- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 043 ตกตะลึง (1/2)
043 ตกตะลึง (1/2)
043 ตกตะลึง (1/2)
ดันเต้หันไปมองเทรเซียอย่างจนใจพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรนี้ และเขาก็รู้ดีว่าทุกคำที่พูดออกไปหลังจากนี้อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตอันสงบสุขของเขาได้
“เจ้าหญิงอลิซ ฉันขอตัวคุยกับดันเต้สักครู่นะคะ”
เทรเซียรีบทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลากดันเต้ออกมาคุยกันตามลำพัง เธอแอบกระซิบข้างหูดันเต้ว่า “จริงๆ แล้วอลิซนั้นเป็นคนดี แค่เอาแต่ใจแล้วก็ชอบทำตัวเด่นไปหน่อย เขาก็แค่เออออไปตามน้ำให้เธอสบายใจก็พอแล้ว”
ดันเต้พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปหาอลิซ
“เจ้าหญิงอลิซ พอดีว่าปาร์ตี้ของพวกเรากำลังต้องการการ์ดเวทมนตร์ชำระล้างแบบกลุ่ม ระดับ 4 สักใบพอดี ไม่ทราบว่าผมจะขอรบกวนจ้างให้องค์หญิงช่วยสร้าง ให้พวกเราสักใบจะได้ไหมครับ?”
ตอนนี้ดันเต้ยังไม่สามารถสร้างการ์ดเวทมนตร์ระดับ 4 ได้ด้วยตัวเอง ส่วนการ์ดประเภทชำระล้างแบบกลุ่ม ซึ่งเป็นเวทมนตร์พื้นฐานที่ต้องมีติดตัวไว้นั้นเขาจึงมักจะเลือกซื้อเอามากกว่า หนึ่งในจุดประสงค์ที่เขามายังสมาคมนักสร้างการ์ดในวันนี้ ก็เพื่อมาซื้อการ์ดใบนี้นั่นแหละ ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุก็น่าจะสร้างการ์ดเวทมนตร์ระดับ 4 ได้อยู่แล้ว
“หึๆ นายเนี่ยตาถึงจริงๆ ฝีมือการสร้างการ์ดของฉันจะทำให้นายต้องอึ้งจนอ้าปากค้างแน่นอน! ถ้างั้นก็อย่าเสียเวลาอยู่เลย ตั้งใจดูให้ดีล่ะว่าฉันจะสร้างการ์ดใบนี้ขึ้นมายังไง!”
เมื่อเห็นท่าทีของดันเต้ อลิซก็เก็บอาการไม่อยู่ ความดีใจฉายชัดออกมาทางสีหน้าและน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน ดูเหมือนว่าเธอจะแทบรอไม่ไหวที่จะทำให้เจ้าปีศาจน้อยคนนี้เปลี่ยนมาเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ในตัวเธอเสียเหลือเกิน
ผู้จัดการที่รออยู่ข้างๆ เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที เขาเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งสามด้วยท่าทางนอบน้อมพร้อมโค้งตัวลงเล็กน้อย
“องค์หญิงอลิซ และเพื่อนๆ ของท่าน โปรดตามข้ามาทางนี้ได้เลยครับ”
ภายใต้การนำทางของผู้จัดการ พวกเขาเดินอ้อมพื้นที่ของสมาคมไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะขึ้นบันไดลอยฟ้าตรงไปยังชั้น 4 ของอาคาร โดยปกติแล้วชั้น 3 จะเป็นสถานที่สำหรับทดสอบใบรับรองนักสร้างการ์ดตั้งแต่ระดับ 5 ลงมา ดังนั้นชั้นที่สูงขึ้นไปจึงไม่ใช่ที่ที่แขกทั่วไปจะเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
ทางเดินบนชั้น 4 ดูราวกับมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี แต่เพื่อเป็นการอนุรักษ์องรอยทางประวัติศาสตร์บางอย่างเอาไว้ จึงไม่ได้เลือกที่จะทำการบูรณะซ่อมแซมจนเกินไป ที่สุดปลายทางเดิน มีห้องที่แขวนป้ายสีขาวเอาไว้ปรากฏแก่สายตาของพวกเขา เมื่อผู้จัดการเปิดประตูให้แล้ว เขาก็ถอยฉากออกไปเพื่อเป็นสัญญาณให้ทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างใน
ดันเต้มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าห้องที่กว้างขวางและดูเหมือนเวิร์กชอปโบราณแห่งนี้คือห้องสร้างการ์ดระดับปรมาจารย์ มันดูหรูหรากว่าเวิร์กชอปที่เขาดัดแปลงเองในหอพักไม่รู้กี่เท่า! ในนั้นมีเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน แถมยังเป็นอุปกรณ์ระดับสูงสุดทั้งหมดอีกด้วย
ไม่นานนัก ก็เริ่มมีเจ้าหน้าที่นำวัตถุดิบมาส่ง พวกเขาได้รับแจ้งมาแล้วว่าองค์หญิงต้องการสร้างการ์ดชำระล้างแบบกลุ่ม จึงได้จัดเตรียมของทุกอย่างที่น่าจะได้ใช้มาให้อย่างครบครัน นอกจากการ์ดเปล่า, ผลึกมานา, ของเหลวจากแกนของสัตว์อสูร และวัตถุดิบทั่วไปแล้ว ยังมีม้วนคาถาอีกหลายม้วน
วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการสร้างการ์ดเวทมนตร์ทั้งสามประเภทนั้นมีความแตกต่างกัน การจะสร้างการ์ดอุปกรณ์ออกมานั้น จำเป็นต้องมีต้นแบบอุปกรณ์ รวมถึงไอเทมต่างๆ เช่น อุปกรณ์สำหรับการลงอาคม และการผนึก การจะสร้างการ์ดอัญเชิญต้องใช้แกนผลึกสัตว์อสูร หรือผลึกวิญญาณ ส่วนการจะสร้างการ์ดเวทมนตร์นั้นจำเป็นต้องใช้ม้วนคาถาเวทเป็นวัตถุดิบ เพื่อนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปและดัดแปลงโครงสร้างใหม่ อย่างเช่นการสร้างการ์ดระเบิดไฮโดรเจนของดันเต้ วัตถุดิบก็จะมีทั้งม้วนคาถาเวทมนตร์ลูกบอลไฟ, เวทมนตร์ลูกบอลน้ำ และเวทมนตร์ไฟฟ้าช็อต รวมอยู่ด้วย
ขั้นตอนการสร้างการ์ดทั้งสามประเภทมีความแตกต่างกันมาก และยิ่งระดับของการ์ดสูงขึ้นมากเท่าไหร่ ความต่างนี้ก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น ดังนั้นเมื่อนักสร้างการ์ดก้าวเข้าสู่ระดับสูงแล้ว พวกเขามักจะเลือกทางสายเฉพาะทางของตัวเองไปเลย
......
หลังจากรอจนเจ้าหน้าที่นำวัตถุดิบมาส่งจนครบ อลิซก็ได้ชวนพวกดันเต้คุยเล่นอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อผู้จัดการล็อกประตูห้องเรียบร้อย อลิซก็เปิดตู้เก็บของออก แน่นอนว่าข้างในตู้นั้นเต็มไปด้วยวัตถุดิบหลากหลายชนิด อลิซค่อยๆ นับและหยิบถาดแยกช่องออกมา ก่อนจะเลือกหยิบวัตถุดิบที่จำเป็นออกมาทีละอย่างใส่ลงในช่อง ดูเหมือนเธอจะเคยมาที่ห้องนี้บ่อยครั้งจนคุ้นเคยกับตำแหน่งที่เก็บของเป็นอย่างดี
ดันเต้มองดูการเลือกวัตถุดิบของเธอแล้วเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว จะเอาวัตถุดิบไปเยอะแยะขนาดนั้นทำไมกันนะ?
ทว่าในขณะที่ดันเต้กำลังสงสัย อลิซก็ได้เตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว
“ดูให้ดีนะดันเต้! โอกาสที่จะได้เห็นนักสร้างการ์ดสร้างการ์ดเวทมนตร์แบบสดๆ น่ะไม่มีบ่อยๆ หรอก”
อลิซถกแขนเสื้อขึ้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับตั้งตารอที่จะได้เห็นสายตาชื่นชมจากดันเต้เต็มทีแล้ว
“...ครับ”
ดันเต้ตัดสินใจตั้งใจดูและเรียนรู้ให้ดี บางจุดที่จำเป็นเขาอาจจะจดบันทึกไว้ด้วย เพราะนอกจากอาจารย์แล้ว เขาก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อของ ปรมาจารย์นักสร้างการ์ดที่เก่งกาจสุดๆ คนอื่นเลย ถ้าเกิดเธอสร้างการ์ดชำระล้างระดับ 4 ออกมาเป็นระดับมหากาพย์สีส้มได้จริงๆ คงจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก
สีหน้าของอลิซเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอเริ่มนำที่บดไว้แล้วมาผสมกับของเหลวจากแกนของสัตว์อสูรเพื่อปรุงหมึก เธอสัมผัสถึงความผันผวนของมานาในขณะที่คนเข้าด้วยกัน พร้อมกับปรับมานาในร่างกายของตัวเองให้สอดคล้องกับมัน เพื่อที่เวลาวาดวงเวทในภายหลังจะสามารถถ่ายเทมานาลงไปได้ง่ายขึ้น
เมื่อปรุงหมึกเวทมนตร์เสร็จ อลิซก็เติมมันลงในปากกาเวทมนตร์ จากนั้นจึงเริ่มคลี่ม้วนคาถาออกเพื่อคัดลอก ตัดตอน และจารึกลงบนการ์ดเปล่า ต่อจากนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด นั่นคือการที่นักสร้างการ์ดต้องดัดแปลงโครงสร้างและวงจรเวทมนตร์ให้คงรูป ขั้นตอนนี้ต้องการสมาธิอย่างมาก และต้องรวบรวมพลังจิตทั้งหมดจดจ่ออยู่กับมัน
ทุกครั้งที่ปากกาเวทมนตร์ในมืออลิซเคลื่อนไหว เธอจะถ่ายเทมานาของตัวเองลงไปในทุกๆ วงจรเวทมนตร์อย่างสมดุล โครงสร้างเวทมนตร์บนการ์ดนั้นไม่ใช่สิ่งที่จอมเวทคนไหนนึกจะวาดก็วาดได้ แต่มันคือสิ่งที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการร่ายเวทควบคู่กันไป หากปราศจากพรสวรรค์ที่เหนือชั้นและความเข้าใจที่ถ่องแท้ ต่อให้วาดออกมาได้เหมือนแค่ไหน ก็ไม่อาจมอบพลังที่ควรจะมีให้กับมันได้
อลิซกลั้นหายใจ ดูเหมือนเธอจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดแล้ว ปัญหาใหญ่ของการจารึกก็คืออักขระเวทมนตร์ที่ต้องเขียนรอบๆ การ์ด ซึ่งมันยึกยือเหมือนมดคลานไปมา ถ้าไม่ใช่พวกเด็กเรียนขั้นเทพก็คงไม่มีทางอ่านเข้าใจได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเขียนมันออกมาเลย เธอขมวดคิ้วมุ่นขณะที่ค่อยๆ จารึกมันลงไปอย่างช้าๆ
ภาพที่เห็นดูราวกับจิตรกรเอกกำลังรังสรรค์ภาพวาดที่งดงามหยาดเยิ้ม ทุกฝีแปรงดูละเอียดอ่อน ทุกเส้นสายเปี่ยมไปด้วยพลัง กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ จนทำให้คนมองอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้เธอเข้าถึงระดับไหนกันแน่
เวลาผ่านไปหลายสิบนาที การ์ดเวทมนตร์เริ่มเปล่งรัศมีจางๆ ออกมาโดยรอบ ดูเหมือนจะสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว อลิซลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สาม สื่อนำเวทมนตร์ที่ดีที่สุดคือมิธริล และทองคำขาว เมื่อวาดวงเวทลงบนการ์ดเสร็จแล้ว เธอก็นำผงหินประกายศักดิ์สิทธิ์เพียงเล็กน้อยที่ใช้สำหรับกระตุ้นเวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธิ์มาประทับลงบนหน้าการ์ดด้วยความร้อน เพื่อสร้างโครงร่างสำหรับล็อกพลังงานไว้ภายในการ์ดเวทมนตร์
