลังจะเดินเข้าไปในโถงสอบเพื่อรับการทดสอบใบรับรอง ซึ่งภายในโถงจะมีที่นั่งสำหรับผู้ชมให้ดูการสอบได้ตลอดกระบวนการ

“ครับ ได้เลยครับ”

ดันเต้ตอบรับด้วยท่าทางถ่อมตัว

“ดันเต้ ถ้านายต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างการ์ดเวทมนตร์ล่ะก็ มาหาฉันที่วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุได้ทุกเมื่อเลยนะ ถึงฉันจะเป็นนักศึกษาเหมือนกัน แต่เรื่องสอนนายน่ะไม่มีปัญหาแน่นอน!”

“หึ!”

สุดท้ายดันเต้ก็กลั้นขำกับท่าทางของอลิซไม่ไหวจนหลุดยิ้มออกมาจากใจจริง

“ขอบพระคุณองค์หญิงอลิซมากครับ”

“โฮะๆ นี่ฉันไม่ได้คุยนะ เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งสร้างการ์ดระดับ 2 ระดับหายากสีม่วงออกมาได้ใบหนึ่งด้วยล่ะ! ของแบบนี้ไม่ใช่ว่านักสร้างการ์ดทั่วไปจะทำได้ง่ายๆ หรอกนะ เริ่มเลื่อมใสในตัวฉันขึ้นมาบ้างหรือยัง?”

อลิซเริ่มเครื่องติดหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของเทรเซียเลยแม้แต่นิดเดียว

“สุดยอดไปเลยครับ! หากฟ้าไม่ส่งอลิซผู้นี้มาเกิด อาณาจักรนอร์ตันก็คงมืดมนเหมือนราตรีกาลชั่วนิรันดร์!”

ดันเต้เริ่มรู้สึกสนุกกับการปั่นประสาทนี้แล้ว เขาแค่อวยไปเรื่อยๆ ให้เธอดีใจก็พอ

องค์หญิงคนนี้ ถ้าร้องไห้ขึ้นมาคงดูน่าเอ็นดูพิลึก

“อะไรนะ?! เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ พูดอีกทีซิ!”

ดูเหมือนประโยคเมื่อครู่ของดันเต้จะทำให้อลิซตกตะลึงจนตาค้าง

“ที่สุดแห่งวิถีสร้างการ์ด ใครเล่าจะกล้ายืนหยัดเป็นยอดเขา เมื่อได้พบพานองค์หญิง วิถีที่เคยฝึกปรือมาก็กลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า”

ดันเต้ลองเปลี่ยนประโยคอวยใหม่อีกบท

“!!!”

อลิซถึงกับอ้าปากค้างจนลืมหุบ

“นาย...นายช่วยรอให้ฉันจดสองประโยคเมื่อกี้ไว้ก่อนได้ไหม!”

น้ำเสียงของอลิซสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

ขณะที่เทรเซียเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเรียบร้อยแล้ว

องค์หญิงคะ...พอเถอะค่ะ ขืนพูดต่อไปมากกว่านี้ เดี๋ยวตอนท้ายองค์หญิงจะลงจากหลังเสือไม่ได้จริงๆ นะคะ!

จบบทที่ 043 ตกตะลึง (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว