- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 043 ตกตะลึง (2/2)
043 ตกตะลึง (2/2)
043 ตกตะลึง (2/2)
นี่น่ะหรือที่บอกว่าเป็นสุดยอดนักสร้างการ์ดมือโปร? องค์หญิงเอาความมั่นหน้าแบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย!
“ว้าว! มันสุดยอดสุดๆ ไปเลยครับ!”
ดันเต้อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจงใจชมแบบสุดๆ (แบบที่ดูออกว่าแกล้งทำ)
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของดันเต้ อลิซก็ยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
“โฮะๆๆ นายชอบก็ดีแล้ว!”
พอเธอนึกถึงตอนที่ดันเต้เอาการ์ดใบนี้ไปไล่เชือดคนในโลกเงา เธอก็จะได้เอาไปโม้กับคนอื่นได้ว่า ดันเต้กับพวกใช้การ์ดที่ฉันเป็นคนสร้างให้เชียวนะ
แค่คิดอลิซก็เก็บอาการไม่อยู่ มุมปากโค้งขึ้นจนแทบจะหุบไม่อยู่ แถมยังเริ่มหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของตนเรียบร้อยแล้ว
......
ทั้งสามคนเดินไปยังห้องประเมินผลบนชั้น 4
หลังจากผ่านการตรวจสอบและทดสอบแล้ว ผลปรากฏว่าคุณภาพของการ์ดใบนี้อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมและตอบโจทย์ความต้องการของดันเต้ได้ครบถ้วน
ในขณะที่อลิซยังคงดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้รับการชื่นชมจากดันเต้ เทรเซียที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนทำตัวไม่ถูก เพราะเธอดูออกตั้งนานแล้วว่าดันเต้คิดอะไรอยู่
จริงๆ แล้ว อลิซก็มีฝีมือในระดับนักสร้างการ์ด ระดับ 4 ทั่วไปนั่นแหละ เพียงแต่เธอชอบคุยโม้โอ้อวดเกินจริงไปหน่อยเท่านั้นเอง
ยิ่งดันเต้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังมีชื่อเสียงในเมืองหลวงด้วยแล้ว สำหรับอลิซ เขาคือเป้าหมายชั้นดีที่จะเอาไว้ไปโม้ได้ เทรเซียพอจะเข้าใจได้ว่าทำไมอลิซถึงคุมตัวเองไม่อยู่ขนาดนี้
แต่ว่า...จะปล่อยให้คุยโม้ต่อไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ
องค์หญิงของข้า...คนที่อยู่ตรงหน้าท่านน่ะ คืออัจฉริยะแห่งการสร้างการ์ดตัวจริงเสียงจริงเลยนะ!
“ขอบคุณมากครับองค์หญิงอลิซ”
ดันเต้เก็บการ์ดลง แล้วนับเหรียญทองจำนวน 20 เหรียญส่งให้กับอลิซ
ราคาตลาดของการ์ดใบนี้อยู่ที่ประมาณ 25 เหรียญทอง แต่อลิซรับแค่ 20 เหรียญทอง ซึ่งถือเป็นราคาพิเศษสำหรับเพื่อนฝูงสุดๆ
ถ้าคำนวณจากค่าวัตถุดิบที่เสียไป เธอแทบจะไม่ได้กำไรเลยด้วยซ้ำ เพราะจุดประสงค์หลักของเธอคือการได้โชว์เหนือต่อหน้าดันเต้เท่านั้นเอง
“งั้นฉันรับไว้ล่ะนะ”
อลิซไม่ทำให้ดันเต้ลำบากใจ เธอรับเหรียญทองมาอย่างคล่องแคล่ว เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าไม่ยอมรับเงินในตอนนี้ จะทำให้ดันเต้รู้สึกเหมือนติดค้างบุญคุณครั้งใหญ่ และสำหรับคนทั่วไป การติดค้างบุญคุณเชื้อพระวงศ์ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกอย่างแน่นอน
“พวกเรากลับสถาบันพร้อมกันเถอะ รถม้าของฉันจอดอยู่ข้างนอกนี่เอง”
ดูเหมือนว่าอลิซจะรู้สึกถูกชะตากับดันเต้มาก และอยากจะหาเรื่องคุยโม้กับเขาต่อในระหว่างทาง เธอชื่นชอบความรู้สึกที่ได้เป็นจุดเด่นต่อหน้าคนอื่นแบบนี้จริงๆ
ทว่าในตอนนั้นเอง เธอสังเกตเห็นว่าทั้งดันเต้และเทรเซียต่างมีสีหน้าลำบากใจ และแอบส่งสายตาให้กัน
“พวกเธอมีธุระอะไรต่อหรือเปล่า?”
อลิซเอ่ยถาม
ดันเต้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบตามตรงว่า
“ความจริงแล้ว ผมตั้งใจจะมาทดสอบใบรับรองนักสร้างการ์ด ระดับ 3 น่ะครับ”
ในเมื่อเรื่องนี้ยังไงทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไร
“อ้าว! ดันเต้ นายสร้างการ์ดเป็นด้วยเหรอเนี่ย?”
อลิซถามด้วยความประหลาดใจ
“พอรู้บ้างนิดหน่อยครับ”
“โฮะๆ งั้นก็ถือว่านายโชคดีมากนะ ที่ได้มาเจอฉันก่อน! การสอบใบรับรองระดับ 3 น่ะไม่หมูหรอกนะ เดี๋ยวฉันจะช่วยติวเข้มประเด็นสำคัญในการสอบให้เอง...”
อลิซหัวเราะร่าอย่างมีความสุขกว่าเดิม เธอพอรู้มาว่าในวิทยาลัยอัศวินเอง ก็มีคนที่สร้างการ์ดได้อยู่บ้างประปรายเช่นกัน
สำหรับเหล่านักรบแล้ว การซ่อมแซมอุปกรณ์เองได้ถือเป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก แต่นักสร้างการ์ดจากวิทยาลัยอัศวินส่วนใหญ่มักจะทำได้แค่การ์ดอุปกรณ์เท่านั้น การจะสอบให้ผ่านเกณฑ์ของนักสร้างการ์ดมืออาชีพจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขาอย่างมาก
อลิซรู้สึกเหมือนกับว่าตนได้เจอหัวข้อใหม่ที่จะเอาไว้ใช้คุยข่มดันเต้อีกเพียบแล้ว
“ครับๆ เข้าใจแล้วครับ”
คนหนึ่งกล้าสอน อีกคนก็กล้าเรียน
จากนั้น อลิซก็งัดเอาเคล็ดวิชาที่มีออกมาถ่ายทอดให้ดันเต้จนหมดเปลือก ราวกับจะยัดเยียดความรู้ทั้งชีวิตให้เขาภายในเวลาไม่กี่สิบนาที ส่วนดันเต้ก็นั่งฟังอย่างอดทน พร้อมกับทำสายตาใสซื่อราวกับเด็กที่หิวกระหายความรู้จ้องมองอลิซอยู่เป็นระยะๆ
......
“พอดีเช้านี้ฉันว่างอยู่พอดี งั้นเดี๋ยวฉันกับเทรเซียจะไปดูผลงานของนายด้วยก็แล้วกันนะ!”
อลิซตบไหล่ดันเต้พลางยิ้มกว้าง ให้ความรู้สึกเหมือนคุณครูที่กำลังเดินไปส่งนักเรียนเข้าห้องสอบยังไงยังงั้น
ตอนนี้ทั้งสามคนมาถึงหน้าห้องสอบบนชั้น 3 ของสมาคมนักสร้างการ์ดแล้ว ดันเต้กำลังจะเดินเข้าไปในโถงสอบเพื่อรับการทดสอบใบรับรอง ซึ่งภายในโถงจะมีที่นั่งสำหรับผู้ชมให้ดูการสอบได้ตลอดกระบวนการ
“ครับ ได้เลยครับ”
ดันเต้ตอบรับด้วยท่าทางถ่อมตัว
“ดันเต้ ถ้านายต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างการ์ดเวทมนตร์ล่ะก็ มาหาฉันที่วิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุได้ทุกเมื่อเลยนะ ถึงฉันจะเป็นนักศึกษาเหมือนกัน แต่เรื่องสอนนายน่ะไม่มีปัญหาแน่นอน!”
“หึ!”
สุดท้ายดันเต้ก็กลั้นขำกับท่าทางของอลิซไม่ไหวจนหลุดยิ้มออกมาจากใจจริง
“ขอบพระคุณองค์หญิงอลิซมากครับ”
“โฮะๆ นี่ฉันไม่ได้คุยนะ เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งสร้างการ์ดระดับ 2 ระดับหายากสีม่วงออกมาได้ใบหนึ่งด้วยล่ะ! ของแบบนี้ไม่ใช่ว่านักสร้างการ์ดทั่วไปจะทำได้ง่ายๆ หรอกนะ เริ่มเลื่อมใสในตัวฉันขึ้นมาบ้างหรือยัง?”
อลิซเริ่มเครื่องติดหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของเทรเซียเลยแม้แต่นิดเดียว
“สุดยอดไปเลยครับ! หากฟ้าไม่ส่งอลิซผู้นี้มาเกิด อาณาจักรนอร์ตันก็คงมืดมนเหมือนราตรีกาลชั่วนิรันดร์!”
ดันเต้เริ่มรู้สึกสนุกกับการปั่นประสาทนี้แล้ว เขาแค่อวยไปเรื่อยๆ ให้เธอดีใจก็พอ
องค์หญิงคนนี้ ถ้าร้องไห้ขึ้นมาคงดูน่าเอ็นดูพิลึก
“อะไรนะ?! เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ พูดอีกทีซิ!”
ดูเหมือนประโยคเมื่อครู่ของดันเต้จะทำให้อลิซตกตะลึงจนตาค้าง
“ที่สุดแห่งวิถีสร้างการ์ด ใครเล่าจะกล้ายืนหยัดเป็นยอดเขา เมื่อได้พบพานองค์หญิง วิถีที่เคยฝึกปรือมาก็กลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า”
ดันเต้ลองเปลี่ยนประโยคอวยใหม่อีกบท
“!!!”
อลิซถึงกับอ้าปากค้างจนลืมหุบ
“นาย...นายช่วยรอให้ฉันจดสองประโยคเมื่อกี้ไว้ก่อนได้ไหม!”
น้ำเสียงของอลิซสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
ขณะที่เทรเซียเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเรียบร้อยแล้ว
องค์หญิงคะ...พอเถอะค่ะ ขืนพูดต่อไปมากกว่านี้ เดี๋ยวตอนท้ายองค์หญิงจะลงจากหลังเสือไม่ได้จริงๆ นะคะ!