อลิซเริ่มทำการปรับแต่งและประมวลผล โดยเชื่อมต่อวงจรเวทมนตร์หลายสายเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวงจรพลังงานมานา ทำให้การ์ดเวทมนตร์สามารถรีชาร์จและนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลังจากที่มานาหมดไปได้ แม้จะใกล้ความสำเร็จเข้าไปทุกที แต่ขั้นตอนรองสุดท้ายนี้ก็ยังคงยุ่งยากซับซ้อนมาก เพราะวงเวทแต่ละวงต้องมีส่วนที่ซ้อนทับกัน ต้องมั่นใจว่าทุกโครงสร้างทำงานได้อย่างถูกต้องในตอนที่เปิดใช้งาน และต้องไม่เกิดการขัดกันเองกับโครงสร้างส่วนอื่น หากล้มเหลวแม้เพียงนิดเดียว การ์ดจะพังทลายลงทันที หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น การจัดการที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้มันระเบิดตูมตามขึ้นมาได้
แต่อลิซก็โชว์เหนือด้วยฝีมือที่คล่องแคล่ว จนผ่านขั้นตอนนี้ไปได้อย่างราบรื่น เมื่อถึงจุดนี้ การสร้างการ์ดก็ถือว่าเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแค่ขั้นตอนการผนึกเท่านั้น! เธอนำวัตถุดิบเล่นแร่แปรธาตุต่างๆ มาเคี่ยวจนกลายเป็นเจลใส แล้วทาลงบนพื้นผิวของการ์ดเวทมนตร์ จากนั้นจึงใช้เครื่องจักรเวทมนตร์ทำให้มันแข็งตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นชั้นฟิล์มใสเคลือบไว้
อลิซยังคงขมวดคิ้วด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ราวกับช่างฝีมือที่กำลังสร้างผลงานชิ้นเอกชิ้นสุดท้าย ในที่สุด การ์ดเวทมนตร์ระดับ 4 ชำระล้างแบบกลุ่ม ก็เสร็จสมบูรณ์ออกมาพร้อมกับควันที่พวยพุ่งออกมา!
อลิซเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจขณะจ้องมองหน้าการ์ด ดูเหมือนเธอจะพอใจกับคุณภาพของการ์ดใบนี้มาก จนแม้แต่ตัวเธอเองที่เป็นคนสร้างก็ยังอดใจไม่ไหวที่จะชื่นชมมันอยู่ครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองดันเต้แวบหนึ่ง มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบ ราวกับเห็นภาพล่วงหน้าแล้วว่าดันเต้จะต้องตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูกแน่ๆ
ภาพนั้นทำให้ดันเต้ถึงกับเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่มันคือระดับหายากสีม่วงหรือเปล่านะ? ดูจากท่าทางของอลิซแล้ว หรือว่ามันจะไปถึงระดับมหากาพย์สีส้มเลยหรือเปล่า?
“หึๆ”
อลิซหัวเราะเบาๆ ในลำคอ จากนั้นเธอก็ส่งการ์ดเวทมนตร์ใบนั้นให้ดันเต้ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่หน้าผากอย่างประณีต
ดันเต้รับการ์ดมาถือไว้ ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนการ์ดกลับเป็นเพียงแสงสีน้ำเงินเจิดจ้าเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้ดันเต้ต้องแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาจริงๆ ซึ่งอลิซก็พอใจกับสีหน้านั้นมาก เธอพูดอย่างภาคภูมิใจว่า
“ดันเต้เห็นชัดหรือยัง? ผลงานชิ้นเอกถือกำเนิดขึ้นแบบนี้แหละ มันวิเศษมากเลยใช่ไหมล่ะ!”
ดันเต้: “......”
เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกในใจ อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งมหาศาลขนาดนั้น แต่ดันสร้างออกมาได้แค่การ์ดเวทมนตร์ล้ำค่าสีน้ำเงิน ระดับ 4 เองเหรอเนี่ย...